เสียงคำสั่งของพิภพทำให้ทุกคนในห้องประชุมหยุดนิ่ง ชั่วขณะที่ทุกคนยังจมอยู่ในบทบาทของตนเอง ความเงียบสงบจู่ๆ กลับกลายเป็เสียงปรบมือจากทีมงานหลายคนที่กำลังยืนดูอยู่ พิภพเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขามองทั้งสามคนด้วยความภาคภูมิใจ
“ยอดเยี่ยมมากครับทุกคน! โดยเฉพาะคุณคิริน...คุณทำให้ฉันขนลุกจริงๆ” พิภพเอ่ยชื่นชมพร้อมกับยิ้ม
เสียงปรบมือและเสียงชื่นชมจากทีมงานดังขึ้นรอบตัว ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง ทุกคนได้เห็นและััถึงการแสดงของคิรินที่แสดงเป็ไวท์ได้อย่างไร้ที่ติ
ไซซียิ้มพลางเอ่ยชม “คุณคิรินเล่นได้ถึงบทจริงๆ ค่ะ ตอนที่พี่พูดว่า ‘บางทีฆาตกรอาจอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด’ ฉันยังแอบรู้สึกกลัวนิดๆ เลยค่ะ”
คิรินยิ้มบางๆ อย่างเขินๆ เขาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับโค้งศีรษะเบาๆ
“ต้องขอโทษนะครับ ผมอาจจะอินกับบทไปหน่อย” คิรินกล่าวพลางยิ้มแห้ง
เดชที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าว “ยอดเยี่ยมไปเลยคิริน ตอนที่นายมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าฉันไม่รู้จากบทว่าไวท์คือฆาตกร ก็คงคิดว่านายเป็คนที่้าช่วยพิมพ์จริงๆ”
พิภพพยักหน้ารับและหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าว “ไม่ใช่แค่พิมพ์และชาญหรอกที่ไวท์ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ทุกคนในห้องนี้ก็คงรู้สึกอย่างเดียวกัน คุณคิริน คุณทำให้ไวท์เป็คนที่น่ากลัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เล่นได้ถึงบทจนฉันเองยังแอบกลัวไวท์ขึ้นมาเลย”
คิรินโค้งขอบคุณทีมงานอีกครั้ง แม้จะยิ้ม แต่ในใจของเขาก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่สามารถดึงตัวตนของไวท์ออกมาได้ถึงขนาดนี้ ในสายตาของทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ ตอนนี้ ไวท์ไม่ได้เป็แค่ตัวละครในซีรีส์อีกต่อไป แต่เขากลายเป็ใครบางคนที่มีชีวิตอยู่ในห้องอัยการนั้น
หลังจากการถ่ายทำสิ้นสุดลง นักแสดงและทีมงานหลายคนยังคงพูดคุยถึงการแสดงของคิรินและบทบาทไวท์ของเขาที่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเย็นะเื นักแสดงสมทบหลายคนที่ต้องเข้าฉากร่วมกับเขาในบทถัดไปก็เริ่มรู้สึกกดดันเล็กน้อย บางคนต้องซ้อมเพิ่มเพื่อรับมือกับความเข้มข้นของการแสดงที่คิรินแสดงออกมา
นักแสดงสมทบคนหนึ่งเดินเข้ามาหาคิรินหลังจากที่เขาเปลี่ยนชุดเสร็จ “คุณคิริน ผมต้องขอบอกเลยครับว่าตอนที่อยู่ในห้องประชุม ผมแทบจะลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในกองถ่าย รู้สึกเสียวสันหลังเหมือนได้เจอฆาตกรจริงๆ เล่นเอาผม NG ไปตั้งหลายรอบ”
คิรินหัวเราะออกมาเบาๆ “ผมขอโทษนะครับ คงเป็เพราะอินกับบทมากไป”
นักแสดงสมทบหัวเราะก่อนจะเอ่ยด้วยความชื่นชม “ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ การแสดงของคุณเป็แรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคนเลย ผมจะพยายามเล่นให้ดีที่สุดเพื่อให้ตามคุณทัน”
คิรินพยักหน้า “ขอบคุณครับ ผมก็จะทำให้ดีที่สุดเหมือนกัน”
คิรินกลับไปยังห้องพักของเขา ในใจเขารู้สึกตื่นเต้นและโล่งใจที่ผ่านวันแรกไปได้ด้วยดี เขามองดูใบหน้าของตัวเองในกระจก สายตาที่แฝงไปด้วยความลึกลับและเยือกเย็นที่เขาใช้ในการเป็ไวท์ยังคงสลักอยู่ในใจเขา แม้ว่าจะกลับมาเป็ตัวเองแล้ว แต่ตัวละครไวท์ยังคงหลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของเขา
รุ่งเช้าวันถัดมา ในกองถ่ายของซีรีส์ "โลกไร้สี" ทุกคนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยบรรยากาศที่คึกคักและเต็มไปด้วยพลัง ทีมงานเตรียมพร้อมจัดแสง จัดมุมกล้องเพื่อสร้างบรรยากาศที่สื่อถึงความเข้มข้นและน่าขนลุกให้สมจริงที่สุด วันนี้คิรินมีฉากที่เขาต้องเผชิญหน้ากับชาญในบทของไวท์ ฉากที่เป็บททดสอบความเยือกเย็นและความลึกลับที่ฝังลึกอยู่ในตัวละครนี้
