เมื่อนิ้วชี้มือขวาทาบลงบนไกปืน หนึ่งชีวิตที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นได้ และอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะตายลง เมื่อใดที่เราลิขิตความตายแก่ผู้อื่น ขณะนั้นจิติญญาความเป็มนุษย์ได้สูญสลายมลายสิ้นลงไปแล้วเช่นกัน
ปัง!! หนึ่งเสียงที่ดังขึ้นสะท้อนกึกก้องไปทั่วสถานีรถไฟเฮาปท์บาห์นอฟ * ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวสีแทนบนหัวสวมหมวกกะปิเยาะ** ได้ล้มลง ปัง!!! อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นแทบจะติดกันในทันที ชายรูปร่างท้วมบนหัวสวมหมวกกะปิเยาะได้ล้มลงอีกคน ชายใส่สูทสีดำสนิท 7 คนต่างควักปืนขึ้นมา สองขาย่อลงเล็กน้อย กวาดส่ายสายตาหาเป้าหมายที่ล่องหน
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ผู้คนนับร้อยต่างวิ่งกันอย่างไม่คิดชีวิต สถานีรถไฟกลางของกรุงเบอร์ลินเต็มไปด้วยหลายพันฝีเท้าที่แตกตื่นวิ่งหนี ความสับสนอลหม่านแพร่กระจายประดุจเชื้อไวรัสโควิด ตำรวจสามสี่นายวิ่งมาถึงพื้นที่ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที คำสั่งปิดล้อมพื้นที่ถูกสั่งออกไป แต่เหมือนจะไม่ประสบผลเท่าไรนักตำรวจไม่กี่สิบนายที่ความคุมทางออกปีกซ้ายพยายามสกัดฝูงมหาชนที่แตกหนีออกมาจากในสถานี
หลายคนในหมู่ชนเ่าั้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังวิ่งหนีอะไร เพียงเห็นคนอื่นวิ่ง ตนเองก็วิ่งตามไปด้วย หนึ่งในมวลชนเ่าั้มีชายผู้หนึ่งสวมเทรนช์โค้ทสีดำสนิท ไว้ผมทรงครูว์คัต ข้างหลังสะพานถุงผ้ายาวสีดำเดินปะปนไปกับมวลชนเช่นกัน
ชายผู้นั้นเดินปะปนไปกับผู้คนแล้วหายลับไป...
...
ห่างออกไป 260 ไมล์ ณ ตึกระฟ้า Commerzbank Tower ในแฟรงก์เฟิร์ต ชายผู้สวมเทรนช์โค้ทสีดำปรากฏตัวอีกคราแต่บนบ่าของเขาไม่ได้สะพานถุงผ้ายาว แต่สะพายกระเป๋าดัฟเฟิลแทน ชายผู้นั้นเดินลงไปยังลานจอดรถใต้ดินเดินเข้าประตูที่ติดป้ายว่าเขตห่วงห้ามเฉพาะเ้าหน้าที่เข้าไป ผ่านยามรักษาความปลอดภัยที่ร่างกายกำยำสองคน ชายผู้นั้นเดินตรงเข้าไปสแกนม่านตาที่มุมห้องทางขวา ชั่วรัดนิ้วมือต่อมาประตูลิฟต์ก็เปิดออก มันกดลิฟต์ไปที่ชั้น 74
เพียงไม่ถึงนาทีประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกคาายร่างนั้นเดินออกจากลิฟต์ เดินตรงไปตามทางที่ถูกปูด้วยพื้นไม้คอร์กที่ราคาค่อนข้างแพงแต่เข้ากันดีกับผนังสีเบจ มันเดินตรงไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวา หยุดอยู่ที่ห้อง 7414 มันใส่รหัสประตูและสแกนม่านตาอีกครั้ง ประตูห้องสีน้ำตาลอ่อนถูกเบิดออกอย่างช้าๆ แต่ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะทนความเนิบนาบของมันไม่ไหว พลันผลักมันและเดินเข้าไป
เมื่อประตูห้องปิดลง ชายผู้นั้นยืนพิงประตูอยู่ท่ามกลางความมืดถอนหายใจยาวเหยียด สายกระเป๋าสะพายค่อยๆ เลื่อนไหลลงมาจากบ่า ตัวกระเป๋าค่อยๆ กระทบพื้นช้าๆ เมื่อประตูบานนี้ปิดลง มันตัดขาดทุกสิ่งจากโลกภายนอก นี้คือโลกของมันมีเพียงมันเท่านั้น ชายผู้นั้นยืนพิงประตูอยู่เนิ่นนานจึงดีดนิ้วมือขึ้นทีหนึ่ง ภายในห้องที่มืดมิดค่อยๆ มีแสงสีส้มสว่างขึ้นเรืองรอง ไม่ถึงขั้นสว่างจ้า แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่ามืดสลัว แสงระดับนี้พอดีกับสายตาของมัน มันถอดเสื้อโค้ทออก ถอดรองเท้าออก แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นลงใส่อ่าง แล้วเปิดทำนองเพลงเศร้าๆ ฟังพลางแช่น้ำในอ่าง แล้วผล็อยหลับไป
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใดชายหนุ่มผู้นี้ถูกปลุกด้วยเสียงเรียกจากมอนิเตอร์ ติ๊ด...ติ๊ด มันค่อยๆ ลุกขึ้นจากอ่างแล้วเดินไปที่มอนิเตอร์ใกล้ประตูห้อง มันดูที่จอมอนิเตอร์เห็นเป็ภาพสตรีนางหนึ่งยืนกอดอกอยู่ มันจึงกดปุ่มหนึ่งแล้ว เอ่ยว่า “มีอะไร”
“... ‘มีอะไร’ ถามมาได้ นายทำภารกิจเสร็จแล้วทำไมไม่ไปรายงานตัวแต่กลับมาคลุกอยู่ในห้อง” สตรีนางนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนโทสะ
“ในลิสคนเข้าตึกก็ขึ้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้อง”
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้” สตรีนางนั้นะโใส่มอนิเตอร์
“...”
“โคลด์เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” สตรีนางนั้นกล่าวพลางออกแรงทุบประตู
โคลด์ถอนใจพลางเปิดประตู ทั้งๆ ที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผื่นเดียว ร่างกายส่วนที่พ้นผ้าออกมาก็เต็มไปด้วยหยดน้ำ
“นายอาบน้ำอยู่หรอ อาบต่อเถอะ” สตรีนางนั้นหน้าแดงแปร๊ดกล่าวพลางจะหมุนตัวเดินหนีแต่ถูกโคลด์กล่าวว่า
“นีน่า มีอะไร พูดมา” น้ำเสียงของโคลด์เย็นะเืบอกได้ถึงอารมณ์ของมันในตอนนี้ ทำนองเพลงชวนหลั่งน้ำตาดังออกมาจากห้องของโคลด์พาให้ผู้ได้ยินเศร้าสร้อยตาม
นีน่ายังคงไม่หันมาแต่เอ่ยปากกล่าวว่า “วันนี้มีนัดประชุมวางแผนตอน 10.00 น. ที่ชั้น 53 ...เอ่ออีก 21นาทีข้างหน้า”
“รู้แล้ว” โคลด์กล่าวพลางปิดประตู
...
