เฮือก!
คนที่นอนอยู่ลุกพรวดขึ้นมานั่งรวดเร็วด้วยสีหน้าที่แตกตื่น จ้าวซินเยว่ที่เผลอหลับสนิทตื่นขึ้นด้วยความใเมื่อนึกได้ว่านางต้องเฝ้ารองแม่ทัพ ตอนนางหลับ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะช็อคตายไปหรือยัง
ยามเมื่อมีสตินางก็รู้ว่าตัวเองมานอนบนฟูกแทนอีกฝ่ายแล้วยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจมากขึ้นใบหน้าสวยมองซ้ายขวาก่อนจะพบบุรุษผู้หนึ่งมองนางด้วยสายตาตื่นตะลึง
"ผีสิงหรือ ในวัดวาก็ยังเข้าสิงอีกยิ่งสติไม่ดีอยู่"แทนที่จะเป็คำขอบคุณดันเป็คำพูดถากถางและใบหน้าที่ยิ้มกรุ่มกริ่มนั่น
เริ่มรู้สึกผิดที่ช่วยชีวิตนั้นไว้ทั้งคืนเสียแล้ว!
เมื่อมองดู สีหน้าของรองแม่ทัพดูสดใสมาก ทั้งยังไม่ได้โทรมอย่างที่คิดดูเหมือนร่างกายจะตอบสนองกับยาถอนพิษได้ดีทีเดียว จึงทำให้นางโล่งใจไปไม่น้อย
"ท่านเป็อย่างไรบ้าง ยังปวดตัวหรือรู้สึกร้อนอยู่หรือไม่" เฉินจือหานส่ายหน้า นางจึงถอนหายใจ
"ขอบใจเ้าที่ดูแล เ้าก็ตื่นแล้วงั้นข้าไปตรวจตราทหารก่อนเดินทางเสียหน่อย"ร่างสูงพูดจบก็เดินออกไปทั้งที่ยังไม่ได้เกล้าผม แต่ก็ช่างเถอะเป็บุรุษมันไม่ต้องเครงครัดเช่นสตรี
ร่างบางถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นและพบว่าชุดด้านนอกของนางถูกถอดออกและผมก็มิได้เกล้าไว้ดังเดิมใบหน้านางร้อนผาวเมื่อรู้เช่นนััน
"กรี๊ด! คนโรคจิต เฉินจือหาน!"
เสียงกร่นด่าด้วยคำหยาบที่ไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างภูมิใจ
กลั่นแกล้งสตรีมิใช่เื่ที่เขาทำ แต่นานๆ แกล้งสักทีก็สนุกเหมือนกัน นางคงจะโดนเขากลั่นแกล้งไปตลอดแน่ๆ
แค่คิด ก็สนุกแล้ว!
...... ...
