ชั่วขณะที่ลูกศรสายฟ้ามาถึง แขนซ้ายที่ั์แดงเดือดกางออกช้าๆ แต่ปัดออกไปอย่างรวดเร็ว
เพล้ง!
เสียงของแข็งถูกดีดตัวในอากาศ ลูกศรสายฟ้าที่มีขนาดความยาวมากกว่า 10 เมตรถูกปัดออกไปราวกับแมลงวัน
ฟิ้ว! ตู้ม!
อะไรกัน!
ชั่วพริบตาอาร์คเห็นเพียงลูกศรสายฟ้าถูกฝ่ามือภายใต้ชุดเกราะสีแดงปัดป้องออกไปจนกลายเป็ลูกบอลสายฟ้าก่อนที่จะตกลงไปในแม่น้ำเชื่อมทั้งสองเมืองในระยะ 100 ลี้ จนเกิดสึนามิขนาดมหึมาสูงถึง 10 กิโลเมตรจนเกิดเป็ฝนตกกลางเมือง
ฟิ้ว!
แต่ยังไม่ทันให้เขาหายใ ั์แดงเดือดพุ่งเข้าไปหาคมดาบที่ส่วนบนของดาบั์อย่างไม่กลัวตาย ก่อนที่ปล่อยปราณสีแดงออกมาจนเคียวทั้งสองเล่มจากแขนที่สามและสี่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนถึงหนึ่งส่วนสิบของเคล็ดวิชาดาบผลาญโลกา สภาพของมันต่างจากอาวุธทั่วไปอย่างสิ้นเชิง หากบอกว่าก่อนหน้านี้เคียวมรณะเหมือนกับมีชีวิต ตอนนี้มันได้กลายเป็สัตว์ประหลาดของจริง เพราะโลหิตที่ั์แดงเดือดอัดฉีดเข้าไปจนเห็นเส้นเืเต้นขยุกขยิกทั่วทั้งบริเวณผิวคริสตัลสีแดง จากเดิมที่สภาพมิต่างจากอัญมณีทับทิมสวยงามกลายเป็สิ่งมีชีวิตชวนขนลุกในพริบตา
ขวับ! กรึก!
สองมือด้านล่างที่หนึ่งและสองก็ช่วยส่งเสริมกัน ั์แดงเดือดใช้กรงเล็บแหลมคมภายใต้ชุดเกราะเจาะเข้าไปที่ดาบั์ส่งผลให้เกิดรอยแตกร้าวไปทั่วทุกทิศทาง
โฮกกกก!
และแล้วการโจมตีครั้งสำคัญของมันก็มาถึง เสียงะโออกไปที่มีความบ้าคลั่งและเจตนาฆ่าฟันที่แฝงอยู่ สะกดข่มจิตอาฆาตของอสูรร้ายจนไม่แม้แต่จะมีเสียงร้องตอบกลับ สัตว์ร้ายนั้นมีสัญชาตญาณที่ดีกว่ามนโอกาสทั่วไปจึงได้แต่สยบเพราะความหวาดกลัว
เพล้ง!
ดาบผลาญโลกาถูกทำลายไปหนึ่งในสามจนกลายเป็แผ่นอุกกาบาตกลางอากาศ
“กลืนกิน”
บรรดาจิตอาฆาตเมื่อพันธนาการแตกออกก็มิได้โอกาสไปเกิด พวกมันถูกดูดเข้าไปในปากของั์แดงเดือดที่กำลังอ้าค้างกลางท้องฟ้า ในระยะไกลเห็นเพียงดวงิญญาถูกกลืนกินเข้าไปมิต่างจากพายุเฮอริเคนก่อนที่ค่อยๆ อย่างรวดเร็ว
“หยุดเดี๋ยวนี้ ไอปีศาจ”
อาร์คแทบตอบสนองไม่ทัน เพราะั์แดงเดือดได้ลงมือในเวลาเดียวกัน เขาเปลี่ยนร้างกลายเป็ประกายสายฟ้าแล้วรีบพุ่งไปทะลวงผ่านแผ่นอุกกาบาตไปในพริบตา หากช้าแม้อีกเสี้ยววินาทีิญญาอาฆาตที่เขาเก็บหอมรอมริบมาคงหมดสิ้น ต่อให้เป็ใครก็ไม่นึกว่าจะมีสถานการณ์นี้มาก่อน อย่างเช่นอสูรวิปริตตัวนี้ที่สามารถกินดวงิญญามาก
“ไสหัวไป!”
