นับั้แ่วันที่วันที่เกิดเหตุที่ตึกร้าง ตูนและเคก็ช่วยกันรวบรวมหลักฐานความเลวของเสี่ยเน่าพ่อของเอิร์ธมาตลอด หลายคนอาจจะกำลังคิดว่า แค่เด็ก ม.3 เพียง 2 คน จะไปทำอะไรที่เวอร์วังขนาดผู้ใหญ่ยังทำอะไรไม่ได้แบบนั้นได้ยังไง แต่คุณผู้อ่านอย่าลืมนะครับว่าตูนน่ะสามารถเลียนแบบทักษะของคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ ย้ำนะครับว่าระดับโลกเท่านั้น
ซึ่งในครั้งนี้เขาเลือกที่จะเลียนแบบความสามารถของ ‘Gary McKinnon’ ผู้ที่เคยแฮ็กข้อมูลขององกรค์ระดับโลกอย่างองกรค์ NASA มาแล้ว เพียงเพราะแค่อยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ ยูเอฟโอ เท่านั้นเอง แถมยังใช้เพียงแค่คอมบ้าน ๆ เพียงเครื่องเดียว ซึ่งความสามารถระดับนี้ การที่จะแฮ็กเข้าไปเอาข้อมูลการโกงการคอรัปชั่นของตำรวจที่สมรู้ร่วมคิ ดกับเสี่ยเน่าได้นั้นง่ายดายซะยิ่งกว่าการถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านซะอีก
ถ้าง่ายขนาดนั้นทำไมใช้เวลาหลายวัน หลายอาทิตย์? เหตุเป็เพราะวีกรรมของพวกมันมีเยอะจนตูนและไม่สามารถรวบรวมได้หมดได้เพียงวันเดียว บวกกับ ตูนชอบอู้ไปอ่านการ์ตูนกับต่อกันพลา จนทำให้เคต้องมาตามบ่อย ๆ แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาทั้ง 2 ก็ทำสำเร็จ พร้อมที่จะขึ้นศาลได้ในทันที ส่วนเื่ทนายไม่ต้องเป็ห่วงไปเพราะผู้ปกครองของโบว์และพลอยต่างก็เป็ทนายกันทั้งคู่ ยังไงก็ไม่ยอมให้กับไอ่พวกที่มันทำอะไรไร้มนุษยธรรมกับลูก ๆ ของตัวเองอยู่แล้ว
ตูนและเคได้ยื่นหลักฐานทั้งหมดให้ทางตำรวจจนเกิดเป็ข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ ทีมข่าวจากหลายสำนักต่างก็ไปออกันอยู่ที่หน้าค่ายมวยของเสี่ยเน่า แต่ว่าตัวของเสี่ยเน่าก็ไม่ออกมาให้การใด ๆ ส่วนพวกตำรวจที่สมรู้ร่วมคิดต่างก็ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักกับเสี่ยเน่ามาก่อน และตำรวจเ่าั้ก็อยู่ขั้นตอนการสืบสวนต่อไป ส่วนเื่การจับกุมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำตำรวจที่เหลือถึงไม่เข้าไปจับกุมเสี่ยเน่าซักที
...
- ณ ห้องชมรมมวยไทย -
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยนักเลงหน้าเดิม ๆ ที่นัดรวมตัวกันครบทุกคน
“ไอ่xัสเอ้ย!!! เื่ในตึกร้างนั้นกำลังจะซาอยู่แล้วแท้ ๆ ไอ่หน้าหปาตัวไหนมันไปแจ้งความทำให้เื่มันแดงขึ้นมาอีกวะ!!!!" เสียงเกรี้ยวกราดของเอิร์ธตวาดไปทั่วทั้งห้อง
“ละ ละ ละ แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะครับ พี่ ระ ระ เราจะโดนไล่ออกไหม” โบ๊ทที่ขี้ป๊อดที่สุดในกลุ่มพูดตะกุกตะกักไม่เป็ภาษา
“เราโชคยังดีที่ไอ่ ผอ. โรงเรียนนี้มันไปต่างประเทศ ถ้ามันอยู่ป่านี้เราโดนไล่ออกตั้งนานละ” บาสตอบ
“ไหน ๆ พี่ก็จะหนีไปต่างประเทศกับพ่อพี่อยู่แล้ว พี่ยังจะกลัวอะไรอีกล่ะ พวกผมต่างหากที่ซวย”
“มึงเงียบไปเลยไอ่สัสบอล!! ต้องเป็ฝีมือไอ่เอ๋อบ้าการ์ตูนกับไอ่xัสเคแน่นอน กูจะไปฆ่าพวกมัน! ไหนมีดอยู่ไหน! เอามีดมา!! กูจะไปฆ่าพวกแม่งให้หมดทุกตัว!!!”