ั้แ่ตื่นขึ้นมาจนถึงยามนี้จ้าวซินเยว่ก็มีในหน้าบึ้งตึงไม่ค่อยเป็มิตรกับผู้ใดจนไม่กล้าเข้าใกล้ทั้งนายบ่าวแม้แต่อาจารย์ของนางก็ได้แต่มองไม่กล้าพูดคุยมากมายเพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนรองแม่ทัพเฉินได้ทำอะไรให้นางไม่พอใจหรือไม่เพราะเมื่อเช้าท่าทางสดใสอารมณ์ดีของเฉินจือหานมันน่าแปลกใจยิ่ง
"ซินเยว่เ้าเข้าหมู่บ้านไปซื้อของให้แม่หน่อยสิ"
์มาโปรด! เมื่อจ้าวอันหรานเรียกใช้จ้าวซินเยว่ความหวังเดียวที่จะทำให้จ้าวซินเยว่อารมณ์ดีขึ้นและเหมือนจะได้ผลหญิงสาวปลดใบหน้าบึ้งพลางหันไปตามเสียงมารดาแล้วยิ้มกว้างก่อนจะลุกไปตามเสียงเรียก
"ท่านแม่ อยากให้ข้าทำอะไรหรือเ้าคะ"ดวงตาหวานมองมารดาด้วยรอยยิ้ม
"เสบียงน่ะ เอานี่ข้าเขียนทุกอย่างให้เ้าแล้วส่วนนี่คงเพียงพอกับเสบียงเหล่านี้"มือบางรับกระดาษที่มีลายมือของมารดาและถุงเงินที่ดูหนักกว่าทุกครั้งด้วยสายหน้าสงสัยก่อนที่จะก้มอ่านสิ่งที่มารดาของนางจด
"ท่านแม่เหตุใดท่านถึงซื้อของเยอะขนาดนี้ล่ะเ้าคะ"เพราะกองทัพบางส่วนของเฉินจือหานเดินทางกลับไปก่อนแล้วด้วยการควบคุมของแม่ทัพภาคตะวันออกส่วนที่นี่ก็เป็ส่วนน้อย ส่วนทัพของชินอ๋องก็เช่นกัน ส่วนหนึ่งก็ไปถึงซีหยางแล้วที่อยู่ตรงนี้ก็มีแค่ชินอ๋องกับองครักษ์ไม่กี่คน ไม่น่าจะต้องทำอะไรเยอะขนาดนี้
"มีหน้าที่ซื้อก็ซื้อมาเถอะ ให้มาส่งที่นี่ด้วยล่ะพาใครสักคนไปด้วยได้ก็จะดี ข้าเป็ห่วงเ้า"จ้าวอันหรานที่รู้ว่าลูกสาวเคยถูกทำร้ายที่น้ำตกนางก็กังวลทว่ายามนี้จ้าวหานก็ออกไปข้างนอกเพื่อดูทหารที่เหลืออยู่นอกหมู่บ้านกับรองแม่ทัพนางจะไปเองก็ไม่ได้ คงต้องให้บ่าวสักคนไปกับนาง
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าเอาเสี่ยวโยวไปด้วยก็ได้"เสียงหวานว่าพลางหันไปมองบ่าวหหญิงที่อายุมากกว่านางไม่กี่ปีชื่อว่าเสี่ยวโยวบ่าวของท่านแม่ที่ตามมาั้แ่จวนสกุลหลิง นางภักดีและยอมติดตามจ้าวอันหรานมาเนื่องจากจ้าวอันหรานเลี้ยงั้แ่ยังเด็กมากจึงได้รับความไว้ใจ
"งั้นก็ได้"จ้าวอันหรานได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจนางจึงเดินไปยังบ้านของซุนหัวเพื่อช่วยเพื่อนสนิทเหมือนทุกวันโดยสั่งให้เสี่ยวโยวไปกับจ้าวซินเยว่ด้วยบ่าวสตรีที่วัยไล่เลี่ยกับนางแก่กว่าไม่กี่ปีก็เดินมาด้วยรอยยิ้ม
"นายหญิงให้คุณหนูไปซื้อของหรือเ้าคะ"เสี่ยวโยวถาม
"ใช่ เสี่ยวโยวไปกับข้านะ"
สองสาวกำลังจะเดินออกจากอารามก็พบกับชินอ๋องที่เดินพูดคุยกับรุ่ยอ๋องพอดีทั้งสองคนจะหยุดทักทายสองหนุ่ม รุ่ยอ๋องช่างเป็ผู้ชายที่หน้าเป็นักยิ้มให้พวกนางเสมอ ส่วนชินอ๋อง แม้จะไม่ค่อยแสดงสีหน้า แต่ก็ไม่เ็าเลยสักนิด
"คารวะชินอ๋อง คารวะรุ่ยอ๋อง"ทั้งสองคนย่อตัวลงพอเป็พิธี
