ตอนที่22
หัวหน้าหมู่บ้านพฤกษา
ไป๋เหอและซวงเอ๋อร์ถูกพาไปที่เรือนหลังเก่าที่เขาเคยมากับจางิ่พอเข้าไปก็ได้พบกับชายชราผมขาวเต็มหัว ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นเห็นเด่นชัดสีหน้าไม่มีรอยยิ้มมีแต่ความสงบนิ่งยากจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ สายตานั้นจับจ้องมองพวกเขาที่เดินเข้ามาอย่างพิจารณา
“ข้าน้อยไป๋เหอขอคารวะท่านหัวหน้า” ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงเอามือประสานกันทำความเคารพคนที่นั่งอยู่ด้วยความอ่อนน้อม ตอนที่เขาเข้ามากับจางิ่ยังไม่ได้พบกับเ้าของเรือนเพราะเขายืนรอยู่ข้างนอกแต่พอได้เข้ามาเห็นคนตรงหน้าช่างดูน่าเกรงขามนักเหมาะสมแล้วที่จะเป็คนดูแลที่นี่
ซวงเอ๋อร์ที่ยืนข้างๆ ทำความเคารพไม่ต่างกัน
ชายชรานิ่งอยู่ครู่พิจารณาเด็กสองคนที่เข้ามาก่อนจะเอ่ยกล่าว “หมู่บ้านพฤกษายินดีต้อนรับว่าแต่พวกเ้าเหตุใดรู้จักจางิ่ได้” ชายชราเอ่ยถามขึ้นเพราะเขาได้รู้จากชาวบ้านว่าสองคนนี้รู้จักจางิ่นั่นเป็สิ่งที่ไม่ดีนัก
“ตอนที่ข้ายังไม่เข้ามาที่นี่ น้องสาวของข้าที่เข้ามาในหมู่บ้านก่อนหน้านั้นได้เจอกับจางิ่เข้าพอดี จึงทำให้ข้าได้รู้จักเช่นกัน”
ชายชราคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปยังเด็กสาวมองเห็นพลังของนางที่ยังอยู่ชั้นก่อเกิดและหันมาหาพี่ชายของนางบ้าง เด็กหนุ่มตรงหน้าก็พึ่งอยู่ชั้นก่อเกิดเช่นกันแต่กำลังจะไต่ระดับเปลี่ยนชั้น พิจารณาสองคนนี้แล้วกลับพบว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาก่อนจะกล่าวถามต่อ
“พวกเ้ากำลังจะไปที่ใดเหตุใดถึงผ่านหมู่บ้านของข้าได้”
“ข้าขอเรียนตามตรงพวกข้าทั้งสองกำลังจะเดินทางไปเรียนที่สำนักเมฆา์แต่เผอิญน้องสาวของข้านาง้าอยากอาบน้ำทำให้ข้าได้แวะพักที่น้ำตกแห่งหนึ่งในป่า แต่ก็เกิดเื่บังเอิญไม่คาดคิดเมื่อข้ากับน้องได้เจองูั์พันปีเข้าข้ากลัวว่าจะเอาชีวิตไม่รอดจึงส่งน้องสาวให้หนีออกมาก่อนก่อนที่ข้าจำตามมาทีหลัง”
“อะไรนะ!!” ชายชราลุกพรวดขึ้นสีหน้ามีความใก่อนจะเอ่ยถามต่อ “เ้าเจองูั์พันปีอย่างนั้นเหรอนั่นมันงูระดับตำนานที่หาตัวจับได้ยากมากและมันก็แข็งแกร่งมากเทียบเท่ากับคนผู้มีพลังอยู่ในชั้น์ขึ้นไปว่าแต่เ้าเอาตัวรอดออกมาได้อย่างไรกัน” ชายชราตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้นเพราะมันไม่ธรรมดาเลยที่ใครจะเจอได้ต้องเป็คนโชคร้ายที่สุดเท่าที่จะได้พบเจอ แต่หากฆ่ามันได้ร่างเ้างูั์นั้นจะมีมูลค่ามหาศาลต่อคนที่ฆ่ามัน