ั์แดงเดือดตอบโต้กลับด้วยบาทาลูบพักตร์ มันไม่แม้แต่จะเงยศีรษะกลับมาด้วยซ้ำ
ตู้ม!
ลูกถีบยันเข้าใบหน้าเต็มๆ ต่อให้รวดเร็วแค่ไหนแต่หากมาต่อสู้ระยะประชิดกับมันก็มีแต่จเจ็บตัวฟรี ด้วยประสบการณ์จากการกลืนกินสิ่งมีชีวิตและชีวิตในสมรภูมิรบมากกว่าหลายศตวรรษ กอปรกับพลังกำลังของมันที่เต็มสูบ มันสามารถเหยียบย่ำศักศรีอีกฝ่ายได้ตามใจชอบ
“อัก”
เสียงกระดูกแตกหักที่จมูกและปากบริเวณเดิมของร่างดาฟเนียร์เป็ครั้งที่ 3 หากนับรวมกับจำนวนที่ตายไปแล้ว
อาร์คกระเด็นถอยไปแล้วหยุดลงกลางอากาศ ในมือขวาที่แบออกมีฟันหลุดออกมา 3 ซี่
“อ่า ชื่นใจ”
สิ้นสุดการกลืนกินของั์แดงเดือด ลิ้นสองแฉกของมันก็เลียริมฝีปากตามความเคยชิน
บัดซบ!
อาร์คสบถออกมา หากสนามพลังของเขาไม่ถูกสะกดมีหรือที่มันผู้นี้จะเสมอกับเขาได้
“บูรพาจิตรู้แจ้ง”
ตู้ม!
เกิดเสียงดังสนั่นในจิติญญาของอาร์ค เคล็ดวิชานี้คือการรีดเค้นจิติญญาระดับสูงสูงเหนี่ยวนำเปลี่ยนพลังปราณฟ้าดิน
ฟุบ!
ครั้งนี้อาร์คอาร์คมิได้พุ่งเข้าใส่ แต่วาร์ปได้ด้านหลังอีกฝ่ายในระยะไกล พร้อมกับเขวี้ยงลูกศรสายฟ้าออกมานับสิบ โดยไม่สนการใช้การใช้พลังมานา เพราะเขามีดึงเศษเสี้ยวจิติญญาในร่างภาชนะนี้มาใช้ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เสียหายอะไรหากจิติญญานี้ดับสิ้นเพราะเผลาผลาญพลังมากเกินไป มันไม่มีผลกระทบต่อร่างหลัก
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกศรสายฟ้าทะลวงอากาศออกไปจนเกิดระลอกคลื่นและสุญญากาศไม่ต่างจากมิดไซส์
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ขณะถึงลูกศรสายฟ้ามาถึงตัว ั์แดงเดือดก็ใช้เคียวทั้งสองเล่มฟันออกไป ครั้งที่หนึ่งและสองยังไม่เป็ไร แต่ครั้งที่สามส่งผลให้มันเริ่มถอยร่นออกไป นั่นจึงทำให้มันต้องป้องกันโดยสมบูรณ์
ฟิ้ง!
ยังไม่จบเพียงเท่านั้น อาร์คเสกดาบสายฟ้าออกมาในมือแล้วฟันออกไปเป็คลื่นสายฟ้าจันทร์เสี้ยวจำนวนมหาศาล โดยไม่้าให้อีกฝ่ายมีโอกาสพักหายใจ
เสียงการโจมตีบนฟากฟ้าส่งผลให้เสียงดังสนั่นกระจายไปสามเมือง ภายใต้ซากหักพังบนพื้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปจุดศูนย์กลางอย่างเงียบเชียบ
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
การโจมตีมากกว่าร้อยครั้งเกิดครึ่งในเสี้ยววินาที หลังจากกลุ่มควันในอากาศจางหายไปเผยให้เห็นอสูรสีแดงที่กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกลับมาสมบูรณ์
อาร์ค้าเพียงหยั่งเชิงเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าั์แดงเดือดจะมีพลังงานสำรองมากขนาดนี้ ต้องบอกก่อนว่าการโจมตีเมื่อครู่เขาใส่พลังไป 9 ใน 10 หาก้ารีแค้นพลังจิติญญาอีกร่างภาชนะนี้อาจทนอยู่ได้ไม่นานนัก
ขวับ!