"คุณหนูจ้าวจะไปที่ใดหรือ" รุ่ยอ๋องเป็คนถาม
"ข้ากับเสี่ยวโยวจะไปซื้อของในหมู่บ้านให้ท่านแม่เ้าค่ะ"จ้าวซินเยว่ไม่มีเื่ที่ต้องปิดบัง นางยิ้มตอบบุรุษทั้งสองอย่างจริงใจเช่นเคยเมื่อบอกได้รับรู้นางก็ก้มหัวเพื่อจะเดินสวนลงไปจากอารามเพื่อไปยังหมู่บ้าน
"ข้าไปกับพวกเ้าด้วย"เสียงที่ดูเรียบของชินอ๋องเอ่ยขณะที่จ้าวซินเยว่กำลังจะขยับตัวไปหญิงสาวทั้งสองมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจในสถานการณ์นักก่อนที่จะเงยหน้ามองใบหน้าของอ๋องที่กล่าวออกมาโดยที่อีกอ๋องก็ทำหน้าประหลาดใจไม่น้อย ชินอ๋องพูดต่ออย่างไม่สนใจ"จ้าวหานก็ถูกเฉินจือหานผู้นั้นลากตัวออกไปแล้ว จะให้สตรีไปกันสองคนข้าว่าก็คงไม่ดีแน่"
"คุณหนูจ้าวเองก็พึ่งถูกปองร้ายและรอดมาได้ให้ท่านอาไปด้วยดีกว่า ข้าเห็นด้วย" รุ่ยอ๋องแสดงความเห็นออกมาอย่างมีเหตุผลจนจ้าวซินเยว่ที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธต้องหยุดคำพูดพวกนั้นพลางมองไปที่สาวใช้ที่โตกว่านางเสี่ยวโยวก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เป็คำตอบ
"หากไม่รบกวนท่าน เราก็ไปกันเถอะเ้าค่ะ"จ้าวซินเยว่ที่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรก็ได้แต่รับคำของชายหนุ่มพลางเดินนำชายหนุ่มทั้งสอง แต่กลับมีเพียงชินอ๋องเพียงผู้เดียวที่เดินตามมาด้วย
"ข้าไปช่วยหมอซุนดีกว่าทางนั้นก็คง้าคนช่วย" รุ่ยอ๋องกล่าว ชินอ๋องพยักรับคนเป็หลานก่อนจะหันหน้าเดินนำสตรีทั้งสองเพื่อตรงเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างไม่ไกล
...... ...
แม้ที่นี่จะเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้กันดารอย่างที่คิด เพราะที่นี่มักเป็จุดที่ทหารของกองทัพแวะพักยามเดินศึกจากเมืองหลวงไปยังชายแดนซีหยางและอยู่จุดกึ่งกลาง เป็ทางผ่านที่จะไปเมืองซีหยางและเมืองเว่ยทำให้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มีมากพอที่จะรองรับทัพขนาดร้อยหรือสองร้อยคนได้ตลอดด้วยการสนับสนุนของทั้งเมืองซีหยางและเมืองเว่ยทำให้ชาวบ้านในที่นี้ไม่ต้องเดือดร้อนมากนัก
จ้าวซินเยว่เดินเข้าไปยังตลาดที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านโดยที่นี่มีทั้งร้านหนังสือ โรงเตี้ยม แม้แต่หอคณิกาก็ยังมีให้เห็น ถึงจะเป็หมู่บ้านเล็กๆแต่ในแง่ของการค้าขายและเม็ดเงินที่ผ่านหมู่บ้านนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ร้านรวงต่างๆที่ตั้งอยู่ข้างทางมีมากมายหลากหลายประเภทไม่ได้จำเจ ทั้งยังมีของพื้นถิ่นทั้งผักทั้งอาหาร แต่หญิงสาวก็เดินไปยังจุดหมายที่้าทันที
