ภายในเรือนกูหยวน ร่างของกวานซูเหยียนนอนคว่ำอยู่บนเตียงแทบไม่ขยับ แม้ความเจ็บจะลดลงบ้างแล้ว แต่ทุกลมหายใจของนางยังคงสั่นไหวไม่ขาดสาย
ข้างเตียงมีเมิ่งหรูนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง นางถูกโบยไปถึงสามสิบสองครั้ง แม้แขนจะอ่อนแรงจนยกผ้าห่มแทบไม่ขึ้น นางก็ยังพยายามขยับตัวมาดูแลนายหญิงไม่วางตา
“ฮูหยิน…เจ็บมากหรือไม่เ้าคะ เสียดายนักที่ยาหมื่นเหตุใช้ได้เพียงถอนพิษ มิอาจระงับอาการเ็ปได้” เสียงเมิ่งหรูแหบพร่า มือที่ยื่นออกมาสั่นอย่างเห็นได้ชัด
กวานซูเหยียนอยากหันไปตอบ แต่ร่างกายไม่ฟังคำสั่ง “เ้าเองก็เจ็บเหมือนกัน…อย่าฝืนเลยเมิ่งหรู”
เมิ่งหรูส่ายหน้าอย่างดื้อดึง “เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอกเ้าค่ะ บ่าวต้องดูแลท่าน”
“ข้าขอโทษนะเมิ่งหรู ที่ทำให้เ้าต้องพลอยมาเดือดร้อนไปด้วย ข้ามันช่างโง่เขลานักที่คิดเอาเสื้อผ้าของเชียวหลิงเจาไปขาย”
“โธ่..ฮูหยิน เราสองคนต่างก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านไม่ต้องเสียใจไปเ้าค่ะ เจ็บใจก็เพียงเงินที่เราหามาได้ทั้งหมดกลับถูกท่านแม่ทัพริบเอาไปหมดแล้ว เสียดายนัก!"
“จริงสิ แล้วพวกบ่าวอีกสิบสองคนนั่นเล่า พวกนางเป็อย่างไรบ้าง?"
“พวกนางถูกขับออกจากจวนไปแล้วเ้าค่ะ คนป่าเถื่อนนั่นขับไล่พวกนางไปทั้งๆ ที่ยังาเ็อยู่ด้วยซ้ำ! ใจดำชะมัด”
“พวกนางยอมรับผิดแทนข้า..แต่กลับ..” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ “จะว่าไปก็ดีแล้วล่ะ พวกนางยังสาวออกไปอยู่ที่อื่นยังมีโอกาสได้สร้างครอบครัว ดีกว่าต้องแก่ตายอยู่ในจวนสกุลเซียวอย่างเดียวดายเป็ไหนๆ”
สองสาวปรับทุกข์กันอยู่ไม่นานเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ถังลี่จูจะผลักประตูไม้เข้ามาอย่างร้อนรน แม่นมหวังตามหลังมาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
“เหยียนเอ๋อร์ แม่พาท่านหมอมาดูอาการเ้าแล้ว เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
กวานซูเหยียนฝืนยกศีรษะขึ้น “ท่านแม่…อย่าลำบากเลยเ้าค่ะ” เสียงของนางเบาแทบเป็กระซิบ
“ได้อย่างไรกัน!” ถังลี่จูเอ่ยทันทีด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล “าแของเ้าไม่ใช่น้อย ๆ หากทิ้งอาการแฝงไว้ภายหน้าอาจยุ่งยากกว่าเก่า เ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แม่จะดูแลเ้าเอง”
ความรักและความห่วงใยในแววตาของนางแทบทำให้กวานซูเหยียนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่ยิ่งอบอุ่นมากเท่าไร ภาระในใจของนางก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น
วันนี้นางไม่อาจให้หมอเข้ามาใกล้ได้โดยเด็ดขาด เพราะอาการวิงเวียนอาเจียนยามเช้าั้แ่ก่อนจะถูกลงโทษ นางมั่นใจในสัญชาตญาณของตน ว่านางตั้งครรภ์แล้ว..
ถ้าถังฮูหยินรู้ ถ้าท่านหมอตรวจพบ เซียวหลิงเจาก็จะส่งคนมาเฝ้านางไว้ตลอดเวลา และนั่นหมายความว่า นางกับเมิ่งหรูจะไม่มีวันหลบหนีออกจากจวนสกุลเซียวได้!
