“เดินหน้า!” เสียงสั่งการอันเข้มแข็งดังฝ่าฝูงคนออกมาที่ปากทางเข้าเหมืองดูท่าทางน่าจะเป็ผู้นำของกองกำลังกลุ่มนั้น เมื่อกะเกณฑ์จำนวนจากสายตาคร่าวๆก็น่าจะตั้งปาร์ตี้ได้ประมาณสามปาร์ตี้ โดยปกติแล้วในดิ เอจ ออฟ อโพคาลิปส์การตั้งปาร์ตี้จะสามารถรองรับคนได้มากสุดสิบคน ถ้าจะเพิ่มจำนวนจะต้องรวมกันเป็กลุ่มซึ่งกลุ่มนึงรวมคนได้ไม่เกินสิบปาร์ตี้หรือหนึ่งร้อยคนผลดีของการตั้งกลุ่มพวกนี้คือจะช่วยให้ใช้ทักษะประเภทเสริมความสามารถของกลุ่มได้ง่ายขึ้นดังนั้น เวลาทำกิจกรรมที่ใช้คนเยอะๆ จึงมักจะต้องมีการตั้งกลุ่มกองเพื่อทำภารกิจโดยราบรื่น
เมื่อกองหน้าของกิลด์เดินนำเข้าไปพวกผู้เล่นอิสระที่เหลือก็ค่อยๆ เดินตาม โดยพยายามเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยแน่นอนว่าทางกิลด์ก็ส่งคนมาเจรจาไว้ล่วงหน้าว่าให้ผู้เล่นอิสระระวังตัวจากการโจมตีของบอสกันด้วยทั้งๆ ที่ความจริงแล้วต่างคนก็ต่างรู้ว่าความหมายของการ ‘เตือน’ นี้ คือการบอกว่าถ้าคุณเข้ามายุ่งระหว่างพวกเราตีบอสทางเราก็ไม่รับประกันความปลอดภัยของคุณเหมือนกัน
สุดท้ายจึงเหมือนการตกลงกันกลายๆว่าดูแต่ตา มืออย่าต้อง เดี๋ยวหัวจะหลุดวิฬาร์และผู้เล่นอีกกลุ่มใหญ่ก็ได้แต่ทำตัวเป็ผู้ชมวงนอก เดินตามพวกเขาเข้าไปในเหมือง
ภายในเหมืองก็เป็ถ้ำมืดที่ทอดตัวกว้างและลึกลงไปเรื่อยผิวถ้ำปกคลุมไปด้วยหินเนื้อหยาบสีน้ำตาลแดงปนดำบางจุดยังมีน้ำไหลซึมอยู่เป็รอยจางๆ ในส่วนนี้นับเป็เหมืองส่วนชั้นบน
ตัวเหมืองแบ่งระดับเป็สามชั้นคือชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่าง แต่ละส่วนจะมีแร่ขนาดต่างๆ กันไปรวมถึงผลผลิตอื่นๆอีกเล็กน้อย โดยยิ่งลึกลงไป แร่ที่ขุดได้ก็จะมีคุณภาพและขนาดที่ดีขึ้นแต่แลกมาด้วยการเสียเวลาการขุดด้วยเช่นกันทำให้โดยปกติแล้วพวกขาจรที่แวะเข้ามาขุดแร่ ถ้ารีบร้อนหน่อยก็จะขุดที่ชั้นแรก เพื่อรับประกันว่าจะขุดแค่แร่ระดับต่ำที่ไม่ต้องใช้เวลาขุดเยอะหลังจากได้แร่มาระดับนึงก็จะเลิกขุดแล้วรีบกลับ แต่สำหรับชั้นที่ลึกลงไปจะเหมาะกับพวกที่ตั้งใจมาตั้งหน้าตั้งตาขุดโดยเฉพาะ เพราะแร่แต่ละก้อนในชั้นล่าง จะมีทั้งแร่ระดับต่ำกลาง สูง ปะปนกัน ซึ่งแร่ระดับสูงนั้นต้องขุดไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะหลุดออกมาซักก้อนนึง
และในชั้นล่างนั้นก็เป็ชั้นที่บอสเกิดด้วยเช่นกัน