นางตรงไปซื้อของทุกอย่างตามจำนวนที่ท่านแม่ของนางสั่งเอาไว้และยังให้ร้านเหล่านี้ไปส่งยังอารามบนเขา
"คุณหนูจ้าวข้าจะรีบส่งไปยังอารามให้เร็วที่สุดเลยขอรับ" เถ้าแก่ร้านพูดด้วยความสุภาพ จ้าวซินเยว่มักได้รับการต้อนรับที่ดีมาเสมอเพราะนางเรียกได้ว่าเป็ผู้มีพระคุณ นอกจากนางจะสอนหนังสือเด็กๆและลูกหลานชาวบ้านแล้ว นางยังใจดีรักษาโรคภัยต่างๆ ยามที่ลงมายังหมู่บ้านแม้จะไม่บ่อยแต่นางก็ทำแบบนั้นประจำ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงการรักษา ทำให้นางเป็เหมือนเทพเซียนามาโปรดเลยทีเดียว
"ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ"เสียงหวานกล่าวขอบคุณเถ้าแก่พร้อมกับยื่นเงินให้ตามที่ตกลงกัน
ส่วนชายหนุ่มที่ตามมาด้วยก็มองนางมาั้แ่ต้นยิ่งยามที่นางเดินเข้ามาในหมู่บ้านก็เห็นว่าเหล่าคนในหมู่บ้านทักทายนางด้วยรอยยิ้ม นางเองก็ยิ้มทักทายหากบ้านใดมีเด็กก็จะโบกมือทักทายนาง นางเองก็ทักทายอย่างไม่ถือตัวราวกับความแตกต่างของฐานะระหว่างนางที่เป็คุณหนูที่บ้านเดิมเป็ถึงขุนนางกับชาวบ้านไม่มี
แตกต่างจากสตรีคนอื่นยิ่ง แม้จะไม่ใช่ในเมืองหลวง แต่คุณหนูในห้องหอที่เกิดในตระกูลที่มีฐานะหรือชื่อเสียงส่วนมากจะถือตัวและหยิ่งยโสนักแต่นางกลับไม่ถือตัวเองเลยสักนิด
สายตาของชินอ๋องมองที่จ้าวซินเยว่แทบจะตลอดเวลาที่เดินเข้ามาแววตาที่มองอย่างพิจารณาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความชื่นชมจากใบหน้าที่นิ่งมาตลอดกลับยิ้มตามอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว
แต่ใช่ว่าบุรุษที่ใช้ชีวิตบนโลกนี้มานาน แต่งงานมีบุตรแล้วอย่างเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกที่เป็อยู่ เพียงแต่มันเป็ความรู้สึกแปลกใหม่
... นี่สินะความรู้สึกแบบนี้ ที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อน
...... ...
"นั่นมัน จ้าวซินเยว่นี่"คหบดีหยวนพ่อของหยวนซ่งเอ่ยกับลูกชายขณะที่กำลังเก็บเงินค่าเช่าร้านค้าในตลาดหันไปเจอเข้ากับคุณหนูตระกูลจ้าวผู้สูงส่งผู้นั้นนางกำลังพูดคุยกับแผงขายเนื้อสัตว์ด้วยรอยยิ้ม โดยมีสาวใช้ตามมาเพียงคนเดียว
หยวนซ่งหันไปมองตามคำบอกของบิดาก็เจอเข้ากับ
โฉมสะคราญ ในใจก็รู้สึกแค้นขึ้นมา ในวันนั้นนางหนีไปได้ทั้งยังกล้ามาถีบกล่องดวงใจของเขา พอคิดถึงก็รู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาทันทีไหนจะเอามือแทงที่มือของบ่าวตัวใหญ่ จนเขาถูกพ่อเรียกสอบสวนครั้งใหญ่
หลังจากเหตุการณ์นั้นบิดาก็เหมือนว่าเขาเดินแปลกๆบ่าวก็ถูกทำร้ายจึงเรียกไปไล่เรียงชายหนุ่มคิดว่าจะถูกพ่อตำหนิที่ไปยุ่งกับคุณหนูตระกูลใหญ่แบบนั้นแต่กลับถูกบิดาตำหนิ ที่จะทำการฉุดนางแต่ไม่สำเร็จต่างหาก!
