เครื่องฮิวอี้ ลดละดับลง ผมสะดุ้งหวบหลังคิดอะไรด้วยความเพลิดเพลิน "ไกล้ถึงแล้ว" เสียงจากชายอายุ14 แจ๊ค คือชื่อของเ้าของคำพูดนั้น ผมรู้จักแจ๊คั้แ่ผมเริ่มเข้ามาประจำที่กองพันทหารม้าเพียงอาทิตย์แรก แจ๊คเป็ชายรูปร่างล่ำสัน สูงขาว ปากแหว่ง นิสัยโดยรวมแจ๊คถือว่าเป็คนที่ดีคนหนึ่ง เราทั้งคู่ก็สนิทกันในครับนึง จนผมก็ได้รู้ว่าแจ๊คนั้นมีความเป็มาอย่างไร
แจ๊คตอนอายุ2ขวบ ต้องอยู่กับป้า เพราะพ่อและแม่ ถูกทหารพม่าฆ่าตาย พอแจ๊คโตขึ้น5ขวบป้า ก็มวบแจ๊คให้หลวงตา ณ วัดวัดหนึ่งฝั่งไทย แจ็คนั้นเติมโตที่ฝั่งไทย หลวงพ่อตั้งชื่อใหม่ให้ชื่อว่า แจ๊ค แปลกจากเด็กกะเหรี่ยงคนอื่นเพราะชื่อนี้ค่อมไปทางไทยมากกว่ากะเหรี่ยง แจ๊คเล่าเรียนในโรงเรียนเล็กๆในหมู่บ้าน อาศัยว่าตัวเองเป็เด็กวัด เลยมีกินและมีที่นอน พอจบ ป.6 แจ๊คก็กราบลาหลวงตาเพราะได้ข่าวว่ากองกำลังกะเกนี่ยงรับสมัครทหารั้แ่อายุ12-50 ตัวเองอยากมาเป็ทหาร เลยลาทุกคนที่เลี้ยงดูแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่วงการฆ่าคนเพื่อชีวิต ผมมองไปทางแจ๊ค ชุดทหารลายพราง ที่ตัดแขนเสื้อทั้งสองข้างออกดูเหมือนเสื้อกัก สายะุแบบ100นัด สะพายตัวของแจ๊คใคว้กันทั้งสองเส้น ตรงแขนที่ไม่มีแขนเสื้อ ปรากฏกล้ามกำยำเป็มัดๆ แลดูเหมือนไม่ใช่เด็กอายุ14ปี ในมือกระชับปืนM60 ปืนกลเบาของสหรัฐอเมริกา
ผมทอดสายตาไปเบื้องหน้า ปรากฏเป็ผู้เข้าสูงหลายลูก บนยอดเขานั้นมีหมอกปกคลุมอยู่ มองเพลินๆเหมือนกันก้อนเมฆบนท้องฟ้าไม่มีผิด
นักบินเทคเครื่องลงอย่างระมัดระวัง ฮิวอี้ค่อยๆลดระดับลงอย่างช้าๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงะโจากผู้หมู่ สิบโท โญจ่อ ว่า "เตรียมตัวะโลง เครื่องจะไม่แตะพื้น " ทุกคนต่างเครียรสัมภาระของตัวเอง เครื่องเทคลงนิ่ง ผมมองเห็นพื้นดินด้าร่าง สูงราว150 เิเ
ทุกคนะโลงจากฮ. เหมือนนัดกันใว้ ทันใดที่พวกเราลงมา ทุกคนต่างกระจายตัวตามจุดรอบฮ. เหมือนที่ฝึกมา ลักษณะดังกล่าวเป็การป้องกัน ฮ. จากการยิงของข้าศึก ผ่านไปสักพัก ทหารทุกคนลงมาวางแนวป้องกันกันทุกคนแล้ว
ฮิวอี้ก็ยกตัวขึ้นบินกลับไปยังฐานบิน หลังจากบินไปไกล้ลิบ ความเงียบแถวนั้นมันเงียบจนได้ยินเสียงธรรมชาติ ป่ายามฤดูฝน ทุกคนนั้งชันเข่าถือปืนในลักษณะเตรียมพร้อม ซักพัก ผู้กองก็ให้สัญญาณมือ✋ ให้พวกเราเดินต่อแถวเรียงหนึ่งเป็อันเริ่มภารกิจ การลาดตระเวน ผมมองไปยังด้านหน้า แล้วก็สบดคำหยาบออกมา ท่านผู้อ่านครับ หมวดผมต้องเดินทางขึ้นไปบนยอดเขานั้น ซึ่งสูงเอามากๆ แต่ความคิดของผมก็มิอาจทำให้เราหยุดภารกิจได้ สิ่งที่ทำได้คือเดินต่อไป
