“ลิลี่...จะว่าไป เธอเคยบอกว่าเธอเป็นมังสวิรัติ แต่ทำไมเธอกินทุกๆอย่างได้ล่ะ”
สมิทเอ่ยถามลิลี่ขณะที่เธอคีบกุ้งตัวสุดท้ายเข้าปาก แล้วเคี้ยวตุ่ยๆ ทำเอาลิลี่ยิ้มน้อยๆ
“จำได้ด้วยสินะคะ” ลิลี่กล่าวพลางย้อนนึกไปถึงตอนที่เธอสั่งอาหารในถิ่นศัตรู ร้านอาหารเดธร็อคคาเฟ่ ที่เธอบอกว่าเธอเป็นมังสวิรัติ
“เรื่องของเธอฉันใส่ใจหมดแหละ” สมิทกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาลิลี่หน้าแดงระเรื่อ ก่อนที่เธอจะหาเรื่องแย้ง
“ถ้าใส่ใจจริง พี่เพชรก็ต้องสงสัยตั้งแต่หลังซื้อเสื่อผ้าแล้ว ว่าทำไมหนูกินนมเย็นปั่นไข่มุกได้ หรือสงสัยตอนหนูสั่งโหระพาไก่ พึ่งจะมานึกออกสินะคะ ท่าทาง”
“ความจำดีกันจังเลยน้า” พลอยใสกล่าวเสียงเบื่อๆ “ผ่านไปสามวันฉันก็ลืมแล้วละ ว่าตัวเองเคยกินอะไร”
กลุ่มของสมิทหัวเราะอีกครั้ง พร้อมกับรอรับของหวานของทางร้านอาหารในอาคารประลองPVP สมิทหันมามองแพรที่กำลังกินน้ำแข็งใส ก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างกับเธอ
“แพร ขอบคุณมากนะ ที่ออมมือให้ในการประลอง”
แพรยิ้มรับเล็กน้อย เธอไม่กล่าวอะไร ก่อนจะป้อนน้ำแข็งใสเข้าปากเลวี่จัง เพราะเธอร้องขอ ลิลี่เองก็โค้งคำนับขอบคุณแพรด้วยเช่นกัน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่เธอรู้ดีว่าฝีมือแพรนั้นร้ายกาจขนาดไหน หากเอาจริงยังไงลิลี่และสมิทก็ไม่มีทางชนะ
ณ บ้านพักพกพาของแพร หลังกลับจากการกินเลี้ยงที่อาคารประลองPVP เนื่องจากเธอตั้งบ้านพักเอาไว้อยู่แล้ว จึงสามารถใช้วาร์ปกลับมาบ้านพักได้ทันที ตั้งแต่ตอนออกจากประตูอาคาร
“คุณแม่คะ หนูแอบหงุดหงิดนิดหน่อยนะ ที่คุณแม่อ่อนข้อให้กับสมิทและลิลี่ในการประลอง”
เลเวียธาน ลูกมังกรสาวตัวน้อยในชุดนอนเอ่ยกับแพร ตอนนี้พวกเธออยู่ในบ้านพักพกพา ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหนึ่งชั้นขนาดกลาง ภายในบ้านถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน คือห้องนอน ห้องรับแขกซึ่งรวมห้องน้ำในตัว และห้องเก็บของและวัตถุดิบซึ่งรวมครัวทำกับข้าวไปด้วย บ้านพกพาของแพรนั้นเป็นบ้านระดับB สีขาวเรียบง่ายทั้งหลัง เมื่อตีเป็นมูลค่าเงินบาทแล้ว ตกอยู่ที่ประมาณสองแสนกว่าบาท
ในตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งจิบชาภายในห้องรับแขก ซึ่งอยู่ตรงส่วนกลางของบ้าน สาเหตุที่เลวี่จังกล่าวเช่นนั้น เพราะนิสัยตามโปรแกรมของเลวี่จังคือเป็นคนจริงจัง ยากที่จะอ่อนข้อให้ใครหรือยอมใคร เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายของเธอว่าให้ยอมแพ้ เธอจึงรู้สึกหงุดหงิด