'หากเ้าได้นางมาเป็เมียบ้านเดิมนางจะมีส่วนช่วยพวกเราแค่ไหนเ้ารู้ไหมไม่!หากจะเอานางทำเมีย ก็อย่าให้พลาดอีก!'
"เป็นางจริงๆ ท่านพ่อ"หยวนซ่งแม้จะใจกล้าทำเื่ฉุดสตรีเป็ของตัว แต่เขาก็ยังเป็เพียงบุรุษที่ติดบิดาหากไม่มีบิดาสนับสนุนก็ไม่คิดจะลงมือทำอะไรทั้งนั้น
หยวนซ่งก็แค่บุรุษที่ไม่ได้ความคนหนึ่ง!
"หึ หากทำให้นางเสียชื่อเสียงให้คนในหมู่บ้านคิดว่าเ้ากับนางมีอะไรกันจริงๆ จะเป็อย่างไรนะ"คหบดีหยวนยิ้มด้วยแผนร้ายในใจ ไม่จำเป็ต้องมีเื่เสียหายแต่ทำเหมือนเื่เสียหายพวกนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อนจะเป็อะไรไปหยวนซ่งได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจบิดาเช่นเดียวกัน เขายกยิ้มขึ้นมาทันที
จ้าวซินเยว่สั่งของทั้งหมดเรียบร้อยก็ไม่พบชินอ๋องใกล้ๆแต่เห็นว่าอยู่ร้านใกล้เคียง นางก็ไม่ได้รีบเร่งจึงไม่ได้เดินเข้าไปเร่งอีกฝ่ายเลือกที่จะมารออยู่ใกล้ๆให้ชายหนุ่มได้ทำธุระของตนเองให้เสร็จสิ้นแล้วจึงกลับพร้อมกัน
"คุณหนูจ้าว เป็ท่านจริงๆด้วย" เสียงของคหบดีหยวนทักทายจ้าวซินเยว่เสียงดังทำให้คนรอบข้างต่างก็สนใจบทสนทนาไปด้วย
ชื่อเสียงของพ่อลูกตระกูลหยวนนั้นไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไรฉุดสตรี มั่วโลกีย์ใครที่เกี่ยวข้องกับสองพ่อลูกนี้มักจะตามมาด้วยเื่ไม่ดีทั้งนั้นอีกสาเหตุคือชาวบ้านต่างก็รู้ว่าหยวนซ่งชมชอบบุตรสาวของท่านหญิงที่มาบวชในอารามทำให้การทักทายในครั้งนี้แม้จะดูปกติ แต่ก็ไม่ได้ปกติขนาดนั้น
"คหบดีหยวน"จ้าวซินเยว่กล่าวทักทายเรียบๆ นางมิได้ยิ้มหรือแสดงสีหน้าอื่นนอกจากนิ่งเฉยนางไม่อยากแสดงอารมณ์และความใกล้ชิดกับทั้งสองคน ยิ่งเหตุการณ์วันก่อนยิ่งทำให้นางไม่อยากยุ่งกับสองพ่อลูกคู่นี้สักเท่าไหร่ นางจึงถือตัวรักษาระยะห่าง
"คุณหนูจ้าวขอต้องขอโทษแทนลูกชายของข้าด้วยที่ 'ล่วงเกิน'ท่านเมื่อวันก่อน"คหบดีหยวนจงใจเน้นคำว่าล่วงเกินเสียงดังให้ชาวบ้านได้ยินจ้าวซินเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น คนพวกนี้ช่างเลวร้ายเสียจริงส่วนคหบดีหยวนเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าตึงก็ยกยิ้มก่อนจะพูดต่อ
"ก็ตอนที่ท่านไปเก็บสมุนไพรเพียงลำพังที่น้ำตกแถวตีนเขา
แล้วลูกของข้าไปดักพบท่านที่นั่น"คหบดีหยวนพูดโดยไม่เว้นช่องให้จ้าวซินเยว่ได้แก้ตัวด้วยเสียงที่ดังมากพอที่จะได้ยินกันทั่ว
ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นต่างก็กระซิบนินทากันทันทีนั่นคือสิ่งที่คหบดีหยวนอยากให้เกิด ส่วนทางด้านสองสาวกลับดูแตกตื่นโดยเฉพาะเสี่ยวโยวที่มองรอบๆ และเริ่มเห็นท่าว่าไม่ดีแล้ว จึงสะกิดคุณหนูของนาง
"คุณหนู..."
