“จินหลง” หลังจากที่ได้ยินประโยคนั้นของจินหลง เป่ยจินจึงเอ่ยเรียกเ้าตัวดีออกไปทันที เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่ามันจะมากเกินไปหรือเปล่า ในเื่ของผู้อื่น
“ฮ่าๆ ไม่เป็ไรหรอกจินเออร์ อันที่จริงแล้วข้ามีเหตุผลของตนเองเ้าคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยตอบเป่ยจิน และหันไปหาจินหลง
ส่วนจินหลงที่ถามเสร็จก็หันหน้าหนีทันที ด้วยมิได้้าคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่จะเก็บความสงสัยไว้ให้ยุ่งยากในอนาคตเพื่อเหตุใดกัน เ้าพวกมนุษย์มักชอบทำชีวิตให้ยุ่งยากด้วยเื่เล็กๆ แบบนี้เสมอสินะ
แต่เ้าหน้าตายคนนั้นก็มิใช่มนุษย์นี่น่า หึหึ
“จึงยอมเ็ปไปเรื่อยๆ นะหรือ เ้าช่างอดทนได้เก่งเสียจริง” จินหลงอดมิได้ที่จะตอบกลับไปเล็กน้อย
“หากถึงเวลาข้าจะเล่าให้ทุกคนฟังเองเ้าคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ อย่างน้อยสำหรับนางในตอนนี้ ก็คล้ายว่าจะรู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ คล้ายกับว่าโลกใบนี้มีคนที่ใส่ใจนางบ้าง…
“อืม เื่ของเ้าเถิด ข้าแค่สงสัยในความสามารถของเ้าที่ปกปิดเอาไว้เพียงเท่านั้น” จินหลง เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามอมยิ้มเล็กๆ แบบนั้น จึงคร้านจะเอ่ยต่อ ข้ากลัวว่าเป่ยจินจะโวยวายต่างๆ หึ
“เ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านพี่จินหลงที่ชี้แนะข้านะเ้าคะ”
หลังจากที่รับรู้เื่ราวต่างๆ กันแล้ว เป่ยจิน หยางคงและจินหลงจึงได้ขอตัวกลับ ด้วยมีธุระต้องจัดการในเื่ของที่ดินต่อหลังจากนี้
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนข้านะไป๋ฮวา พวกข้ามีธุระ หากเ้ามีเื่ด่วนอันใด ก็ไปหาข้าที่โรงเตี๊ยม” เป่ยจินเอ่ย
“เ้าจะไปไหนหรือ” ไป๋ฮวาที่สงสัยว่าสหายของตนเองมีธุรอันใด จึงเอ่ยถามออกไปทันที
“ข้ามีนัดคุยเื่ที่ดินแถวป่าม่านหมอกนะ”
หลังจากที่เป่ยจินตอบกลับไปเช่นนั้น เป็เหตุให้ไป๋ฮวาถึงกับทำสีหน้าท่าทางแปลกไป พร้อมกับหันไปหาหยางคง เพื่อสอบถามให้แน่ใจในทันที
“จริงรึเ้าคะพี่หยาง”
“จริงสิขอรับ ว่าแต่คุณหนูไป๋ฮวา เ้ามีอันใดหรือ” หยางคงที่สงสัยในท่าทีแปลกๆ จึงถามออกไป
“อืม ทำไมล่ะ เ้าสงสัยอันใด” เป่ยจินเอ่ยถามอีกรอบ
“เ้าไม่รู้หรือว่าแถวนั้นอันตรายมากเพียงใด”
“ก็รู้ แล้วอย่างไรเล่า เพียงแค่เป็ป่าของแค้วนนี้ มีสัตว์ป่ามากๆ สัตว์อสูรต่าง ๆ” เป่ยจินเอ่ยออกมา
