Chapter 07 : แก้มือ
“มนตราสายรามเกียรติ์ ไม่คิดว่าเด็กอายุแค่นี้จะใช้บทร่ายประเภทนี้”
เสียงหวานๆ ของหญิงสาวดังขึ้นข้างๆ มิน เมื่อชายหนุ่มหันไปถึงเห็นว่าเป็มายกำลังเลียไอศกรีมแท่งที่โผล่มาจากไหนก็ไม่ทราบ
พลังงานที่จอมยุทธ์และจอมเวทย์ใช้นั้นไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด มันคือพลังงานเดียวกันแต่เรียกต่างกันเพราะคนใช้อยู่ต่างที่ต่างวัฒนธรรมในตอนที่มีคนพัฒนาวิธีใช้มันเท่านั้น และอีกข้อที่แตกต่างกันก็คือวิธีใช้มัน
พลังงานซึ่งถูกเรียกว่าพลังลมปราณหรือฉีที่พวกจอมยุทธ์ตะวันออกใช้นั้น วิธีการที่พวกเขาใช้มันคือการควบคุมพลังงานจากภายในร่างกายแล้วจึงค่อยๆ พัฒนาให้มันไหลไปที่จุดสำคัญๆ ภายในร่างกายซึ่งแตกต่างจากจอมเวทย์ตะวันตกที่ฝึกควบคุมพลังงานจากภายนอกซึ่งถูกเรียกว่ามานา
โดยทั้งสองวิธีนี้คือวิธีที่แพร่หลายที่สุดทั่วโลกและด้วยความทันสมัยในปัจจุบันที่ผู้คนสามารถเข้าถึงทั่วทุกมุมโลกได้ด้วยอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนสามารถศึกษาข้อมูลจากต่างที่ได้อย่างง่ายได้และทำให้เกิดการผสมผสานกันของสิ่งต่างๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือ
บทร่ายสายรามเกียรติ์นี้ เดิมทีแล้วมันเป็เวทมนตร์สายพราหมณ์-ฮินดูซึ่งไม่มีบทร่ายคาถาเช่นนี้แต่เพราะจอมเวทย์ตะวันตกซึ่งได้เข้าไปศึกษาวัฒนธรรมของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูบวกกับเื่ราวของรามเกียรติ์ทำให้พวกเขานำมันมาประยุกต์ใช้กับบทร่ายเวทมนตร์สายตะวันตก เกิดเป็บทร่ายแบบใหม่ขึ้นมา
“ข้าแต่พระพายแห่งพายัพ ข้าขอวิงวอนในฐานะบริวารแห่งท่าน โปรดประทานวายุแก่ข้า พัดพาไปทั่วทุกสารทิศ พัดผ่านแมกไม้ พัดผ่านใบหญ้า ค้นหาศัตรูข้า ค้นหาอริข้า”
สิ้นคำร่ายเวทย์ สายลมอ่อนๆ พลันโชยไปทั่วบริเวณ ไม่มีความแรงแต่อย่างใดแต่มันก็สามารถทำให้ใบไม้พลิ้วไหวไปตามสายลมได้
“เจอยังสาม” นนถามขึ้น
“ยัง ขออีกนิด”
เวทมนตร์บทนี้เป็เวทมนตร์ประเภทลมซึ่งเป็เวทย์ระดับพื้นฐานที่ถูกสอนกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ใช้เวทย์สายลมในมนตรารามเกียรติ์ คุณสมบัติของเวทมนตร์บทนี้คือการใช้ลมให้พัดไปยังสถานที่ต่างๆ ในรัศมีที่กำหนดเพื่อค้นหาสิ่งที่้า
โดยเวทมนตร์บทนี้จะส่งภาพวัตถุที่สะท้อนกับสายลมกลับไปยังผู้ร่าย โดยในกรณีนี้วัตถุที่สามกำลังค้นหาอยู่ก็คือสิ่งมีชีวิตซึ่งมีลักษณ์ทางกายภาพแตกต่างต้นไม้และก้อนหิน
“เจอแล้ว! พิกัดสิบเอ็ดนาฬิกา ระยะทางสามร้อยเมตร สามนาฬิกาประมาณสองร้อยเมตรและหนึ่งนาฬิกาหนึ่งร้อยเมตร”
จบประโยคที่เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ปาร์ตี้ทั้งสี่คนพลันตั้งขบวนวิ่งไปยังเป้าหมายในทิศทางเดียวกันทันทีทั้งๆ โดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาซึ่งมีสองเดินนำหน้าพร้อมกับยกโล่ขึ้นมาตั้งบังให้กับสมาชิกที่เหลือข้างหลัง ตำแหน่งของสามอยู่คือแนวหลังสุดโดยมีนนและบอยประกบข้างเพื่อกันไม่ให้ถูกรอบโจมตีขณะที่สามกำลังตั้งสมาธิกับการหาตำแหน่งสมาธิกับการหาตำแหน่งศัตรู