ในเมื่อสู้ด้วยไม่ได้ก็ไม่จำเป็ต้องอยู่อีกต่อไป เขารีบพุ่งไปทางทิศตะวันออกทันที เพราะเขาพอััได้แล้วว่าจุดกึ่งกลางค่ายกลอยู่ตรงไหน เมื่อออกไปได้แล้วพลังอาณาเขตกลับมา การจะลงมือภายหลังก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
หือ
อย่างไรก็ตามอาร์ครู้สึกแปลกใจ เขาหันกลับไปมองแล้วเห็นว่าั์แดงเดือดไม่ได้ตามมา ราวกลับว่ามันไม่กลัวผลกระทบหากเขาทำลายค่ายกล
ผัวะ!
“อัก-”
อาร์ครู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบศีรษะก่อนที่จะหล่นลงไปกระแทกพื้นดั่งฝนอุกกาบาต
ตู้ม!
เขาจมลึกลงไปจนไม่เห็นก้นบึ้ง ก่อนที่คลานออกมาช้าๆ
เมื่อเขามองดูบนฟากฟ้าก็ทำให้เขาอึ้งงันไป เพราะจุดที่เขาถูกส่งลอยมาเมื่อครู่มีั์แดงเดือดอีกตนในสภาพแบบเดียวกันยืนกอดอกอยู่
เมื่อหันกลับไปจุดศูนย์กลางร่างของั์แดงเดือดในชุดนักรบก็ค่อยๆ หายเปลี่ยนเป็ร่างอสูรธรรมดา
อาร์คไม่รู้เลยว่านี่คือความสามารถเฉพาะตัวของั์แดงเดือดที่สามารถถ่ายโอนปราณฟ้าดินกับร่างแยกผ่านทางมิติโลหิตของมันได้ตลอดเวลาโดยไม่สนระยะทาง นับได้ว่าเป็ความสามารถที่โกงที่สุดของมันที่ทำให้อยู่ยงคงกระพันในสมรภูมิรบ
แต่ความแปลกประหลาดนี่ยังไม่หมดไป เพราะค่ายกลเริ่มสั่นไหว ภาพมายาหายไปจนเผยให้เห็นว่าระยะของมันไม่ได้อยู่เพียงอดีตเมืองคมนาคมแห่งนี้ แต่มันกว้างไกลจนครอบคลุมทั่วทั้วเมืองสิงห์คำรน
ต้องขอบคุณแรงงานชั้นดีอย่างนักรบโลหิตทั้ง 25 ตนอีกครั้งที่ทำงานอย่างเอาเป็เอาตายภายใต้คำสั่งของนพเก้า
“แกจบสิ้นแล้ว”
หลังั์แดงเดือดพูดจบมันก็ยกฝือมือขวาขึ้นแล้วโบกออกไปเป็สัญญาณให้อสูรรอบตัวที่ซ่อนอยู่เริ่มปรากฏตัวออกมา ซึ่งตามความเป็จริงมันไม่จำเป็ต้องทำก็ได้ เพียงแค่มันอยากเท่ก็เท่านั้น
ไม่นานหลังจากภาพมายายหายไปหมอกโลหิตเริ่มควบแน่นเป็อสูรขอบเขตราชันยุทธ์ จักรพรรดิยุทธ์เริ่มทยอยออกมา
100 ตัว 200 ตัว .... 1,000 ตัว
พวกมันปรากฏขึ้นอย่างมืดฟ้ามัวดิน โดยมีจุดสูงสุดอยู่ที่จักรพรรดิยุทธ์ขึ้นปลายมากกว่า 10 ตัว
เมื่อเห็นสิ่งนี้อาร์คก็รู้สึกหัวใจหล่นตุ๊บ ภาพมันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวมารุกรานโลกมนุษย์ ลำพังขุมกำลังขนาดนี้สามารถบดขยี้ประเทศที่อ่อนแออย่างง่ายดาย ดูเหมือนรอบนี้ทายาทของพวกเขาจะหาเื่ผิดคนเสียแล้ว
โดยไม่ลังเล เขาควบแน่นพลังจิตทั้งหมดเป็ทรงกลมแล้วออกไปหมายจะทะลุกำแพงค่ายกลเพื่อส่งต่อข้อความไปยังราชวงศ์จาเร็ท
“อย่าได้หวัง หยุดมันซะ”
ั์แดงเดือดเริ่มร้อนรน หากข่าวเื่ไพ่ตายของมันรั่วไหลออกไปอาจเกิดศัตรูขึ้นมาจำนวนมากดั่งดอกเห็ดเพื่อรีดเค้นวิชาของมัน ตอนนี้มันยังอ่อนแอเกินไปที่จะเผชิญหน้ากับโลกภายนอก
เหล่าอสูรโลหิตเบื้องบนรีบพุ่งเข้าหาอาร์คทันทีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการ
“ฮ่า ฮ่า สายไปแล้ว”
เขาไม่้าสู้รบอีกต่อไปหลังจากส่งข้อความออกไปเขาจะะเิตัวเองทิ้งเสีย ด้วยเศษเสี้ยวจิติญญาขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ต่อให้ใช้สนามพลังไม่ได้แต่ไม่ใช่เื่ยากอะไรที่จะะเิเมืองสิงห์คำรนทิ้ง โดยเขาไม่สนว่าจะเกิดาตามมาหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรก็สูญเสียอัจฉริยะไปสองคนแล้ว โดนเฉพาะดาฟเนียร์ที่เขาชุบเลี้ยงมากับมือ
“เฮ้ เ้าหนูเข้ามานี่สิ”
เสียงหยอกล้อดังขึ้นก่อนที่วัตถุสีเขียวปนม่วงกระทบกับตัวของอาร์คโดยไม่รู้ตัว
แผละ
เขากลางศีรษะด้านหลังเต็มๆ มันราวกับแก๊สไข่เน่าที่ส่งกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียน
“เ้า!”