ในขณะที่เอิร์ธกำลังสติแตกอยู่นั้นเอง ก็ได้มีเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นมา ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ประตูที่กำลังเปิดพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ
ครืดด...
“จะฆ่าใครเหรอ~”
เสียงที่คุ้นหู กับใบหน้าที่คุ้นเคย ทำเอานักเรียนนักเลงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังลึกลงไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว
“มะ มะ มะ มึงมาที่นี่ได้ไงเนี่ย!!?” เอิร์ธทั้งกลัวทั้งแค้น กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเปิดศึกกับตูนอีกรอบ ถึงแม้ในมือจะถือมีดเล่มยาวอยู่ก็ตาม “ใครเรียกมันมา! มึงเหรอไอ่บอล! มึงอยู่ห้องเดียวกับมันหนิ มึงเรียกมันมาใช่ไหม!!”
“มะ-ไม่ใช่นะพี่ ผมไม่มีทางเรียกมันมาที่นี่แน่นอนอยู่แล้ว ผมก็เกลียดขี้หน้ามันพอ ๆ กับพี่นั่นแหละ ผมจะเรียกมันมาทำไม คนที่แต่งหน้าแต่งตัวคอสเพยล์ปัญญาอ่อนแบบนั้น แค่อยู่ใกล้ก็จะอ้วกแล้ว”
สถาณการณ์ยิ่งตึงเครียดเข้าไปอีก ทำให้เอิร์ธที่กำลังสติแตกนั้น รู้สึกเครียดจนหัวแทบจะะเิ และสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจได้
“ช่างแม่ง” เสียงเล็ก ๆ แทบจะไม่ได้ยินเล็ดลอดออกมาจากปากของเอิร์ธ ทำให้บรรดาลูกน้องของเขาต่างก็พากันงงกันเป็แถบ
“วะ ว่าไงนะครับพี่-”
“กูบอกว่าช่างแม่งไงไอ่xัส!!! กูไม่สนเxี้ยไรแล้ว! กูจะฆ่ามึงไอ่เxี้ยตูน!! หลังจากที่ฆ่ามึงเสร็จ กุจะตามไปฆ่าไอ่เค และ ฆ่าอีกะหxี่ 2 ตัวนั้น ด้วยไอ่xัส!!”
สุดท้ายก็สติหลุดและคลั่งจนได้ ณ วินาทีนี้ไม่มีใครกล้าอยู่ใกล้เอิร์ธเลยสักคนเดียวแม้แต่ลูกน้องที่เคยตามต้อย ๆ อยู่ตลอด มีดในมือของเอิร์ธชี้ตรงมาที่หน้าของตูน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ้าที่จะฆ่าเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำมือของเขาจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กอายุแค่ 18 ปี จะเป็เอาหนักขนาดนี้ เพราะโดนเลี้ยงดูมาแบบ มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม มาั้แ่เด็ก ๆ พอไม่ได้อะไรดั่งใจก็โมโหโวยวายเหมือนคนบ้า เฮ้อ~ ช่างเป็เด็กที่น่าสงสารจริง ๆเลยใช่ไหมตูน
“เออ น่าสงสารจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยว่ะ”
...