“ขอทิศทางอีกครั้ง” บอยถามขึ้นในขณะที่วิ่งไปด้วย
“สิบสองนาฬิกาอีกสามสิบเมตร เตรียมปะทะ”
สิ้นคำพูดของสามไม่ถึงสิบวินาทีพวกเขาก็เจอกับมอนสเตอร์ตัวเขียวซึ่งมีส่วนสูงเท่ากับเด็กประถมกำลังยื่นจ้องพวกเขาอยู่
“เตรียมปะทะ อีกสองจุดกำลังเคลื่อนที่เข้ามา ตั้งขบวนหัวลูกศร”
สามผู้ซึ่งเป็ผู้บัญชาการในปาร์ตี้นี้เอ่ยขึ้นเสียงดังพอให้คนในปาร์ตี้ของตัวเองได้ยิน ไม่แน่ใจว่ามอนสเตอร์ตัวเขียวภายหน้าจะเข้าใจหรือเปล่าแต่จากคำบอกเล่าของบอยซึ่งเคยต่อสู้กับมันแล้ว เด็กหนุ่มจึงคิดว่าปลอดภัยไว้ก่อนโดยการตั้งขบวนหนึ่งสามโดยที่จะทำการย้ายตำแหน่งโดยเอาแนวหน้าหนึ่งคนออกไปยืนดูเชิงและรอรับการโจมตีส่วนอีกสามคนอยู่หลังโล่หนา เมื่อเห็นว่าขบวนของปาร์ตี้ของเขาเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มจึงกล่าวต่อ
“มีเวลาหนึ่งนาทีก่อนที่อีกเป้าจะมาถึง ปะทะ!”
สิ้นคำสั่งของสาม ทั้งสามก็พลันวิ่งเข้าไปหาก็อบลินผู้ซึ่งถือดาบสั้นในมือเตรียมเข้าต่อสู้กับพวกเขาอยู่ มันยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าหากลุ่มมนุษย์ตรงหน้าเช่นกัน
“เจอดีแน่!”
บอยะโขึ้นก่อนจะง้างหมัดของเขาเข้าหาเ้าก็อบลิน เขาเป็คนแรกที่พุ่งเขาไปแม้เด็กหนุ่มจะใช้หมัดเปล่าเป็อาวุธแต่พลังโจมตีจากหมัดของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่ของเพื่อนสนิทของเขาแม้แต่น้อย…ถ้ามันโดนน่ะนะ
ในขณะที่หมัดของเด็กหนุ่มกำลังจะถึงตัวเ้าก็อบลินนั่นเอง มันก็ขยับร่างกายของมันเอนหลบการโจมตีของบอยไปอย่างฉิวเฉียดพร้อมกับตวัดแขนข้างที่ถือดาบไปหาเด็กหนุ่ม เขาเห็นดังนั้นจึงหมุนตัวหลบก่อนที่จะะโออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง
ฟิ้ว!
อากาศที่ถูกอัดกันจดเป็ก้อนพลังงานโดยเวทมนตร์พุ่งเข้าใส่ก็อบลินลอยผ่านหลังของบอยไป มอนสเตอร์ตัวเขียวโดนเวทมนตร์ดังกล่าวเข้าไปอย่างจังเนื่องจากไม่ทันระวัง มันกระเด็นลอยไปกลางอากาศกระแทกต้นไม้ใหญ่ข้างหลัง
แต่การโจมตีแค่นั้นก็ไม่อาจจะจัดการมันได้ แม้จะดูเหมือนว่ามันได้รับความเสียดายอยู่บ้างแต่มันก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมกับใช้มือของมันปัดเอาฝุ่นและเศษใบไม้ตามตัวออก ก่อนจะหันไปทางกลุ่มมนุษย์สี่คนเบื้องหน้ามันโดยมีสองใช้โล่ั์บังการมองเห็นของเ้าก็อบลินไว้
“ไอ้หนุ่ม ทำไมก็อบลินของเอ็งมันสมจริงจังฟะ”
ชายชราที่ยืนดูภาพบนหน้าจอสกรีนพูดขึ้นหลังจากได้เห็นการต่อสู้ผ่านโทรทัศน์จอแบนเครื่องใหญ่ ชายชราคนที่เหลือต่างพากันพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย พวกเขาหันไปจ้องชายหนุ่มผู้เป็เ้าของร้านเพื่อรอคำตอบแต่กระนั้นก็ต้องอารมณ์เสียเพราะชายหนุ่มตรงหน้าทำเพียงเพียงยิ้มบางๆ กลับมาให้แค่นั้นโดยไม่พูดอะไร
“อย่าบอกนะว่าเอ็งจ้างอาร์ควิซาร์ดมาสร้างมอนสเตอร์ให้น่ะ ั้แ่เกิดมานอกจากร้านที่สยามวันแล้วข้าก็ไม่เคยเห็นมอนสเตอร์ที่ไหนสมจริงนี้มาก่อน เผลอๆ มอนสเตอร์ร้านเอ็งสมจริงกว่าที่สยามวันอีก มิน่าล่ะ ค่าเข้าถึงได้แพงนัก” ชายชราคนหนึ่งกล่าว