“ท่านแม่ได้โปรดเข้าใจความลำบากใจของลูกสะใภ้ด้วยเถิดเ้าค่ะ ข้าไม่้าให้ท่านหมอมาตรวจอาการของข้าจริงๆ”
ถังลี่จูชะงัก ใช่ว่านางไม่อยากเชิญท่านหมอหญิงมาตรวจอาการให้ลูกสะใภ้ แต่เป็เพราะข่าวการลงโทษในวันนี้ไม่ควรถูกแพร่งพรายออกไปนอกจวน นางจึงไม่อาจเชิญท่านหมอคนอื่นเข้ามาได้ ท่านหมอที่อยู่ในจวนก็เป็บุรุษ สะใภ้ก็เป็เพียงสตรีเยาว์วัยคงจะอับอาย
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้า เอาไว้ให้แผลหายอีกสักหน่อยข้าจะเชิญหมอหญิงมาตรวจอาการอีกสักรอบก็ยังทัน”
นางหันไปพยักหน้าให้แม่นมหวังออกไปขอยามาจากท่านหมอ แล้วช่วยกันทายาลงบนแผ่นหลังของสตรีทั้งสองอย่างแ่เบา
ลมหายใจของกวานซูเหยียนเบาลงเรื่อย ๆ เมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์เย็น ๆ บนแผ่นหลัง ดึงให้เปลือกตานางหนักอึ้ง ความง่วงลามทับความเจ็บทีละน้อย
ก่อนที่สติจะหลุดลอย นางมองเงาของแม่สามีที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมขยับ ภาพนั้นทั้งอ่อนโยน…และโหดร้ายสำหรับหัวใจของนางในเวลาเดียวกัน
จากเนื้อหาของนิยายที่นางเคยอ่าน
อีกไม่นานเซียวหลิงเจาจะออกศึกอีกครั้ง ศึกครั้งนี้แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับการรบกับแคว้นเหลียงซาน แต่พวกชนเผ่าเร่ร่อนมีจำนวนมากและกระจายตัวกันอยู่ทั่วทิศตะวันออก กว่าจะกำราบได้หมดสิ้นก็กินเวลาไปถึงห้าปี
นางจะคลอดบุตรชายและเลี้ยงดูบุตรให้เป็คนป่าเถื่อนเยี่ยงชาวเหลียงซาน เขาจะด่าทอและตบตีท่านย่าแท้ๆ สร้างความเดือดร้อนให้จวนสกุลเซียวไม่เว้นวัน แต่ถึงกระนั้นถังฮูหยินก็ยังรักและเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้มาก
ทุกวันนางจะพร่ำสอนให้บุตรชายเกลียดชังบิดา และทันทีที่สองพ่อลูกได้พบหน้ากัน บุตรชายตัวน้อยของนางถึงกับใช้อาวุธทำร้ายเซียวหลิงเจาจนได้รับาเ็!
ส่วนเซียวหลิงเจาก็กลับมาพร้อมกับอาการหวาดระแวงจากการรบ ทำให้ความเกลียดชังในตัวนางและบุตรชายทวีความรุนแรงขึ้น
ก่อนที่โชคชะตาในเื่จะเริ่มหมุนไปตามแบบเดิม
เพื่อลูกในท้อง เพื่อท่านแม่สามีคนนี้…และเพื่ออนาคตของทุกคน นางจะต้องไปให้พ้นจากที่แห่งนี้ให้ได้
……….
