บทที่ 38 ท้องแล้วจริง ๆ!
คุณป้าข้างบ้านเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดลู่จิ่วอันถึงทรมานแบบนั้น เธอพูดอะไรไม่ออก “ไปหาสะใภ้อ้วน แล้วบอกเธอว่าจิ่วอันปวดท้อง…”
“สะใภ้อ้วนไม่ใช่หมอนะครับ…”
ป้าข้างบ้านพูดอย่างร้อนใจ “เชื่อฉันสิ เธอไปตามสะใภ้อ้วนซะ ส่วนฉันจะไปตามอาจารย์เผยเอง”
“ครับ…ได้ครับ”
เซี่ยอวิ้นหนิงไม่เข้าใจว่าทำไมคุณป้าถึงต้องให้ตนเองไปหาสะใภ้อ้วน หลังจากที่มาถึงร้านขายของชำ เขาก็เล่าอาการของภรรยาให้ฟังทันที
“จิ่วอันเป็นวันนั้นของเดือนเหรอ?” สะใภ้อ้วนเข้าใจในทันที
เซี่ยอวิ้นหนิงถามอย่างไม่เข้าใจ “หมายความว่าอะไรเหรอครับ?”
สะใภ้อ้วนเห็นท่าทางงงงวยของเซี่ยอวิ้นหนิงก็หัวเราะและพูดว่า “ทุกเดือนผู้หญิงจะมีช่วงที่ร่างกายไม่สะอาด ฉันจะชั่งผ้าอนามัยให้ เธอก็เอากลับไปให้จิ่วอันซะ แล้วก็ช่วงนี้จิ่วอันจะเสียเลือดมาก เธอทำไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงให้เธอกินด้วยล่ะ”
สะใภ้อ้วนชั่งผ้าอนามัยให้เซี่ยอวิ้นหนิงอย่างฉับไว จากนั้นก็ส่งไข่ไก่ 10 ฟองให้เขา
เซี่ยอวิ้นหนิงกลับมาหาภรรยาตนพร้อมข้าวของที่ซื้อมาจากสะใภ้อ้วน
“จิ่วอัน สะใภ้อ้วนบอกให้ผมเอานี่ให้คุณ”
ลู่จิ่วอันเห็นกระดาษชำระในอ้อมแขนของเซี่ยอวิ้นหนิง จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเงียบ ๆ
เธอแบ่งกระดาษเป็นแถบยาวสองแผ่น
“จิ่วอัน คุณจะทำอะไรเหรอ?”
ลู่จิ่วอันไม่ตอบคำถาม เธอพยุงแขนสามีเพื่อลงจากเตียง
“คุณประคองฉันหน่อย”
เซี่ยอวิ้นหนิงพยุงลู่จิ่วอันไปที่ตู้เสื้อผ้า เธอหยิบเสื้อคลุมออกมาและพูดกับเขาว่า “คุณออกไปก่อน”
“อื้อ”
แม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เขาก็ออกมาจากห้องนอนตามที่ภรรยาบอกอย่างเชื่อฟัง
เขาเข้าไปที่ห้องครัว และลงมือต้มน้ำ จากนั้นก็หั่นน้ำตาลทรายแดงส่วนหนึ่งลงไปละลายในน้ำ
เขาทำไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงตามวิธีที่ลู่จิ่วอันเคยสอนต้มไข่ก่อนหน้านี้
“จิ่วอัน” เซี่ยอวิ้นหนิงยกไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงมาที่ห้องนอนอย่างระมัดระวังและส่งเสียงเรียกเบา ๆ “คุณชิมไข่ต้มที่ผมทำดูหน่อยนะ ผมต้มตามที่คุณสอน ไข่ไม่แตกสักฟองเลย”
“เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันอยากอยู่คนเดียว”
สีหน้าของเซี่ยอวิ้นหนิงเป็นกังวล “จิ่วอัน กินอะไรหน่อยเถอะนะ”
“ฉันกินไม่ลง”
ชายหนุ่มรู้สึกทุกข์ใจเมื่อเห็นหญิงคนรักไม่สบาย
“จิ่วอัน ฉันต้มเองกับมือเลย ลองชิมหน่อยนะ”
ลู่จิ่วอันรู้สึกราวกับมีไฟลุกไหม้อยู่ภายในใจ เธอลุกขึ้นนั่งและมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าบึ้งตึง ตามด้วยต่อว่าเสียงแข็ง “เซี่ยอวิ้นหนิง ฉันบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ?”