“ความลับทางการค้าครับ”
มินตอบเขาชายชราออกไปเพื่อที่จะให้เขาหยุดพูดเนื่องจากชายหนุ่ม้าดูการต่อสู้เบื้องหน้าพร้อมกับหันไปถามคำถามเดิมเฉกเช่นเมื่อวานกับหญิงสาวผู้ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ กัน
“เธอคิดว่าไง”
“อาจจะผ่าน ต้องรอดูว่าเด็กพวกนี้มีฝีมือในการต่อสู้เป็ทีมขนาดไหนแต่จากเท่าที่ดูแล้วก็ใช้ได้นะ ถ้าได้ฝึกอีกหน่อยก็คงขยายจุดตันเถียนให้มีความแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะคนที่เป็แทงค์ ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะยังไม่ได้ทำอะไรมาก อายุเพียงเท่านี้แต่กลับอยู่แรงค์Bได้ ถือว่าความสามารถไม่ธรรมดา”
มายกล่าวพร้อมกับหัวเราะในลำคอเสียงแ่ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขโดยสายตาทั้งสองข้างของเธอไม่เคยละไปจากหน้าจอโทรทัศน์เครื่องใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ตัดภาพกลับมาในดันเจี้ยนป่าดิบชื้น สองยกโล่ของเขากระแทกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หมายจะน็อคดาวน์ก็อบลินที่พยายามผ่านตัวของเขาไปหาบอย มันะโถอยหลังหลบทันทีที่เห็นโล่ใหญ่เคลื่อนตัวเข้าหามัน
“สามนาฬิกาอีกสิบห้าวิ ไอ้นนเตรียมตัว” สามเอ่ยขึ้น
“ได้เลยเพื่อนยาก” นนตอบกลับพร้อมกับถอยระยะให้ห่างจากก็อบลินที่กำลังแลกหมัดกับบอยอยู่
“สาม สอง หนึ่ง ไป!”
สามสั่งการอีกครั้งก่อนที่นนพุ่งตัวเข้าป่าไปยังทิศทางสามนาฬิกา เพียงไม่ถึงสามสิบวินาทีที่เขาออกตัววิ่ง เด็กหนุ่มก็ต้องพบกับก็อบลินอีกตัวที่กำลังถือมีดสั้นวิ่งมาจากฝั่งตรงข้ามเขา เมื่อเ้าก็อบลินเห็นว่าศัตรูของมันรู้ตัวแล้ว มันจึงพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
เคร้ง!
เสียงของกระบี่และมีดสั้นปะทะกันดังขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่จึงะโถอยห่างรักษาระยะกันเพื่อดูเชิงของอีกฝ่าย นนแกว่งกระบี่ของเขาก่อนจะพุ่งตัวไปยังมอนสเตอร์ตัวเขียวเบื้องหน้า เมื่อก็อบลินเห็นดังนั้นจึงพุ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มเช่นกันอย่างไม่รีรอ
คมกระบี่ตวัดผ่าอากาศลงไปเบื้องหน้าหวังจะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายแต่ศัตรูของเขาดันพลิกตัวไปดันข้างก่อนจะใช้มีดแทงเข้ามาโดยมีเป้าหมายที่คอของเขา
นนเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้เท้าเตะไปที่สีข้างของเ้าก็อบลิน มอนสเตอร์ตัวเขียวกระเด็นไปสามเมตรก่อนจะรีบลุกขึ้นมาแล้วพุ่งตัวเข้าหาคนที่เพิ่งจะทำร้ายมันไปราวกับว่ามันไร้ความเ็ปจากลูกเตะเมื่อสักครู่ของคนเบื้องหน้าก็มิปาน
เด็กหนุ่มตวัดกระบี่ของเขาอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะศัตรูของเขากลับพุ่งเข้าหาเขาโดยไม่หลบการโจมตี คมกระบี่เฉือนลงไปแขนของมอนสเตอร์ตัวเขียวก่อนที่เืสีแดงจะไกลออกมา นนเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องพลันขนลุกสู่ก่อนที่เขาจะะโขึ้น
“ไอ้ฉิบหาย เื เื!!! เหมือนจริงไปปะวะ!”