-ณ ค่ายมวยแห่งหนึ่ง-
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของค่ายมวยแห่งนี้จะวุ่นวายน่าดู กลุ่มชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนนักเลงมากกว่าเป็คนดูแลค่าย มีประมาณราว ๆ 20-30 คน ต่างก็กำลังวุ่นวายกับการเก็บข้าวของหอบสิ่งของมีค่าเก็บใส่สัมภาระเพื่อพยายามจะหลบหนีจากอะไรซักอย่าง
ใช่แล้วครับ ค่ายแห่งนี้ก็คือค่ายของเสี่ยเน่าพ่อของเอิร์ธนั้นเอง
“ไอ่ลูกเวรเอ้ย!! โทรไปทำไมไม่รับวะ!! จะไม่ทันเวลาอยู่แล้ว แม่งเอ้ย!!!”
เสี่ยเน่าและลูกน้องกำลังใกล้ถึงเวลาที่จะเดินทางหนีข้ามประเทศแล้ว ถ้าหนีด้วยการขึ้นเครื่องบินคงโดนจับั้แ่ทางเข้าแน่นอน เสี่ยแกจึงเลือกที่จะหนีผ่านทางเรือขนส่งที่ส่งสินค้าข้ามประเทศเพราะแกไปติดสินบนกับคนที่นั่นไว้ จ่ายหนักซะด้วย ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงจะต้องถึงที่หมายแล้ว รวมเวลาเดินทาง แต่ติดปัญหาอยู่อย่างเดียวเลยคือตอนนี้ เอิร์ธหายไปไหน!?
ในขณะที่พวกมันกำลังวุ่นชุลมุนอยู่กับการเก็บของเข้ารถอยู่นั่นเอง เสียงของประตูทางเข้าที่ปิดผนึกกันพวกนักข่าวมาเป็เวลานานก็ได้ดังขึ้น ซึ่งมีแค่เอิร์ธคนเดียวเท่านั้นที่มีกุญแจเข้าออกของที่นี่ เสี่ยเน่าฉีกยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีราวคนเป็ไบโพลาร์ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้พึ่งอารมณ์เสียมาอยู่หยก ๆ
“เออ! มาซักที!! รีบไปกันเถอะ!!! ไอ่ ลู..ก... รั..ก..” แต่ทว่าเสี่ยเน่าต้องค่อย ๆ หน้าเสียไปอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นร่างที่โผล่ออกมานั้นก็คือลูกของเขาไม่ผิดแน่ แต่ว่าอยู่ในสภาพที่กำลังโดนไอ่เด็กกระเปี๊ยกที่ไหนกำลังลากคอเสื้ออยู่ พร้อมกับใบหน้าที่ปูดบวมจนไม่เหลือเคล้าเดิมเพราะพึ่งโดนศัลยกรรมด้วยกำปั้นมาสด ๆ ร้อน ๆ
“ขออนุญาตนะคร้าบบ~ ที่นี่ใช่ค่ายมวยของเสี่ยเน่ารึปล่าวคร้าบบ~”
เสี่ยเน่าอ้าปากค้าง ลูกน้องอ้าปากค้าง ทุกคนอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเห็นเอิร์ธอยู่ในสภาพปางตายแบบนั้นมาก่อน และอีกเื่ที่เชื่อได้ยากคือมันเป็ฝีมือของไอ่เปี๊ยกนี่ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะ ณ วินาทีนั้นมันจะเป็อย่างอื่นไปไม่ได้แล้ว
“ปะ-ไปเอาตัวลูกกูม๊า..า..า.!!! และจับไอ่เด็กเหี้ยนั่นขึ้นรถไปด้วย!!! ใครทำได้กูเพิ่มเงินให้!!!”