เซี่ยอวิ้นหนิงเสียสูญไปชั่วขณะ
ลู่จิ่วอันมองใบหน้าของผู้บริสุทธิ์อย่างเซี่ยอวิ้นหนิงและพูดขึ้นด้วยความทนไม่ไหว “ขอร้องล่ะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
ชายหนุ่มมองภรรยาตนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “งั้นผมจะวางไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงไว้บนโต๊ะนะ ถ้าคุณอยากกินเมื่อไรก็ค่อยกิน ถ้าเย็นแล้วก็บอกผม ผมจะเอาไปอุ่นให้”
ลู่จิ่วอันดึงผ้าห่มอย่างฮึดฮัดแล้วซ่อนตัวเองไว้ข้างใต้
เซี่ยอวิ้นหนิงไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวว่าทำไมภรรยาที่เคยอารมณ์ดีอยู่ตลอดถึงได้หงุดหงิดมากขนาดนี้ ราวกับเป็นประทัดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
เขากวาดพื้นไปพลางครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกว่าวันนั้นของเดือน?
ช่วงที่ร่างกายไม่สะอาดมันหมายความว่ายังไง?
ทำไมเขาถึงฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด?
ขณะที่เซี่ยอวิ้นหนิงกำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น เผยเสวี่ยซงก็ถือไม้เท้าเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“เซี่ยอวิ้นหนิง จิ่วอันเป็นไร?”
ทันทีที่เผยเสวี่ยซงมาถึง เซี่ยอวิ้นหนิงก็จับมือชายชราราวกับได้เจอกับบุคคลสำคัญและพูดอย่างร้อนใจ “อาจารย์ จิ่วอันปวดท้องครับ”
“ฉันจะไปตรวจดูหน่อย”
เผยเสวี่ยซงหยุดที่หน้าห้องนอนและเคาะประตูเบา ๆ
“จิ่วอัน อาจารย์เองนะ ฉันขอเข้าไปได้ไหม?”
ลู่จิ่วอันตอบเสียงแหบแห้ง “อาจารย์ ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“ให้ฉันตรวจชีพจรหน่อยเถอะว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
ลู่จิ่วอันเงียบไปสักพักก่อนจะตอบว่า “เข้ามาสิคะอาจารย์”
เมื่อเผยเสวี่ยซงเดินเข้ามาใกล้ ก็เห็นว่าเธอดูจะป่วยหนัก ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากไม่มีสี ราวกับเป็นดอกไม้ที่สูญเสียน้ำ
“ยื่นแขนมา ฉันจะตรวจชีพจร”
ลู่จิ่วอันยื่นแขนไปตรงหน้าอาจารย์เฒ่าแต่โดยดี จากนั้นเขาก็แตะที่ข้อมือของเธอเบา ๆ
เผยเสวี่ยซงรู้สึกได้ถึงชีพจรของเธอ สีหน้าและแววตาดูเคร่งเครียด
“อาจารย์…” เซี่ยอวิ้นหนิงเรียกอย่างไม่สบายใจ
เผยเสวี่ยซงตวัดสายตามองชายหนุ่มพร้อมกับพูดเสียงเย็นชา “เงียบ!”
เซี่ยอวิ้นหนิงหุบปากในทันทีและเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ขณะที่ชายชราจับชีพจรให้ลู่จิ่วอัน
“จิ่วอัน นอกจากปวดท้องแล้ว เธอยังเลือดออกด้วยใช่ไหม?”
เผยเสวี่ยซงชักมือกลับแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลู่จิ่วอันพยักหน้า
“นี่เป็นสัญญาณของภาวะแท้งคุกคาม”
เผยเสวี่ยซงเองก็ไม่คาดคิดว่าลู่จิ่วอันที่ร่างกายแข็งแรงอย่างกับหมีจะมีภาวะแท้งคุกคามได้ หรือจะเป็นเพราะช่วงนี้เขากับเหล่าเสิ่นจะกดดันเธอเรื่องเรียนมากเกินไป
ทันทีที่เซี่ยอวิ้นหนิงได้ยินคำว่า ‘ภาวะแท้งคุกคาม’ ก็ถามอย่างร้อนใจ “อาจารย์ แล้วจิ่วอันจะหายไหมครับ?”