“เชี้ยบอย!” สามขึ้นเสียงใส่บุคคลที่พาพวกเขามายังดันเจี้ยนนี้หลังจากที่ได้ยินเพื่อนผู้ใช้กระบี่ะโออกมา
“กูจะไปรู้ไหมกูใช้หมัด อย่างมากก็มีแค่รอยช้ำ” บอยตอบกลับเสียงเรียบในขณะที่กำลังหลบดาบสั้นของก็อบลินเบื้องหน้าอยู่
“โถไอ้ควายเอ๊ย!” นนะโด่าเพื่อนสนิทของเขาเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย
เป็เื่ธรรมดาที่พวกเขาจะใเมื่อดันเจี้ยนในโรงเรียนที่พวกเขาฝึกกันเป็ประจำนั้นมีมาตรการลดความรุนแรงลง ทำให้มอนสเตอร์ต่างๆ นั้นไม่มีเื และไม่ใช่เฉพาะที่โรงเรียนเท่านั้นแต่รวมไปถึงดันเจี้ยนสตูดิโอส่วนใหญ่ก็มีมาตราแบบนี้เช่นกัน
ที่นนะโอย่างหัวเสียก็เพราะทั้งเขาและสามมีอาการกลัวเืเล็กน้อย ไม่ได้ถึงขั้นเห็นเืสีแดงสดแล้วเป็ลมแต่อย่างใด พวกเขาก็แค่รู้สึกไม่ค่อยชอบที่จะเห็นเืเท่านั้นเอง
“ไอ้บอย สิบนาฬิกาอีกหนึ่งนาที เตรียมตัว!” ไม่ทันที่ใครจะได้เถียงต่อ สามก็พูดขึ้น
“รับทราบ! ไอ้สองจัดการต่อด้วย”
เมื่อได้ยินประโยคของบอย สองผู้พยายามใช้โล่ของเขากระแทกไปที่เ้าก็อบลินหลังจากบอยหลบการโจมตีของมันอยู่ เด็กหนุ่มยกโล่ใหญ่กว่าสองเมตรขึ้นก่อนจะถ่ายโอนพลังฉีของตัวเองไปที่โล่แล้วจากนั้นเขาก็กระแทกลงพื้นอย่างแรง
ตึ้ม!
พื้นดินในรัศมีสิบเมตรเกิดการสั่นะเื เ้าก็อบลินที่ถือดาบสั้นไม่ได้ตั้งตัวกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงล้มลงไปนอนกองกับพื้น บอยเห็นโอกาสจึงพุ่งตัวเข้าไปพร้อมง้างหมัดที่อัดแน่นไปตัวพลังฉีหวังจะปลิดชีพเ้ามอนสเตอร์ตรงหน้า
แต่ในขณะที่หมัดของเด็กหนุ่มกำลังจะถึงตัวศัตรูของเขานั้น มันก็ม้วนตัวหลบเพื่อไม่ให้หมัดของเขาโดนจุดตายทำให้หมัดของบอยอันเข้าไปที่บริเวณไหล่ของเ้าก็อบลินเท่านั้น
รอยช้ำเป็จ้ำสีม่วงปรากฏขึ้นบริเวณไหล่ของมอนสเตอร์ตัวเขียวอย่างรวดเร็ว มันร้องครางด้วยความเ็ปพลางมองไปที่รอยปกช้ำบนร่างกายของตัวเองสลับกับมนุษย์สองคนเบื้องหน้า
“ไอ้บอย ประจำที่”
เสียงสั่งการของสามดังขึ้นอีกครั้ง บอยใช้สายตาของเขามองไปยังก็อบลินเบื้องหน้าก่อนที่เขาจะยักคิ้วกวนๆ ให้กับมันหนึ่งครั้งแล้วะโถอยกลับไปตั้งหลักใกล้ๆ สามก่อนพร้อมเอ่ยขึ้น
“ไอ้สองฝากจัดการที่เหลือด้วย”
“เออ” สองตอบกลับพร้อมกับยกโล่ของเขาวิ่งเข้าหามอนสเตอร์ตัวเขียว
“สิบนาฬิกา ไป!” สิ้นคำสั่งการของนักกลยุทธ์ของกลุ่ม บอยก็สาวเท้าพุ่งไปยังทิศทางที่เพื่อนสนิทของเขาบอกทันที วิ่งไปไม่ได้ถึงสามสิบเมตรโดยในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจดจ่อกับรอบข้างอยู่นั้นเอง
ฟิ้ว!
ลูกธนูไม้ก็พลันพุ่งผ่าอากาศเข้ามาที่หน้าเขา เด็กหนุ่มะโเอี้ยวตัวหลบทันควันก่อนที่จะะโขึ้นทั้งๆ ที่ยังระวังการโจมตีชุดต่อไปของคู่ต่อสู้ของเขาอยู่
บอยหน้าขึ้นสีทันทีพร้อมกับหันหน้าไปข้างหลังแล้วจึงะโออกมาเสียงดัง “ไอ้สาม ไอ้ฉิบหาย มึงแกล้งกูรึปะ ให้เอาหมัดเปล่ามาสู้กับธนูเนี่ยนะ ทำไมไม่ส่งไอ้สองมาวะ!”