อาร์คหันกลับไปมองเห็นเพียงรุ่นเยาว์คนหนึ่งที่ยิ้มหน้าละลื่นกำลังยกสองแขนขึ้นโดยมีแผงไข่เน่าในมือ มันคือเด็กเปรตนามว่านพเก้า
“ข้ามีของดีย์จะให้”
แผละ แผละ
เสียงไข่แตกดังระงมขึ้นพร้อมกัน เมื่ออาร์คหันหน้ากลับมาเช่นนี้ นพเก้าก็เต็มใจที่จะให้ไข่หรรษากับอีกฝ่ายทั้งแผง
อ๊ากกก!
เสียงนี้หาได้มาจากความเ็ปไม่ แต่มาจากความอัปยศ เพราะทั้งตัวของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นไข่เน่าที่ผสมกับกลิ่นอุจจาระ หากไม่ติดที่ว่าเขากำลังรวบรวมจิติญญาอยู่ มีหรือที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสทำให้เขาอับอายได้
“ไอเด็กเวร! หือ?”
ขณะที่เขาจะซัดฝ่ามือออกไปเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ ก่อนที่เขาจะหันสายตากลับไปช้าๆ
เฮ้ย!
เขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัว แม้แต่จิตแห่งเต๋าก็รู้สึกสั่นไหวเล็กๆ เพราะภาพตรงหน้าคือหญิงชราหัวหงอกตัวสีม่วงที่กำลังน้ำลายยืดออกมาจากปาก ระยะห่างเพียงใบหน้าของเขาเท่านั้น
เขา้าถอยหลังกลับไปแต่กลับถูกนพเก้าเตะใส่แผ่นหลังก่อนที่จะหนีหายออกไป
ม่ายยย! อุ๊บ
ภายในเสี้ยววินาทีปากทั้งสองประกบกันอย่างดูดดื่ม
อื้อ!
เขาขัดขืนสุดฤทธิ์แต่รู้สึกว่ากำลังกายเริ่มหายไป ไม่นานหลังจากนั้นกองทัพป้าอ้วนก็เริ่มโผล่ออกมาจากรอยแยกมิติมากกว่า 30 ตัว เหตุการณ์ถัดๆ ไปไม่สามารถบรรยายได้
“นพเก้า นั่นมันอะไรกัน?”
จิตตาภารู้สึกว่าโลกทัศน์ของตัวเองได้รับผลกระทบไปเมื่อครู่ จนนางต้องอยากจะลบความทรงจำอันน่าขยะแขยงนี้ออกไป
“ข้าก็ไม่รู้”
นพเก้าไม่บอก แล้วก็ไม่้านึกถึงมันด้วย ตามที่ระบบบอกมันสามารถพันธนาการได้แค่ของเขตจ้าว์์เท่านั้น และอิทธิฤทธิ์อยู่ได้เพียง 10 วินาที อย่างไรก็ตามเขาซัดไปทั้งแผง ผลกระทบอาจนานขึ้นเล็กน้อย
ฟึบ!