เผยเสวี่ยซงไม่พูดอะไรและตบหน้าผากเซี่ยอวิ้นหนิงไปหนึ่งที
“ถามอะไรไร้สาระ!”
ลู่จิ่วอันที่กำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดเพราะสูญเสียลูกชายได้ยินเผยเสวี่ยซงบอกว่าตนเองมี ‘ภาวะแท้งคุกคาม’ ก็มองชายชราด้วยใบหน้าที่ทั้งตื่นตระหนกและประหลาดใจ เธอตื่นเต้นจนฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ ริมฝีปากซีดเผือดก็สั่นเล็กน้อย
“อาจารย์จะบอกว่าฉันท้องเหรอคะ?”
เผยเสวี่ยซงได้ยินคำถามของลูกศิษย์ก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไม่ใช่เธอ แล้วจะให้เป็นฉันที่ท้องหรือไง?”
“แต่ว่า…”
ลู่จิ่วอันอยากบอกว่าแต่เธอมีเลือดออกนะ!
เธอเห็นเลือดสีแดงสดเลยนึกว่าเป็นประจำเดือนซะอีก!
ถ้าอย่างนั้น… นี่ก็ฟ้าอันสดใสน่ะสิ?
“การตั้งครรภ์เป็นกระบวนการเอาตัวรอดของผู้ที่เข้มแข็ง เธอมีภาวะแท้งคุกคามยิ่งต้องระวัง ดีที่สุดควรจะนอนพักสักหนึ่งอาทิตย์” เผยเสวี่ยซงเหลือบมองเซี่ยอวิ้นหนิงที่กำลังตกตะลึงเพราะข่าวการตั้งครรภ์ “ฉันจะจัดยาป้องกันการแท้งบุตรให้ ไม่ต้องกลัวขม เชื่อฟังแล้วดื่มยาให้ตรงเวลาล่ะ”
“อาจารย์ ฉันท้องจริง ๆ ใช่ไหมคะ?”
ข่าวดีครั้งใหญ่ทำให้ลู่จิ่วอันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
เธอตั้งท้องแล้ว
ก็หมายความว่าลูกชายเลือกให้เธอเป็นแม่ของเขา?
“ถ้าชีพจรแค่นี้ยังตรวจไม่ได้ แล้วฉันจะเป็นอาจารย์ได้หรือไง” เผยเสวี่ยซงพูดโดยไม่สบอารมณ์ “เธอก็อย่าดีใจเร็วไปนัก ตอนนี้แค่ตรวจเจอว่าท้อง ยังห่างไกลการคลอดอย่างปลอดภัยอีกเยอะ!”
“อาจารย์ ฉันดีใจจังเลยค่ะ ดีใจมากจริง ๆ!”
ลู่จิ่วอันมีความสุขเป็นอย่างมากที่ลูกชายกลับมาหาเธอ
เธอจะได้เป็นแม่คนแล้ว!
“เซี่ยอวิ้นหนิง ต่อไปเรื่องทุกอย่างในบ้าน เธอต้องเป็นคนดูแล”
เขาและเสิ่นอีหมิงต่างก็เป็นผู้ชาย มีหลายสิ่งที่แม้แต่คนเป็นอาจารย์ก็ไม่สะดวกที่จะพูดกับลู่จิ่วอันซึ่งเป็นเรื่องที่เขากลุ้มใจเป็นอย่างมาก จึงเลือกที่จะกำชับกับเซี่ยอวิ้นหนิง
“ได้ครับอาจารย์”
เวลานี้ชายหนุ่มก็ดีใจไม่แพ้กัน การตั้งครรภ์เป็นเรื่องยากถึงขนาดนั้น ทว่าเขากับลู่จิ่วอันกำลังจะมีลูกของตัวเองจริง ๆ!
“เซี่ยอวิ้นหนิง ออกมากับฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
เซี่ยอวิ้นหนิงประคองเผยเสวี่ยซงออกมาข้างนอก เมื่ออาจารย์เฒ่าเห็นชายหนุ่มดีใจจนออกหน้าก็กำชับว่า “เก็บอาการหน่อย เรื่องตั้งท้องในช่วงสามเดือนแรก ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี”