ตอนที่ 9 มีคนในใจแล้ว
“เหล่าเสิ่นยังนึกถึงซ่านซ่านของพวกเราด้วยนะบอกว่ารอให้เด็กทั้งสองโตกว่านี้หน่อย ถึงจะให้หมั้นกัน!”โจวหรูไห่พอใจเสิ่นจ้านตงอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็อยากจะให้ลูกสาวอยู่ในความดูแลของเสิ่นจ้านตง
แต่เหยียนฮุ่ยกลับไม่ชอบใจ
“เสิ่นจ้านตงเป็ทหารมือเท้าหยาบกร้าน มีตรงไหนที่เหมาะสมกับซ่านซ่านของเรากัน อีกอย่างนะพวกเขาเป็คนใหญ่คนโต ในอนาคตหากซ่านซ่านได้รับความไม่ยุติธรรมก็จะโต้แย้งอะไรไม่ได้ ฉันไม่เห็นด้วย!”
โจวหรูไห่ส่งเสียง ‘ชู่’ ออกมาเบาๆ รีบพูดแก้ต่างให้เพื่อนสนิทของตัวเอง
“เหล่าเสิ่นดีกับซ่านซ่านอย่างไรคุณก็เห็นกับตามาแล้ว แล้วอีกอย่าง ตงจื่อ[1]ก็ใช้ได้อยู่นักเรียนของวิทยาลัยทหาร ความประพฤติอยู่ในความถูกต้อง แข็งแกร่งเหมาะกับซ่านซ่านที่สุด!”
โจวเทารุ่ยที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรช่วยพูดให้พ่อกับแม่ใจเย็นลง
“พ่อกับแม่ยังไม่รู้เลยว่าพี่ตงชอบซ่านซ่านหรือเปล่าผมได้ข่าวว่า ผู้หญิงที่คอยตามเขา ต่อแถวยาวเป็หางว่าวเลย...”
ยังพูดไม่ทันจบ โจวเทารุ่ยก็ถูกเหยียนฮุ่ยตีไปทีหนึ่ง
“เขาไม่เห็นความน่ารักของซ่านซ่านหรือขอแต่ซ่านซ่านเลือกเขา เขายังจะกล้าไปเลือกใครอีก” เหยียนฮุ่ยผู้มักจะพูดจามีเหตุผลเสมอกลายเป็คนพูดไม่มีเหตุผลขึ้นมาเมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวกับโจวซ่านซ่าน ราวกับแม่เสือที่ให้ท้ายลูกตัวเอง
โจวเทารุ่ยะโว่าต่อ “ก็ถ้าพี่ตงชอบโจวซ่านซ่าน ถ้าอย่างนั้นโจวซ่านซ่านพี่ชอบพี่ตงไหม ครั้งที่แล้วมีคนพูดไว้นี่นะ ว่าเกลียดคนประเภทแบบพี่ตงที่สุด!”
โจวหรูไห่กับเหยียนฮุ่ยพร้อมใจกันมองโจวซ่านซ่านเป็ตาเดียว
“คือว่า... พ่อรอเสิ่นจ้านตงกลับมา หนูอยากพบเขา พูดขึ้นมาก็นึกได้ว่าหนูกับเขาไม่ได้เจอกันกว่าครึ่งปีแล้ว”
โจวหรูไห่เบิกตากว้างอย่างดีใจ รีบพยักหน้ารับคำ “ได้พรุ่งนี้พ่อจะลองถามให้ว่าตงจื่ออยู่บ้านไหม”
เหยียนฮุ่ยกลับกังวลใจขึ้นมา “ซ่านซ่าน ลูกไม่ได้ชอบตงจื่อจริงๆหรอก... ลูกเพิ่งสิบแปดเอง ยังเด็กอยู่เลย ลูกต้องรอให้จบมอปลายก่อนสิ แล้วถึงค่อยคิดเื่พวกนี้!”
โจวซ่านซ่านหัวเราะ จับมือแม่เป็การปลอบ
“แม่หนูจะคิดอะไรล่ะ หนูแค่อยากเจอพี่ตงแค่นั้นเอง พูดขึ้นมาแล้ว พวกเราก็โตมาด้วยกันมิตรภาพก็ตั้งหลายปี แม่ว่าไงคะ”
ไม่เพียงแค่มิตรภาพที่โตมาด้วยกันชาติที่แล้วเสิ่นจ้านตงยอมอยู่เป็โสดเพียงเพราะเธอชาตินี้เธอจะปล่อยผู้ชายแบบนี้ไปได้อย่างไร
หลายวันมานี้ที่เธอย้อนกลับมา เธอก็คิดได้หลายเื่ หากว่าย้อนกลับไปในชาติที่แล้วก็คงมีหลายเื่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ข้อแรก ในปีหน้าเมื่อเธอจบมอปลาย พ่อจะต้องเผชิญกับความตายชาติที่แล้วเธอไปตรวจสอบได้ความมาว่า ตอนนั้นพ่อหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หากทำ CPR ได้ทัน ก็จะมีโอกาสรอดสูงขึ้น!