หนอนถ้ำสีขาว
มันมีเลเวลอยู่ที่30 เทียบเท่าบอสดันเจี้ยนระดับสูงของเหมืองแร่ใต้ดินโดยปกติแม้ว่าจะเกิดที่เหมืองชั้นล่าง แต่ก็มีโอกาสที่มันจะเดินท่องเที่ยวขึ้นไปชั้นกลางและชั้นแรกด้วยเหมือนกันทำให้ถ้าเกิดมันยังไม่ถูกปราบ การขุดเหมืองจะทำได้ยากมาก
ตัวหนอนถ้ำตัวนี้นับว่าเป็หนึ่งในบอสที่เหมาะสมสำหรับฝึกการประสานงานของมือใหม่ไม่น้อยเพราะแม้ว่ามันจะตาบอด แต่กลับพัฒนาอวัยวะพิเศษที่มีเรดาห์สามารถตรวจจับคลื่นเสียงรอบตัวได้คล้ายกับค้างคาวบวกกับยังมีความว่องไวไม่น้อย ขัดกับขนาดตัวอันมโหฬารของมันอย่างยิ่ง
กองทัพกิลด์เดินล่วงลึกเข้าไปเรื่อยๆในขณะที่ผู้เล่นอิสระที่ตามอยู่ด้านหลังก็ค่อยๆ บางตาลง บางส่วนก็หยุดที่ชั้นบนและเริ่มลงมือขุดกันแล้วบางส่วนก็เข้ามาที่ชั้นกลาง หยิบเครื่องไม้เครื่องมือออกมาเพื่อเตรียมอยู่ขุดระยะเวลาหนึ่งด้วยถือดีว่ามีกองกำลังของกิลด์เข้าไปตรึงบอสเอาไว้ ทำให้ในส่วนนี้ก็ถือว่าปลอดภัย
ส่วนวิฬาร์ที่ตั้งใจจะเดินตามไปดูเื่สนุกก็ยังคงเดินตามพวกเขาเข้าไปเรื่อยๆ
คนทั้งหมดพากันเดินพลางเพิ่มความระมัดระวังเพราะเริ่มเข้าสู่อาณาเขตของบอสจากนั้นไม่นาน เบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามก็เห็นหนอนถ้ำสีขาวตัวอวบอ้วนเท่ารถโฟล์คสี่ห้าคันวางต่อกันหน้าตาดูโง่ๆ เดินวนไปวนมาเขี้ยวทั้งสี่ข้างของมันคอยขุดพื้นถ้ำแล้วตักตวงเศษหินบ้างเศษแร่บ้างเข้าปากอยู่ตลอดเวลา
กลุ่มกิลด์นั้นหยุดพักเท้าพลางจัดขบวนกันใหม่อย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้มันรู้ตัวคนที่ท่าทางแข็งแรง เล่นสายทักษะระยะประชิดจำพวกยุทธเวทและพันธุเวทก็ขยับตัวขึ้นไปอยู่ด้านหน้าหยิบโล่ดาบอาวุธขึ้นมาสวมใส่ เรียกสัตว์เลี้ยงออกมาตั้งท่ารอโดยมีสายตัดจังหวะอย่างมายาเวทอยู่ไม่ห่าง ส่วนสายสนับสนุนและกลุ่มคนที่มีทักษะโจมตีระยะไกลเช่นดาราเวทสุคติเวทก็ร่นมาอยู่แนวหลัง เตรียมร่ายเวทบัฟ*เพื่อนแนวหน้านอกจากนี้คนที่มีทักษะประเภทก่อกวนและโจมตีอย่างมรณเวทและธาตุเวทก็เริ่มกระจายตัวโอบล้อมบอสไว้ห่างๆรอคอยหมวดนี้เข้าปะทะ ถึงจะค่อยลงมือ
[บัฟ* (Buff) คือการใช้เวทสนับสนุนเพื่อเพิ่มพลังหรือความแข็งแกร่ง]
หลังจากจัดขบวนเสร็จคนกลุ่มนั้นก็เดินข้ามสะพานหินที่ทอดตัวเหนือแม่น้ำใต้ดินกลางถ้ำเดินตรงเข้าไปหาหนอนถ้ำอย่างช้าๆ
ฮูมมมม!!!