จ้าวซินเยว่กลับนิ่งไม่ขยับมองหน้าสองพ่อลูกนั่นด้วยสายตาที่น่ากลัวสมัยที่นางเป็อาจารย์ในยุคนู้น นางเป็อาจารย์ที่เข้มงวดคนหนึ่งเดิมนางก็ไม่ใช่คนที่มีจิตใจดี และไม่ได้อ่อนแอที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำนางได้
"เื่นั้นเองอย่างไรก็ต้องขอโทษคุณชายหยวนด้วย ที่ถีบ... ท่านไปเสียเต็มแรง"จ้าวซินเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม พลางมองลงไปที่เป้าของหยวนซ่งด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเงยหน้ามองอย่างผู้ชนะ พอดีกับที่ชินอ๋องเดินมาเคียงข้างและได้ยินสิ่งที่นางพูดพอดี
ท่ามกลางเสียงซุบซิบและหัวเราะคิกคักจากคำพูดของจ้าวซินเยว่ชินอ๋องกลับขมวดคิ้วตึงมองไอ้หนุ่มตรงหน้าอย่างเรียบเฉียบ
"มันหรือที่ทำร้ายเ้าวันก่อน" เสียงเข้มเอ่ยถามสตรีข้างกาย
แต่สายตากลับมองที่หน้าของสองพ่อลูกอย่างไร้ความปรานีและเมตตาราวกับจะฆ่าทั้งสองคนนั้นเสียตรงนี้
"แล้วเ้าเป็ใครกันเื่นี้มันเื่ของข้ากับแม่นางจ้าว"
ชินอ๋องขมวดคิ้วมองไอ้หนุ่มสุดกร่างผู้นี้อย่างไม่อยากจะเชื่อไม่แปลกที่คนที่นี่จะไม่รู้จักเขา เพราะเหล่าคนชั้นสูงจะไม่เปิดเผยตนแต่ก็ไม่ได้ปิดบัง ยามนี้เขาก็แต่งตัวไม่ต่างจากทหารชาวบ้านทั่วไปและเขาก็พึ่งจะมาแวะพักที่นี่เป็ครั้งแรก จึงไม่แปลกที่จะไม่มีคนรู้จัก
"เป็ใครงั้นหรือ? หึ" ชินอ๋องหัวเราะในลำคออย่างหยาบคาย
วิ้ว~
เสียงผิวปากของบุรุษดังขึ้นจากด้านหลังจากพวกนางทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียวก็พบกับร่างที่คุ้นตาของบุคคลชั้นสูงหลานชายของฮ่องเต้ที่มีสิทธิ์เทียบเท่าองค์ชายท่านหนึ่ง และยังเป็รองแม่ทัพที่คนในหมู่บ้านนับถือและเกรงกลัวเดินเคียงคู่มากับกุนซือประจำทัพ ที่เป็พี่ชายของจ้าวซินเยว่
บุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ส่วนอีกคน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"ท่านน้านี่ ช่างไม่เป็ที่นิยมเอาเสียเลยจริงๆนอกจากเมืองหลวงแล้ว ท่านไปไหนก็ไม่มีใครรู้จัก"เฉินจือหานพูดพลางประสานมือทีเล่นทีจริงให้ชินอ๋องนั่นทำให้จ้าวซินเยว่ระบายยิ้มออกมาก่อนจะเหลือบมองหยวนซ่งผู้นั้น เพราะเมื่อครู่เขาเป็คนถามว่าบุรุษผู้นี้คือใคร