ข้อสอง งานที่เธอทำในอนาคต ชาติที่แล้วเธอเป็แพทย์เพราะถูกโหวกุ้ยจือบังคับให้เรียนแพทย์แต่ในชาตินี้ให้ตายอย่างไรเธอก็จะไม่เป็แพทย์แล้ว!
ข้อสาม เป็ข้อที่สำคัญมาก ชีวิตแต่งงานของเธอสามีของเธอ! เธอเคยร่วมหมอนกับซ่งเหยี่ยนมาสิบปี แต่กลับกลายเป็ภรรยาที่โดดเดี่ยวอ้างว้างชาตินี้เธอจะเลือกให้ดี และเสิ่นจ้านตงก็เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด!
ไม่ต้องพูดถึงประวัติครอบครัวของเสิ่นจ้านตงเลยว่าโหวกุ้ยจือคงไม่มีปัญญาทำอะไรเขาได้อีกอย่างเสิ่นจ้านตงก็มีเธออยู่ในใจมาหลายปี จนกระทั่งยอมไม่แต่งงานเพื่อรอเธอผู้ชายแบบนี้ไม่คิดว่าเหมาะที่จะแต่งงานด้วยหรอกหรือ
คิดได้ถึงตรงนี้ โจวซ่านซ่านก็มั่นใจมากขึ้นว่าจะต้องพาเสิ่นจ้านตงมาอยู่ข้างกายให้ได้
เหยียนฮุ่ยลูบใบหน้าของโจวซ่านซ่าน แล้วพูด “พอมองดีๆ ลูกก็โตขนาดนี้แล้วผ่านไปไม่กี่ปีลูกก็ต้องแต่งงานแล้ว แม่ไม่อยากแยกจากลูกเลย!”
โจวหรูไห่อาศัยจังหวะนี้พูดขึ้น“ถ้าเกิดว่าเป็ครอบครัวเดียวกับเหล่าเสิ่น ก็เป็เื่ที่ดีคิดดูว่าบ้านของพวกเราอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง ถ้าคิดถึงลูกแค่แป๊บเดียวก็ไปหาได้แล้ว ดีจริงๆ!”
เหยียนฮุ่ยเริ่มคล้อยตาม เธอครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะพูดขึ้น“แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ซ่านซ่านก็ยังเด็ก อย่างไรก็ต้องรอให้เข้ามหาวิทยาลัยก่อนพวกเราก็ลำบากที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยกันมาแล้ว จะให้ลูกลำบากแบบพวกเราอีกไม่ได้!"
โจวหรูไห่พยักหน้าเห็นด้วย “เื่นี้มันแน่นอนอยู่แล้วคะแนนของลูกพวกเรา ให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหฺวาหรือมหาวิทยาลัยเป่ยต้า[2]ก็ไม่มีปัญหา”
เหยียนฮุ่ยมองไปที่แววตาของโจวซ่านซ่านที่มีแต่ความพอใจ เธอทัดปอยผมข้างใบหูให้โจวซ่านซ่าน“ซ่านซ่าน ไม่ว่าจะเป็อย่างไร ลูกก็เป็ลูกของแม่และเป็ความภูมิใจของแม่เสมอนะ”
โจวเทารุ่ยไม่ยอมแพ้ พูดด้วยรอยยิ้ม “แม่ ผมล่ะ แล้วผมล่ะ”
เหยียนฮุ่ยมองไปที่ลูกด้วยแววตาดุๆ กัดฟันพูด “แกเรอะ แล้วเมื่อไรคะแนนของแกจะติดร้อยอันดับแรกฮะมาถามฉันเื่นี้แล้วก็พอดีเลย วันนี้แกเตรียมรับในสิ่งที่ทำวันนี้ได้เลย!”
โจวเทารุ่ยครวญและจ้องมองแม่ของเขาอย่างไม่พอใจ “ที่ผมเรียนไม่เก่งไม่ใช่เพราะมาจากพ่อกับแม่หรือไงแม่ แม่ต้องโทษตัวเองสิถึงจะถูก!”
