..
..
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
“เหอะ! แค่นี้ทำเป็รับไม่ได้ สมกับเป็ลูกผู้ดีตีนแดง”
“ไม่นะ! อย่านะ! ไม่!!!!!”
ขณะนี้นิภากำลังแสดงบทบาทน้องนางเอกผู้แสนอ่อนต่อโลก โดนแกล้งนิดแกล้งหน่อยก็ร้องไห้จะเป็จะตาย
ปรเมศวร์ที่สังเกตอยู่ด้านนอกก็อดชื่นชมไม่ได้
‘เธอแสดงได้ดีทีเดียว ก็แน่ล่ะ! ไอ้เ้าโง่นั่นให้ทักษะการแสดงระดับกลางกับเธอไปนี่นะ’
พอคิดถึงตรงนี้ปรเมศวร์ก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมา เพราะไอ้เ้าโง่นั่นให้ทักษะการแสดงระดับกลางแก่นิภาไป เขาจึงได้ของเหลือนั่นก็คือทักษะระดับต่ำ
ซึ่งถ้ามีทักษะระดับกลางอยู่แล้ว ให้ทักษะระดับต่ำไปคงไม่มีประโยชน์นั่นเอง
‘แม่ง! ขนาดของเหลือยังไม่ใช้กับตนเอง’ ยิ่งคิดปรเมศวร์ยิ่งแค้น ไม่รู้คนเขียนเอาอะไรคิด ถึงเขียนให้ตัวเอกออกมาห่วยขนาดนี้
ทันใดนั้นเสียงผู้กำกับก็ทำให้ปรเมศวร์หลุดออกจากห้วงความคิด
“คัท!”
“นักแสดงฉากต่อไปเตรียมตัว ฉันให้เวลาอีกห้านาที”
ระหว่างที่ผู้กำกับกำลังจะดื่มน้ำดับกระหาย นิภาที่แสดงเสร็จก็ตรงมาที่เขาอย่างทันทีทันใด
“คุณผู้กำกับคิดดีแล้วเหรอคะที่จะให้'คนขับรถ'ของหนูทำการแสดง” เวลานี้สรรพนามที่นิภาใช้เรียกปรเมศวร์ได้เปลี่ยนไป
“ใช่!” ผู้กำกับยศพยักหน้าอย่างหนักแน่น ส่งสัญญาณเป็นัยว่าให้หยุดคุยเื่นี้ เพราะเขาตัดสินใจไปแล้ว
ทว่ามีหรือคนอย่างยัยนิภาจะเข้าใจ เธอยังคงถามต่อ
“แต่ว่าเขา..”
ดูเหมือนว่าผู้กำกับยศจะทนไม่ไหวและเริ่มอารมณ์เสีย เขาพูดตัดบทนิภาในทันที
“ไม่ต้องพูดแล้ว เธอไปพักเถอะ”
“ค่ะ”
เวลานี้นิภาทำได้แต่จำยอม ระหว่างเดินกลับก็หันไปมองปรเมศวร์ไม่วางตา ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อนิภาเดินไปไกลแล้ว ผู้กำกับยศก็คิดในใจ
‘ทำไมถึงคิดจะห้ามฉันกันนัก ไม่รู้หรือไงว่าฉันต้องเสียเวลากับฉากนี้ไปกี่วันแล้ว’
อย่างไรก็ตาม ห้านาทีอันแสนยาวนานก็ผ่านพ้นไปด้วยความรวดเร็ว ปรเมศวร์ก็ได้เข้าไปในฉากเพื่อเตรียมตัวทำการแสดง
สังเกตเห็นว่านักแสดงเข้าประจำที่กันหมดแล้ว ผู้กำกับยศก็ตรวจสอบส่วนประกอบต่างๆ ให้แน่ใจอีกรอบ ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยเริ่มการถ่ายทำให้เวลาต่อมา
“สาม! สอง! หนึ่ง! แอ็คชั่น!!”
..
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ขณะเดียวกันที่ผู้กำกับให้เวลานักแสดงห้านาทีเพื่อเตรียมตัว ปรเมศวร์กับนางเอกของเื่ก็ได้ทักทายกัน
ซึ่งปรเมศวร์เองที่เป็ฝ่ายเข้าไปทักทายก่อนอย่างสุภาพ
“ขอความกรุณาด้วยนะครับ”
“ค่ะ” เอมี่ดาราเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยผู้รับบทเป็คุณหนูกุลกัลยาก็หยักหน้าตอบรับพอเป็พิธี ถึงอย่างไรเวลานี้เธอก็เพ่งสมาธิเพื่อทำการแสดง ความสนใจสิ่งรอบข้างจึงน้อยลง
ปรเมศวร์เห็นว่าเธอไม่อยากให้รบกวน เขาก็เงียบแล้วปลีกตัวออกมา พลางเค้นอารมณ์สำหรับการแสดง
ห้านาทีผ่านไป ทันใดนั้นทีมงานก็ให้สัญญาณเริ่มถ่ายทำ
“แอ็คชั่น!!”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงปรเมศวร์ที่รับบทเป็ภาคิณก็กระชากแขนของกุลกัลยาวิ่งไปตามฉากที่เซตไว้ทันที
“พวกมันตามมาแล้ว!” กุลกัลยาพูดขึ้นอย่างร้อนรนขณะมองไปทางด้านหลัง
“!!!”