บอสหนอนถ้ำคำรามก้องมันส่ายหัวอันเทอะทะของมันเข้ามาหากลุ่มมนุษย์ที่เข้ามารบกวนแล้วคำรามออกมาเสียงสนั่นจนผนังถ้ำลั่นเกรียว
“กองหน้าตั้งโล่”
พรืดดด
ดูท่าทางผู้บัญชาการกลุ่มทำการบ้านมาไม่น้อยเพราะทักษะของบอสหนอนถ้ำตัวนี้มีอยู่หลายอย่างแต่ก่อนการออกท่าแต่ละครั้งจะมีส่วนที่สามารถจับสังเกตได้โดยง่ายหลังจากที่มันขยับหัวมาแล้วบีบรัดตัวเอง เขาก็ทราบว่ามันกำลังจะใช้ทักษะพ่นเมือกเพื่อผนึกการเคลื่อนไหวของศัตรูจึงสั่งให้กองหน้าตั้งโล่รับการโจมตีได้ทันท่วงที
กองกำลังนั้นก็ไม่ใช่เสือกระดาษทำตามคำสั่งอย่างฉับไว ป้องกันตัวเองไว้ได้และหลังจากนั้นก็เริ่มเข้าไปกลุ้มรุมโจมตีอย่างเป็ระบบ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังเป็มือใหม่อาจมีแตกตื่นใบ้าง แต่โดยรวมก็นับว่าน่าวางใจได้
วิฬาร์ยืนมองขบวนนั้นตีบอสอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลดูท่าความตายของบอสคงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นแต่เมื่อพิจารณาจากการจัดกระบวนทัพของผู้บัญชาการคนนี้ก็เดาได้เลาๆ ว่าจะเน้นที่การฝึกฝีมือมากกว่าล่าสังหารอย่างรวดเร็วทำให้กองกำลังนี้จึงตีบอสแบบ ‘เลี้ยงไข้’ ค่อยๆถากเืมันลงไปทีละชั้นอย่างระมัดระวัง พลางสลับให้แต่ละหน่วยย่อยโจมตีเพื่อลับทักษะฝีมือ
‘ดูท่าคงยืดเยื้อกว่าที่คิด’ วิฬาร์คิดในใจก่อนละสายตาออกมาแล้วหาที่ว่างหยิบอีเตอร์ออกมาจากกระเป๋าแล้วตั้งหน้าตั้งตาขุดแร่อย่างตั้งใจเหมือนคนอื่นๆที่เริ่มขุดกันอยู่รอบๆ
นานๆครั้งก็จะมีเสียงเฮอย่างดีใจมาเป็ระยะเมื่อขุดได้แร่ที่มีระดับสูงคลอไปกับเสียงถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อไอเทมที่ขุดขึ้นมากลับเป็แค่แร่ระดับต่ำ
“แร่ภาณุมาศ(F)”
วิฬาร์ยิ้มอย่างดีใจเพียงขุดมาได้ราวสิบกว่านาที ตอนนี้แร่ระดับต่ำก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว
‘จะได้ใช้เวทได้เต็มที่แล้ว’ เขากระหยิ่มยิ้มย่องในใจพร้อมกับล้วงไอเทมอีกสี่ชิ้นที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมาจากนั้นจึงเปิดหน้าต่างระบบขึ้น กดเข้าไปในแท็บของเควส ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ขั้นตอนรวบรวมไอเทม
เขากดคำสั่งสร้างไม้กายสิทธิ์จากนั้นในหน้าต่างระบบก็มีแบบแปลนอย่างง่ายๆ ของไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา
วิฬาร์นั่งลงกับพื้นแล้วล้วงมีดสั้นคู่กายจากนั้นจึงตั้งหน้าตั้งตาเหลาไอเทมทั้งห้า ประกบชิ้นส่วนทาด้วยยางไม้เพื่อยึดมันไว้ด้วยกัน
“ผู้เล่นวิฬาร์สร้างไม้กายสิทธิ์ระดับต่ำเป็ผลสำเร็จ
ได้รับทักษะช่างไม้ระดับ1
ได้รับทักษะช่างอัญมณีระดับ1”
“เนื่องจากผู้เล่นวิฬาร์ทำภารกิจต่อเนื่องของนักเวทฝึกหัดสร้างไม้กายสิทธิ์และเรียนเวทมนตร์ระดับต่ำทั้งยี่สิบห้าบทพร้อมกันในสังกัดธาตุเดียวกันจึงได้รับรางวัลพิเศษ สิทธิ์ในการเรียนเวทมนตร์ธาตุแสงและธาตุไฟระดับกลางแบบสุ่มสามบท”
ไม้กายสิทธิ์แสนจะธรรมดาวางตัวอยู่ในมือของเขาส่วนด้ามที่ประดับด้วยแร่ภาณุมาศทอแสงสีทองจางๆ ดูน่าหลงใหลออกมาเมื่อพลิกดูรายละเอียดไอเทมก็บอกว่าเป็ไม้กายสิทธิ์ระดับ F เมื่อใช้เวทมนตร์สายธาตุเวทสามารถลดค่าพลังเวทมนตร์ที่ใช้ในการร่ายเวทได้5%
แต่ส่วนที่เขายินดีกว่าก็คือสิทธิ์ในการใช้เวทมนตร์ระดับกลางส่วนนี้นับเป็หนึ่งในความลับที่เขารู้มาั้แ่ตอนเล่นเบต้าเทสต์ที่ทำให้ได้เปรียบคนอื่นเพิ่มมากขึ้นอีกส่วนเพราะการใช้เวทระดับกลางได้ั้แ่เลเวลต่ำๆ ก็จะมีส่วนช่วยให้พัฒนาได้มากกว่าคนอื่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เขาเปิดหน้าต่างของระบบขึ้นมาใหม่แล้วเปิดไปส่วนรางวัลของเควสก็เจอปุ่มสุ่มเรียนเวทมนตร์ระดับกลางเขาไม่รีรอให้เสียเวลาก็กดจึ๊กลงไปทันที
“ผู้เล่นวิฬาร์ได้รับเวทมนตร์ธาตุแสงและธาตุไฟระดับกลางสามบท”
เมื่อไล่ดูรายชื่อบทที่สุ่มมาได้ก็นับว่าดวงเขาก็ไม่เลวนักมีบทที่สามารถใช้ป้องกันตัวเองได้ด้วย
เมื่อผ่านเควสแล้วก็เท่ากับว่าตนหมดธุระกับเหมืองนี้แต่ในเมื่อมาถึงที่แล้ว จะกลับไปมือเปล่าก็ใช่ที่ สุดท้ายวิฬาร์จึงตั้งหน้าตั้งตาขุดเหมืองต่อกะว่ามีแร่ภานุมาศติดตัวไว้สักหน่อยเผื่อเวลาจำเป็ต้องใช้จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับมาขุดใหม่
………………..
