เพียงคืนเดียวหลุมที่เสี่ยวอี้ขุดไว้ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เขาจึงเริ่มขุดหลุมลึกหลุมที่สองเพิ่ม ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ถูกเบียดจนเต็มพอดีเช่นกัน จากนั้นเสี่ยวอี้จึงหาแผ่นไม้ขนาดใหญ่สองแผ่นมาปิดทับปากหลุมลึกเอาไว้
อวิ๋นหรั่นเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความง่วงงุน นางหยิบกรรไกรของเสี่ยวอี้มาตัดตุ๊กตากระดาษแปดตัว แล้วนำไปวางทับไว้ที่มุมทั้งสี่ของแผ่นไม้ทั้งสองแผ่น
ทุกคนต่างสิ้นหวัง นี่พวกเขาถูกฝังทั้งเป็อย่างนั้นหรือ?
สองแม่ลูกคู่นั้นดูอ่อนแอไร้เดียงสา ใครจะคิดว่าจะมีใจคอโเี้เช่นนี้ ไม่เพียงแต่กวาดเอาของวิเศษบนตัวพวกเขาไปจนหมดสิ้นแต่ยังคิดจะฝังพวกเขาไว้ที่นี่อย่างทารุณ!
พวกเขาไม่เพียงแต่ขยับเขยื้อนไม่ได้ แม้แต่การส่งกระแสจิตก็ส่งออกไปไม่ได้ ััได้ถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง หากย้อนเวลากลับไปได้ พวกเขาต้องล้มเลิกความคิดนี้และจะไม่ลงมาแม้แต่ก้าวเดียวแน่นอน! ทว่าพูดอะไรตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว ไม่แน่ว่าอีกไม่นานพวกเขาอาจจะต้องตายอยู่ที่นี่อย่างเงียบเชียบ
"กลับไปนอนต่อเถอะลูก"
สองแม่ลูกเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลุ่มคนที่กำลังเสียใจในความโลภของตนเองและหวาดผวาจนตัวสั่น คิดไม่ถึงว่าพอตกกลางคืนสองแม่ลูกคู่นี้จะย้อนกลับมาอีก
เพราะยังคงมีคนเพ้อฝันอยากจะดึงกระบี่เก้าดาราออกมา และจุดจบของพวกเขาก็เหมือนกับคนที่มาในคืนแรกทุกประการ อีกทั้งยังมีพวกใจโฉดที่คิดจะฆ่าปิดปากสองแม่ลูกนี้ทันที ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนตายอย่างอนาถที่นี่เช่นกัน บางคนโชคร้ายยิ่งกว่า เพราะศพถูกโยนลงไปในหลุมทำให้พวกเขาต้องอยู่ในหลุมเดียวกับศพท่ามกลางความหวาดกลัวอย่างสุดขีด
สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปห้าวันจึงเริ่มสงบลงในที่สุด เนื่องจากมีผู้คนหายตัวไปในเมืองมากเกินไปจนทำให้คนเริ่มสงสัยระแวดระวัง พวกเขาจึงไม่กล้าคิดจะแตะต้องกระบี่เก้าดาราอีก
"เอาละลูก เลิกงานได้" อวิ๋นหรั่นเยว่ลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนหลังอย่างเกียจคร้าน จูงมือเล็ก ๆ ของลูกชายบินออกจากหลุมลึก ตุ๊กตากระดาษตัวน้อยที่กดทับแผ่นไม้ไว้ก็สลายตัวและมุดหายเข้าไปในสุสานกระบี่
"ดูเหมือนจะขยับได้แล้ว!"
"ปัง!"
แผ่นไม้ถูกชนจนเปิดออก ผู้คนนับสิบที่หวาดกลัวจนแทบเสียสติพากันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุม ต่างวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศละทางอย่างขวัญเสีย พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองกระบี่เก้าดาราอีก ด้วยเกรงว่าสองแม่ลูกประหลาดคู่นั้นจะย้อนกลับมา คาดว่าหลังจากนี้หากพวกเขาเห็นสถานที่แห่งนี้คงต้องรีบเดินอ้อมไปทางอื่นเป็แน่
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่ได้พาเสี่ยวอี้กลับทันที แต่นางมุ่งหน้าไปยังหอการค้าโยวหลง
"ที่นี่รับซื้อของวิเศษ เคล็ดวิชาโบราณ และโอสถหรือไม่?" นางเอ่ยถาม
"รับซื้อขอรับ ราคาของพวกเรายุติธรรมมาก แม่นางลองนำของออกมาเถิด" พนักงานคนหนึ่งกล่าวอย่างสุภาพ พร้อมส่งสัญญาณให้นางนำของออกมาวางบนโต๊ะเพื่อประเมินราคา
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวว่า "เกรงว่าตรงนี้จะวางไม่พอ วางบนพื้นได้หรือไม่?"
คนผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง มองดูโต๊ะกว้างเบื้องหน้า พลางคิดในใจว่าถ้าไม่พอ ก็วางข้าง ๆ ได้ เหตุใดแม่นางท่านนี้ถึงมีของมาขายมากมายขนาดนั้น?
ด้วยความสุภาพ เขาจึงยิ้มและพยักหน้า "ได้ขอรับ"
จากนั้นเขาก็เฝ้ามองหญิงสาวผู้มีท่าทางเ็าหยิบถุงเก็บของออกมา แล้วเทของลงบนพื้นเสียงดังโครมคราม
เคร้ง! ฉัวะ! ปัง!
เมื่อเห็นของวิเศษ ตำราเคล็ดวิชาโบราณ และขวดโหลต่าง ๆ ถูกเทออกมาไม่หยุด ไม่เพียงแต่ลูกจ้างที่ตกตะลึง ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็พากันรุมล้อมเข้ามา
"์! นี่ไปปล้นมาหรืออย่างไร? ทำไมถึงมีของวิเศษมากมายขนาดนี้!" บางคนอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ท่านลุง จะบอกว่าปล้นได้อย่างไรกัน ของเหล่านี้ท่านลุง ท่านป้า ท่านปู่ ท่านย่าเ่าั้นำมามอบให้เองทั้งนั้น พวกเขาล้วนเป็คนดีที่ช่วยสนับสนุนการสร้างสำนักกระบี่เก้าดาราของพวกเรา"
สำนักกระบี่เก้าดารา?
ทุกคนจำฐานะของสองแม่ลูกได้ทันที เพราะเื่ใหญ่ที่เกิดขึ้นในเมืองวันนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้
"ที่แท้ผู้บำเพ็ญเพียรที่หายตัวไปมากมายในเมือง เป็ฝีมือของพวกเ้านี่เอง!"
ขณะนั้นศิษย์หลายคนที่สวมชุดของสำนักศึกษาชางหลานเดินเข้ามาจากประตู ผู้นำคืออวิ๋นเสวี่ยเวย แต่คนที่พูดกลับเป็ชายหนุ่มที่มีท่าทางโอหังคนหนึ่ง
ชายผู้นั้นทันทีที่เข้ามาก็ะโเสียงดัง "หอการค้าโยวหลงห้ามรับซื้อของของนาง เพราะทั้งหมดเป็ของโจร! ่นี้มีคนหายตัวไปในเมืองสามสิบสี่สิบคน ข้าสงสัยว่านางปล้นคนเหล่านี้! และทำลายศพเพื่อปิดปาก! ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก!"
สิ้นคำพูดนี้สายตาที่ทุกคนมองอวิ๋นหรั่นเยว่ก็เปลี่ยนไป ต่อให้ขาดหินิญญาเพียงใดก็ไม่ควรปล้นผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น!
คนที่พูดเมื่อครู่คือเกาอวี้ นายน้อยเ้าเมืองชื่ออวิ๋น คำพูดของเขาต้องไม่เป็เท็จแน่นอน
"์! แม่นางจิ่วเยว่ ท่านถึงกับทำเื่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ น่ากลัวเหลือเกิน!" อวิ๋นเสวี่ยเวยเอามือปิดปากด้วยสีหน้าใ ราวกับได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง
"ศิษย์น้องอวิ๋น นางอาจจะมีนิสัยเช่นนี้อยู่แล้ว! ก่อนหน้านี้นางหลอกเอาหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนจากชีหยวนจง จากนั้นยังข่มขู่เอาเงินจำนวนมากจากรองเ้าสำนัก ช่างยากจนจนหน้ามืดตามัวไปแล้ว!! คนประเภทนี้ ปล่อยให้อยู่ในเมืองชื่ออวิ๋นไม่ได้เด็ดขาด! เมืองชื่ออวิ๋นของพวกเราไม่ต้อนรับสตรีเช่นนี้!" นายน้อยเกาอวี้กล่าวเสียงกร้าว
อวิ๋นหรั่นเยว่หรี่ตาลงและแค่นหัวเราะเ็า "คนประเภทข้า? น่าขัน ตอนที่ไอมารจากสุสานกระบี่รั่วไหลออกมา ก็เป็คนประเภทข้านี่แหละที่นำหน้าเข้ากดทับไอมารด้วยกระบี่เก้าดารา แล้วเ้าเล่า เ้าอยู่ที่ใด? เ้าเต่าหดหัวกล้าดียังไงมาตั้งคำถามกับข้า! ใครให้ความกล้านี้กับเ้า?"