พูดไม่ทันจบโจวเทารุ่ยก็เห็นแม่ของตัวเองเตรียมยกเท้าขึ้นมาเตะเขาแล้ว เขาร้อง ‘โอ๊ะ’ ขึ้นมาคำหนึ่ง ะโขึ้นจักรยานของตัวเองแล้วปั่นออกไปไม่ยอมหันกลับมา
เหยียนฮุ่ยอุทานออกมา ‘ฮึ่ย’ พร้อมด่าไล่หลังไปแบบไม่จริงจังนัก “ไอ้ลูกคนนี้นี่ หนีเร็วนักนะ”
โจวซ่านซ่านจับแขนแม่หันมาเพื่อพูดแก้ต่างให้โจวเทารุ่ย“แม่ เื่วันนี้อย่าไปโทษรุ่ยรุ่ยเลยนะ ตอนนั้นแม่ก็ได้ยินคำพูดพวกนั้นแล้ว แม่ก็ทนไม่ได้ไม่ใช่หรือแล้วนี่ยิ่งเป็รุ่ยรุ่ยนะ อีกอย่างรุ่ยรุ่ยก็โตแล้ว แม่ก็อย่าคิดแต่จะตีน้องเลยไว้หน้าน้องบ้าง”
เหยียนฮุ่ยตบหลังมือโจวซ่านซ่านเบาๆ พูดให้ลูกของเธอวางใจ “นิสัยของรุ่ยรุ่ยแม่เข้าใจน่าเขาไม่สนใจเื่พวกนี้หรอก เกิดวันหนึ่งมาแม่ไม่อยู่แล้ว เขาก็ยังดูแลลูกได้รุ่ยรุ่ยป็นน้องชายที่ดีคนหนึ่งนะ”
โจวซ่านซ่านกับโจวเทารุ่ยถูกพักการเรียนไปสามวันทั้งสองคนไม่มีอะไรทำ ได้แต่นอนเล่นอยู่บ้าน
วันแรก ทั้งสองคนต่างก็นอนเล่นอยู่บ้านโจวเทารุ่ยเอาแต่นั่งดูทีวีขาวดำ 14นิ้วอยู่ครึ่งค่อนวัน โจวซ่านซ่านอ่านหนังสืออยู่ในห้องของตัวเอง เธอเองก็ลืมเนื้อหาในบทเรียนไปนานแล้วถ้าไม่ทบทวนเกรงว่าจะสอบไม่ผ่านแล้วขายหน้าแน่ๆ
พอถึงวันที่สอง โจวเทารุ่ยก็เริ่มนั่งไม่ติดกินข้าวกลางวันเสร็จ ยังไม่ทันได้ทักทาย เขาก็ขี่จักรยานออกไปเล่นนอกบ้านโจวซ่านซ่านถามว่าเขาจะไปไหน เขาก็ไม่ยอมตอบ
ก่อนที่เหยียนฮุ่ยจะเลิกงานกลับบ้านนั้น โจวเทารุ่ยก็กลับบ้านมาด้วยเนื้อตัวสกปรกก่อนแล้วเขาหัวเราะอย่างสะใจ เข้าบ้านมาก็ตบไหล่โจวซ่านซ่านแล้วก็อดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้
“นายไปทำเื่ไม่ดีอะไรไว้อีกแล้วใช่ไหมหัวเราะมีความสุขขนาดนี้เชียว”
โจวซ่านซ่านวางหนังสือภาษาอังกฤษในมือลง เงยหน้าขึ้นมายิ้มเธอเข้าใจโจวเทารุ่ยดี เ้าน้องชายคนนี้จะหัวเราะได้ขนาดนี้ก็เฉพาะหลังจากไปทำเื่ไม่ดีมาเท่านั้น
โจวเทารุ่ยไม่พูดอะไรเอาแต่หัวเราะ สายตาที่มองไปยังโจวซ่านซ่านนั้นไม่ได้ตั้งใจจะเลื่อนไปเห็นเนินอกที่อยู่ภายใต้ปกเสื้อคอกว้างของโจวซ่านซ่าน ภายใต้เสื้อลูกไม้ความอวบอิ่มใต้เสื้อลูกไม้ เขารู้สึกว่าร่างกายเขาเกร็งขึ้นมาทันที รีบปล่อยมือออกจากไหล่ของโจวซ่านซ่านราวกับจับถูกเปลวไฟ
“พี่...พี่อ่านหนังสือต่อเถอะ ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อ!”
สีหน้าของโจวเทารุ่ยดูสับสนไปหมด เขาหมุนตัวรีบวิ่งออกไปจากห้องของโจวซ่านซ่านตรงไปยังห้องน้ำทันที ไม่แม้แต่จะหันมามองโจวซ่านซ่านอีก
โจวซ่านซ่านขมวดคิ้วมองตามหลังโจวเทารุ่ยแล้วพูดอย่างสงสัยออกมา“น้องชายคนนี้นี่เป็อะไรไป อย่าไปทำอะไรผิดเพิ่มอีกนะ ่นี้นายมีความผิดติดตัวไม่น้อยเลย!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a
[1] จื่อคำต่อท้ายที่ผู้ใหญ่ใช้เรียกรุ่นลูกรุ่นหลานด้วยความสนิทสนม
[2] มหาวิทยาลัยชิงหฺวาและมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (เป่ยต้า) คือ มหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งและสองของจีน