ในที่สุดก็ถึงวันที่เซียวหลิงเจาจะออกไปรบอีกครั้ง
กองทัพเคลื่อนออกจากเมืองหลวงแคว้นฉู่ ท้องฟ้าหม่นทึบเหมือนรู้ชะตากรรมของใครบางคน เสียงกลองศึกดังก้องอยู่หลังแนวกำแพงเมือง ก่อนจะค่อย ๆ หายลับไปพร้อมกับธงพยัคฆ์ขาวประจำตัวแม่ทัพใหญ่เซียวหลิงเจา
ภายในเรือนกูหยวนยังคงเงียบสงัดเหมือนเช่นทุกวัน สตรีสองคนนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟังเสียงลมพัดผ่านระแนงไม้ สูดดมกลิ่นยาอ่อน ๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้อง
าแของนางและเมิ่งหรูหายสนิทแล้ว ยาที่ท่านหมอประจำจวนให้มานั้นเป็ยารักษาาแชั้นเลิศ ร่างกายของพวกนางไม่หลงเหลือร่องรอยของแผลเป็เลยแม้แต่นิดเดียว นี่คงเป็ข้อดีเพียงอย่างเดียวจากเหตุการณ์วันนั้น
เมิ่งหรูเอาผ้าห่มพับเข้าที่ แล้วถอนหายใจแรง
“ฮูหยิน…พวกเราควรหาช่องทางทำเงินอีกสักหน่อยนะเ้าคะ เท่าที่เรามีอยู่บ่าวว่ามันน้อยเกินไป”
กวานซูเหยียนส่ายหน้า
“ไม่ต้องคิดเื่หาเงินอีกแล้ว…ลืมมันไปเถอะ”
เมิ่งหรูเบะปากพลางหยิบเงินที่ถังฮูหยินแอบมามอบให้นายหญิงเป็การปลอบใจออกมานับเล่น “แต่…ถ้าไม่มีเงิน แล้วพวกเราจะหนีอย่างไรล่ะเ้าคะ? ท่านแม่ทัพไปออกศึกแท้ ๆ แต่กลับสั่งเพิ่มเวรยามเต็มจวนเสียอย่างนั้น น่าโมโหจริงเชียว!”
กวานซูเหยียนเหลือบตามองออกไปนอกหน้าต่าง มีทหารหลายนายยืนตรงเหมือนเสาไม้อยู่ไม่ไกล พวกเขาสลับกันมาเฝ้ายามเช่นนี้ทั้งวันทั้งคืน
“เงินมีแค่ไหนก็แค่นั้น ข้ายังมีเหรียญทองคำอยู่ในมืออยู่นะ ต่อให้ลำบากสักหน่อยก็ยังไม่อดตาย อีกไม่นานหรอกเราจะได้ไปจากที่นี่กันแล้ว”
เมิ่งหรูขมวดคิ้ว “อีกไม่นาน…ฮูหยินมีแผนแล้วหรือเ้าคะ?”
“ใช่..อีกไม่นานหรอก เ้าไม่ได้ยินหรือว่าท่านแม่พูดถึงการไปไหว้พระขอพรอยู่หลายครั้ง ข้าคิดว่าอีกไม่นานท่านแม่ก็จะชวนข้าไปสวดมนต์ขอพรให้สามีข้าด้วยเช่นกัน" นางตอบทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ จากเนื้อหาในนิยายต้นฉบับ
เมิ่งหรูฉีกยิ้มค้างจนน้ำลายยืด ฝันหวานถึงอิสรภาพที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!
…
หลายวันต่อมา ..และแล้วโอกาสของกวานซูเหยียนก็มาถึงตามคาด
“เมิ่งหรู เมื่อครู่ท่านแม่ส่งคนมาบอกว่าพรุ่งนี้จะพาข้าไปไหว้พระขอพรให้ท่านแม่ทัพที่วัดชิงอวิ๋นซื่อ!”
เมิ่งหรูเงยหน้าขึ้นมองนางเพียงครู่เดียวก็หันกลับไปทำงานต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“เ้าไม่ดีใจหรือไร! เรารอโอกาสนี้มานานแล้วนะ!” นางประท้วง
เมิ่งหรูชี้นิ้วออกไปนอกเรือน “ฮูหยินคิดว่าทหารเลวพวกนั้นจะไม่ตามไปคุ้มครองฮูหยินใหญ่หรือไรเ้าคะ? บ่าวคิดว่าเราสองคนวิ่งหนีไปได้ไม่ถึงร้อยเก้าก็คงถูกจับตัวกลับมาแล้ว! ..ระยะนี้ฮูหยินยิ่งดูอ่อนแออยู่ด้วย”
กวานซูเหยียนเผลอลูบท้องเบาๆ ยามนี้นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้วแต่ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยสักคน ไม่เว้นแม้แต่เมิ่งหรูที่เข้าใจว่านางสุขภาพย่ำแย่ลงหลังจากที่ถูกโบย
แต่นางยังไม่พร้อมจะบอกให้เมิ่งหรูรู้ จนกว่านางจะออกจากสกุลเซียวไปได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายอาจกังวลเื่ความปลอดภัยของนาง