เกาอวี้โกรธจนตัวสั่น "เ้าบังอาจ! เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร? ข้าคือนายน้อยเ้าเมืองชื่ออวิ๋น ขอเพียงข้าสั่งคำเดียว เ้าต้องไสหัวออกไปจากเมืองชื่ออวิ๋นเดี๋ยวนี้!"
อวิ๋นเสวี่ยเวยมองภาพนี้ มุมปากค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น ไม่เสียแรงที่นางจงใจส่งคนไปจับตาดูอวิ๋นหรั่นเยว่ พอคิดว่าอีกสักครู่อวิ๋นหรั่นเยว่จะถูกไล่ออกจากเมืองชื่ออวิ๋นอย่างน่าสมเพช นางก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก
"หึ!" ใครจะรู้ว่าหญิงผู้นั้นไม่เพียงไม่เกรงกลัว แต่ยังส่งเสียงหัวเราะเยาะราวกับได้ยินเื่ตลกที่น่าขำที่สุด
"หากข้าจำไม่ผิด ตอนที่อาจารย์ของข้า เซียนกระบี่หลิวเหรินยังมีชีวิตอยู่ เ้าเมืองชื่ออวิ๋นเคยเป็คนถือรองเท้าให้ท่านด้วยซ้ำ? ลูกหลานขี้ข้าถือรองเท้าให้ท้ายเ้ามากเกินไปแล้วหรือ? เหอะ กล้าดียังไงมาขับไล่ผู้สืบทอดเซียนกระบี่หลิวเหริน ช่างน่าขำจนแทบกระอักเืจริง ๆ !"
สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของเกาอวี้ก็ดำคล้ำราวกับก้นหม้อทันที โกรธจนมือทั้งสองข้างสั่นเทา
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เ้าเมืองเคยเป็ทาสของเทพกระบี่? แถมยังเคยถือรองเท้าให้ด้วย?
เทพกระบี่เสียชีวิตไปหลายร้อยปีแล้ว ผู้คนรู้เพียงว่าเ้าเมืองเกามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเทพกระบี่ในตอนนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็ 'ความสัมพันธ์' แบบนี้ มิน่าเล่าหลังจากนั้นเ้าเมืองเกาจึงไม่เคยเอ่ยถึงเทพกระบี่เลย
"มีเพียงนายที่สั่งทาส ไม่มีทาสที่สั่งนาย พวกเ้าคิดจะขับไล่ข้าออกจากเมือง เช่นนั้นข้าขอคิดบัญชีกับพวกเ้าหน่อยเถอะว่า เมืองชื่ออวิ๋นแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็ของใคร!" น้ำเสียงเกียจคร้านของอวิ๋นหรั่นเยว่ดังไปทั่วทั้งห้องโถง ทำให้ใบหน้าของเกาอวี้ยิ่งเขียวคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ
คนอื่นไม่รู้ แต่เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร! ยามที่สำนักกระบี่เก้าดารารุ่งเรืองและยังไม่มีสำนักศึกษาชางหลาน เมืองชื่ออวิ๋นเดิมทีก็เป็เขตในปกครองของสำนักกระบี่เก้าดารา เป็เพราะบิดาของเขาปรนนิบัติรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม เทพกระบี่จึงให้เขาดูแลเื่จุกจิกภายในเมือง ต่อมาเมื่อเทพกระบี่สิ้นใจพ่อของเขาจึงได้ขึ้นเป็เ้าเมืองอย่างเป็ทางการ
หากจะคิดบัญชีกันจริง ๆ การขุดคุ้ยเื่ในอดีตเหล่านี้มีแต่จะทำให้ตระกูลเกาต้องอับอาย เกาอวี้คิดไม่ถึงว่าสตรีที่อายุยังน้อยคนนี้ จะล่วงรู้ความลับลึกซึ้งมากมายเพียงนี้!
เขาเอ่ยด้วยสีหน้าย่ำแย่ "เ้าอย่ามาพูดเหลวไหล ตอนนี้ไม่ต้องพูดเื่ขับไล่พวกเ้า แต่พูดถึงของโจรเหล่านี้ เ้าฆ่าผู้บำเพ็ญเพียรไปมากมาย ทำชั่วช้าสามานย์ ต่อให้ข้าไม่ไล่เ้า คนในเมืองก็ไม่มีทางยอมรับพวกเ้า! อย่าหวังว่าหอการค้าโยวหลงจะรับซื้อของโจรของเ้า!"
"กล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง!" ขณะนั้นชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน
"ผู้ดูแลหลิน!"
ผู้ดูแลหลินไม่ได้มองคนอื่น แต่ส่งยิ้มละไมให้อวิ๋นหรั่นเยว่และเสี่ยวอี้ "แม่นางจิ่วเยว่ของของท่าน พวกเราไม่เพียงแต่รับซื้อ แต่จะรับซื้อในราคาสูงด้วยขอรับ!"