ในห้องประชุมที่ได้รับการจัดฉากขึ้นมาอย่างเรียบร้อย แสงไฟส่องทะลุผ่านกระจกที่เคลือบฟิล์มทำให้บรรยากาศดูอึดอัดและเต็มไปด้วยความกดดัน คิรินอยู่ในชุดสูทหรูสีเข้ม ซึ่งขับให้เขาดูเป็นักธุรกิจผู้ทรงอำนาจและสุขุม สายตาของเขามองดูแฟ้มข้อมูลตรงหน้าอย่างใจเย็น ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉยนั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง
เมื่อเดชเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับแฟ้มคดีในมือ เขาเหลือบมองไปที่คิรินด้วยแววตาเฉียบคมของผู้กองชาญ ชาญในชุดลำลองกึ่งทางการยืนอยู่ตรงข้ามกับไวท์ เหมือนคนสองคนที่เป็น้ำและน้ำมัน มีความแตกต่างกันในทุกๆ ด้าน หากแต่มีความระแวดระวังซึ่งกันและกันราวกับรู้ว่ากำลังอยู่ในเขตแดนของศัตรู
“แอคชั่น!” พิภพสั่งเสียงดัง
เสียงสั่งการของพิภพทำให้ทุกอย่างเงียบลงในทันที บรรยากาศในห้องประชุมกลายเป็พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงกดดันจากสองคนตรงหน้า
“คุณไวท์” ชาญเอ่ยเสียงนิ่ง มองตรงมาที่ไวท์อย่างไม่สะทกสะท้าน “ผมอยากขอความร่วมมือจากคุณในการติดตามเบาะแสเพิ่มเติม เราจำเป็ต้องใช้ความช่วยเหลือและข้อมูลจากคนในระดับคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้ตัวฆาตกรมาอย่างถูกต้อง”
ไวท์เงยหน้ามองชาญด้วยสายตาที่สุขุมเยือกเย็น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ยินดีครับคุณชาญ” น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนและสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความลึกลับที่ทำให้ชาญต้องชะงักเล็กน้อย “ไม่ว่าอะไรที่ผมช่วยได้ ผมพร้อมเสมอ...ผมเองก็อยากให้ความจริงกระจ่างเช่นกัน”
พิมพ์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เฝ้ามองทั้งสองคนด้วยสีหน้าครุ่นคิด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและเงามืดที่ไม่อาจสลัดทิ้ง เธอไม่แน่ใจว่าความลับอะไรที่ไวท์กำลังปกปิด แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าการมีเขาอยู่ข้างๆ คือความอุ่นใจที่ไม่สามารถอธิบายได้
“คุณไวท์ครับ” ชาญพูดต่อ “ฆาตกรรายนี้มักจะปรากฏตัวในสถานที่ที่ไม่คาดคิด เขาเป็คนที่รู้จักการซ่อนเร้นอย่างชาญฉลาด ผมคิดว่าเขาอาจไม่ได้มาจากพื้นฐานของคนธรรมดา แต่มีวิธีในการทำลายหลักฐานได้อย่างแเี”
“อืม...” ไวท์ครุ่นคิดพลางยิ้มบางๆ ให้ชาญ “คุณเก่งมากเลยนะครับที่คาดการณ์ได้ใกล้เคียงแบบนี้ ผมเองก็นึกไม่ออกว่าฆาตกรแบบนั้นจะมีหน้าตาและท่าทางแบบไหน แต่ถ้าเขาเก่งเื่ซ่อนเร้นจริงๆ คุณจะจับเขาได้ไหม?”
คำพูดของไวท์เหมือนเป็คำท้าทายเล็กๆ ที่ทำให้ชาญจ้องเขากลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เดชที่เล่นบทชาญมีแววตาที่สื่อถึงความหนักแน่น ทุกการกระทำและคำพูดที่เขาแสดงออกมานั้นดูแน่วแน่จนราวกับว่าเขาเป็ตำรวจจริงๆ ไม่ใช่นักแสดงที่เล่นบทเป็ตำรวจ สมกับที่เคยไปฝึกเป็ตำรวจจริงถึงครึ่งปีเพื่อความสมบทบาท
พิมพ์หันไปมองทั้งสองอย่างหนักใจ เธอเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ฉันเชื่อว่าผู้กองจะต้องหาตัวฆาตกรคนนี้เจอค่ะ” เธอหันไปมองไวท์ “และต้องขอบใจไวท์มากที่ช่วยเหลือสนับสนุนคดีนี้ ทั้งด้านการเงินและข้อมูลที่นายมีให้”
ไวท์ยิ้มรับ “ไม่เป็ไรพิมพ์ ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะถึงยังไงฉันก็มีความแค้นกับไอ้ชั่วนั่นเหมือนกัน”
คำพูดของไวท์ทำให้พิมพ์รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เธอยิ้มให้เขาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความไว้วางใจ
ขณะที่พิมพ์และชาญเริ่มคุยกันเื่แผนการถัดไป ไวท์ก็เฝ้าฟังทุกคำพูดอย่างตั้งใจ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะยังคงนิ่งสงบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เขากำลังเพลิดเพลินกับการที่ได้เห็นตำรวจมือหนึ่งอย่างชาญและอัยการที่มีความมุ่งมั่นอย่างพิมพ์ทำงานหนักเพื่อไขคดีที่แท้จริงแล้วเกิดจากฝีมือของเขาเอง