ห้องประชุมชั้น 53 แม้ได้ชื่อว่าห้องประชุมแต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก เหมือนเป็ห้องรับแขกในบ้านเสียมากกว่า
เมื่อโคลด์เปิดประตูเข้าไปก็พบผู้ชายหกเจ็ดคนนั่งอยู่ตามมุมต่างๆ ของห้อง ไม่สุงสิงพูดคุยกัน มีเพียงผู้ชายสองคนเท่านั้นที่จับจองโซฟามันทั้งสองกำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่
ไม่นานนักก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความสงบ “นานมาแล้วที่ไม่ได้พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้” ชายสูงอายุผู้หนึ่งกล่าวพลางเดินเข้าห้องมา มันแต่งตัวเรียบง่ายสวมเสื้อคอเต่าและมีเสื้อกั๊กสีอ่อนทับอีกชั้นด้านนอกเข้ากับกางเกงสแล็คและผมทรงสลิคแบคที่สีดอกเลา บุคลิกและการแต่งตัวเช่นนี้ทำให้ชายผู้นี้ดูเหมือนชนชั้นสูงก็ไม่ปาน
เหล่าชายหนุ่มในห้องต่างลุกขึ้นโดยพลันและหันหน้าไปทางชายสูงอายุผู้นั้น ด้านหลังชายผู้นั้นมีสตรีสามคนเดินตามหลังมาติดๆ
“เอาละ ตามสบาย” ชายผู้นั้นกล่าวพลางนั่งลงที่โซฟาเดียวตัวหนึ่ง “วันที่ 29 นี้จะมีการเซ็นสัญญาพหุภาคี ผู้นำจากทุกประเทศในยุโรปจะมาที่เบอร์ลิน หน้าที่คุ้มกันพวกผู้นำไม่ใช่ภารกิจของเรา ภารกิจของพวกเราคือกำจัดกลุ่มคนเหล่านี้”
เมื่อชายสูงอายุกล่าวถึงตรงนี้สตรีทั้งหลายก็ส่งแฟ้มสีน้ำตาลอ่อนให้ทุกคนที่อยู่ในห้อง ภาพเป้าหมายสิบกว่าคนถูกแจกจ่ายถึงมือเหล่าบุรุษ “กลุ่มคนเหล่านี้เพิ่งผ่านตม. มาเมื่อ ๒วันก่อน คนล่าสุดเพิ่งผ่านมาเมื่อ ๕ ชม.ที่แล้ว เป้าหมายของเขาคือมกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์กที่เสด็จมาเบอร์ลินเป็การส่วนพระองค์กับครอบครัว” กล่าวถึงตรงนี้ชายสูงอายุก็ดึงรูปถ่ายสามใบออกมาวางเรียงบนโต๊ะวางกาแฟที่ทำจากไม้ฉำฉา แล้วเอานิ้วที่เรียวงามไร้รอยเหี่ยวย่นขัดกับอายุของเขาชี้ที่ภาพเหล่านี้แล้วกล่าวต่อว่า
“ชาย 3 คนนี้เป็สายลับ ถูกฝึกมาอย่างดีของ ISI*** ทีมแอลฟ้าจะเป็ฝ่ายสนับสนุน นี้เป็ภารกิจเร่งด่วน กลุ่มคนเหล่านี้มีลมหายใจในเบอร์ลินนานเท่าไรก็จะแพร่ความวิบัติมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นนับแต่ตอนนี้จนกว่าตัวกาลกิณีเหล่านี้จบชีวิตลง ให้เตรียมพร้อมรับคำสั่งอยู่ตลอด มีคำถามหรือไม่”
“ภารกิจบังคับเช่นนี้ท่านฮาเดสจะเพิ่มเงินให้พวกเราหรือไม่ขอรับ” ชายผู้หนึ่งกล่าววาจายียวน
“แน่นอน” ฮาเดสตอบพลางชายตามองสตรีผู้หนึ่งที่ยืนหลบอยู่มุมห้อง นางจึงนำซองกระดาษเดินแจกเหล่าชายหนุ่มทุกคนในห้อง “ภารกิจนี้เสร็จพวกเ้าจะได้ของกำนัลอีกชิ้น
ชายวาจายียวนผู้นั้นส่งเสียงอย่างพอใจ โคลด์เปิดซองดูตัวเลขแล้วก็ยืนพิงผนังหลับตา
“เอาล่ะถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ประชุมวางแผนกันได้ เอช แกคุมปฏิบัติการ” ฮาเดสกล่าวพลางลุกจากที่นั่งแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ที่มุมห้อง รินเหล้าเกล็นฟาคลาส【3】 ปี1955ลงในแก้วทรงมู่ทู่ สไตล์โบราณๆ ที่เข้ากับบุคลิกของมันเป็อย่างดี มันยืนพิงเคาน์เตอร์ค่อยๆ จิบเหล้าพลางมองดูชายหนุ่มที่กำลังสุมหัววางแผนกันด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนคุณปู่มองดูบุตรหลานวิ่งเล่นกันในสวนหลังบ้าน
ชายหนุ่มร่างกายกำยำคนหนึ่งเอ่ยว่า “เ้าชายลูเซียโน่เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและบุตรสาวอายุ 14 ปี พระองค์มีทีมอารักขามาจากเดนมาร์กอยู่แล้ว เราจะประสานงานกับทีมนั้น” ชายผู้นั้นกล่าวพลางชี้ที่แผนผังเซฟเฮาส์หลังหนึ่ง “ทีมแอลฟ้าตอนนี้ประจำพื้นที่แล้วกำลังกบดานอยู่นี้” เอชชี้ที่บ้านหลังหนึ่งห่างจากเซฟเฮาส์ของเ้าชายเพียงครึ่งไมล์ “ล่าสุดได้รับแจ้งมาว่าหนึ่งในพวกมันไปโผล่อยู่ที่ TV Tower ที่อเล็คซันเดอร์พลัทซ์ ในแผนการเดินทางของเ้าชายลูเซียโน่ พระองค์ต้องเดินทางไปที่อเล็คซันเดอร์พลัทซ์ในอีก 3 วันข้างหน้า”
“อเล็คซันเดอร์พลัทซ์ฝันร้ายของรปภ. ที่นั่นคนผ่านไปมา กว่า 360,000 คนต่อวัน” ซีโน่กล่าว
เอชเหมือนไม่ใส่ใจที่ซีโน่พูดมันกล่าวต่อไปว่า “ทั้งสองพระองค์มีแผนเสด็จที่อเล็คซันเดอร์พลัทซ์เวลา 10.00 น.โดยมีคณะรัฐมนตรีสองท่าน คอยต้อนรับอยู่ด้วย คาดว่ากลุ่ม ISI จะลงมือที่นั่น ดังนั้นเราต้องทำภารกิจให้เสร็จก่อนวันที่ 27 เวลา 9.00 น. ตอนนี้เรามีเวลา 72 ชั่วโมงในการตามล่าและกำจัดพวกมันซะ มีเวลาเตรียมตัว 20 นาที เจอกันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน เลิก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยมทูตชายหญิงทั้ง12 คนก็ทยอยเดินออกจากห้องประชุมไป ในเวลาเพียง 1 นาทีห้องก็กลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง ฮาเดสยังคนพิงเคาน์เตอร์ถือแก้วเหล้าอยู่ในมือ มุมปากมันยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ
...