นพเก้าหลับตาแล้วบริกรรมคาถาเปิดใช้งานกับดักค่ายกลกลั่นจิติญญาทันที ต้องทำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถขยับตัวได้อีก เดิมทีเขาวางแผนวางกับดักค่ายกลไว้ในจุดที่อาร์คจะตกลงมาร่วมกับั์แดงเดือดใน่เวลาก่อนหน้านี้
นพเก้ารีบละสายตาออกมาจากสนามรบตรงหน้าและเข้าไปดูชิกก้าในตันเถียน จากนั้นก็คอยชี้แนะชิกก้าด้วยจิตสื่อสารประมาณครึ่งก้านธูป ไม่นานสิ่งมีชีวิตประหลาดของค่อยๆ กลับเข้ามิติไป
“ฆ่า ฆ่าข้าซะเถอะ ได้โปรด”
มันหลงเหลือไว้เพียงร่างของดาฟเนียร์ที่จิติญญาของอาร์คถูกทรมาณจิตใจจนรู้สึกแตกสลายเป็ล้านๆ ชิ้น
นพเก้าเดินเข้ามาโดยใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ปิดััการรับรู้กลิ่น เขามองดูสภาพของชายอัศวินผู้สูงศักดิ์กลายเป็ชีเปลือยภายใต้การชโลมด้วยของเหลวทั่วทั้งตัว
เป๊าะ!
นพเก้าดีดนิ้วแล้วจุดเปลวไฟเผาทำลายทันที เดิมทีวัตถุประสงค์หลักของเขาไม่ใช่้ากำจัด แต่เป็การกลั่นเศษเสี้ยวจิติญญาขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ สิ่งนี้ยากกว่าการสังหารอีกฝ่ายมาก จึงไม่แปลกหากเขาจำเป็ต้องเดิมพันด้วยชีวิตหาก้าของล้ำค่ามาครอง
ไม่นานจิติญญาก็ถูกหล่อหลอมขึ้นมากลายเป็ทรงกลม
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้สังหารข้ามขอบเขต ด้วยกลอุบายของโฮสต์ส่งผลให้กำจัดเศษเสี้ยวจิติญญาของขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์อย่าง่ายดาย รางวัล: ช่องทรัพยากร + 50]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้สังหารดาฟเนียร์ อัศวินเอลฟ์ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงด้วยลูกสมุนของโฮสต์ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 15]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ด้วยการกระทำขอโฮสต์ส่งผลมีประชากรตกตายมากกว่าหมื่นคน บ่วงกรรมเพิ่มขึ้นมหาศาล ค่าชื่อเสียงของโฮสต์ในเมืองสิงห์คำรนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รางวัล: ช่องทรัพยากร + 10]
นพเก้าเปิดหน้าจออินเตอร์เฟสดูตอนนี้เขามีช่องทรัพยากรเป็จำนวน320/485 หากใช้จำนวนนี้สุ่มรางวัลที่คิดจำนวนค่าใช้จ่ายเพิ่มสองเท่าเขาสามารถสุ่มแบบ 10 ครั้ง ได้ 3 รอบ
แต่ถึงอย่างไรก็เอาไว้ก่อน เขาเก็บโอสถเมื่อครู่เข้าไปแล้วดูค่าสถานะของมัน
[ข้อมูล: โอสถตระหนักรู้ ระดับสมบูรณ์ (โอสถขั้น 7) จำนวน 1 เม็ด ชำระิญญาและขัดเกลาจิตใจ ช่วยยกระดับความเร็วในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์เป็ความตระหนักรู้ในมหามรรคา หลอมรวมร่างกายกับฟ้าดินเป็หนึ่งเดียว ก่อเกิดปัญญานำไปสู่ขอบเขตแห่งเต๋า (ระยะเวลาเพิ่มจำนวน 167 ชั่วโมง 59 นาที 48 วินาที: อัตราเพิ่มจำนวน 1 เท่าตัว) ]
หืม
ดูเหมือนระยะเวลาเพิ่มจำนวนจะนานขึ้น นั่นถือเป็เื่ปกติถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าระบบมันใช้พลังวิเศษอะไรแต่คงจะเป็กระบวนการที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มจำนวนทรัพยากร
“ั์แดงเดือด”
นพเก้าเก็บกองทัพกลับไปแล้วเรียกลูกสมุนหลายเลขหนึ่งกลับมา แต่ดูเหมือนมันจะไม่ยอมมา
ฟึบ!