“โทษทีวะ ไม่รู้ว่าอาวุธมันเป็ธนู” สามะโตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“แตหลอไอ้ห่า! เวทย์มึงบอกรายละเอียดขนาดนั้นจะไม่รู้ได้ไงว่าก็อบลินมันใช้อาวุธอะไร นี่มึงกะเอาคืนกูเื่เืเหรอ” บอยะโกลับไปพร้อมกับหลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาหาเขาอีกระลอก
“บ้า มึงคิดมากไปเปล่าไอ้บอย” คนเอาคืนเพื่อนได้ตอบกลับไปพร้อมกับกลั้นขำครู่หนึ่งก่อนจะะโกลับไปหาเพื่อนสนิทของตน “มึงก็แค่เข้าถึงตัวมันให้ได้ดิ พวกสายธนูถ้าโดนเข้าถึงระยะประชิดก็ไม่ต่างอะไรกับงูที่โดยหักเขี้ยวหรอก”
แม้จะรู้ตัวว่าโดนเพื่อนสนิทของตัวเองแกล้งแต่เขารู้ดีว่าเขาทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ บอยจึงตัดสินใจว่าค่อยไปปิดบัญชีกับเพื่อนตัวดีหลังจากสู้ดันเจี้ยนนี้เสร็จ คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็ขยับตัวหลบลูปธนูอีกชุดหนึ่งทีบินแหวกอากาศเข้าหาเขาก่อนจะพุ่งตัวไปข้างหน้า
“ข้าแต่พระพายแห่งพายัพ ข้าขอวิงวอนในฐานะบริวารแห่งท่าน โปรดประทานวายุแก่ข้า จงหมุนวนรอบกาย ปกป้องสหายข้า ปกป้องพันธมิตรข้า”
มนตราบทใหม่ถูกร่ายขึ้นจากสาม เขายกไม้เท้าชี้ไปในทิศทางของบอย เมื่อสามร่ายคาถาเสร็จสิ้นพลันก็มีสายลมหมุนรอบๆ ตัวของเด็กหนุ่ม มันคือคาถาลมระดับพื้นฐานที่เอาไว้ป้องกันอาวุธระยะที่มีอานุภาพไม่เยอะนัก
“แต๊งวะเพื่อนยาก” บอยกล่าวขอบคุณนักกลยุทธ์ของปาร์ตี้พร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายของเขาทันที
เคร้ง!
เสียงของกระบี่และคมมีดดังขึ้นอีกครั้ง นนตวัดอาวุธของเขาออกไปแต่ก็ยังมิวายถูกคมของมีดสั้นของศัตรูกันไว้ได้
เด็กหนุ่มยิ้มออกมา เขารู้สึกตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ แม้นนจะเป็คนที่อยู่แรงค์ต่ำที่สุดในปาร์ตี้ (แรงค์G) แต่ถ้าเทียบกับเด็กคนอื่นๆ โดยค่าเฉลี่ยจากเด็กที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปีที่สามที่สามารถปลุกพลังขึ้นมาได้ถึงจะมีไม่น้อยแต่เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กที่อายุเท่ากันแล้ว เขาก็พูดได้ว่าอยู่สูงกว่าคนพวกนั้นนิดหน่อย ถึงจะเทียบไม่ได้ไอ้สองไอ้สามก็ตาม
เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปศัตรูเบื้องหน้าอีกครั้งพร้อมกับตั้งท่าร่างวิชากระบี่ของตนแต่คราวนี้กลับต่างออกไปมอนสเตอร์ตัวเขียวะโถอยหลังหลบพร้อมกับปามีดสั้นของมันมายังเขา นนวาดกระบี่ไปกลางอากาศเพื่อปัดมีดที่ถูกปามาจนกระเด็นลงไปปักที่พื้นดิน ก็อบลินเห็นดังนั้นจึงเริ่มหันหลังและวิ่งหนี เด็กหนุ่มวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
“ไอ้นนอย่าไปไกลนะ”
สามะโขึ้นหลังจากสังเกตเห็นสถานการณ์ของเพื่อนสนิท นนพยักหน้าตอบกลับก่อนจะวิ่งตามเ้ามอนสเตอร์ไป ปล่อยให้สามร่ายเวทใส่ก็อบลินตัวที่กำลังสู่อยู่กับสองอย่างเมามัน
เ้าก็อบลินที่นนวิ่งตามหยุดวิ่งหลังจากที่เด็กหนุ่มอยู่ห่างไกลจากเพื่อนๆ ของเขาระยะหนึ่งแล้ว นนรู้ตัวเลยทันทีว่ามอนสเตอร์ตัวเขียวหลอกให้เขาออกห่างจากปาร์ตี้ มันยิ้มจนเห็นเขี้ยวสีเหลืองให้เด็กหนุ่มหนึ่งครั้งก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดไปมา พลันปรากฏมีดสั้นในมือ
‘เสกอาวุธได้เหรอวะ’ นนคิดในใจ
เด็กหนุ่มตั้งท่าพร้อมต่อสู้ เขายกกระบี่ขึ้นมาแนบศีรษะ ย่อขาทั้งสองข้าง สายตาจ้องไปที่ศัตรูตรงหน้าโดยที่มันก็กำลังจ้องเขาไม่วางตาเช่นกัน
เ้าก็อบลินค่อยๆ ขยับเท้าเล็กๆ ของมันเดินไปทางด้านขวาผ่านต้นไม้ใหญ่ทีละต้น นนไม่แน่ใจว่ามันกำลังจะทำอะไรแน่ เขาค่อยๆ ย่องไปยังทิศทางเดียวกันพร้อมกันโดยไม่ละสายตาจากมัน ในจังหวะนั้นเองที่มอนสเตอร์ตัวเขียวเดินผ่านต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่งนั้น…
มันก็หายไปจากสายตาของเด็กหนุ่มทันที
“เชี้ย หายไปได้ไงวะ” นนอุทานขึ้น
พร้อมกับสังเกตรอบตัวเขาทันที เด็กหนุ่มในชุดหนังค่อยๆ ย่องถอยหลังระมัดระวังหวังจะสร้างระยะห่างให้กลับไปอยู่ในระยะสายตาของสาม
แต่ในจังหวะนั้นเอง
เ้าก็อบลินที่หายไปจากสายตาของนนก็พลันปรากฏตัวขึ้นข้างหลังของเขาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย มันะโลงมาจากบนต้นไม้พร้อมกับใช้คมมีดปักลงที่ไหล่ของเด็กหนุ่ม เขาร้องโอดครวญออกมาดังลั่นก่อนจะถอยกรู่เพื่อไปตั้งหลัก
“คึคึคึคึคึ” เ้าก็อบลินหัวเราะออกมา
“ประมาทไปสินะ” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเอง แต่ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะได้ทำอะไร
ตู้ม!