“ถ้าแม่เอาจริงลิลี่จะต้องเสียชุดติดตัวไปน่ะสิ” แพรกล่าวก่อนจะรับชาจากเลวี่จัง “พี่เพชรน่ะ เป็นพวกพ้องของเรา เป็นคนสำคัญของแม่ แม่ไม่อยากทำร้ายเขาหรอกนะ”
“ถ้าคุณแม่ว่าแบบนั้นก็ตามใจค่ะ” เลวี่จังกล่าวก่อนจะทำแก้มป่อง พลางนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“หนูจะพยายามอดทนไม่เอาชนะเขาในการประลองครั้งหน้า ถ้าแม่สั่งหนูอีก จะทนเท่าที่ทนไหว”
“ขอโทษนะลูก...งั้นเราไปทำอะไรแก้เบื่อกันดีกว่าไหม” แพรถามขณะจิบชา ก่อนจะจ้องมองลูกมังกรสาวด้วยสายตาวิเคราะห์
“อย่างเช่นลงประลองPVPใช่ไหมคะ” เลวี่จังถามพลางอมยิ้ม “จะได้ระบายความอัดอั้นนี้เสียที”
“ใช่ค่ะลูก” แพรกล่าวเสียงเรียบ “อีกแค่สิบรอบเท่านั้น แม่ก็จะใช้แต้มลานประลองแลกของให้หนูได้แล้วยังไงล่ะค่ะ...อยากได้มั้ย แหวนวารีระดับA”
“อยากได้สิคะ” เลวี่จังกล่าวพลางยิ้มร่า “ถือเป็นการฝึกซ้อมไปในตัว ก่อนที่เราจะต้องประลองครั้งใหญ่สินะคะ”
“มันดาลา กิลด์อันดับหนึ่งของไทย” แพรกล่าวพลางยิ้มที่ริมฝีปาก “หวังว่าในประเทศไทย จะมีผู้เล่นที่เป็นยอดฝีมือนะ ช่วยทำให้ฉันคนนี้สนุกหน่อยเถอะนะ”
ทางด้านของสมิท หลังแยกมาจากทุกๆคนแล้ว เขากับลิลี่เดินออกไปยังป่าริมกำแพงเมือง เพื่อตั้งบ้านพกพาข้างๆต้นไม้ ไม้กระดานปรับสภาพดินถูกวางลงบนพื้นหญ้าที่ชื้นและแฉะ ก่อนที่เต๊นทรงเจ็ดเหลี่ยมสีขาวกว่าสามเมตรจะถูกเรียกออกมาทับไม้ปรับสภาพนั้น
“ลิลี่ คืนนี้ฉันจะออกจากเกมนะ” สมิทกล่าวกับกระต่ายสาวขณะเข้ามาในเต๊น ระบบชำระล้างของบ้านพักนั้นทำให้ร่างกายของทั้งสองคนรวมทั้งเสื้อผ้าสะอาดทันที “เธออยู่คนเดียวได้นะ”
“ได้ค่ะ” ลิลี่กล่าว “ถ้าพี่เพชรไม่ได้จำกัดสิทธิอะไรหนู ก็อยู่ได้อย่างสบายๆ”
“ฉันให้สิทธิเธอทุกๆอย่าง” สมิทกล่าวก่อนจะเรียกหน้าต่างผู้เล่นขึ้นมา และโอนสิทธิของเขาให้ลิลี่จนหมด ลิลี่สามารถทำทุกๆอย่างในกระเป๋าเก็บของๆเขาได้ รวมทั้งเธอยังสามารถไปไหนมาไหนก็ได้ตามใจชอบ
“พี่เพชรคะ หนูมีเรื่องจะขออย่างหนึ่ง”
“ว่ามาสิ” สมิทเอ่ยถามกระต่ายสาวที่ทำหน้าลำบากใจ ก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองเขา
“หนูอยากรู้ว่าร่างของหนูตอนนี้เป็นยังไงบ้าง...ถ้าไม่ว่าอะไร รบกวนไปเยี่ยมร่างของหนู และถ่ายรูปมาให้หนูดูหน่อยค่ะ เป็นไปได้หนูอยากฝากข้อความถึงพ่อแม่ของหนู ว่าหนูสบายดี”
“ได้สิ” สมิทกล่าว “ฉันจะช่วยเธอเอง คงต้องให้พลอยใสช่วยติดต่อหัวกิลด์แล้วล่ะ เรื่องที่อยู่ของเธอข้างนอก”