เป็เฉินจือหานที่เฉลยแล้ว
ใบหน้าของหยวนซ่งและบิดาของเขาซีดเผือดั้แ่เห็นรองแม่ทัพและกุนซือเดินเข้ามายิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายคือชินอ๋อง แม่ทัพทมิฬที่เืเย็นที่สุดในประวัติศาสตร์แม้แต่ฝ่าาก็ต้องไว้หน้าหลายส่วนยิ่งรู้สึกเหมือนอยากจะตายเสียตรงนี้
"เฉินจือหานคนพวกนี้หรือเปล่าที่ทำร้ายคุณหนูจ้าว และเ้าไปช่วยไว้ได้ทัน"ชินอ๋องถามหลานชายด้วยเสียงเรียบพลางมองไปยังสองพ่อลูกโดยที่บ่าวของทั้งสองคนทรุดตัวลงไปด้วยความกลัวแล้ว
สองแม่ทัพที่น่ากลัวที่สุดในแคว้นมายืนตรงนี้พร้อมกันทั้ง
น่าเกรงขาม และน่ากลัว ใครจะอดทนยืนไหว
เฉินจือหานได้ยินคำถามก็เลิกคิ้วมอง"หยวนซ่งกับบ่าวที่หมายจะล่วงเกินจ้าวซินเยว่ที่น้ำตกแต่จ้าวซินเยว่ก็จัดการเสียอยู่หมัด ทั้งถีบกล่องดวงใจเ้านาย ทั้งแทงที่มือของบ่าว"
เฉินจือหานพูดจบ หยวนซ่งก็เอามือกุมจุดที่โดนถีบส่วนบ่าวที่โดนแทงก็เอามือซุกไว้ข้างหลังราวกับกำลังจะหนีความผิด ทำให้
เฉินจือหานยิ้มเยาะพวกตรงหน้า
"จะซ่อนทำไมล่ะเมื่อครู่นายของเ้ายังบอกว่าล่วงเกินน้องสาวข้าอยู่เลย หรือพวกเ้าไม่คิดว่าจะมีคนเห็นเื่ชั่วๆ ที่ตัวเองทำ"
จ้าวหานเดิมก็ไม่ได้เกรงกลัวพวกอ๋องหรือองค์ชายพวกนี้อยู่แล้วยิ่งกับแค่ชาวบ้านที่มารังแกน้องสาวของเขายิ่งไม่กลัวเข้าไปใหญ่ ในยามนี้ขุนนางฝ่ายบู๊ทั้งสามคนร่วมกันปกป้องสตรีนางเดียวจากคนชั่ว
เป็ภาพที่น่ากลัวยิ่ง จนใครต่อใครต่างต้องกลืนน้ำลาย
"ข้า... ข้า..."หยวนซ่งคิดไม่ถึงว่าจะมีคนเห็นเหตุการณ์นั้น
เป็ตนเองที่คิดน้อยเกินไป ที่คิดว่าจ้าวซินเยว่จะออกจากป่านั้นได้เพียงลำพังยิ่งผู้ที่เห็นเหตุการณ์และช่วยเหลือจ้าวซินเยว่คือรองแม่ทัพเฉินจือหานและยังไปพูดจาอวดดีกับ ชินอ๋อง!
คงไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเขาแล้ว!