โคลด์ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็เก็บของใช้ที่จำเป็เสร็จเรียบร้อย แน่นอนว่าอาวุธที่ถนัดมือก็รวมอยู่ในนั้นด้วย มันที่สวมเสื้อเทรนช์โค้ทพร้อมสรรพแต่กลับล้มตัวลงนอนบนที่นอนแทนที่จะออกนอกห้องไปซะอย่างนั้น
ติ๊ด...ติ๊ด เสียงดังจากมอนิเตอร์หน้าประตู แสดงว่าตอนนี้ต้องมีคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องมันแต่โคลด์เพียงแค่หันหน้าไปมองแต่ร่างกายไม่ขยับเขยื้อนสักนิด
ติ๊ด ติ๊ด เสียงยังคงดังต่อไป และต่อไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 5 นาที มันจึงลุกขึ้นยืนสะพายกระเป๋าเป๋ และหิ้วกระเป๋าดัฟเฟิลเปิดประตูออกไป
“ฉันกดเรียกนายไม่ได้ยินหรอ” เสียงผู้หญิงะโรอดดังผ่านประตูเข้ามาทันทีที่ประตูแง้มเปิดออกแต่โคลด์ไม่ได้สนใจเพียงสาวเท้าเดินดุ่มๆ ไปที่กดลิฟต์ ไม่ถึงนาทีประตูลิฟต์ก็เปิดออก
“นี่ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะโคลด์” ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามาในลิฟต์แล้วยืนพิงกำแพงมองหน้ามัน
“มีอะไร” โคลด์กล่าวพลางถอนหายใจ
“นี่นายคิดจะเมินฉันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นะหรอ นายยังไม่ให้อภัยฉันเื่นั้นใช่มั้ย”
มันไม่ตอบเพียงแต่ส่งเสียงฮึก ขณะนั้นลิฟต์ก็ถึงชั้นใต้ดินพอดี
“ฉันเกลียดลิฟต์นี้จริงๆ” นีน่ากล่าวพลางสาวเท้าตามโคลด์ออกไป
เมื่อโคลด์มาถึงใต้ดินทุกคนก็รออยู่แล้วแต่มันไม่ได้สนใจสายตาติเตียนที่มองมา มันยกกระเป๋าใส่ท้ายรถอย่างเป็ธรรมชาติแล้วเข้าไปนั่งข้างหลังรถคันหนึ่ง
“ชิ ถ้าไม่ใช่คำสั่งฮาเดส ฉันไม่มีทางร่วมทีมกับมันแน่” “คิดว่าตัวเองเก่งนักรึไง”
“เอาน่าขึ้นรถ” เอชกล่าว
รถSUVสีดำสี่คันแล่นตะบึงออกจากชั้นใต้ดินของตึก Commerzbank Tower ไม่นานนักก็ถึงท่าอากาศยานฟรังค์ฟวร์ทอัมไมน์เนื่องจากท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ตเป็สนามบินที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีผู้คนพลุกพล่านการจราจรติดขัดอย่างยิ่ง แต่กระนั้นรถSUVทั้งสี่คันก็สามารถผ่านเข้าไปยังลานจอดเครื่องบินได้อย่างง่ายดาย
เครื่องบินเจ็ท Global 7500【4】 ได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่นั่งสามสี่ที่ถูกปรับให้เป็ที่นอน โดยผู้ที่จับจองถือคติว่า “นอนหลับซะยามที่ยังหลับได้” เพราะไม่มีใครคาดการณ์เหตุสุดวิสัยที่จะเกิดขึ้นได้ ชีวิตเพชฌฆาตอย่างพวกเขาเมื่อสามารถประหัตปะาผู้อื่นได้ก็ง่ายที่จะถูกผู้อื่นหมายเอาชีวิตเช่นกัน
สมาชิก 8 คนในทีมบัดนี้หลับใหลไปเสียแล้ว แต่ผิดคาดที่โคลด์ยังคงลืมตาอยู่ มันกำลังนั่งเล่นมือถือ ที่หูสวมเฮดโฟนอยู่
“ทำอะไรอยู่” หญิงสาวคนหนึ่งเข้ามานั่งบนที่พักแขน เอาเฮดโฟนที่หูมันออกข้างหนึ่งพลางกระซิบถาม
โคลด์ชายตามองไปพบว่าเป็วิเวียนมันจึงตอบไปว่า “เล่น”
“เ็าจัง เสร็จงานนี้แล้วไปกินข้าวกันดีมั้ย” นางถามพลางเอานิ้วชี้ลูบไล้คางไล่ไปจนถึงลูกกระเดือกลงไปถึงกระดูกไหปลาร้า โคลด์ปัดมือนางออกไปอย่างไร้ไมตรีกล่าวว่า “ไสหัวไป” เสียงมันไม่เบาไม่ดังแต่ทุกคนในเครื่องที่เงียบสงบได้ยินชัดเจน
บัดนั้นมีชายร่างใหญ่คนหนึ่งมันเอามือโอบแก้มก้นนางแล้วกระชับร่างนางเข้ามาแนบตัวกล่าวขึ้นว่า “อย่าสนใจคนไร้ิญญาอย่างมันเลย มาเล่นกับพี่ดีกว่ามั้ยจ๊ะวิเวียน”
“แค่ออโต้ลูปก็ไม่สู้แล้ว แกมันใช้ไม่ได้” นางกล่าวพลางหมุนตัวออกจากอ้อมกอดชายร่างใหญ่อย่างคล่องแคล่วยกศอกขึ้นใช้แรงหมุนฟากก้านคอชายร่างใหญ่ แต่พลันชายผู้นั้นเอาฝ่ามือมากั้นไว้ มันใช้มืออีกข้างช้อนไปหมายจะโอบเอวนางแต่พลันนางใช้ขาแตะมือข้างนั้นออก
“หยุดๆ ถ้าข้าวของเสียหายฮาเดสได้ให้พวกเราหารกันจ่ายแน่” เอชเดินมาห้าม
วิเวียนเดินหลบไปนั่งที่ตนจัดเสื้อผ้าแล้วตรวจดูเล็บมือตน
เอชเห็นชายร่างใหญ่ไม่สบอารมณ์มันจึงเอามือตบบ่ามันพลางกล่าวว่า “เอาน่าฮ๊อก วิเวียนก็เป็แบบนี้แหละ”
ตอนนี้ฮ๊อกอายจนกลายเป็โกรธไปแล้ว หน้ามันเดิมทีก็คล้ำๆ อยู่แล้วตอนนี้ทั้งแดงทั้งดำปนกันดูไม่ได้อย่างยิ่ง
“ไอ้นี่มันมีดีที่ตรงไหน ผู้หญิงถึงได้ชอบมันนัก แม้แต่ภารกิจที่ต้องโดนลูบคลำหน่อยมันยังไม่รับซักงาน รู้ได้ไงว่ามันเก่งกว่ากู” ฮ๊อกะโลั่นเครื่อง
วิเวียนยังคงมองดูเล็บมือไม่ชายตามองชายร่างใหญ่ตอบอย่างไม่ยี่หร่าว่า “ค่าความทรหด...ของร่างกาย”
เมื่อได้ยินคำนั้นฮ๊อกก็พูดไม่ออกกลับไปนั่งที่แต่โดยดี
ทุก 3 ปีอัสทราเอีย【5】จะมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเ้าหน้าที่ทุกคน โดยจะทดสอบความคล่องตัว ความอดทน การคิดวิเคราะห์ การเอาตัวรอดฯ ตลอดจนความอึดในเื่บนเตียงด้วย...
