ด้านในป่าใหญ่หลังจากที่ไป๋ฉีออกไป ตอนนี้สมาชิกอัจฉริยะของหน่วยัดำถึงกับนิ่งอี้งไปตามๆกัน ส่วนคนที่นำพวกเขามาอย่างต้าเมิ่งก็ไม่ต้องพูดถึงดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างหัวใจเต้นระรัวกับสิ่งที่เห็น โซโล่ข้ามขั้นแถมยังใช้แค่ชุดเกราะไวเวิร์นกับอาวุธขั้นพื้นฐานนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
"ได้เห็นหรือเปล่าครับบอส"ต้าเมิ่งกล่าวอย่างอ้ำอึ้ง ภาพการต่อสู้เมื่อครู่นอกจากจะถูกบันทึกเป็วิดิโอแล้วยังเป็การฉายภาพโฮโลแกรมให้บอสของเขาหรืออู่จินหลินได้ดูด้วย และแน่นอนคนทางปลายสายตอนนี้กำหมัดแน่นใบหน้ากระตุก เนื่องจากสังเกตุเห็นมีดบินที่ลอยเข้าไปเสียบกลางหัวของ งูปีกหยก และเขาตีความได้ทันทีว่านี่คือคอสมิคฟรอสอย่างแน่นอน
เขาพลาดแล้ว พลาดจริงๆที่ไม่ได้สนใจอันดับที่สี่ของการคัดเลือกเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมีระดับแค่นักรบขั้นต้น การมีคอสมิคฟรอสสามารถหักลบกลบได้ทุกสิ่งทุกอย่าง หากเขาย้อนเวลากลับไปได้ละก็แน่นอนว่าจะต้องเลือกไป๋ฉีอย่างแน่นอน ทว่าน่าเสียดายที่โลกใบนี้คำว่า'หาก'ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ตรงหน้านี้ ไป๋ฉีนั้นได้ไปอยู่กับอู่จินหยางผู้เป็ทั้งน้องชายและคู่แข่งของเขาแล้ว
"เห้อ ช่างเถอะๆถึงจะหน้าเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซุนหรงหนูคิดว่าสามารถชนะเขาได้หรือเปล่า"อู่จินหลินไถ่ถาม
หญิงสาวในชุดเกราะนาโนสีเขียวอ่อนระดับทองขั้นสูงส่ายหน้า "เขาเร็วเกินไปถ้าปะทะกันหนูไม่ทันได้ขยับ เขาก็น่าจะมาประชิดตัวได้แล้วค่ะอาจารย์ แต่ถ้าใช้คอสมิคฟรอสก็อาจจะพอสู้กันได้อย่างสูสี"
ทุกคนรอบข้างของซุนหรงได้ยินเธอเอ่ยคำว่าอาจารย์ออกมาก็พากันตกตะลึงไป ใช่ ซุนหรงคนนี้เป็ศิษย์ของอู่จินหลินแถมยังมีศักดิ์เป็หลานกับลุงอีกด้วย เนื่องจากพ่อของเธอเป็ผู้นำตระกูลซุนรุ่นปัจจุบัน ส่วนแม่ของเธอนั้นเป็น้องสาวของทั้งอู่จินหลินและอู่จินหยางหรือก็คือเป็ลูกสาวคนสุดท้องของผู้บัญชาการอู่ชิงดราก้อนเอ็มไพร์ในตอนนี้
ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้มันถูกเก็บเป็ความลับไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะจึงไม่แปลกที่จะไม่มีคนรับรู้ เพราะทั้งราชวงศ์อู่และตระกูลซุนไม่ค่อยชื่นชอบความวุ่นวาย
"งั้นหรือๆแบบนั้นก็ดี เดี๋ยวกลับมาลุงใหญ่จะฝึกให้หนูเอง"อู่จินหลินกล่าว ซุนหรงยกยิ้มบางออกมา "ไม่ใช่ตกลงกันเอาไว้ว่า ในเวลางานให้เรียกว่าอาจารย์หรือไงค่ะ"
"ช่างเถอะๆกลับมาได้แล้ว"อู่จินหลินกล่าวจบก็ตัดสายไป
ซุนหรงหันไปมองเหล่าสมาชิกทีมของเธอที่ตอนนี้ตกตะลึงจนแทบบ้า "มีอะไรน่าใขนาดนั้นกัน กลับกันได้แล้ว"
พวกลูกทีมพากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่และพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย พวกเขาขึ้นยานรบขนาดใหญ่กลับไปทันทีก่อนที่ยานลำนี้จะบินตรงกลับตึกัดำ
"ศิษย์ของลุงรองงั้นเหรอ น่าสนุก"ด้านในยานซุนหรงกล่าวขึ้นใบหน้าเต็มไปด้วยความสนใจ ที่เป็แบบนี้เพราะในดราก้อนการ์เด้นยังไม่มีใครเอาชนะเธอได้เลยในรุ่นเดียวกัน จึงไม่แปลกที่เมื่อเห็นไป๋ฉีแสดงพลังที่ทัดเทียมกับเธอออกมาแล้วจะเกิดความสนใจ
ผ่านมาหนึ่งวันไป๋ฉีเดินไปส่งภารกิจและวัตถุดิบให้กับจิงจิง แน่นอนว่าเขาได้เลื่อนยศเป็ร้อยโททันทีพร้อมด้วยชุดประจำตำแหน่งสีขาวสะอาดตา ไป๋ฉียกยิ้มอย่างเริงร่ารับชุดแล้วกลับบ้านก่อนที่เขาจะเข้าไปยังห้องฝึกซ้อมใต้ดินและเริ่มการดูดซับพลังเพื่อที่จะก้าวไปสู่ระดับถัดไป
"ปั้ง!"
"นักรบขั้นสูง"
หลังจากผ่านมาสักพัก ไป๋ฉีทะลวงระดับได้สำเร็จแล้วก็ลืมตาขึ้นมา เขาสำรวจร่างกายของตนเองสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ฉันก็กล้าพูดได้เลยว่าพลังของหลุมดำนี้วิเศษจริงๆ ถ้าให้ฉันเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในพลังที่ฉันมี ฉันก็จะเลือกมัน"ไป๋ฉีกล่าวขึ้นทำให้เสี่ยวไป๋หัวเราะอย่างขบขัน
"คงไม่มีวันนั้นหรอกนะเ้าคะ เพราะถึงอย่างไรนายท่านก็ถือครองพวกมันทั้งหมดอยู่ดี"
"ฉันรู้แล้วน่า ก็แค่สมมุติเฉยๆเอง"ไป๋ฉีกล่าวอย่างเหนื่อยใจ
"ฮิฮิ นายท่านไหนๆก็ว่างแล้วลองทำอย่างอื่นดูบ้างไหมเ้าคะ"เสี่ยวไป๋กล่าวถามขึ้นมาทำให้ไป๋ฉีถึงกับต้องหันมองด้วยความสนใจ
"ทำอะไรล่ะ?"
"อืมม ลองเป็นักวิจัยดูไหมเ้าคะ นักวิจัยเกี่ยวกับสิ่งที่โลกใบนี้เรียกว่าโพชั่น ในหอคอยจักรวาลมีสูตรการทำมากมายเลยทีเดียว"
"หืม นักวิจัยโพชั่นงั้นเหรอ ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน ถ่ายทอดสูตรมาได้เลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวไป๋ยกยิ้มและถ่ายทอดสูตรยาทั้งหมดให้กับไป๋ฉีในทันที เวลาต่อมาชายหนุ่มเข้าสู่ห้วงสมาธิอีกคราเพื่อย่อยข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้รับเวลาผ่านไปสักพักก็ลืมตาตื่นขึ้นมา แววตาทอประกายเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"นะ นี่มันสูตรยาอะไรกันเนี้ย มันไม่วิเศษเกินไปเหรอ!!"ชายหนุ่มหันไปหาเสี่ยวไป๋ สูตรยาที่เขาได้มาทั้งหมดนั้นมีหลายร้อยสูตรด้วยกัน และมีั้แ่การทำโพชั่นด้วยสิ่งที่ไร้ค่าอย่างหญ้าปีศาจม่วงที่ดราก้อนเอ็มไพร์กำลังจะทำการวิจัยไปจนถึงยาที่สามารถคืนชีวิตให้คนตายได้ สำหรับโลกใบนี้มันนับว่ามันเป็สิ่งมหัศจรรย์มาก
หากเขาเผยแพร่สูตรยาออกไปสักสูตรละก็ ไม่ว่าสูตรไหนก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายและการแย่งชิงกันอย่างแน่นอน
"อันตรายๆ ไม่ว่าอะไรที่ได้จากหอคอยจักรวาลก็มีแต่ของที่จะทำให้โลกปั่นป่วนได้ทั้งนั้นเลย ของแบบนี้จะไปเผยแพร่ได้อย่างไรกัน"
"ฮิฮิ นายท่านก็ต้องเป็ผู้ริเริ่มสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับโลกนี้ไงเ้าค่ะ เราก็เริ่มจากโพชั่นเสริมพลังจากหญ้าปีศาจม่วงก่อน เพื่อเป็พื้นฐานจากนั้นก็ค่อยปล่อยตัวยาอื่นออกไป ส่วนเื่ความวุ่นวายก็ไม่เห็นต้องกังวลเพราะถึงอย่างไรนายท่านก็มีอาจารย์ที่สามารถคุ้มครองอยู่แล้ว"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างเริงร่า ไป๋ฉีเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดของเธอจึงได้พยักหน้ารับคำไป
เช้าวันต่อมาไป๋ฉีตื่นลุกขึ้นจากเตียงมองดูวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบสูดอากาศยามเช้าอย่างชื่นใจ ก่อนที่จะเข้าไปด้านอาบน้ำและสวมชุดสบายๆเดินออกไปยังตึกัขาว
"อรุณสวัสดิ์จ่ะไป๋ฉี "เมื่อมาถึงจิงจิงที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์กล่าวทักทาย
"อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้อาจารย์อยู่หรือเปล่าครับ"ไป๋ฉีกล่าวถาม
"อืม ตอนนี้หัวหน้าหน่วยน่าจะกำลังเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปเยี่ยมองค์าาที่ตระกูลอู่มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าจ๊ะ?"
"เอ่อ....ไม่มีอะไรมากครับ แค่จะขออนุญาติอาจารย์ออกไปข้างนอกหาวัตถุดิบอะไรบางอย่าง"
"โอ้ ถ้าเป็อย่างนั้นสามารถไปได้เลยจ่ะ วันนี้หัวหน้าหน่วยน่าจะต้องอยู่กับที่บ้านทั้งวัน"
"ขอบคุณครับ"เมื่อได้รับคำตอบไป๋ฉีก็เดินจากไป เขาตั้งใจจะไปหาหญ้าปีศาจม่วงและวัตถุดิบอีกหลายๆชนิดมาสกัดเป็โพชั่น ในขณะที่เดินออกไปนั้นก็ยังไม่วายโบกมือทักทายสมาชิกในหน่วยอย่างเป็มิตร ทว่าคนเ่าั้กลับมองเขาราวกับเห็นผี เนื่องจากพวกเขาััได้ว่าตอนนี้ไป๋ฉีมาถึงระดับนักรบขั้นสูงแล้ว
จากนักรบขั้นต่ำกลายเป็นักรบขั้นสูงภายในเวลาไม่ถึงเดือน ใครบ้างที่จะไม่ใ สมาชิกทุกคนในหน่วยัขาวนั้นล้วนแต่เป็อัจฉริยะที่อู่จินหยางเลือกมา แต่เมื่อเทียบกับไป๋ฉีแล้วพวกเขาแทบอยากจะหัวเราะเยาะให้กับคำว่าอัจฉริยะนั้นกันเลยทีเดียว