“เรียนตามตรงด้วยพลังของข้าไม่อาจจะสู้มันได้แต่เคราะห์ดีที่ได้ชายชราลึกลับเข้ามาช่วยเหลือข้าทันถึงรอดออกมาได้ต้องขอบคุณชายชราผู้นั้นจริง ๆ”ไป๋เหอกล่าวถึงตรงนี้ภาพชายชราผู้นั้นก็ผุดขึ้นในหัวเพราะท่านาุโช่วยแท้ ๆเขาจึงได้มายืนอยู่ตรงนี้
“แล้วงูนั้นมันได้ถูกกำจัดหรือไม่แล้วซากมันอยู่ที่ใด”
สีหน้าร้อนรนดูจะสนใจมากทำให้ไป๋เหอคิดว่าจะต้องมีอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นว่าเื่นี้ไม่ควรจะถูกเปิดเผยมากกว่านี้ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหกเป็การดีที่สุด
“ข้าถูกชายชราพาหนีออกมาทันไม่รู้ว่าเ้างูั์พันปีนั้นจะเป็อย่างไรบ้างข้าไม่อาจจะกล่าวได้”ชายหนุ่มไม่เผยพิรุธให้เห็นอาจจะทำให้คนตรงหน้าเชื่ออยู่บ้าง เขาน่าจะมองออกว่าฝีมือของเขานั้นมันธรรมดาเกินไปยากที่จะต่อกรกับเ้างูั์นั้นได้
“อย่างนั้นเหรอแต่ก็ดีแล้วที่ปลอดภัยออกมา” ชายชรากล่าวอย่างรู้สึกผิดหวัง แต่หากได้เจอก็คงจะแพ้ไม่ต่างกันด้วยตอนนี้พลังของเขายังอยู่ในชั้นปฐีขั้นที่9 ซึ่งมีพลังเหนือกว่าคนในหมู่บ้านแต่หากรวบรวมคนในหมู่บ้านไปสู้ก็ไม่รู้จะสู้ได้หรือไม่ เ้างูตัวนั้นจะอยู่ขอบเขตพลังชั้นที่เท่าไหร่เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ต้องเจอกับตัว
ไป๋เหอไม่รู้ว่าทำไมชายชราถึงให้ความสนใจเ้างูั์พันปีขนาดนี้ดูเหมือนมีความลับลมคมในอะไร หรือว่าจะเป็พลังของเ้างูั์นั้นที่เขาได้รับน่าจะใช่เื่นี้ไม่งั้นตาแก่ตรงหน้าก็คงไม่กระตือรือร้นที่จะเอ่ยถามถึงเื่นี้มากกว่าเื่ที่จะไปเรียนของเขาเสียอีก
“เอาล่ะเมื่อกี้เ้าบอกว่าเ้าจะไปเรียนที่สำนักเมฆา์ใช่หรือไม่”เมื่อทำใจให้สงบนิ่งชายชราก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ใช่แล้วขอรับข้ากำลังจะเดินทางไปที่นั่น” ไป๋เหอตอบยิ้ม ๆตาแก่นี่วกเข้ามาเื่เรียนของเขาเสียทีนึกว่าจะไม่พูดถึงเื่เรียนของเขาแล้วเพราะมัวแต่สนใจเ้างูั์นั้นอยู่
“งั้นเ้าก็รู้แล้วสินะว่าจางิ่มาขอป้ายหยกกับข้าเพื่อขอไปเรียนที่โน่น”การที่จางิ่กล้ามาเอ่ยขอแสดงว่าคนตรงหน้าก็มีส่วนด้วยแต่พวกเขาจะตกลงอะไรกันนั้นเขาไม่อาจจะรู้ได้ การมาปรากฏตัวที่นี่ของคนทั้งสองและจางิ่ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยไม่อาจจะกล่าวได้ว่าพวกเขากำลังคิดจะทำอะไรแต่ที่แน่ ๆ ต้องระวังไว้เป็การดีที่สุด
“ข้าทราบแล้วขอรับ”
“แต่มีสิ่งหนึ่งที่เ้าไม่ทราบเกี่ยวกับประวัติของจางิ่ดูเหมือนว่าเ้าจะเชื่อใจจางิ่มากเลยสินะเ้าเห็นว่าเขาเป็สหายเช่นนั้นเหรอ หากเป็เช่นนั้นข้าขอเตือนเ้าไว้ก่อนเลยว่าจางิ่นั้นคบไม่ได้ขอให้เ้าระวังตัวไว้ก็ดี”เขาไม่รู้ว่าคนทั้งสองรู้จักกับจางิ่มาก่อนหรือไม่การกล่าวเช่นนี้ของเขาอาจจะพอช่วยพวกเขาให้ระมัดระวังจางิ่ไว้ก็ดี หากพวกเขาเป็พวกเดียวกันกับจางิ่ไม่สนใจคำเตือนของเขาก็แล้วแต่ คนอย่างจางิ่นั้นหักหลังได้แม้กระทั่งพี่น้องเขาเคยพบมาแล้ว