เพียงเสี้ยววินาที ผู้ร้ายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก็ปรากฏตัวออกมา วิ่งตามพวกเขาหน้าตั้ง ทั้งยังแหกปากโวยวาย
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!!”
“บอกให้หยุดไงโว้ย!”
“บ้าชิป! พวกมันวิ่งเร็วมาก!”
ถึงจะโดนไล่ล่าภาคิณก็สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงพลางวิ่งจูงแขนกุลกัลยาพาเธอหนีไปตามตรอกซอกซอยในโกดังเก็บของอย่างกระฉับกระเฉง
ทว่าคนร้ายไม่เพียงแค่วิ่งตามเท่านั้น พวกมันยังยิงปืนใส่ด้วย เพราะได้รับคำสั่งมาให้จับตาย
ปั๊ง!
ปั๊ง!
ปั๊ง!
ให้ตาย! ถึงจะระยะใกล้แค่ไหนพวกคนร้ายก็ยิงไม่โดน เพราะนี่คือหนังไทยยังไงล่ะ ซึ่งภาคิณและกุลกัลยาหลบได้ทุกนัด!
การไล่ล่าดำเนินไปนานถึงสองนาที กุลกัลยาที่เป็กุลสตรีเอวบางมีหรือจะทนไหว แข้งขาเธออ่อนปวกเปียกสะดุดล้มลงพื้นทันใด
ฟุ่บ! ครืดดด!!
“โอ๊ย! เจ็บ!” กุลกัลยานั่งลงกับพิ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวพลางใช้มือกุมข้อเท้าอย่างเ็ป
“!!!”
ทว่าทันใดนั้นมุมมองของกุลกัลยาก็เปลี่ยนเพราะเธอโดนภาคิณอุ้มท่าเ้าหญิงไม่ทันตั้งตัว
“ภาคิณ! นายจะทำอะไร! ทิ้งฉันไว้ที่นี่แหละ!ไม่ต้องห่วงฉัน! ถ้าทำแบบนี้เราสองคนไม่รอดแน่!!”
"!!"
ทว่าภาคิณไม่ตอบกลับ แสดงผ่านทางสีหน้าว่าจะไม่ปล่อยให้คุณหนูของเขาแล้วเอาตัวรอดคนเดียวอย่างแน่นอน
ในใจคิดเพียงว่าคุณหนูผู้น่ารักของเขาจะรอดไปได้อย่างไร
..
ขณะเดียวกันหลังจอมอนิเตอร์ ผู้กำกับยศค่อนข้างจะพอใจกับการแสดงของปรเมศวร์
‘เด็กนี่ทำได้ดี สีหน้าท่าทางของเขาถือว่าใช้ได้! ที่สำคัญเขาเข้าถึงบทบาท..’
‘อะไรกัน! ไอ้คนขับรถนี่แสดงเป็ด้วย!?’ อิฐค่อนข้างที่จะใกับการแสดงของปรเมศวร์เพราะเขาดูิ่ปรเมศวร์ไว้เยอะ
นิภาก็แสดงออกทางสีหน้าเช่นกัน แววตาของเธอเปิดกว้างเพราะตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด
‘ดี!ปรเมศวร์ เย็นนี้นายกับฉันเห็นดีแน่!’
..
กลับมายังปรเมศวร์ที่กำลังถ่ายทำ
เขาหรือภาคิณกำลังส่งสัญญาณให้กุลกัลยาหนีไป ถ้าอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปได้ตายคู่แน่ ถ้าแยกกันหนีไปอย่างน้อยอีกคนหนึ่งก็ต้องรอด
ไม่สิ! ในใจของภาคิณคิดทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณหนูของเขารอดไปได้ แม้ตัวจะตายก็ตาม
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนทั้งนั้น! จะตายก็ต้องตายด้วยกัน!!”
ด้วยความผูกพันั้แ่เด็ก กุลกัลยาย่อมไม่อยากให้ผู้พิทักษ์ส่วนตัวของเธอต้องตาย เธอรู้ดีว่าถ้าทำแบบนี้ภาคิณคงมีโอกาสรอดน้อยกว่าเธอ
!!
ทว่าภาคิณไม่ฟังเธอแม้แต่นิด ส่งสัญญาณบอกว่าไม่ต้องห่วงเขา เขาจะรอดกลับไปได้แน่ เพื่อให้กุลกัลยาปักใจเชื่อ
ต่อมาภาคิณจำต้องปล่อยเธอทิ้งไว้ตรงนี้เพราะศัตรูเริ่มเข้ามาใกล้แล้ว อีกอย่างตรงนี้มันเป็ทางที่กุลกัลยาสามารถหนีไปได้
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ ทันใดนั้นภาคิณก็วิ่งไปอีกทาง แล้วยิงปืนล่อศัตรูให้ตามเขามาอย่างไม่ลังเล
ปั๊ง!
ปั๊ง!
“เสียงอยู่ทางนั้น!”
“ตามมันไป!”
เหล่าคนร้ายก็วิ่งตามไปยังต้นเสียงในทันที
"ไม่นะ! ภาคิณ.."เวลานี้กุลกัลยาทำได้เพียงเอื้อมมือคว้าอากาศ เธอจะตามไปช่วยภาคิณไม่ได้ เพราะกำลังเจ็บขาอยู่ พลางคิดโกรธแค้นตัวเอง
'ทำไมฉันถึงได้ไร้ประโยชน์ขนาดนี้..'
..
..
“คัท!”