เสี่ยเน่าชี้นิ้วสั่ง ชายฉกรรจ์ 20 เหยียบ 30 คนพุ่งเข้ามาจับเด็กม.3 ตัวเล็ก ๆ คนเดียว
ใครเห็นก็ว่าตาย
“ตายเตยอะไรกันเล่า... ไม่ตายหรอก-- เฮ้อ~ พ่อกับลูกนี่ช่างเหมือนกันจริง ๆเลยน้า~”
ฉับพลัน ก็ได้มีการะเิของอะไรบางอย่างดังขึ้นตามด้วยกลุ่มควันสีขาวตละคุ้งเต็มไปหมด ฉายฉกรร์เ่าั้จึงสูญเสียวิสัยทัศน์ในการมองเห็น ไม่สามารถเข้าไปจับตัวของตูนได้ตามคำสั่ง
“แค่ก ๆ ควันพวกนี้มันอะไรวะ!?”
ไม่ทันจะได้คำตอบ ร่างเล็กก็ได้ฝ่ากลุ่มควันเข้ามาประชิดหน้าของผู้โชคดีแบบไม่ทันตั้งตัว
“ถึงดับเพลิงไงไอ่โง่”
กร็อบบ!!
“อ้ากกกกกก!!!!”
การที่ตูนพูดคำหยาบออกมาแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องโกรธมากจริง ๆ เพราะปกติตูนจะเป็คนที่ไม่ค่อยพูดคำหยาบออกมาให้ได้ยินกันสักเท่าไหร่ และเสียงที่ดัง กร๊อบบ!! นี้ก็คือเสียงหักกระดูกจริง ๆ ไม่ใช่ตัวแสดง
อามิตตาพุทธ เสี่ยเน่าและลูกน้อง -/-
“เห้ยเสียงไรวะ!? ใครเป็ไร!!?”
ผั้วะ!!!
นี่ก็อีกราย ไม่ทันจะได้คำตอบก็ร่วงลงไปจูบดินก่อนซะแล้ว
ลูกน้องเสี่ยเน่าเริ่มโดนเก็บไปทีละคนท่ามกลางกลุ่มควันพวกนั้น พร้อมกับร้องเสียงดังออกมาด้วยความทรมาณจากการโดนหักกระดูกทุกราย เสี่ยเน่าเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งไปคลำหาปุ่มเปิดพัดลมบานใหญ่ที่ตั้งใจจะทิ้งไว้ที่นี่ พัดลมได้ถูกเปิดและเริ่มพัดกลุ่มควันเ่าั้ให้ค่อย ๆ จางลงไป
“เด็กกะโปกแค่คนเดียว ทำไมพวกมึงจัดการกันไม่ได้วะ!!! ไร้ประโยชน์ชิบหาย!!! พวกมึงเป็ผู้ใหญ่เพราะแค่อายุถึงหรือไง!!!”
“เสี่ยครับ! มันไม่ได้มีแค่คนเดีย-”
ป้าบ!!!
แข้งที่แข็งดั่งเหล็กฟาดเข้าไปที่ก้านคอโดยไร้การป้องกัน ผู้โชคดีหลับกางอากาศทันที
“เตะได้สวยนี่เ้าสกินเฮด”
สถาณการณ์ฝั่งเสี่ยเน่าเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ ไม่น่าเชื่อ แค่ไอ่เด็กเบียวการ์ตูน กับไอ่อัจฉริยะตกอับ กลับทำให้เสี่ยเน่าต้องจนมุมถึงขนาดนี้
“กะ-แกเป็ใครวะ ้าอะไรกันแน่!!?”
ตูนแสยะยิ้มและจ้องเขม็งมาที่เสี่ยเน่าพลางหักแขนลูกน้องของอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า
กร็อบบ!!!!