บอลอัดอากาศก็พุ่งออกมาจากพุ่มกระแทกเข้าไปที่หลังก็อบลินอย่างจัง พร้อมกับการปรากฏตัวของนักเวทย์ของปาร์ตี้ เขาวิ่งออกมาจากหลังพุ่มไม้พร้อมกับถือไม้ทั้งสองมือ ที่ยอดของไม้เท้ามีลมหมุนวนแปลกๆ กำลังพัดไปมา ไม่ทันที่เ้ามอนสเตอร์ตัวเขียวจะได้ตั้งตัว เมื่อเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาถึงตัวเ้าก็อบลินที่กำลังจะยืนขึ้นนั้น เขาก็ใช้ยอดไม้เท้าทิ่มลงไปที่กลางอกของเ้ามอนสเตอร์
ซู่มมมม
ราวกับเครื่องปั่นไฟฟ้า เนื้อ หนัง เครื่องในและเืของมอนสเตอร์ตัวเขียวกระจายไปทั่วบริเวณและบนเนื้อตัวของมนุษย์ทั้งสอง
สามหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อพยายามตั้งสติของตัวเองหลังจากเืของมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งฆ่าไปกระเด็นเข้าที่ใบหน้าเขาเต็มๆ ทั้งสองรู้สึกขาอ่อนแรงเล็กน้อยทันทีจนอยากจะทรุดตัวลงกับพื้นเมื่อเห็นเืมากมายเบื้องหน้า
“คาถาสว่านลม หื้ม ใช้ได้” เสียงหวานพูดขึ้น
“อีกนิดเดียวเอง” มินพูดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นว่ามอนสเตอร์ของเขาเกือบจะจัดการหนึ่งในสมาชิกของปาร์ตี้ลูกค้าคนแรกของเขาได้แล้ว
“น่าเสียดายแต่ฉันก็ต้องยินดีกับนายด้วย” มายพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้เขา
“ยินดีเื่อะไรของเธอ ก็อบลินของฉันเพิ่งโดนฆ่าไปนะ” ชายหนุ่มเถียง
“ตาทึ่ม เปิดแอปฯเดี๋ยวนี้! แล้วเข้าไปที่หน้ามอนสเตอร์ของตัวที่เพิ่งโดนจัดการไป” หญิงสาวกล่าวเสียงเข้ม
“แหมไม่ต้องขึ้นเสียงก็ได้” มินหยิบโทรศัพท์ขึ้นตามทำบอกของผู้ชายของเขา ชายหนุ่มเปิดไปหน้าข้อมูลของก็อบลิน
เผ่าพันธุ์: ก็อบลิน (F)
เทียร์ | ★☆☆
พละกำลัง | ☆☆
พลังโจมตี | ☆☆
ความชำนาญมีด | ★☆☆
สกิล: เร้นกาย (stealth)
[ค่าประสบการณ์ ------ 41% ------]
“สกิลเร้นกาย?” ถามขึ้นพร้อมหันไปมองหญิงสาวด้วยความสงสัย
“มีอะไรไม่น่าเข้าใจ ไม่ต่างกับสกิลในเกมที่นายเคยเล่นหรอก” มายกลั้นขำก่อนจะพูดออกมาเพื่อเห็นหน้าตาที่ไม่ค่อยเข้าใจของอีกฝ่าย แล้วเธอจึงกล่าวต่อ
“ง่ายๆ หลังจากที่นายเห็นดันเจี้ยนที่ซิสเตมสร้างแล้ว นายพอจะเห็นแล้วใช่ไหมว่ามันแตกต่าง”
“อืม ทั้งบรรยากาศและความสมจริงโดยเฉพาะความสามารถของมอนสเตอร์ แตกต่างจากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนในความทรงจำของเ้าของร่างเก่านิดหน่อย”
“เพราะว่าอะไรรู้ไหม” มายถามเขา
ชายหนุ่มส่ายหัวกลับไป เขาไม่ทราบจริงๆ วาเพราะเหตุใด
“เพราะว่ามอนสเตอร์ที่นายเห็นอยู่นั้นเป็ของจริงยังไงล่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
“ฮะ!” เขาะโขึ้นทันควัน ‘ตัวจริง เธอหมายถึงมอนสเตอร์ตัวจริงๆ ไม่ใช่เอไอที่เกิดจากการผสานของเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์น่ะเหรอ’ ชายหนุ่มพูดในใจเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถอ่านความคิดของเขาได้
“อาฮะ” หญิงสาวตอบเขาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ก่อนจะเอ่ยต่อ “หยุดคิดก่อนแล้วกลับไปตั้งใจดู ก็อบลินของนายอีกตัวกำลังจะโดนจัดการแล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงหันหน้ากลับไปจดจ่อกับโทรทัศน์เครื่องใหญ่ตรงหน้า ภาพบนหน้าจอกำลังฉายภาพของ บอย ลูกค้าคนแรกของเขา วิ่งไล่ก็อบลินซึ่งมีธนูอยู่ในมือ
“หยุดวิ่งหนีสักทีไอ้ห่าเอ๊ย!” บอยสบถออกมา
เด็กหนุ่มวิ่งไล่ตามมอนสเตอร์ตัวเขียวตรงหน้ามาเป็เวลาเกือบสองนาทีแล้ว มันไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย แถมมันยังสามารถง้างธนูยิงมาหาเขาได้อย่างไม่ยากลำบากอีก
“คึคึคึคึคึ” เ้าก็อบลินหัวเราะออกมา
เมื่อบอยได้ยินเสียงหัวเราะอันกวนบาทาของอีกฝ่าย อารมณ์ของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาพร้อมกับในใจ ‘หัวเราะดูถูกเหรอไอ้มอนสเตอร์ เดี๋ยวเจอพ่อ!’
‘ไม่อยากใช้เลยแฮะเพราะยังใช้ไม่คล่องแต่ไม่เป็ไร จัดการไอ้หน้าเขียวนี้ก่อน’ ตัดสินใจเสร็จ เขาก็พุ่งตัวออกไปโดยรวบรวมพลังฉีไว้ที่เท้าของตน
ฟิ้ว!
เสียงชั่วพริบตาเดียว ร่างกายของเด็กหนุ่มก็หายวับไปและมาโผล่ข้างกายเ้าก็อบลิน มันใเหวอและเตรียมตัวจะะโหนีแต่บอยเร็วกว่าเพราะเตรียมตัวมาแล้ว หมัดที่เด็กหนุ่มง้างไว้อัดเข้าเต็มๆ ที่กลางอกของเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียว
ตู้ม! เสียงของแรงกระแทกดังขึ้น ส่วนเ้าก็อบลินน่ะเหรอ มันกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใกล้ๆ จนเกิดเสียงดัง ตู้ม! อีกครั้ง
เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาต่อยซ้ำไปที่กลางอกของมันอีกครั้งโดยไม่เปิดโอกาสให้มันได้ตั้งตัว
“ถือว่าเจ๊ากันแล้วนะ ที่ยิงทะลุคอกูเมื่อวาน”เขากล่าวเสียงเรียบ
ชั่วครู่ พลังชีวิตก็พลันค่อยๆ ไหลเข้าร่างกายของบอย ความรู้สึกสดชื่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ก็มีพลังชีวิตอีกทีไหลเข้าตัวเขาในเวลาเดียวกัน
“แสดงว่าถ้าปาร์ตี้เดียวกัน พลังชีวิตจะแบ่งกันสินะ” เด็กชายเอ่ยขึ้นแล้วยิ้มอ่อนออกพร้อมกับเดินกลับไปยังทิศทางของปาร์ตี้ของเขา
วิชาที่เขาใช้เมื่อสักครู่เรียกว่า ย่นระยะ เป็วิชาที่เพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ชั่วพริบตาให้กับผู้ใช้โดยการรวบรวมพลังฉีไปที่เท้าและะเิพลังออกมาในคราเดียว
ถึงแม้จะเป็วิชาที่จอมยุทธทุกคนจะเรียนกันแต่โดยปกติแล้วพวกเขาจะต้องขึ้นไปถึงแรงค์Dเสียก่อน เพราะถ้าหากใช้ในตอนที่แรงค์ของพวกเขาต่ำกว่านั้น มันจะกินพลังฉีในตัวมากไปจนเกิดอาการเหนื่อยล้า อย่างเช่นบอยที่เขาร้สึกเมื่อยไปทั้งตัวในเวลานี้
ตู้ม!
โล่หนากระแทกพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้ สองยกโล่ขึ้นมากันคมดาบของศัตรูเบื้องหน้าที่เมื่อครูเพิ่งจะหลบโล่ของเขาไป
เคร้ง!