นพเก้าชี้ไปที่ซากขี้เถ้าของดาฟเนียร์ที่มีกลิ่นเหม็นเน่า ความหมายชัดเจน ให้กินมันลงไปซะ
“นายท่าน ท่านจะแบบนี้กับข้าไม่ได้”
ั์แดงเดือดไม่พอใจ นี่ไม่ต่างจากสั่งให้มันกินอุจจาระถึงแม้จะเป็เพียงเศษซากตอตะโกก็ตาม
“เ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง”
นพเก้าหยิบไมโครชิปออกมา มันเซฟจำนวนเวลาเล่นเกม รวมถึงไอเทมในเกม MMORPG ที่ั์แดงเดือดมันสะสมไว้ หากมันปฏิเสธก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายเกินไปที่จะบดขยี้วัตถุในมือเป็ชิ้นๆ
“ข้ายอมแล้ว ได้โปรดอย่าทำลายของรักของข้า”
ั์แดงเดือดคลายสภาวะร่างจอมพลโลหิตออกแล้วก้มมองดูซากของดาฟเนียร์ มันกลืนเข้าไปในคำเดียวก่อนที่จะใช้สองมือปิดปากไว้ มันแทบจะอ้วกออกมา
ไม่นานมันก็สงบลงแล้วบริกรรมคาถา จนเบื้องหน้าปรากฏนักรบเอลฟ์ในชุดเกราะเหมือนกับดาฟเนียร์ที่ไร้จิติญญาแต่ขอบเขตของมันอยู่เพียงราชันยุทธ์ขั้นต้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สำคัญ ทั้งความรู้ เคล็ดวิชา รวมถึงความเข้าใจมันได้เปลี่ยนเป็ประสบการณ์ให้นพเก้าและั์แดงเดือด
“คือว่า ผู้าุโ”
เสียงผู้ชายดังออกมาจากระไกลอย่างแ่เบา
กลุ่มของคาริสไม่ได้กลับไปที่สภาตัดสินคดีเพราะโชคร้ายถูกลูกหลงทำลายไปไม่เหลือชิ้นดี นอกจากนี้เขาไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมบรรพบุรุษกู่เทียนิถึงไม่มาพบปะผู้สร้างปัญหาด้วยตัวเอง เขาจึงได้แต่ออกหน้าเอง
“มีอะไรรึ?”
นพเก้ามองกลับไปแบบไม่คิดอะไร ก็ในสายตาของผู้มองมันกลับดูน่าขนลุก
“ค- คือว่าเื่ที่เกิดขึ้นทางเมืองสิงห์คำรนก็ได้รับความเสียหายครั้งใหญ่เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูเมือง เราจึงอยากสงบศึกกับราชวงศ์จาเร็ทชั่วคราว”
น้ำเสียงของคาริสติดขัดเล็กน้อย เขาเพียงมาบอกวัตถุประสงค์จากกู่เทียนิก็เท่านั้น หากอีกฝ่ายตีความอย่างไรนั่นก็ไม่เกี่ยวกับเขา
“อืม”
นพเก้าโบกมือไล่กลับไป เขาเข้าใจทันที นี่คงเป็สารจากกู่เทียนิ บางทีอีกฝ่ายอาจจะอบไปบอกเื่นี้กลับราชวงศ์จาเร็ทแล้วก็ได้ว่าเขาเป็คนสร้างปัญหาเอง ถึงอย่างไรเขาก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบเขาเท่าไหร่นัก และเมื่อออกจากอาณาเขตเมืองสิงห์คำรนก็ไม่จำเป็ต้องญาติดีกันอีกต่อไป
“ฮ่า ฮ่า คอยดูเถอะนพเก้า เ้าไม่อาจต่อกรกับราชวงศ์จาเร็ทได้หรอก ข้าจะบอกอะไรให้ ตลอดประวติศาสตร์ 300 ปี เผ่าพันธุ์เอลฟ์ไม่ได้นิ่งดูดาย และกองกำลังที่ซุกซ่อนไว้เป็สิ่งที่เ้าจะประมาณได้”
หยางเก๋อที่ถูกทุบตีจนหัวกลายเป็หมูพูดขึ้น เนื่องจากค่ายกลลวงตาจึงไม่มีใครเห็นการต่อสู้ที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าพูดออกมา
เพี๊ยะ! ตุบ!