“เ้าจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร พวกเ้าทั้งสามคนมิใช่ว่าไร้วรยุทธ ไร้พลังปราณหรอกหรือ หากเกิดอันใดขึ้นใครจะช่วยเหลือพวกเ้า” ไป๋ฮวาที่ยังคงเอ่ยออกมามิหยุด ด้วสีหน้าที่แฝงไปด้วยความเป็ห่วงในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา
“ข้าช่วยเหลือตัวเองได้ก็แล้วกัน เ้ามิต้องเป็ห่วงข้าหรอก ห่วงตัวเองเถิดแม่นางน้อย” จินหลงเอ่ยออกไป ด้วยมิชอบใจในสิ่งที่นางทำมากนัก จึงอดที่จะประชดเสียมิได้
สิ่งที่จินหลงมักมิชอบใจมากๆ นั้นคือการที่ใครคนใดคนหนึ่งยอมทำเพื่อคนอื่นแบบไร้สาเหตุจริงๆ
“โถ่ท่านพี่จินหลง ข้ามิสนหรอกเ้าคะ เช่นนั้นข้าไปกับเ้าด้วยนะจินเออร์” เมื่อเห็ฯว่าตนเองต่อกรกับจินหลงมิได้ ไป่ฮวาจึงหันไป้อนจินเออร์แทน
“ห๊า เ้าจะไปทำไม ยุ่งยากเสียจริง” ไม่ยุ่งยากได้อย่างไรกันเล่า ดูข้ารับใช้ที่มาเฝ้ามองพวกข้าสิ นี่ หากข้ามิรู้คงคิดว่ามาล้อมจับพวกข้าเสียแล้ว ช่างรักบุตรสาวตนเองดีแท้ เศรษฐีไป๋
“เดี๋ยวข้าไปขอท่านพ่อท่านแม่เอง แน่นอนว่าคงมิมีใครห้ามข้าหรอก”
“เพราะพวกเขามิสนใจเ้า”
“เปล่า ข้ามิบอกว่าไปไหนต่างหาก ฮ่าๆ”
“เ้านี่มันจริงๆ เชียว ตามใจเ้าเถอะ อยากตามก็ตามมา”
หลังจากนั้นเป่ยจินและทั้งสามก็ได้เดินทางไปยังป่าม่านหมอก ตามที่นัดไว้กับเ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อจัดการวัดรางที่ดินรอบๆ ป่าม่านหมอกและูเาที่้าซื้อ และลงนามในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน เพื่อแสดงเจตจำนงที่จะและเป็เ้าของที่ดินเมืองแห่งนี้
จากนั้นก็ได้แยกย้ายไปั้แ่เกือบยามอู่ (เวลา 11.00-12.59 น.) เพื่อกลับไปจัดการปัญหาที่บ้านของตนเอง และหลังจากนั้นไม่เกินยามเว้ย (เวลา 13.00-14.59 น.) ไป๋ฮวาก็กลับมาพร้อมกับตัวยา ที่ได้จากการกินหลังมื้ออาหารของน้องชายของนาง ไม่รอช้าเป่ยจิน จึงได้เข้าไปตรวจสอบตัวยาชนิดนั้นในมิติของตนเองทันที
และสุดท้ายจึงได้พบว่าหนึ่งในตัวยาของเทียบยาที่น้องชายนางกินอยู่นั้น มีส่วนผสมของสมุนไพรที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่เมื่ออยู่รวมกันแล้วจะส่งผลให้ฤทธิ์ของยาเ่าั้ต้านกัน ทำให้เกิดพิษ เมื่อรับประทานทีละน้อยๆ และไปสั่งสมอยู่ในร่างกาย
ไม่มีผู้ใดสงสัยว่า เกิดจากพิษของสมุนไพรเ่าั้ จนเป็ที่มาของหมื่นโลกาพันทิวานิรันดร์ ไป๋ฮวาที่ได้พบความจริงเช่นนั้นถึงกับตกตะลึงไปทันที ด้วยเพราะท่านหมอประจำตระกูล เป็ท่านหมอประจำตระกูลนาง มาั้แ่นางยังเล็กๆ และหลายชั่วอายุคน
แม้จะนั่งคิดถึง นอนคิด ไป๋ฮวายังคงคิดเหตุผลมิออกว่าเหตุใด เื่นี้นางคงต้องบอกท่านพ่อของนางให้จัดการ ก็อยู่ที่ท่านพ่อแล้ว ว่าจะจัดการเช่นใด ส่วนนางก็คงต้องหาสมุนไพรเพื่อรักษาน้องชายของตนเองต่อไป