"เมื่อครู่คหบดีหยวนบอกว่าจะให้ชดใช้ด้วยวิธีใดก็ได้ใช่หรือไม่เ้าคะ"จ้าวซินเยว่ยกยิ้มถามคหบดีที่ตัวสั่นเพราะถูกอำนาจของขุนนางบู๊ทั้งสามข่มจนไม่กล้าปฏิเสธ
"งั้น คหบดีหยวนก็ลดค่าที่ให้ร้านรวงครึ่งหนึ่งสักครึ่งปีเป็อย่างไร"สองพ่อลูกเงยหน้ามองใบหน้าสวยที่ยิ้มแย้มด้วยสีหน้าไม่พอใจแต่ชินอ๋องก็ขยับเข้ามายืนเคียงข้างจนอีกฝ่ายก้มหน้าลง
ส่วนตัวการก็เชิดหน้าอย่างผู้ชนะ!
"เอาตามนั้น ข้าชินอ๋องเป็พยาน"
ชายหนุ่มกล่าวเสียงดังฟังชัดก่อนจะผายมือให้จ้าวซินเยว่เดินจากไปตรงนั้นพร้อมตน โดยมีเฉินจือหานที่ยิ้มเยาะและจ้าวหานที่มองสองพ่อลูกด้วยสายตาคาดโทษเดินตาม
"ขอบคุณท่านอ๋อง รองแม่ทัพที่ช่วยเ้าค่ะ"เมื่อเดินห่างออกมาสักพัก นางก็ขอบคุณบุรุษทั้งสอง ก่อนจะหันไปหาพี่ชายของนาย"พี่ใหญ่ด้วยนะเ้าคะ"
"ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว"
...... ...
สี่เ้านายและหนึ่งสาวใช้เดินมาถึงที่พักหญิงสาวก็ขอแยกตัวไปช่วยงานของตัวเองพร้อมกับเสี่ยวโยวเหลือเพียงบุรุษทั้งสามที่ยืนอยู่ชินอ๋องมองตามแผ่นหลังบางของสตรีที่กล้าตอกกลับบุรุษแซ่หหยวนผู้นั้นด้วยคำพูดเจ็บแสบพลางยิ้มอย่างพอใจ
"จ้าวหาน" ชินอ๋องเรียกพี่ชายของนางก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชายของนางที่มองเขาอยู่ "จ้าวซินเยว่ปีนี้อายุสิบเจ็ดหนาวแล้วใช่หรือไม่"
"ใช่" จ้าวหานตอบ
"นางมีคู่หมายหรือไม่"คำถามนี้เรียกความสนใจได้แม้กระทั่งเฉินจือหานที่ยืนเงียบๆชายหนุ่มมองผู้เป็น้ากับกุนซือข้างกายด้วยใบหน้าเรียบ
"้ารู้สิ่งใดกันแน่"
"นางน่าสนใจ ก็เท่านั้น"ชินอ๋องพูดจบก็เดินจากออกไป ทิ้งให้จ้าวหานยืนอึ้งกับคำตอบของอ๋องหนุ่มผู้นั้น
ไม่ใช่แค่จ้าวหานคนเดียวที่ใกับการแสดงออกของชินอ๋องแววตาของเฉินจือหานที่มองชินอ๋องก็เรียบนิ่ง ไม่ไหวติงชายหนุ่มมองแผ่นหลังนั้นอย่างไม่แสดงอารมณ์ ก่อนจะก้มหน้าแล้วหัวเราะออกมาในลำคอจนจ้าวหานหันมามอง
"มีสิ่งใดตลก"
"นางก็น่าสนใจจริงๆ นั่นแหละ น้องสาวของเ้า"เฉินจือหานพูดจบก็เดินแยกออกไปอีกทาง
ชินอ๋องไม่ใช่คนเ้าแผนการณ์บางทีที่ว่าจ้าวซินเยว่น่าสนใจคงหมายถึงแบบนั้นจริงๆ เพียงแต่เฉินจือหานผู้นั้นที่พูดมามันหมายความว่าอะไรกัน เฉินจือหานผู้นั้นมีแผนการณ์อะไรหรือไม่เขาหวังเพียงแต่ว่าน้องสาวของเขาคงจะไม่ถูกดึงเข้าไปในเกมการเมืองระหว่างสองน้าหลานนี้ก็พอ
#####