อัสทราเอียเป็องค์กรรับจ้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอนดอน งานรับจ้างที่ว่านี้ส่วนมากแล้วจะเป็งานปลิดชีวิตคนซะส่วนมาก ที่คู่เคียงกันกับงานฆ่าคนก็คืองานคุ้มกัน งานสองประเภทนี้อยู่ในท็อปลิสต์ของความ้าผู้ว่าจ้าง ส่วนงานโจรกรรมนั้นติดอันดับสาม อัสทกำลังเอียเป็องค์กรที่เป็อิสระไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลไหน ขอเพียงมีเงินจ่ายจะไม่ถามที่มา ไม่ถามเหตุผล
นอกเหนือจากการรับจ้างแล้วอัสทราเอียยังขายข้อมูลอีกด้วย แน่นอนว่าข้อมูลที่ได้จากอัสทราเอียคือการตีตราอย่างดีว่าไม่มีผิดพลาด เพราะที่สำคัญพอๆ กับเงินก็คือชื่อเสียง อัสทราเอียมีชื่อเสียงที่สั่งสมมานับร้อยปีเป็การตีตราอย่างดี
นอกจากสามรายการที่เป็รายได้หลักด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแล้วอัสทราเอียยังมีงานอีกรูปแบบหนึ่งที่พ่วงเข้ามาด้วยแบบไม่เป็ทางการ และนี้เป็เหตุผลหนึ่งที่ต้องทดสอบครอบคลุมมากมายยันความอึดของท่อนล่าง
นอกจากความสามารถในการคุ้มกันแล้วมักจะมีอีกเื่พ่วงเข้ามาด้วยนั้นก็คือเื่เซ็กส์โดยมีสโลแกนเฮ่ยๆ ว่า จะดีแค่ไหนหากท่านมีบอดี้การ์ดและผู้ให้ความสำราญอยู่ในคนคนเดียวกัน หมดยุคที่จะต้องทนเห็นบอดี้การ์ดหุ่นล่ำบึกหน้าบอกบุญไม่รับแล้ว ยุคนี้คือยุคบอดี้การ์ดหน้าหยก งานบอดี้การ์ด + เซ็กซ์เวิร์กกำลังอร์ นี้เป็อีกหนึ่งจุดขายรายได้ดีติดท็อปเท็นในการบริการของอัสทราเอีย
แน่นอนว่ายามที่เลือกบอดี้การ์ด จะเขียนคุณลักษณะเฉพาะตัวบุคคลไว้พร้อมสรรพ นามแฝง อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก รอบเอว รอบอกฯ ขนาดทางกายภาพทุกสัดส่วน หัวข้อต่อมาเป็ความสามารถ ความแม่นยำในการยิง ระยะไกล ความสามารถในการต่อสู้ประชิดตัว ภาษาที่พูดได้ ภาษาที่อ่านได้ ตลอดจนทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในเื่บนเตียงก็มีอยู่ในนั้นด้วย
อัสทราเอียสามารถให้ข้อมูลบุคคลได้มากกว่าที่เ้าตัวจะล่วงรู้เองเสียอีก
แน่นอนว่าส่วนมากแล้วผู้ว่าจ้างจะไม่ค่อยระบุเจาะจงตัวสักเท่าไร เพราะหากเจาะจงตัวจะเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้นในงานนั้นๆ ถึง 30%
ส่วนทางฝั่งเ้าหน้าที่อัสทราเอียจะมีการแบ่งสันแจกจ่ายงานที่เที่ยงธรรมอย่างน่าประหลาด และแบ่งค่าตอบแทนที่คุ้มค่าจนไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ส่วนมากแล้วเ้าหน้าที่จะเลือกรับภารกิจเองซะมากกว่า
และแน่นอนว่าโคลด์เลือกรับแต่ภารกิจที่หลีกเลี่ยงในเื่อย่างว่า ซึ่งอัสทราเอียก็ได้จัดแบ่งหัวข้อในการค้นข้อมูลไว้อย่างดีเยี่ยมว่าภารกิจแต่ละประเภทนั้นเ้าหน้าที่ที่จะรับภารกิจนั้นจะต้องมีทักษะอย่างไรบ้าง ถ้าไม่มีทักษะในเื่นั้นอัสทราเอียก็จะตัดออกจากแอคเคาท์การสืบค้นของคนนั้นไปเพื่อรักษาสภาพจิตใจของเ้าหน้าที่
ภารกิจของอัสทราเอียนั้นมีทั้งงานหลักและงานรอง งานหลักจะเป็ภารกิจที่เสี่ยง อันตรายอย่างงานฆ่าคน งานคุ้มกัน งานโจรกรรม งานสืบข่าว
ส่วนภารกิจรองนั้นเป็ภารกิจที่ยืดยาว ยืดเยื้อที่น่าเบื่อ เ้าหน้าที่ส่วนมากมักจะไม่ค่อยรับภารกิจแบบนี้กัน แม้ภารกิจแบบนี้จะได้เงินมากตามความคุ้มค่าทางด้านเวลาที่ต้องเสียไปก็ตาม ภารกิจรองส่วนมากจะเป็งานแฝงตัวมีทั้งแบบเต็มตัว (Whole body) และแบบส่วนเดียว (Only part)
แบบเต็มตัวนี้จะไม่สามารถรับภารกิจอื่นได้อีกจนกว่างานจะเสร็จ อย่างเช่นการแฝงตัวเข้าไปในกลุ่ม ISI ทำงานเป็มือเป็เท้าให้พวกมันแล้วส่งข่าวกลับมาเป็ระยะๆ
แบบเพียงส่วนเดียว จะยังคงรับภารกิจอื่นได้อย่างการปลอมตัวเป็นักศึกษาอเมริกันในปารีส ตลอดจนปลอมภารโรงในสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ
คนพวกนี้ถูกฝึกมาให้ล่องหนเหมือนละอองฝุ่นในยามที่พวกเขา้าแฝงตัว และโดดเด่นจรัสเฉิดฉายเป็ดาวค้างฟ้าในยามที่พวกเขา้าดึงความสนใจ
เ้าหน้าที่ระดับพระกาฬของอัสทราเอียเป็ได้ทุกอย่างที่พวกเขา้าเป็ ไม่มีใครรู้ใบหน้าผู้บัญชาการสูงสุด ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ
สาขาของอัสทราเอียที่แฟรงก์เฟิร์ตนั้นเป็เพียงสาขาเล็กๆ ของเครือข่ายอัสทราเอียเท่านั้น หัวหน้าสาขาแต่ละที่จะถูกเลียกว่า ฮาเดส เ้าหน้าที่เหล่านี้กระจายกำลังออกไปตามเมืองใหญ่ในยุโรปกว่า 83 แห่ง ทำงานน้อยใหญ่ต่างๆ ตามความสามารถ แต่เ้าหน้าที่ระดับพระกาฬนั้นมีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับเ้าหน้าที่ทั้งหมด และส่วนหนึ่งของเ้าหน้าที่เ่าั้ อยู่ในเครื่องลำนี้ 5 คน เ้าหน้าที่เหล่านี้น้อยครั้งนักจะได้ออกปฏิบัติภารกิจร่วมกันบางคนก็เพิ่งเคยเห็นหน้ากันเป็ครั้งแรก
แน่นอนว่าก่อนร่วมงานทุกคนย่อมสืบข่าวของเพื่อนร่วมทีมมาในระดับหนึ่ง และย่อมมีบ้างที่อยากจะทำความรู้จักมากขึ้นอย่างที่วิเวียนทำ ไม่แปลกอะไรที่หญิงอย่างเธอจะสนใจโคลด์ เพราะโคลด์ติดท็อปลิสต์แทบทุกรายการฝึกและแน่นอนว่าค่าความทรหดที่วิเวียนพูดถึงคงจะเป็เื่อย่างว่า
เมื่อเธอสะกิดถึงความต่างชั้นกันเช่นนี้ก็ไม่มีใครฮึดฮัดกับบุคลิกและนิสัยของโคลด์อีก นิสัยที่แปลกประหลาดอันเป็ที่โจษจันกันของโคลด์นอกจากที่จะรับงานที่หลีกเลี่ยงเื่บนเตียงแล้ว โคลด์ยังเลือกรับงานที่ไม่มีปูมหลังอีกด้วย ถ้าจะพูดให้ละเอียดคือ ฆ่าแต่คนชั่ว ส่วนมากโคลด์จะเลือกรับงานคุ้มกันซะมากกว่าแต่มันก็เลือกคุ้มกันแต่คนที่มือสะอาดอีกนั่นแหละจนได้ฉายาในวงการว่า “นักบุญปีศาจ”
ระยะเวลาเพียงชั่วโมงเศษที่อยู่บนน่านฟ้า เครื่องเจ็ท Global 7500ก็ได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานเบอร์ลิน เทเกล เมื่อเครื่องลงจอดแล้วก็มีรถ SUVสี่คันจอดรออยู่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการประสานงานอย่างดีของทีมแอลฟ้า
หนึ่งในคนขับรถที่ยืนรออยู่ตรงบันไดเครื่องบินกล่าวว่า “ตอนนี้ทีมแอลฟ้าสืบรู้แหล่งกบดานของกลุ่ม ISI แล้วขอรับ พวกผมจะพาไปส่งที่โกดังเพื่อประชุมแผน”
ฮ๊อกที่เดินลงจากเครื่องมาเป็คนแรกได้ยินดังนั้นก็กระซิบข้างหูชายที่รายงานผู้นั้นว่า “ไอ้ไก่อ่อน ถ้าพวกมันดักฟังอยู่แกจะว่ายังไง”
ไก่อ่อนผู้นั้นตัวสั่นเป็เ้าเข้าละล่ำละลักกล่าวว่า “ผม...ผมเช็ดรถและตรวจร่างกายแล้ว ไม่มีเครื่องดักฟังครับ”
“เอาน่าอย่าแกล้ง” เอชกล่าวพลางตบไหล่ฮ๊อก
มือเพชฌฆาตประสบการณ์สูงทั้ง12 คนเดินลงมาจากเครื่องบินขึ้นเหมือนเดินแฟชั่นโชว์ในสายตาของเหล่าเด็กใหม่ พวกมันเป็ทั้งแบบอย่างและเป็ทั้งแรงบันดาลใจให้เหล่าเด็กใหม่
“มองอะไร ไปได้แล้ว” ฮ๊อกะโ
“ครับ” ไก่อ่อนทั้งหลายรับคำแล้ววิ่งขึ้นรถ
จากสนามบินถึงโกดังที่ว่านั้นกินเวลาไม่ถึง 20 นาที นั้นอาจเป็เพราะเหล่าตีนผีไก่อ่อนได้ััไอสังหารและสายตาที่เย็นะเืของนักฆ่าเหล่านี้ก็เป็ได้
เมื่อประตูโกดังใหญ่เปิดออกก็พบเ้าหน้าที่ทีมอัลฟ่าสี่นายยืนต้อนรับรอสรุปงานอยู่หน้าโต๊ะตัวใหญ่ ภายในโกดังนั้นเต็มไปด้วยอาวุธทุกชนิดที่สามารถปลิดชีวิตคนหนึ่งคนได้จนตลอดถล่มเรือทั้งลำ เรียกว่าคลังสรรพาวุธของอัสทราเอียน่าจะเหมาะกว่า
เอชเดินนำเข้าไปกล่าวทักทายพอเป็พิธีแล้วก็เข้าเื่
“ตึกหลังนี้คือสถานที่ที่พวกกลุ่มISIใช้เป็สถานที่กบดาน มันเป็อาคารเก่า 5 ชั้นที่ทรุดโทรมรอรื้อทิ้งในย่านเมืองเก่า ไม่ค่อยมีใครอาศัยอยู่สักเท่าไร” เ้าหน้าที่ทีมแอลฟ้าผู้หนึ่งอธิบายรายละเอียดผัง “ทางออกชั้นล่างมีสามทาง บันไดขึ้นลงหนึ่ง มีตึกสองหลังด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ที่สามารถสุ่มยิงได้ จากการตรวจจับความร้อนมีคนอยู่ในอาคาร 13 คน ดาดฟ้า 1 ประตูทิศใต้สอง และคาดว่าน่าจะมีสายสุ่มอยู่ที่ถนนอีก 3-4 คน”
“แจ็กตึกตะวันออก ไลอันตึกทางใต้ ซีโน่ วิเวียนใช้อาคารด้านซ้ายเข้าทางดาดฟ้า ที่เหลือตามฉันเข้าทางชั้นล่าง” เอชพูดพลางชี้จุดในผัง
“ทีมแอลฟ้าจะตัดสัญญาณและรบกวนการสื่อทั้งหมด ให้เปลี่ยนไปใช้คลื่นดาวเทียม” เ้าหน้าที่ทีมแอลฟ้าผู้หนึ่งกล่าว
“มีสายของเราในนั้นหรือไม่” เอชถาม
“ไม่มี”
นักฆ่าทั้ง 12 คนเปลี่ยนชุดสวมเสื้อเกาะ และเลือกสรรพาวุธที่เหมาะมือทั้งยังติดวิทยุดาวเทียม ไม่นานนักทีมปฏิบัติการก็พร้อม
...