คืนนั้นสมิทได้ทำการติดต่อพลอยใส ก่อนที่เขาจะไปพบกับอาทิตยาเพื่อปรึกษากันเรื่องจะไปเยี่ยมร่างของลิลี่ กลายเป็นว่าอาทิตยาจะเป็นคนพาพวกเธอไปด้วยตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตูห้องสามครั้งที่คุ้นเคย ก่อนที่จะมีเสียงเรียกของแม่เขา
“เพชรลูก มีเพื่อนมาหาแหน่ะ รีบลงมาเร็ว”
“คร้าบ” เพชรตะโกนกล่าวก่อนจะลุกจากเตียง พลางรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งด่วน เมื่อคืนเขาตื่นเต้นเรื่องลิลี่ไปหน่อย จนแทบไม่ได้นอน ทำให้เขานอนเพลินจนตอนนี้แปดโมงกว่าๆแล้ว
“เดี๋ยวนี้ร้ายนะลูก” แม่ของเพชรแซวพลางอมยิ้ม “มีสาวๆมาหาตั้งสามคนแน่ะ”
“เพื่อนกับรุ่นพี่น่ะครับ” เพชรตอบเสียงเรียบกลับไป แต่ดูเหมือนว่าแม่เขายังไม่ยอมแพ้
“ในสามคนนั้น คนใดคนหนึ่งคงเป็นแฟนลูกในอนาคตล่ะ พยายามเข้านะ”
เพชรแต่งชุดง่ายๆสำหรับไปเดินห้างเหมือนทุกที เสื้อเชิร์ตคอปกลายตารางหมากรุกขาวดำ กับกางเกงยีนส์สีเข้มราคาแพง พร้อมรองเท้าผ้าใบคู่ใจสีขาวหม่น ก่อนจะเดินไปยังตึกแถวข้างๆ ซึ่งเปิดเป็นร้านภัตตาคารของทางบ้านเขาเอง
“พลอย แพร...และก็คุณอาทิตยาสินะครับ”
ที่ห้องรับรองลูกค้าVIPบนชั้นสองของภัตตาคาร ทั้งสามคนรอเพชรอยู่แล้ว พลอยใสนั้นรวบผมยาวหางม้า สวมชุดเปิดใหล่สีเขียวอ่อน กางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าส้นสูงสีชมพู และสะพายกระเป๋าสีน้ำตาลอ่อน ของทั้งตัวเธอนั้นเป็นของเบรนด์เนมที่ซื้อจากห้างดัง การแต่งตัวของเธอนั้นทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าวัยเล็กน้อย แต่ก็งดงามจนเพชรเผลอจ้องนานกว่าปกติ
ส่วนแพรนั้นแต่งชุดเหมือนในเกมจนเพชรผงะ กี่เพ้าสีขาว ต่างกันแค่ว่าผมเธอไม่ได้เป็นสีฟ้าแค่นั้น ผมดำยาวของเธอถูกรวบไว้ทางด้านขวา แพรนั้นมีใบหน้าที่คมและได้รูป หน้าตาของเธองดงามยิ่งกว่าตอนเด็ก ทำเอาเพชรหน้าแดงระเรื่อเมื่อเจอรักแรกในวัยเด็ก แพรหัวเราะเบาๆก่อนจะโบกมือเรียกเขา
“จำหนูได้มั้ยคะพี่เพชร” แพรกล่าวทักทาย เพชรพยักหน้าให้ ก่อนจะมองไปที่คนสุดท้าย ที่เขาพึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะ คุณสมิท...ไม่สิ คุณเพชร”
เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาววัยมหาลัย เธองดงามกว่าพลอยและแพรเสียอีก ผมสีดำยาวนั้นย้อมจนเป็นแดงอ่อนเล็กน้อยเมื่อต้องแสง ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ เธออยู่ในชุดมหาลัยที่ช่วยขับให้ร่างของเธอดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก
“ครับคุณอาทิตยา” เพชรที่กำลังตะลึงกับความงามของนักศึกษามหาลัยเผลอกล่าวชื่อเธอย้ำไปอีกครั้ง
“เรียกยะหยาเถอะค่ะ ถ้าข้างนอกเราเป็นกันเอง”