พอพูดถึงเื่อดีตที่จางิ่เคยทำไว้กับหวังเหว่ยน้องชายเขาก็รู้สึกเกลียดชังหน้าจางิ่นัก การกระทำของจางิ่อาจจะทำเพราะอิจฉาน้องชายที่จะได้ดีกว่าจึงเลือกที่จะตัดโอกาสน้องชายตนเองใครๆ ก็มองออกตอนที่ประลองการต่อสู้กันครั้งนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
การเตือนของชายชรามันทำให้เขาต้องฉุกคิดวันนี้ทั้งวันที่ได้อยู่กับจางิ่ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีจะทำร้ายเขาได้ แล้วอีกอย่างจางิ่อาจจะ้าเปลี่ยนแปลงตนเองจริง ๆ แล้วก็เป็ได้ชายหนุ่มได้แต่คิดเช่นนั้น
“ข้าว่าจะลองเชื่อใจจางิ่ดูเมื่อก่อนเขาเป็เช่นไรข้าไม่อาจรู้ได้แต่เห็นเขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวข้าเชื่อว่าเขาไม่น่าจะกล่าวเล่น ๆ ท่านให้โอกาสเขาดูดีหรือไม่”
ไป๋เหอเลือกที่จะพูดตามตรงและก็รอดูการเปลี่ยนแปลงว่าจางิ่จะทำจริงหรือไม่หรือหลอกลวงเขาให้ตายใจแล้วหักหลังเขาทีหลัง ถ้าหากเป็อันหลังกล้าหลอกเขาเมื่อไหร่เขาจะไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ แน่
“เ้ากำลังกล่าวเข้าข้างเขาอยู่ถ้าข้าพูดไม่ผิด แต่คนอย่างจางิ่นั้นยากที่จะปรับปรุงตนเองข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเปลี่ยนตนเองได้ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี”
“งั้นข้าน้อยจะจำไว้ขอรับ”
ไป๋เหอไม่อาจจะกล่าวอะไรต่อได้อีกและเขาก็ถูกนำพาไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่เคยนั่งกินข้าวก่อนหน้านั้น การที่หัวหน้าหมู่บ้านเลือกให้เขามาพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็เพียงบอกว่าให้ช่วยอุดหนุนกิจการของคนในหมู่บ้านเขาก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใดถือว่าช่วยกันไป
เมื่อเขาเข้าไปในห้องและนอนพักได้สักพักก็ได้ยินเสียงของจางิ่อยู่หน้าห้องเขาเดินออกไปเปิดประตูก็ได้เห็นจางิ่กำลังยืนยิ้มอยู่
“ข้าได้ข่าวว่าเ้ามาพักอยู่ที่นี่ก็เลยมาดูเสียหน่อยทีแรกข้า้าจะให้เ้าไปพักที่บ้านข้าจะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียทองแต่หัวหน้าก็ให้เ้ามาพักที่นี้แล้ว”
“ไม่เป็ไรหรอกข้าพักที่ไหนก็ได้ ว่าแต่เ้ามาหาข้ามีอะไรเหรอ” เมื่อเข้ามาในห้องไป๋เหอก็รินน้ำส่งให้แก่จางิ่เชื้อเชิญเขานั่งลงพูดคุย