รถSUVสีดำสี่คันเคลื่อนตัวอีกครา ก่อนถึงเป้าหมายครึ่งไมล์ รถกลับจอดให้ทุกคนลงและออกเดินเท้า กำจัดเป้าหมายที่ซุ่มอยู่ทางเข้าอย่างเงียบๆ แจ็กและไลอันแยกกันไปที่ตึกพร้อมสไนเปอร์ ทีมปฏิบัติการแยกเป็สองแถว แถวละห้าคน
ตอนนี้เป้าหมายยังไม่รู้ตัว ทีมปฏิบัติการตอนนี้รออยู่ที่มุมตึก ซีโน่และวิเวียนแยกออกจากทีมขึ้นตึกใกล้เคียง
แจ็กประจำที่แล้ว
มุมชัดดีมั้ยแจ็ก
ชัดดี มีคนในอาคารชั้นสอง 3 คน ชั้นสาม 11 คน
เพิ่มขึ้นจากรายงานนะ ไลอันคุณใกล้ถึงรึยัง
ประจำตำแหน่งแล้ว มุมพอได้ แต่มีลมตีขึ้น
โอเค ซีโน่ทางคุณเป็ยังไงบ้าง
กำจัดเป้าหมายที่ดาดฟ้าเรียบร้อย ซีโน่ วิเวียน ประจำตำแหน่ง
โอเค ทางคุณรอ 30 วิ ที่เหลือบุกได้ ย้ำ บุกๆ
เมื่อคำสั่งพิฆาตถึงหูเหล่าเพชฌฆาต แจ็กและไลอันก็สาดะุยิงหัวเป้าหมายแม่นเหมือนเล่นปาเป้า ทีมปฏิบัติการบุกสั่งการเป้าหมายชั้น 1 เรียบร้อยเมื่อขึ้นบันไดถึงชั้นสอง ก็พบศพคนนอนตายอยู่สี่ศพ ผลมาจากมือสไนเปอร์
ตุ๊บๆ “ะเิมือ หลบเร็ว” เอชร้องะโ ทุกคนหาที่หลบอย่างรวดเร็ว แม้แต่โต๊ะและเก้าอี้ที่ในยามปกติใครเห็นก็จะไม่นั่งก็ถูกใช้เป็ที่กำบัง
ตู๊ม ฝุ่นผงแตกกระจายพาให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าเป็สีขาวโพลน หูอื้อได้ยินไม่ชัด แต่พวกกลุ่มISI 5 คนไม่รอช้า สาดะุนับไม่ถ้วนใส่ ทีมปฏิบัติการทันที
อุ๊ก เสียงชายคนหนึ่งร้องไม่ดังนัก เสียงะุปืนนับไม่ถ้วนดังเซ็งแซ่ ทีมปฏิบัติการแม้เพิ่งถูกะเิปาใส่และวิสัยทันพร่ามัวแต่ก็ตั้งตัวและยิงโต้ตอบได้ทันที
เมื่อทัศนวิสัยเริ่มมองเห็นชัด กลุ่มISIก็ล้มลงนอนจมกองเืเสียสิ้นแล้ว
“ขอบคุณฉันซะนะ ไม่งั้นพวกนายพรุนเป็เทือกเขาแอลแน่” ซีโน่กล่าว พลางเดินลงจากบันไดพร้อมวิเวียน
“มีใครได้รับาเ็ไม๊” เอชถามพลางกวาดสายตามองทุกคน คริสกับเคลวินกำลังตรวจสอบศพแต่ละศพ คูเปอร์ ฮ็อก และเกรซเดินขึ้นไปดูชั้นบน โคลด์ยืนอยู่ริมหน้าต่างดูบางอย่างด้านล่าง นีน่ายืนคุยกับวิเวียนอยู่
“...” “ดูเหมือนฉันจะปวดหัวเล็กน้อยนะ” คริสตอบพลางหัวเราะ
“ไม่มีใครเป็ไรนะ” เอชกล่าวแล้วก็วิทยุบอกว่า เป้าหมายถูกกำจัดแล้ว ย้ำเป้าหมายถูกกำจัดแล้ว
รับทราบแล้ว ทีมปฏิบัติการถอนกำลังได้ แอลฟ้าทีมจะถึงพื้นที่ในอีก 2 นาที
“หน่วยเก็บกวาดมาแล้ว ไปกันเถอะ” ซีโน่กล่าวพลางเดินนำหน้า คนอื่นๆ เดินตามลงไป โคลด์เดินอย่างเชื่องช้าตามลงไปหลังสุด
“เป็อะไรหรอ” วิเวียนถามโคลด์
โคลด์ส่ายหัวพลางเดินไปขึ้นรถบรรทุกของทีมแอลฟ้า หยิบที่ประคบเย็นมา ถอดชุดเกาะออกเหลือแต่เสื้อลูสเน็คแล้วประคบหน้าอก
“นี้นายโดนยิงหรอ” วิเวียนถามพลางเลิกเสื้อโคลด์แต่โดนมันปัดมือออก
“ให้ฉันดู ถึงจะโดนเสื้อเกราะแต่ซี่โครงอาจหักได้”
“อย่ามายุ่ง”
นีน่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักได้ยินเข้าก็เดินเข้าไปคิดจะถามไถ่อาการแต่โคลด์เดินหลบออกมาซะก่อน “วุ่นวาย”
“ดูเหมือนตอนที่ะเิ โคลด์จะยืนอยู่หน้าฉันพอดี ทั้งๆ ที่ตอนขึ้นบันไดเขาอยู่หลังเอช...หรือว่า”
ทีมแอลฟ้าคุมพื้นที่รอบ 12 ่ตึกไว้หมดแล้ว พื้นที่สีเขียว ย้ำพื้นที่สีเขียว
เมื่อเสร็จภารกิจแล้วยามปกติทีมปฏิบัติการต้องไปรายงานตัวกับฮาเดสที่สาขาใกล้เคียงเพื่อป้องกันผลลัพธ์ลวงหรือเ้าหน้าที่ถูกขู่บังคับให้แจ้งผลปฏิบัติการเท็จและเหตุผลอีกมากมายต่างๆ นานา แต่ในกรณีที่ร่วมงานเป็ทีมเช่นนี้ ไม่จำเป็ต้องเข้าไปรายงานก็ได้เพราะทีมแอลฟ้าสามารถรายงานแทนได้
โคลด์ถอดชุดปฏิบัติงานและเครื่องมือออกหมดแล้วก็ส่งให้ทีมแอลฟ้า แล้วก็คว้าเอารถคันหนึ่งแล้วขับออกไป
เอชและคนอื่นๆ ได้แต่มองตาม
“นิสัยแย่จริงๆ” “ไม่มีใครเท่ามันแล้ว”
“เอาน่าๆ พวกเราก็ไปกันบ้างเถอะ” เอชกล่าวยังไม่ทันจบก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งถูกขับออกไป เห็นแผ่นหลังรางๆ เป็เกรชนั้นเอง
“เห็นเธอไม่ค่อยพูด แซ่บยั่วยวนใช้ได้” “เฮ้อ เสียดายฉันไม่ได้พูดกับเธอสักคำ”
...
