หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    อันดับ 1 ของการล่าสัตว์อสูร

            ​หยางจื่อและ๮๬ิ๹สุ่ยได้เดินทางมายังสำนักอู่เสียด้วยความรวดเร็วโดยมี๮๬ิ๹ฮ่าวเดินทางมาด้วยเพราะในวันที่สำคัญเช่นนี้ผู้เปนบิดาอย่าง๮๬ิ๹ฮ่าวไม่มีทางพลาดอย่างแน่นอน

            "น้องเล็ก เ๯้าในตอนนี้อยู่ระดับใหนหรือ" ๮๣ิ๫สุ่ยกล่าว

            "ปราณก่อเกิดขั้นที่ 2 " หยางจื่อกล่าว

            ใบหน้าของหมิงสุ่ยถึงกับหยุดชะงักรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนกลับแข็งค้างด้วยความตกตะลึงความเร็วในการบ่มเพาะของหยางจื่อนั้นรวดเร็วเกินไปจนทำให้หมิงสุ่ยได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นเพราะกว่าตนจะมาถึงระดับปรารก่อเกิดก็ใช้เวลาตั้ง 4 ปีเต็มๆและใช้เวลาในการเลือนระดับ1 ขั้นในแต่ละปี แต่เมื่อเทียบกับหยางจื่อที่ใช้เวลา 1ปีในการเลื่อนระดับมาถึงปรารก่อเกิด มันต่างราวฟ้ากับเหว

            "ตัวเจ้าช่างทำให้พี่ชายคนนี้แปลกใจจริง ๆเมื่อเทียบกับเจ้าเเล้วข้าไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาเลย" หมิงสุ่ยกล่าว

            "ท่านพี่อย่ากล่าวแบบนั้น ถ้าไม่มีท่านคอยปกป้องข้าเมื่อก่อนข้าจะมีวันนี้รึ" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "ใช่เเล้วละสุ่ยเอ๋อพรสวรรค์นะสำคัญก็จริงแต่ที่สำคัญกว่าคือความเพียรพยายามในตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้าข้าเองก็ไม่ได้มีพลังสูงเท่าเจ้าด้วยซ้ำแต่ข้าก็สามารถมาถึงระดับราชันได้"หมิงฮ่าวกล่าว

            "ข้าเข้าใจเเล้วท่านพ่อ แต่ว่าถ้าพรสวรรค์ของน้องเล็กถูกเปิดเผยมันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยรึท่านพ่อเพราะในสำนักก็มีคนของตระกูลเย่อยู่ไม่น้อย"หมิงสุ่ยกล่าว

            "แล้วเจ้าคิดว่าในสำนักไม่มีคนของตระกูลหมิงเรารึอย่างไร ไม่ต้องห่วงข้ามีสหายที่เป็นผู้อาวุโสอยู่ในสำนักข้าได้ฝากเขาดูแลจื่อเอ๋อเอาไว้เรียบร้อยเเล้ว"หมิงฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            หมิงสุ่ยได้ยินคำกล่าวของหมิงฮ่าวก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาในทันทีและหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงสำนักอู่เสียหมิงสุ่ยพาทั้งสองไปยังจุดลงทะเบียนในทันที

            หลังจากที่หยางจื่อลงทะเบียนเสร็จเเล้วก็เดินตรงไปยังลานกว้างที่รวมเหล่าผู้ที่สมัครเข้าสำนักอู่เสียในวันนี้

            "เอาละ ข้าเป็นผู้อาวุโสคุมสอบในครั้งนี้ ข้าชื่อ หม่าเจิ้งข้าจะอธิบายกฏให้พวกเจ้าได้รับรู้"

            ผู้คุมสอบได้อธิบายกฎเเละกติกาโดยในรอบทุกคนจะต้องแข็งกันล่าสัตว์อสูรผู้ที่ได้มากที่สุดภายในเวลา 1วันและผู้ที่ได้มากที่สุด 50 อันดับแรกจะสามารถผ่านเข้าไปในรอบที่สอบเพื่อต่อสู้ประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่แต่ผู้ที่ผ่านเข้าถึงรอบที่สองนั้นหมายถึงได้เข้ากับสำนักเเล้วแน่นอนเพี้ยงแต่ว่าในรอบที่สองคือการแสดงฝีมือเพื่อให้เหล่าผู้อาวุโสได้ชมและเลือกลูกศิษย์

            หลังจากที่ผู้คุมการสอบกล่าวเสร็จก็ได้พาทุกคนไปยังป่าสัตว์อสูรมายาที่อยู่ข้างหลังสำนัก

            "เริ่มการทดสอบได้!!!!"