เสียงเหล็กกระทบหินดังระงมไปพร้อมกับคำสั่งโจมตีรวมถึงแสงสีอันอลังการของทักษะชนิดต่างๆ ที่ประดังประเดเข้าใส่บอสหนอนถ้ำตัวนั้นตอนนี้มันเหลือเืเพียงสามสิบเปอร์เซ็นต์พร้อมท่าทางอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดส่วนกลุ่มผู้เล่นก็มีจำนวนลดลงไม่น้อยดูท่าทางกองกำลังนี้จะยังฝึกเด็กใหม่มาไม่ดีพอเท่าไหร่ ทำให้ในกลุ่มนี้ที่ประกอบไปด้วยสามปาร์ตี้ตอนนี้เหลือคนเพียงแค่สองในสามเท่านั้น
“เฮ้ย! ระวัง!!!”
ผู้บัญชาการคนเก่งตวาดเสียงดังลั่นในขณะที่หนอนตัวั์สะบัดตัวหลบเวทมนตร์โจมตีจากผู้เล่นคนหนึ่งมันกลิ้งตัวไปทางกลุ่มสนับสนุนสามคนที่กำลังยืนตะลึงอยู่กับที่แต่ด้วยเสียงตวาดก็ทำให้พวกเขาได้สติ ก่อนจะกระโจนหนีอย่างฉุกละหุก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถเอาชีวิตรอดมาจากการถูกบดทับนั้นได้จึงกลายเป็แสงสว่างวาบแล้วก็ทอดร่างลงกับพื้นอีกสามศพ
“ฉิบหายแล้ว”
ปกติแล้วการจัดขบวนสู้กับบอสมักจะเอาพวกสายสนับสนุนไว้หลังขบวน เพราะอย่างแรกคือพวกนี้มีระยะโจมตีค่อนข้างไกล ทำให้การพาตัวอยู่วงนอกจะสามารถมีส่วนร่วมในการตีบอสได้ดีกว่าอีกประการหนึ่งคือร่างกายพวกนี้ค่อนข้างบอบบางเมื่อเทียบกับกลุ่มนักรบอย่างสายยุทธเวทพันธุเวท หากโดนบอสอัดเข้าไปจังๆสักครั้งสองครั้งก็ลอกเืออกมาได้กองใหญ่จนปางตายได้ แต่หลังจากต่อสู้กันมาเป็เวลานานผู้เล่นก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง กระบวนทัพที่วางไว้อย่างดีก็ค่อยๆแตกร่วนลงทีละเล็กละน้อยโดยที่ผู้บัญชาการปรับแผนไม่ทันจนในที่สุดผู้แล่นแต่ละคนก็ยืนกระจายกันเป็หย่อมๆ รอบตัวบอสครั้นจะปรับแนวรบใหม่ก็ไม่มีเวลา เพราะจำนวนผู้เล่นที่ลดลงเป็การเปิดช่องว่างให้บอสฉกฉวยโอกาสโจมตีได้มากขึ้นจนในที่สุดเื่ที่เขาไม่อยากให้เกิดมากที่สุดก็เกิดขึ้น
เพราะหนึ่งในสามสายสนับสนุนที่ตายไปนั้นเป็เวทสายฟื้นพลังอย่างสุคติเวท
ทันทีที่กองหลังตายขบวนก็ระส่ำระสายทันที ตอนนี้จากกลุ่มสามสิบคน เหลือเพียงแค่สิบหกคน แบ่งได้สองปาร์ตี้ถ้าดูจากคำว่ากลุ่ม ก็เพียงแค่ลดลงจากสามเป็สอง แต่ถ้าดูที่ตัวจำนวนคนไอ้กลุ่มที่แหว่งๆ นั้นนับว่าเป็อัมพาตแล้ว