“ก็แค่มาดูเ้าเฉยๆ ว่าแต่เ้าขาดเหลืออะไรหรือไม่ข้าจะได้นำมาให้” จางิ่กล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความเป็มิตรการที่ไป๋เหอพึ่งมาอยู่ใหม่อาจไม่ได้รับความสะดวกสบายหากเขาที่เป็สหายไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือก็กระไรอยู่
“ขอบใจนะแต่ข้าไม่มีอะไรที่ขาดเหลือเอาไว้มีเมื่อไหร่ข้าจะบอกเ้าแล้วกัน” ไป๋เหอกล่าวตอบยิ้ม ๆจากอาการที่เศร้าก่อนหน้านี้ไม่มีให้เห็นตอนนี้กลับมาเป็จางิ่คนเดิมแล้วแลเห็นเช่นนี้ไป๋เหอก็สบายใจ
“อืมก็ได้ เอ่อว่าแต่ข้าอยากจะขออะไรเ้าอย่างหนึ่งสิไม่รู้ว่าเ้าจะให้หรือเปล่าอาจจะเป็การละลาบละล้วงก็เป็ได้ข้ารู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกัน” เขาพูดออกมาอย่างเกรงใจหวังว่าเื่ที่ขอไป๋เหอจะไม่หวงเขาได้รวบรวมความกล้าหน้าด้านเพื่อเื่นี้โดยเฉพาะแม้จะรู้ว่าของสิ่งนี้สำคัญมากไม่มีใครให้ดูง่ายๆก็ตามเผื่อไป๋เหอเห็นแก่การเป็สหายของตนจะไม่หวงของสิ่งนี้เขาภาวนาให้เป็เช่นนั้น
“ว่ามาถ้าหากทำได้ข้าก็จะทำแต่หากไม่ได้ข้าขอปฏิเสธนะ”
“ได้ได้ ไม่มีอะไรมากหรอกข้าเพียงแต่อยากดูแผ่นหยกที่ได้รับจากสำนักเมฆา์ ป้ายหยกมีไว้เพื่อยืนยันว่าได้เป็ศิษย์เข้าไปเรียนขอข้าดูหน่อย”
ชายหนุ่มฉุกคิดอยู่ครู่หนึ่งเหตุใดจางิ่จะต้องดูด้วยในความเป็จริงแล้วเขาน่าจะเคยเห็นมาก่อนหน้านั้นแม้ว่าจะเกิดความสงสัยชายหนุ่มก็หยิบมันจากแหวนมิติออกมา
“นี่เอาไป”
“ขอบใจนะ” จางิ่เมื่อได้รับแผ่นหยกมาอยู่ในมือแล้วเขาถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ไป๋เหอมองเห็นรอยยิ้มมีความสุขของจางิ่ก็ทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น มีความสุขขนาดนั้นเชียวเหรอที่ได้จับััมันสงสัยความ้าที่อยากไปเรียนของจางิ่ดูจะมีมากล้นเห็นเขาค่อยๆ ลูบคลำมันเหมือนดั่งเป็ของสำคัญ หากที่เรียนแห่งนี้ไม่ต้องใช้ป้ายหยกก็คงดีคนจะได้พากันสมัครเข้าได้ง่ายหรือมีการสอบคัดเลือกก็ยังดีป้ายหยกแบบนี้ทำให้คนเกิดการแย่งชิงฆ่ากันได้
“รู้ไหมว่าข้าอยากได้มันมามากเพราะป้ายหยกที่ได้รับมานั้นมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตยกเว้นหากมันโดน่ชิงไปก็เป็เคราะห์กรรมของคนผู้นั้น การเห็นป้ายหยกชิ้นนี้ก็เหมือนการมีอำนาจน่าเกรงขามว่าตนเองเคยเรียนอยู่ที่สำนักแห่งนี้เป็ใบเบิกทางชั้นดี สำนักเมฆา์เป็ที่ยอมรับของคนทั่วไปหากจบจากที่นี่ก็เป็หน้าเป็ตาให้แก่วงศ์ตระกูล”เขายื่นมันให้แก่ไป๋เหอคืนมองดูมันหลุดออกจากมือไปก็นึกเสียดายได้แต่คิดว่าทำไมเขาถึงไม่มีวาสนาที่จะได้มันเหมือนคนอื่น
ชายหนุ่มรับป้ายหยกแล้วเอามันกลับเข้าไปในแหวนมิติคืน การกล่าวคำยืดยาวของจางิ่มันทำให้ไป๋เหอคิดว่าจางิ่น่าจะรู้จักสำนักเมฆา์อยู่พอสมควร