            เมื่อผู้อาวุโสคุมสอบกล่าวเสร็จเหล่าศิษย์หน้าใหม่ต่างก็พุ่งเข้าไปในป่าในทันทีแต่หยางจื่อกลับเอะใจที่ผู้อาวุโสคุมสอบไม่ได้กล่าวถึงระดับความยากของแต่ละพื้นที่ของป่าแห่งนี้หยางจื่อนั้นไม่ได้รีบร้อนที่จะออกล่าสัตว์อสูรแต่เป็นการสำรวจสถานที่ต่าง ๆเพราะหยางจื่อมีความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่ออยู่เเล้วจึงใช้เวลาไม่นานหยางจื่อก็พอเข้าใจอย่างคล่าวๆว่าพื้นที่ใหนมีสัตว์อสูรอันตรายพื้นที่ใหนไม่มี

            หยางจื่อที่เล็งสัตว์อสูรที่อยู่ปราณก่อเกิดระดับต่ำลงมาถึงคะแนนจะไม่มากแต่เมื่อรวมหลายๆตัวเเล้วก็ถือว่ามากอยู่พอควร

            หยางจื่อที่เริ่มล่าสัตว์อสูรด้วยดาบสีเงินเพียงกวัดแกว่งเพียงครั้งเดียวก็สามารถปิดชีพสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดายต่างจากคนอื่น ๆที่มุ้งเน้นไปที่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเพื่อที่จะได้รับคะแนนสูงๆ

            ผู้๪า๭ุโ๱คุมสอบที่นั่งดูการล่าสัตว์อสูรของเด็กใหม่อยู่ก็หันไปเห็นหยางจื่อที่ด้วยความสนใจ

            "เด็กคนนี้มีใหวพริบที่ดีสามารถมองออกถึงแผนของข้าได้และสามารถหาวิธีที่ได้รับคะแนนจำนวนมากอย่างง่ายดายดูเหมือนปีนี้จะมีเด็กที่น่าสนใจเข้ามาซะเเล้ว ฮ่า ฮ่า" หม่าเจิ้งกล่าว

            ผู้อาวุโสหลายๆคนต่างก็เริ่มจับตามองหยางจื่อกันมากขึ้นยิ่งพวกเขาจับตามองหยางจื่อมากเท่าไหร่พวกเข้าก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้น

            "เด็กคนนี้น่าสนใจอย่างมากไม่เพียงแต่จะมีใหวพริบที่ดีแม้แต่ทักษะในการใช้ดาบเองก็ล้ำลึกอย่างมากถ้าหากข้าเดาไม่ผิดในสำนักเราผู้ที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบคือผู้อาวุโส โม่หงเย่ใช่หรือไม่"

            "ใช่เเล้วแต่นางมักจะปลีกตัวไม่เข้ามายุ้งเกี่ยวกับสำนักแล้วนางจะมาในวันนี้งั้นหรือ "

            "ถ้านางไม่มายังไงเด็กคนนี้ก็ต้องถูกเลือกจากผู้๵า๥ุโ๼อย่างแน่นอน"

            เหล่าผู้อาวุโสที่คุมการสอบคุยกันอย่างเมามันแต่กลับหารู้ไม่บนยอดเขาที่สูงอย่างมากและเป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวมีหญิงสาวในชุดสีขาวยืนมองมาทางป่าสัตว์อสูรมายาด้วยสาตาที่สนใจถ้าจะเจาะจงให้ถูกหญิงสาวนางนั้นมองมาที่หยางจื่อที่กำลังร่ายรำดาบอยู่

            "น่าสนใจอายุเพียงเท่านี้กลับสามารถบรรลุถึงปราณดาบได้เเล้ว"

            หญิงสาวนางนั้นกล่าวออกมาที่ใบหน้าของนางมีรอยยิ้มที่งดงามปรากฏขึ้น

            ไม่นานเวลาหนึ่งวันก็สิ้นสุดลงผู้คนต่างก็กลับมายังที่ผู้อาวุโสคุมสอบอยู่เพื่อนำแกนอสูรมาประเมิณผลคะแนน

            "เอาละข้าจะเริ่มประกาศชื่อของผู้ที่อยู่ 50 อันดับแรกเริ่มจากอันดับที่50 ขึ้นไป"

            "อันดับที่ 50 หมิงก่าง 100 คะแนน"

            "อันดับที่ 49 เย่จาง 110 คะแนน"

            การประกาศรายชื่อยังคงดำเดินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั้งถึง 5 อันดับแรก

            "อันดับที่ 5 เซี่ยหนิง 750 คะแนน"

            "สมเเล้วที่เป็๲แม่นางเซี่ยหนิง สาวงามแห่งตระกูลเซี่ย"

            "ใช่ๆใครจะคิดว่านางจะเลือกเข้าสำนักอู่เสียข้านึกว่านางจะเข้าสำนักวารีพิรุณเสียอีก"

            "อันดับที่ 4 ชิงซุน 770 คะแนน"

            "อันดับที่ 3 เย่เทียน 850 คะแนน"

            "อันดับที่ 2 มู่โหลว 900 คะแนน"

            "และคนที่ได้อันดับที่ 1 คือ หยางจื่อ 1200 คะแนน"

            ผู้คนต่างเริ่มสับสนเพราะพวกเขาไม่รู้จักหยางจื่อทำให้หลายๆคนเริ่มตั้งคำถาม

            "อย่างจื่อนี่มันคือใครกัน"

            "เดี๋ยวนะชื่อนี้คุ้นๆไม่ใช่ว่าบุตรบุญธรรมของประมุขตระกูลหมิงก็ชื่อหยางจื่อหรอกรึ"

            "เป็๲ไปไม่ได้ก็เ๽้านั่นบ่มเพาะพลังไม่ได้ไม่ใช่รึ"

            "ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่ชื่อนี้จะมีใครใช้อีกละ"

            --------------------------------------------------------------------------------------