“ถามว่าฉันคือใครน่ะเหรอ... งั้นก็จำเอาไว้ใส่กะลาหัวเน่า ๆ ของแกไว้ให้ดี ฉันคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐี ฮันมะ ยูจิโร่ ไงล่ะไอ่เวร อย่างที่ฉันเคยบอกไปในท้ายตอนที่ 2 ลองย้อนกลับไปอ่านได้ ว่าถ้าเกิดแกทำตัวชั่วจนถึงขั้นเรียกว่าเศษเดนมนุษย์แล้วล่ะก็... เวลานั้นจะได้เจอกับคนพ่อแล้วอย่ามาขอร้องอ้อนวอนชีวิตทีหลังไงล่ะ”
“พะ-พูดอะไรไม่เห็นจะรู้เื่เล-”
“เงียบซะไอ่สวะ!! วางใจได้ คนที่อยากเจอนายน่ะไม่ใช่ฉันหรอก โชคดีไปนะ” ร่างเล็กมองไปที่เด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เอาสิ นายมีไรอยากจะพูดกับไอ่เศษสวะนั่นไม่ใช่เหรอ”
“เออ ไม่ต้องบอกก็รู้”
เคเดินตรงเข้าไปประชิดหน้ากับเสี่ยเน่าและเตะลงไปที่ต้นขาอย่างเต็มแรงจนเกิดเสียงดังลั่นจนอีกฝ่ายร่วงลงไปทันที
“อ้ากก!!! เจ็บ ๆ ๆ ๆ ๆ กระดูกหักแล้ว ๆ ๆ ๆ”
เด็กหนุ่มไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเจ็บขนาดไหน เขาดึงหัวของเสี่ยเน่าขึ้นมาประชันหน้าแบบตาต่อตา
“แกจำฉันได้ไหม"
“คะ-เค... จำได้สิ... แหมโตขึ้นเยอะเลยนะ หล่อขึ้นเป็กองเชียว สาว ๆ คงติดตรึมเลยล่ะสิท่า วะ-ว่าแต่ พ่อเธอเป็ยังไงบ้าง สบายดีไห-”
ผั๊วะ!!
หมัดพุ่งเข้าหน้าของเสี่ยเน่าทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว
“พ่อฉันต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ยอมตากแดดตากฝนทุกวี่ทุกวัน นอนหลับไม่พอ นอนบ้างไม่นอนบ้าง ร่างกายทรุดโทรม อดมื้อกินมื้อ ร่างกายขาดสารอาหาร ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทำผิดอะไรเลย ทั้งที่คนที่มันควรจะเป็แบบนี้มันคือแก!! ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองสบายมากไหมล่ะฮะ!! นอนตากแอร์ กินอาหารดี ๆ มันสบายมากใช่ไหมใช่ไหม! กับไอ่เงินสกปรกพวกนั้น!!! การที่เห็นสิ่งที่ตัวเองรักอยู่ตรงหน้าทุกวันแต่ไม่สามารถทำอะไรได้!! มันเ็ปราวกับตายทั้งเป็!! แกรู้บ้างไหมว่าพ่อฉันต้องดิ้นรนขนาดไหนน่ะฮะ!!"
ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!ผั๊วะ!
ยิ่งพูดอารมณ์ยิ่งขึ้น ถึงแม้จะเป็อัจฉริยะที่เก่งกาจขนาดไหน แต่เคก็ยังเป็แค่เด็กอายุ 15 เอง การติดสินใจ การจัดการณ์กับอารมณ์จึงยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ตอนนี้เคได้กระหน่ำหมัดเข้าไปที่หน้าของเสี่ยเน่าซ้ำ ๆ ที่เดิมจนสภาพของอีกฝ่ายปางตายไม่ต่างจากเอิร์ธที่นอนหายใจโรยรินอยู่หน้าประตู หรือบางที่อาจจะหนักกว่า
เสี่ยเน่าอยู่ในสภาพปางตายขนาดหายใจยังลำบาก หน้า คิ้ว แก้มบวมปูดขึ้นมาจนปิดตาจนมิด เขาได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลือเพียงน้อยนิดชูแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไหว้เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“ฉะ-ฉันผิดไปแล้ว... ยกโทษให้ฉันเถอะนะ... ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว... ขอร้องล่ะ... ฉันผิดไปแล้ว...”
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เคจะฟิวส์ขาดเป็ที่เรียบร้อย เขาไม่สนใจคำขอร้องอ้อนวอนจากชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า และตัดสินใจจะปล่อยหมัดสุดท้ายเข้าไปอย่างไม่ลังเล แต่ทว่า
หมับ!!