ผมมองป่ารอบข้างด้วยความเพลิดเพลิน สัตว์จำพวกกระรอกวิ่งไปมาอย่างคร่องแคร่วบนต้นไม้
กิ้งกือเดินยั้วเยียเต็มทางเดินไปหมด พื้นดินที่รองเท้าจังเกิ้ลของพวกเราเหยียบย่ำนั้น แชะเปียกแสดงให้เห็นว่า ในพึ่งจะหยุดไปไม่นานนี้เอง พวกเราเดินกินตลอดทั้งวัน จนเวลา17:30 ความมืดจะมาเยือน ด้วยความที่เป็หน้าฝนเลยทำให้ท้องฟ้าอึมครึม ตลอด ผู้กองสั่งให้หมวดของพวกเราตั้งฐานลอยกันที่นี่เราจะพักที่นี่กัน ผมนั้งลง ถอดเป้สนามอันหนักอึ้งออก เปิดเป้ล้วงเปสนามออกมา มัดกับต้นไม้ ส่วนบนเปก้นำผ้ากันฝนปันโจ มามันขึ้นให้เป็หลังคากันฝนที่จะตกในเวลาค่ำคืน ผมรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น สุดขั้วด้วยความชื้นในป่า บวกกับเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของพวกเรา
18:20 พวกเราก่อไฟหุงหาอาหารกินกันเสร็จ ก็จัดเวรยามเฝ้าระวังกัน ผมได้รับ่22:00-23:00 น. ทางทิศตะวันออก ผมดูเวลาที่นาฬิกา แล้วโน้มตัวลงนอนในเปสนามนั้น ผมกอดตัวเองด้วยความหนาว หลับตาลง ภาพให้หัวผม ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด ความคิดความอารัยอาวอนถึงครอบครัวตราตรึงอยู่ในห้วงความคิดในขณะนั้น ผมคิดทบทวนเื่ราวต่างๆในชีวิต ความฝันของผม ที่อยากเป็นักร้องเพลงไทย ผมมโนภาพถึงตัวเองอยู่บนเวทีพร้อมกับแสงสีเสียง ผู้คนมากมายชูมือะโโห่ร้อง นั้นแหละครับ ความฝันที่เป็ดังแสงลิบหรี่ของกระผม ถึงผมจะเป็กะเหรี่ยง แต่เพลงที่ผมคือเพลงไทย ศิลปินที่ผมชอบบูชาคือ พี่โต sillyfool ผมอยากที่จะเป็เหมือนเขา
ผมหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ผมตื่นอีกทีจากการสกิดที่หัวไหล่ ผมค่อยๆลืมตาดูก็เห็น ตเว
ชายอายุ15รุ่นพี่ ที่พึ่งกลับจากการเข้าเวรทางทิศตะวันออก มาสะกิดเปลี่ยนเวรกับผม "ฟาๆตื่นๆถึงเวรมึงแล้ว" ผมลุกขึ้นเอามือลูบหน้าของผม ยกนาฬิกาข้อมือมาดูก็ปรากฏว่า22:04น. เสียแล้ว ผมคว้าปืน m16 เดินดุ่มๆไปทางทิศตะวันออกห่างจากเปของผม20เมตร ผมนั้งลงกอดปืนพร้อมหันไปดูบรรยากาศรอบๆ มองไปทางซ้ายและขวาห่าวไป10เมตร ก็เห็นคนที่เข้าเวรเหมือนกับผม ถือปืนสอดส่ายสายตามองความผิดปกติ ผมดึงมีดปลายปืนm7 มาขูดขีดดินเล่นด้วยความซนของผม ผมนั้งต่อสู้กับความหนาวเหน็บและความง่วงจนออกเวร ผมเข้าไปนอนที่เปสนามอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีเวลาให้จินตนาการใดๆ ทันทีที่ผมหลับตาลง สติของผมก็ล่องลอยออกไปทันที