อาทิตยาในชุดมหาลัยกล่าวก่อนที่จะดูเมนูอาหาร เธอปฏิเสธการเลี้ยงอาหารจากทางบ้านของเพชร และยืนยันว่ามาในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าทางบ้านเพชรจะมองเธอเป็นแขก เช่นเดียวกับพลอยและแพร
“นั่งสิคะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองค่ะ” อาทิตยากล่าวพลางส่งเมนูอาหารให้เพชร เพชรนั้นคิดในใจว่าเมนูของร้านเขา เขารู้ทุกเมนูอย่างละเอียดอยู่แล้ว แต่ก็รับมาตามมารยาท
“แม่ให้ทานฟรีอยู่แล้วล่ะครับ” เพชรตอบเสียงเรียบ ก่อนจะวางเมนูลง “เพราะอันที่จริงร้านเราเปิดตอนสิบโมง เวลานี้แม่คงยกอาหารเช้าสำหรับทานในบ้านมาให้พวกเราน่ะครับ”
“งั้นเมนูคงไม่ต้องใช้สินะคะ” อาทิตยาถามพลางยิ้มแห้งๆด้วยความเขินอายเล็กน้อย เพราะถ้าอีกฝ่ายยืนยันว่าจะเลี้ยง เธอคงเลือกเมนูไม่ได้ ก่อนที่เธอจะเก็บเมนูอาหารเข้าที่
“จริงๆเราตั้งใจจะมารอพี่เพชรหน้าบ้านค่ะ” แพรกล่าวอธิบาย “แต่คุณน้าท่านเรียกพวกเราให้เข้าร้าน บอกว่าให้กินข้าวกินปลาก่อน เลยปฏิเสธไม่ได้”
เพชรพยักหน้ารับให้กับคำตอบ ดูเหมือนทั้งสามคนเองก็เกรงใจเขาอยู่เหมือนกัน เพราะบ้านเขาทำธุรกิจร้านอาหาร การมากินข้าวฟรีมันก็ยังไงอยู่”
“กินข้าวกันก่อนออกเดินทางก็ดี” เพชรกล่าวขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบ “ว่าแต่คุณยะหยา ลิลี่พักอยู่โรงบาลแถวไหนหรือครับ”
“น้องดวงกมลพักอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในไทยค่ะ ใจกลางเมือง พวกเรานั่งรถไฟฟ้าไปแปปเดียวก็ถึงแล้ว”
“ดวงกมล...ลิลี่สินะ” สมิททวนคำพูดของอีกฝ่าย เพราะเขาไม่คุ้นชื่อดวงกมล ซึ่งเป็นชื่อจริงของลิลี่
“ถ้าจำไม่ผิด ชื่อเล่นของลิลี่คือแก้วสินะครับ” สมิททวนคำพูดที่เขาเคยได้ยิน ตอนที่ลิลี่คุยกับอาทิตยา “แก้ว ดวงกมล...คือลิลี่”
สมิทหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเช็คโปรแกรมภายในเครื่อง ซึ่งมีแอปพลิเคชั่นรองรับการส่งภาพจากภายนอกเข้าไปในเกม เขาตั้งใจว่าจะถ่ายภาพและวีดีโอทุกอย่างไปให้ลิลี่
ไม่นานนัก กระเพาะปลาน้ำแดง ซึ่งใส่เนื้อปูก้อน หูฉลาม และหอยเป๋าฮื้อก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้กับสามสาวและเพชรคนละถ้วย ก่อนที่ของกินเล่นอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด แป๊ะก๊วยทอดเกลือ และยำไข่เยี่ยวม้า จะถูกนำมาวางเสริม
อาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ค่อนข้างมีราคาสำหรับภัตตาคารอาหารจีน พลอยและแพรทานตามปกติเพราะเป็นคนคุ้นเคย ในขณะที่อาทิตยาดูเกร็งๆ เธอเกรงใจที่จะทานอาหารราคาแพงเช่นนี้ฟรีๆ