ตูนได้มาคว้ามือของเคไว้ได้ทันก่อนที่หมัดจะลงไปถึงหน้าของเสี่ยเน่า ซึ่งถ้าเกิดตูนมาห้ามไว้ไม่ทันล่ะก็ เคคงได้ถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมเป็แน่
“พ่อได้แล้วล่ะเค มันจบแล้วล่ะ ต่อไปให้ผู้ใหญ่เขาจัดการเถอะ”
เคได้สติกลับมาก่อนที่จะปล่อยร่างของเสี่ยเน่าที่กำลังหายใจพะงาบ ๆ ออกจากมือ
“นี่ ตูน... ขอบใจมากนะ ฉันเป็หนี้นาย” พูดจบเขาก็ได้ลุกขึ้นมาและเดินจากไป
ตูนที่อยู่ตรงนั้นเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็ที่น่าพอใจก็ได้โทรเรียกตำรวจแต่เขาก็ยังคงไม่ไว้ใจตำรวจเท่าไหร่ ตูนจึงกันเหนี่ยวโดยการส่งรูปของเสี่ยเน่าและลูกน้องที่มีสภาพเละตุ้มเป๊ะให้กับสำนักข่าวทุกสำนัก และเพียงไม่นาน ตำรวจและนักข่าวมากมายก็ได้มาถึงยังที่เกิดเหตุทันที ซึ่งตอนนั้น ตูนและเคก็ไม่อยู่แล้ว
...
เคที่อยู่ในสภาพเหมือนกับคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ก็ได้เดินมาจนถึงบ้านของเขาเอง ภายในบ้านมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังแต่งตัวที่จะออกไปทำงานอย่างร้อนรน เคเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“พ่อ...”
“อ้าวเค! ไปไหนมาล่ะลูก ไปเล่นที่ไหนมาทำไมเสื้อผ้าเปื้อนเลอะเทอะแบบนั้น กับข้าววางอยู่บนโต๊ะนะกินได้เลย พ่อต้องรีบไปทำงานละ-”
หมับ!
เด็กหนุ่มเข้าไปสวมกอดพ่อของเขาแน่น ผู้เป็พ่อรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากลูกชายของเขาทันที
“เป็อะไรล่ะลูก มีเื่ไม่สบายใจอะไรตรงไหนหรือปล่าว โดนเพื่อนแกล้งมาเหรอ เรียนหนักเกินไปเหรอ พักผ่อนบ้างก็ได้นะ ทำเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว ไม่ต้องไปฝืนตัวเองหรอก มันจะเสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ ถ้าเหนื่อยก็แค่พัก แล้วก็ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เชื่อพ่อสิ”
คำพูดเพียงไม่กี่คำของผู้เป็พ่อ ได้พังทลายความรู้สึกที่เด็กหนุ่มอัดอั้นไว้มาตลอด เขาไม่สามารถทำหน้าเหมือนเด็กหนุ่มหน้าตายไร้ความรู้สึกได้เหมือนทุกครั้งอีกแล้ว เพราะตอนนี้หน้าของเด็กหนุ่มที่ชื่อเค ถูกอาบไปด้วยน้ำตาของตัวเขาเอง ความรู้สึกทั้งหมดที่เขาอัดอั้นมานานหลายปี ได้พรั่งพรูออกมาออกมา เป็น้ำตาแห่งความเศร้าโศรกและเป็น้ำตาแห่งความยินดีในเวลาเดียวกัน
“นี่แกร้องไห้เหรอเนี่ย!? พ่อเห็นแกร้องไห้ครั้งล่าสุดก็ตอน 2 ขวบ นึกว่าจะโตมาเป็คนตายด้านซะแล้ว แต่ก็ดีแล้วล่ะ ร้องออกมาเยอะ ๆ เลย ไม่ต้องไปเก็บมันไว้ พ่อจะอยู่กับลูกตรงนี้แหละ วันนี้ไปทำงานสายหน่อยก็ได้..."