“ดูท่าแล้วเ้าก็น่าจะรู้ประวัติมาพอสมควรนะ ว่าแต่เ้ารู้ไหมว่าทำไมต้องใช้ป้ายหยกพวกนี้เพื่อยืนยันการเข้าเรียนด้วย ทำไมถึงไม่ไปสมัครเรียนเหมือนโรงเรียนทั่วไปละ” เมื่อเกิดความสงสัยชายหนุ่มก็ใคร่อยากได้คำตอบถ้าจางิ่ไม่สามารถให้คำตอบได้เขาก็จะต้องไปถามคนอื่นต่อ
จางิ่ทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบในสิ่งที่เขาพอรู้มาบ้าง “เท่าที่ข้าพอรู้มานะเห็นบอกว่าคนที่ได้ป้ายหยกจะไม่ต้องเข้าคัดเลือกสามารถถือป้ายหยกเดินเข้าไปได้เลย ส่วนคนที่เข้าไปสมัครทีหลังต้องไปแข่งขันกับคนอีกจำนวนมากไม่ใช้น้อย หากใครผ่านเข้าไปได้ก็จะได้รับป้ายหยกเช่นกัน”
“อ๋อแสดวงว่าคนที่มีป้ายหยกก็ได้เปรียบนะสิ ส่วนคนที่ไม่มีป้ายก็ต้องแข่งขันกับผู้อื่นเพื่อได้มันมา ถ้าอย่างนั้นก็คงจะยากเย็นนะสิเพราะคนที่้าเข้าไปก็มีจำนวนมากมายแน่" หากได้ขึ้นชื่อว่าเป็สำนักที่มีชื่อเสียงย่อมที่จะมีคนอยากเข้าไปเรียนฉะนั้นแล้วไม่ต้องพูดถึงคนที่ไปสมัครคงจะเยอะมากน่าดู
“มากเท่าที่ข้าพอจะรู้วันที่คัดเลือกมีจำนวนบางครั้งก็ถึงหนึ่งหมื่นคนแต่อย่างต่ำๆที่ผ่านมาก็อยู่ราว ๆ ห้าพันคนขึ้นเพื่อแย่งชิงป้ายหยกแค่ 200 อัน”
“เอ๊ะ!! ทำไมป้ายหยกถึงมีน้อยขนาดนั้นละ จำนวนคนที่ไปสมัครมีมากมายแต่จำนวนป้ายกลับมีอันน้อยนิด” ไป๋เหอเกิดใไม่คิดว่ามันจะน้อยเกินกว่าที่เขาคิดไว้นี่เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรเลยก็ว่าได้
“ก็เพราะเขา้าประชากรที่มีความสามารถมากพอถึงจะเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ข้าก็บอกแล้วว่าคนที่กลับออกมาหลังจากเรียนจบก็คือบุคคลสำคัญเลยก็ว่าได้มีคนนับหน้าถือตาเพราะเป็สถานที่บ่มเพาะระดับคนหัวกะทิทั้งนั้น แล้วในการเรียนอยู่ในนั้นก็มีการแข็งขันสูงบางคนถึงขั้นไม่ได้กลับออกมาก็มี” ที่เขารู้ก็เพราะเขา้าอยากเข้าไปเรียนจึงได้ศึกษาหาข้อมูลมาไว้
“น่าเสียดายนะหากเกิดตายอยู่ที่โน่นก่อนจะกลับออกมาสู่โลกกว้างอีกครั้ง” ไป๋เหอพูดออกมาแล้วก็ถอนหายใจยาวการแข่งขันที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตเขาไม่ชอบเลยแต่สถานที่แห่งนี้มันเป็โลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง คนอ่อนแอมักจะอยู่ไม่รอดบนโลกที่มีแต่การต่อสู้เช่นเขาหากอ่อนแอไปก็กลายเป็ต้องโดนรังแกไปตลอดหรือไม่ก็อาจตายในโลกแห่งนี้ก็เป็ได้ หากไม่ได้ย้อนกลับไปโลกเดิมแล้วก็จงทำมันให้ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสยื่นเข้ามา
ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอน กดติดตามอ่านกันได้เลย