เสียงของคมดาบกระทบกับโล่ดังลั่น เด็กหนุ่มกระแทกโล่ไปด้านหน้าหวังให้เ้ามอนสเตอร์เสียหลักล้มไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่หลงกล เ้าก็อบลินถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
“น่ารำคาญซะจริง นี่ถ้าไม่ต้องฝึกเป็แทงค์ล่ะก็ มึงตายไปนานแล้ว” สองบ่นออกมา
ด้วยพลังระดับเขา การจะจัดการก็อบลินเบื้องหน้าไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไร แต่จุดประสงค์ของในการเข้ามายังดันเจี้ยนแห่งนี้ของเขาคือการฝึกเป็แทงค์มืออาชีพเพราะสองมีความฝันอยู่อย่างหนึ่งและความฝันนั้นของเขา เขาจะต้องชำนาญในการเป็แทงค์เสียก่อน
“มาแล้วๆๆ” เสียงใครบางคนแว่วขึ้นมาข้างหลังของเขา
“มาได้สักที มึงมาจัดการด่วนๆ เลยไอ้บอย” สองสั่งขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าเป็ใครที่โผล่มาข้างหลังของเขา
“โทษทีวะ เหนื่อย มึงจัดการเลย” บอยพูดแหย่ก่อนจะนั่งลงพิงต้นไม้
“กูถามจริงไอ้บอยกูถามจริง”
สองถามย้ำเพื่อนสนิทของตัวเองอีกครั้งพร้อมกลับหันไปถลึงตาใส่และเมื่อเห็นว่าตัวเองโดนเมิน เด็กหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาก่อนจะย่อตัวลงแล้วจ้องไปที่ศัตรูเบื้องหน้าที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา
เด็กหนุ่มคำรามเสียงดังก่อนจะยกโล่ใหญ่ด้วยมือเดียว เขาง้างแขนข้างนั้นไปข้างหลังก่อนจะเหวี่งไปด้านหน้าเพื่อปาโล่ที่หนักหลายสิบกิโลกรัมออกไป เมื่อเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียวเห็นภาพดังกล่าว มันจึงย่อตัวลงหลบโล่ที่บินมาหามัน
และหลังจากที่โล่พุ่งผ่านพ้นหัวของมันไปแล้วมันจึงรีบยืนขึ้นและเตรียมตัววิ่งเข้าไปศัตรูของมันทันที แต่แล้ว! หน้าแข้งของใครบางคนก็อัดเข้าหามันเต็มๆ หน้าของมันจนเกิดอาการงงงวย
สองที่ใช้วิชาย่นระยะเตะเข้าไปที่หน้าของเ้าก็อบลินอย่างแรงเมื่อสักครู่รีบใช้เท้าของเขาเหยียบเข้าไปที่หน้าอกของเ้าก็อบลินไว้ทันทีเพื่อไม่ให้มันหนีรอดไปได้
เด็กหนุ่มชูมือข้างซ้ายขึ้นชั่วครู่ก่อนที่โล่ของเขาจะลอยกลับมาราวกับว่ามือของเด็กหนุ่มติดแม่เหล็กไว้ เขาจับโล่ด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะรวบรวมพลังฉีไว้ที่โล่และกระแทกมันลงไปยังศีรษะของมอนสเตอร์ตัวเขียวอย่างไม่ปราณี
เพละ!
เืสีแดงกระเด็นไปทั่วบริเวณพร้อมๆ กับพลังชีวิตที่ค่อยๆ ไหล่เข้าร่างกายของเขาและบอยที่อยู่ใกล้ๆ มันลอยไปอีกทางไม่ไกลจากพวกเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิททั้งสอง
“ตี้เรา้าฮีลเลอร์จริงๆ วะ” บอยพูดขึ้นเมื่อเห็นแผลที่ไหล่ของนนผู้ซึ่งโผล่มากับสามหลังสองจัดการก็อบลินตัวสุดท้ายไปได้แล้ว
“เดี๋ยวกูจะหาแฟนเป็ฮีลเลอร์ละกัน” สามพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
“พอเลยมึงอะ คราวที่แล้วไม่เข็ดเหรอวะ เข้าดันเจี้ยนก็เอาแต่อ้อนอยู่ข้างมึง ไม่ได้ฝึกกันพอดี พี่สามขา พี่สามขา น้องเชอร์รี่กลัวจึงเลย พี่สามขา พี่สามขา เหอะ”
สองเหน็บแหนมแฟนของตนพร้อมกล่าวย้ำไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นตอนที่พวกเขาตัดสินใจหาแฟนเป็ฮีลเลอร์เพื่อเข้าตี้ไปฝึกที่ดันเจี้ยนในโรงเรียน
เมื่อทุกคนนึกถึงเหตุการณ์นั้นแล้วก็ต่างพากันขำออกมาแม้แต่นนที่กำลังเจ็บอยู่ก็ไม่สามารถกลั้นขำได้และเมื่อเ้าตัวขำเืก็กระซิกออกมาทีละนิดๆ
แต่ความสำราญของเด็กหนุ่มทั้งสี่ก็ต้องจบลง เมื่อพวกเขาได้ยินดังของบางอย่างก้องดังไปทั่ผืนป่าแห่งนี้
“ก๊าซซซ!”
“เตรียมตัวปะทะบอสนะพวกมึง” สามเอ่ยขึ้นก่อนจะร่ายคาถา
_____________________