“ตามสบายครับ” เพชรกล่าวเมื่อเห็นสีหน้าของอาทิตยา “ถือว่าเลี้ยงต้อนรับหัวกิลด์แล้วกันครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ...ไว้ฉันจะตอบแทนที่หลังนะคะ” อาทิตยากล่าวก่อนจะลงมือทานอาหารทันที
หลังทานอาหารเสร็จ แม่ของเพชรนั้นต้องการจะคุยกับสามสาว แต่ทว่าเพชรนั้นดึงตัวพวกเธอออกมาเพราะว่ามีธุระ ดังนั้นสามสาวจึงจะมาอีกทีหนึ่ง โดยครั้งหน้าอาทิตยาจะมาในฐานะลูกค้า เพราะเธอเกรงใจบ้านของเพชร
หลังจากโดยสารรถไฟฟ้ามาจนถึงโรงพยาบาลใจกลางเมือง เพชร พลอย และแพรก็เดินตามอาทิตยาไปที่ห้องของลิลี่ทันที
ร่างผอมบางของเด็กสาวอายุประมาณสิบสี่ปี ในชุดคนไข้นอนนิ่งอย่างสงบ ภายใต้เครื่องเล่นเกมแบบสวมหัว ร่างนี้คือร่างของลิลี่นั่นเอง
และหญิงสาวท่าทางอิดโรยคนหนึ่งนอนเฝ้าร่างของเด็กสาวคนนี้เอาไว้ เธอคือแม่ของลิลี่ เธอค่อยๆตื่นขึ้นมาเพราะความเหนื่อยล้าเมื่อพบว่ามีคนมาหา
“คุณน้าคะ” อาทิตยากล่าวเรียกแม่ของลิลี่ เธอมีทีท่าแปลกใจ เมื่อได้เห็นเพชร พลอย และแพร
“สวัสดีครับ” เพชรกล่าวทักทายพลางยกมือไหว้ ก่อนที่พลอยและแพรจะทำตาม “คุณแม่ของน้องแก้วใช่มั้ยครับ ผมเป็นเพื่อนของเธอในเกม เธอยังมีชีวิตอยู่ และสบายดีครับ”
แม่ของลิลี่ร่ำไห้ทันที เมื่อได้ยินคำนั้น จนอาทิตยาต้องปลอบโยน หลังจากนั้นกลุ่มของเพชรก็ใช้เวลากว่าชั่วโมง เพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง อีกทั้งเพชรยังส่งข้อความที่ลิลี่เขียนถึงแม่เธอเข้ามือถือ เพื่อให้เธออ่าน ทำให้เธอยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ ว่าลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่
ทางด้านของลิลี่นั้น เธอนอนในเต๊นอย่างเหม่อลอย เนื่องจากเวลาในเกมและข้างนอกต่างกัน การรอคอยของเธอจึงนานกว่าปกติ จนกระทั่งข้อความหน้าต่างระบบส่วนตัวของเธอเด้งขึ้นมา มันเป็นวีดีโอข้อความ เธอค่อยๆกดเปิดเพื่อให้มันทำงาน ทันทีที่เธอเปิด เธอก็พบกับแม่ของเธออยู่หน้ากล้องที่สมิทอัดข้อความเอาไว้ แม่ของเธอกล่าวทักทายเธอ ก่อนที่กล้องจะฉายภาพร่างของเธอที่นอนอยู่ ลิลี่ยิ้มรับน้อยๆ พลางเอามือไปลูบกับแก้มของแม่เธอในภาพอย่างช้าๆ
“รอก่อนนะคะแม่...หนูจะออกไปพบกับแม่ให้ได้ค่ะ หนูสัญญา”
..................................
ช่วงนี้ไรท์ไม่ค่อยมีเวลา+ต้องแต่งเรื่อง ถึงเกิดอีกครา ก็ขอเป็นมหาจอมเวท ภาค3 เนื่องจากเรื่องนั้นกำลังได้รับการโปรโมทจากเว็บเด็กดี ทำให้ต้องทยอยแต่งเพราะรายได้กำลังมา ดังนั้นขออภัยแฟนๆที่รอเรื่องนี้ด้วยครับ โดยไรท์จะเปิดให้ตอนนี้อ่านฟรีครับ จากปกติตอนนี้ต้องเป็นตอนติดเหรียญ ตามที่ตั้งมาโดยตลอด