“เงียบปากไปซะ เ้านักโทษ”
คาริสใช้หลังมือตบออกไปจนกระเด็นติดกำแพง ในจังหวะเดียวกันก็รีบพุ่งเข้าไปหาหยางเก๋อ เตรียมแบกอีกฝ่ายออกไปเพื่อจะออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้อย่างแเี
“คนอื่นไปได้ แต่เ้าต้องอยู่ก่อน”
นพเก้ามองชายหัวสิงโตขณะพูดขึ้น
“อึก ข้ารึ”
คาริสชี้หน้าตัวเอง หรือว่าไอเด็กปีศาจนี้กำลังคิดเล็กคิดน้อยกับคำพูดของเขาเมื่อครู่
“เช่นนั้นผู้าุโ พวกเราขอตัวก่อน”
จางหลี่รีบนำทีมที่เหลือกลับไปทันที
“คอยดูเถอะ นพเก้าเ้าจะไม่ได้ตายดี แอ่ก-”
“อย่าห่วงไปเลยท่านอดีตหัวหน้าสมาคม เมื่อเ้าไปเสพสุขในคุก ข้าจะดูแลลูกสาวและภรรยาเ้าอย่างดี ฮ่า ฮ่า”
ชัตชนตบเข้าที่ศีรษะของหยางเก๋อขณะรัดไว้ที่แขนซ้ายขณะลอยอยู่บนฟ้าก่อนที่จะพูดแล้วหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย ดูเหมือนงานนี้จะมีโอยะโกะด้งย่างแน่นอน
“เ้า แค่กๆ”
ดูเหมือนชายที่น่าอนาถที่สุดในที่นี้จะไม่ใช่ดาฟเนียร์หรืออาร์ค แต่เป็หยางเก๋อที่เหมือนกำลังจะตายทั้งเป็ เขาโหโหจนกระอักเืออกมาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติไป
...
ณ ภูมิภาคอีสาน ในปราสาทหลังใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ขนาดั์ ลึกเข้าไปปรากฏโถงทรงกลมที่มีปริมาณมานาหนาแน่น จนสามารถควบแน่นเป็ไอน้ำได้ ในมุมมืดปรากฏผู้าุโของเผ่าเอลฟ์สี่คนนั่งล้อมรอบสี่ทิศทาง โดยที่ใจกลางมีคริสตัลสีฟ้าที่กระจายพลังมานาบริสุทธิ์ออกมา
“บัดซบ!”
เสียงของชายชราทางทิศใต้สบถออกมา เขาค่อยๆ ลืมตาโดยปรากฏสายฟ้าสีทองกะพริบวาบขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทั้งสามคนมีปฏิกิริยาต่างกันไป บ้างถามด้วยความสงสัย บ้างมองดูด้วยสายตาดูถูก บ้างก็มองอย่างไม่ใส่ใจ
“จำอัจฉริยะที่ส่งไปหยั่งเชิงได้หรือไม่ ดูเหมือนตอนนี้จะตายแล้ว นอกจากนี้นักรบที่ข้าชุบเลี้ยงมากับมือก็ตกตายตามกันไปอีก”
อาร์คพยายามสงบสติอารมณ์ อีกแค่ก้าวเดียวเขาก็จะบรรลุขอบเขตจ้าว์ที่แท้จริงแล้ว ดันเกิดเื่ไม่เป็เื่ขึ้นเสียได้
“สถานการณ์เป็อย่างไรบ้าง?”
ชายหนุ่มผิวขาวทางทิศตะวันออกนามว่ากราเซียพูดขึ้นด้วยความสงสัย ผมของเขาสีเขียวราวกับหลอมรวมกับพลังธาตุพฤกษา เขา้าถามถึงศัตรู
“ข้ากำลังดูอยู่ ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์”
อาร์คประสานมือหลายรูปแบบอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหยุดลงในท่าพุทรา เขากำลังจะใช้วิชาย้อนรอยต้นกำเนิดกับเศษเสี้ยวจิติญญาที่ฝากฝังไว้ในตัวดาฟเนียร์
“ฮึม ข้าเคยบอกแล้วหากการแต่งตั้งอัศวินครั้งนั้นให้เผ่าใบไม้เพลิงของข้าได้เข้าร่วมบ่อน้ำอมฤตสถานการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น”
ชายวัยกลางคนฝั่งทิศเหนือนามว่ากอนดอร์พูดขึ้นขณะมือลูปเครางามด้วยสีหน้าริษยาปนกับน้ำเสียงหยอกล้อ ผมและหนวดเคราของเขามีสีแดง ในการตัดสินคัดเลือกอัศวินเมื่อร้อยปีก่อน พวกเขาทั้งเผ่าใบไม้เพลิงและเผ่าลูกท้ออัสนีล้วนไม่เคยถูกกัน นอกจากนี้เผ่าใบไม้เพลิงของพวกเขายังแพ้ให้กับอีกฝ่ายแค่แต้มเดียวจึงเสียโอกาสให้รุ่นเยาว์ได้ขัดเกลาร่างกายด้วยน้ำอมฤต แถมอีกฝ่ายยังให้กำเนิดอัจฉริยะในรอบหลายศตวรรษอย่างดาฟเนียร์อีก ทำให้พวกเขาเสียหน้าอย่างแท้จริง
“พอได้แล้ว”
โดยไม่คาดคิดผู้ที่เงียบมาตลอดทางทิศตะวันตกพูดขึ้น ทำให้บรรยากาศพลันเงียบลงทันที นี่คืออำนาจบารมีของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์อันดับ 2 เผ่าวิรุฬห์
สองตาของชิออนเปิดขึ้นช้าๆ พร้อมกับแสงละอองแสงสีเงินที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์และอำนาจของสายเืขุนนาง เขาจับสังเกตได้ว่าสภาวะของอาร์คดูผิดปกติเป็อย่างมาก
“อ-อ๊ากกก!!”