โคลด์มันขับรถกลับมาที่โกดัง เอากระเป๋า เปลี่ยนชุด และเก็บกระเป๋าดัฟเฟิลเข้าเล็อกเกอร์ที่มุมโกดัง สะพายเป๋กลับขึ้นรถทั้งหมดนี้กินเวลาเพียง 5 นาที โคลด์ออกรถไปราวกับลมหอบหนึ่ง ที่ที่มันไปก็คือโรงแรมGrand Hyatt Berlinที่ตั้งอยู่ห่างจากประตูบรันเดินบวร์คไม่ถึงไมล์
มันเดินเข้าไปในโรงแรมสุดหรู เข้าไปที่เคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ
“ผมเฮนลี่ บัลลัคมีคนฝากของถึงผมหรือไม่ครับ”
“มีค่ะ คุณบัลลัค เป็กุญแจห้อง 1107 พนักงานจะพาไปนะคะ” พนักงานต้อนรับส่งกุญแจให้เบลบอย
“เชิญทางนี้ครับคุณผู้ชาย” เบลบอยกล่าวพลางรับกระเป๋าจากมือโคลด์ไปถือ
โคลด์เดินตามเบลบอยไปจนถึงห้องหนึ่ง “ห้องนี้ครับ”
“ไม่ต้อง ฉันเข้าไปเอง” โคลด์กล่าวพลางยัดทิปใส่มือหนุ่มน้อยรับกระเป๋ามา
ติ๊ด โคลด์เอาคีย์การ์ดเสียบแล้วเปิดประตูออก ภายในห้องเต็มไปด้วยช่อดอกไม้มีตุ๊กตาบ้างประปราย โคลด์เดินผ่านสวนช่อดอกไม้เข้าไปด้านในวางกระเป๋าแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา
ตอนนี้เป็่บ่ายแก่ๆ มันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องั้แ่เช้า แต่ก็คล้านที่จะลุกออกไปหาอะไรลงท้อง มันนอนอยู่เช่นนั้นจนหลับไป
ติ๊ด ประตูห้องเปิดออกและปิดลง มีหญิงสองคนเดินเข้ามา คนแรกสวมใส่ชุดเดรส A-Line สีแดงสด สวมรองเท้าส้นสูง คนที่สองสวมใส่ชุดสูทสีเทาธรรมดา เมื่อสตรีชุดเดรสเดินผ่านสวนช่อดอกไม้ย่อมๆ มาแล้วเห็นโคลด์นอนแผ่หลาอยู่ที่โซฟาก็ทำมือเป็นัยให้คนข้างหลังออกไป
เมื่อไม่มีใครแล้วหญิงผู้นั้นก็ก้มตัวลงจุมพิษที่ริมฝีปากของโคลด์ ปอยผมสีน้ำตาลของนางตกลงตามแรงโน้มถ่วงลงบนใบหูของโคลด์ นางยังคงเอาลิ้นรุกไล่เลียริมฝีปากของชายหนุ่มต่อไปทั้งๆ ที่หลับตาอยู่ ตอนนั้นเอง เอวของนางรู้สึกเหมือนมีมือทาบลงลูบไล้ลงต่ำ นางลืมตาขึ้นถอนริมฝีปากออก
“เฮนลี่ตื่นแล้วหรอคะ” นางเอ่ยถามพลางนั่งลงที่โซฟา
“อืม เพิ่งกลับมาหรอ” โคลด์ถามทั้งๆ ที่นอนอยู่
“ถ่ายงานเพิ่งเสร็จ วันนี้ปิดกล้อง นายไปอาบน้ำก่อน” นางพูดพลางดึงแขนโคลด์ให้ลุกขึ้น “ตัวมีแต่ฝุ่น เหม็นมาก”
นางฉุดกระชากลากถูโคลด์ไปจนถึงห้องน้ำได้สำเร็จ โคลด์พูดขณะกำลังถอนเสื้อผ้าว่า “เอล...เสร็จแล้วไปกินข้าวกัน”
“ได้สิ” เอลล่าตอบ
โคลด์เปิดน้ำลงอ่างแล้วเข้าไปแช่ สีหน้ามันดูเหนื่อยล้ามาก ใบหน้ามันไม่ยิ้มเลย เอลล่ามองโคลด์ผ่านช่องประตูในมือถือเสื้อผ้าที่พับเรียบร้อยชุดหนึ่ง นางแอบมองโคลด์อยู่เนิ่นนานเห็นโคลด์ลงไปแช่น้ำตัวแทบไม่กระดุกกระดิกก็คิดว่าโคลด์จะผล็อยหลับไปจึงเปิดประตูห้องน้ำแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“เฮนลี่ นี่เสื้อผ้านายค่ะ”
โคลด์สะดุ้งแต่ก็เก็บอาการได้ดี มันลอบลุกขึ้นทั้งๆ ที่ร่างเปลือยเปล่าเดินไปยังห้องอาบน้ำฝักบัว “อื้อ”
เอลล่ายังคงยืนจ้องโคลด์อยู่ ครู่หนึ่งนางถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินเข้าไปในห้องฝักบัวด้วย หยิบฟองน้ำมาถูกหลังให้โคลด์
“สินค้ามีปัญหาหรอ ดูนายเหนื่อยๆ”
โคลด์หมุนตัวกลับมามองหน้าเอลล่า ใช้มือขวาโอบท้ายทอยนาง ใช้มือซ้ายโอบเอวแล้วประกบริมฝีปากทั้งยังกัดแทะไปถึงใบหู “มีงานซ้อนเข้ามาน่ะ”
ทั้งคู่อาบน้ำนานเกือบชั่วโมงจึงเสร็จ ทั้งกว่าจะเช็ดตัวแต่งตัวให้กันเวลาก็ล่วงเลยเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว ร้านอาหารนอกโรงแรมมีไม่กี่แห่งที่เปิดทั้งคู่เลยเลือกดินเนอร์กันที่ภัตตาคารในโรงแรมแทน
โคลด์และเอลล่าแต่งตัวสบายๆ โคลด์สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงชิโนน้ำเงินเข้ม และทับด้วยเสื้อเบลเซอร์สีเดียวกับกางเกง เอลล่าสวมเสื้อคัทโซสีอ่อนที่เข้ากันกับกระโปรงมิดี้สเกิร์ต
เอลล่าเอามือควงแขนโคลด์แล้วเดินไปยังภัตตาคาร ระหว่างทางจากห้องจนถึงโต๊ะอาหารในภัตตาคาร แม้ระยะทางจะไม่ไกลเท่าไรนัก แต่สายตาของบริกรและแขกที่มาเข้าพักต่างจับจ้องมองมา ถ้าพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือ สายตาพวกนั้นจับจ้องมาที่เธอ
“ผมไม่ชินสักที เหมือนผมทำอะไรผิดเลย” โคลด์กระซิบ
“สักพักนายก็จะชินไปเอง”
“นี้สองเดือนแล้วนะ”
“เพิ่งจะสองเดือนเอง”
โคลด์ถอดถอนใจพลางดูรายการอาหารมันสั่งซี่โครงหมูซอสและสลัด ส่วนเอลล่าสั่งหอยเอสคาโก้อบเนยและแชมเปญแชมเปญ
“ถอนใจทำไมคะ ไม่ชอบหรอที่แฟนเป็ซูเปอร์สตาร์”
“ผมไม่ชอบที่คุณถ่ายแบบในชุดว่ายน้ำ”
“เฮนลี่ คนอื่นเขาก็ถ่ายกับแบบนี้ เราคุยเื่นี้กันกี่ครั้งแล้ว” โคลด์ถอนใจเอาหลังพิงพนักเก้าอี้ “พรุ่งนี้เย็นฉันมีงานที่ฮัมบวร์ค นาย...จะไปด้วยกันมั้ย” เอลล่าถามพลางจับมือโคลด์
“ผมจะกลับอพาร์ทเม้นท์”
“นายเป็แบบนี้ตลอด ฉันจะไม่...” เอลล่าพูดยังไม่ทันจบ บริกรก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี
“ขออภัยครับ อาหารที่สั่งได้แล้วครับ” บริกรเสิร์ฟซี่โครงหมูซอสให้โคลด์และเสิร์ฟหอยเอสคาโก้อบเนยให้เอลล่า บริกรกำลังรินแชมเปญแต่ถูกเอลล่ายกมือเป็เชิงห้าม มันโค้งศีรษะแล้วหลบไป
“เฮนลี่...” เอลล่ากำลังจะเอ่ยปากพูดแต่ถูกโคลด์กล่าวแทรกว่า “เอลล่า พรุ่งนี้เช้ามีคิวงานที่ไหนมั้ย ผมจะพาคุณไปที่หนึ่ง”
“วันเสาร์นี้แม่จะมาจากบูดาเปสต์ ฉันต้องยกเลิกงานถ่ายโฆษณา่เช้าที่ฮัมบวร์ค” เอลล่ามองโคลด์แล้วถามต่อว่า “นายจะพาฉันไปที่ไหน”
โคลด์หน้าถอดสีแต่มันก็เก็บกิริยาได้ดีทีเดียว มันนิ่งไปครู่หนึ่งจึงถามกลับไปว่า “พรุ่งนี้แม่คุณจะมาหาที่นี้หรอ”
“ใช่” เอลล่าตอบ
“ผม...”
“นายหลบไม่ได้”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ ฉันยอมบอกนายก่อนก็ดีเท่าไรแล้ว ฉันเตรียมสูทไว้ให้ชุดหนึ่ง”
โคลด์ถอนใจเอามือนวดขมับ “ผมไปห้องน้ำแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวมา” ว่าแล้วมันก็ลุกจากเก้าอี้เดินไปห้องน้ำทันที
“...” เอลล่าถอนใจ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตอนนั้นเองมันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์โคลด์เลยเอื้อมมือไปหยิบเอามาดู เอลล่าไล่อ่านอีเมลและแชทต่างๆ ทั้งไล่ดูภาพ บันทึกการโทรอย่างรวดเร็ว ครูหนึ่งก็รีบวางคืนไว้ในตำแหน่งเดิม แล้วหยิบหอยเอสคาโก้ขึ้นมาดูด ไม่นานนักโคลด์ก็กลับมานั่งที่ ไม่พูดไม่จาลงมือหั่นซี่โครงหมู่กิน
อาหารจานหลักหมดลงไปแล้วก็ยังไม่มีใครพูดขึ้นก่อน จนบริกรมาเก็บจานช้อนแล้วเสิร์ฟสลัด โคลด์ถึงพูดขึ้นว่า
“แม่คุณจะมาค้างที่นี้รึเปล่า”
เอลล่าที่กำลังสนใจกับการตักสลัด ก็เหลือบตามองโคลด์แล้วพูดว่า “แม่ฉันไปไหนมาไหนยิ่งกว่าฉันอีก นายคิดว่าท่านจะนอนโรงแรมนี้นะหรอ”
โคลด์หลบตาไม่มองเอลล่าแล้วรีบตักสลัดเข้าปากไป
“นายอย่ากังวลมากเลย ท่านไม่เอานายไปเฉือนหรอก”
“รู้สึกเหมือนโดนแกล้งเลย”
เอลล่าหลุดขำเล็กน้อยแล้วก็พูดว่า “แม่ฉันอาจจะชอบนายก็ได้นะ เพราะนายเหมือนพี่ชายฉันมาก”
“พี่เธอก็จะมาด้วยหรอ”
“ไม่มาหรอก แม่ฉันให้พี่ดูแลงานที่ยูเครน”
“อ้อออ”
...
*รถไฟเฮาปท์บาห์นอฟ หรืออีกชื่อคือสถานีกลางเบอร์ลิน (เยอรมัน: Berlin Hauptbahnhof) เป็หนึ่งในสถานีรถไฟหลักที่สำคัญที่สุดในกรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมนี และยังเป็สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
**หมวกกะปิเยาะ เป็หมวกกะปิเยาะเป็หมวกที่ชาวมุสลิมนิยมสวมใส่เป็ประจำ
*** หน่วยข่าวกรองของปากีสถาน (Inter-Services Intelligence) เป็องค์กรที่ทำงานด้วยความก้าวร้าวและมีความทะเยอทะยานสูงในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจและการเมืองระดับชาติ
【3】GLENFARCLAS 1955 ชื่อเหล้า
【4】เครื่องบินเจ็ท Global 7500 เครื่องบินส่วนตัว นั่งได้สูงสุด 19 คน
【5】อัสทราเอีย เทพีอัสทราเอีย (Astraea) เป็เทพีในตำนานเทพปกรณัมกรีกที่ได้รับการบรรยายว่าเป็เทพีแห่งความยุติธรรม เทพีที่รักความสงบ