โดยไม่คาดคิด อาร์คร้องะโออกมาขณะลุกขึ้นอย่างสะเปะสะปะแล้วคุกเข่าลงเอาหัวโขกพื้น
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนด้านนอกตื่นตระหนก
ผู้าุโทั้งสามรีบปิดกั้นพื้นที่ทันทีก่อนที่จะช่วยกันพันธนาการอาร์คไว้แล้วทำลายกระบวนการย้อนรอยต้นกำเนิดเศษเสี้ยวความทรงจำ จากนั้นไม่นานสถานการณ์ก็เงียบสงบลง
“อาร์ค เ้าเห็นอะไรกันแน่?”
กราเซียร์ถามขึ้น เป็ได้ได้หรือไม่ที่จะถูกขัดขวางโดยผู้มีอำนาจ
“ป-ปีศาจ ป้าม่วง”
อาร์คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่จะหมดสติไป
“ป้าม่วง? หมายความว่าอย่างไร?”
หลายคนงุนงง แต่ไม่ได้รับคำตอบ ไม่ใช่ว่าต้นเหตุมาจากอัจฉริยะรุ่นเยาว์รึ
...
ตัดกลับมาที่เมืองสิงห์คำรน ณ เขตตลาดร้อยปีเป็ย่านชุมชนชนชั้นกลาง บรรยากาศสถานที่เหมือนย้อนรอยกลับไปเมื่อประเทศไทย 300 ปีก่อน เทคโนโลยีไม่ได้ล้ำสมัยมากนัก
หลังจากทำพิธีรับศิษย์อย่างรวดเร็ว นพเก้า ชิกก้าที่กำลังเดินอย่างทะมัดทะแมง และคาริสที่กำลังเดินตามหลังต้อยๆ โดยรักษาระยะห่างอย่างเรียบร้อย
บอกตามตรง นพเก้าไม่คิดว่าจะรับอัจฉริยะอย่างชิกก้ามาอย่างง่ายดาย เพียงบอกแค่ภูมิหลังตระกูลไปเล็กน้อย เ้าเด็นี่ก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ถ้ารู้แบบนี้เขาคงใช้งินมัดใจั้แ่ทีแรก
“ถีงแล้ว ท่านอาจารย์ นี่แหละบ้านอัวะ”
ชิกก้าพูดขึ้นขณะใช้มือซ้ายลูบหลังศีรษะอย่างเขินอาย เขาจะถูกมองว่าดูไม่ดีหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาเป็เพียงคนยากไร้เท่านั้น
นพเก้าไม่ได้สนใจความคิดของชิกก้า เมื่อบรรลุเป็ผู้บ่มเพราะระดับสูง ความคิดเื่ความร่ำรวยในโลกมนุษย์จะถูกมองว่าเป็เพียงเื่ไร้สาระ
เขาเริ่มสแกนทั้วทั้งบ้านรวมถึงตัวอาคารใกล้เคียง ไม่นานเขาก็พบสัญญาณชีวิตทั้ง 6 คน
หืม
นพเก้ามองไปที่สัญญาณชีวิตดวงหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็ตัวตนระดับสูง นพเก้ามองไปที่ชิกก้าที่กำลังเคาะประตูบ้านดูเหมือนเื่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชิกก้าจะมิใช่เื่บังเอิญ และก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด