23.52 น.
"ฮือ..ฮื..อ..ฮือ..ฮื..อ"
ฐิสารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงร้องไห้ อยู่ด้านหลัง ขนกายลุกชัน หนาวขึ้นมาจับใจ คิดในใจ อยู่คนเดียวใครจะมาร้องไห้ 2 มือกระชับผ้าห่มมาไว้ตรงอก หรือว่าผี!! ...แต่เอ้ะ เดียวเราไม่ได้อยู่คนเดียวนิ ก่อนที่ความคิดจะพาจิตนาการไปเื่ราวขนหัวลุก ฐิสาก็หันมาเจอะคนน้องนอนตัวงอเป็กุ้ง อยู่อีกฝังเตียง
รีบเอามือไปจับหน้าผาก พบว่า ตัวร้อนอยู่แต่ไม่เยอะ ร่างกายเหงื่อออกทั้งที่เปิดแอร์เย็น ตายละ พาลูกเขาไปทานอะไรมานิ จะมาตายคาคอนโดไม่ได้นะ แล้วเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง พบคนน้องน้ำตาเกาะเต็มขนตางอน พร้อมเสียงสะอื้นเบาๆ คนพี่จึงปลูกเขย่าเบาๆ
ฐิสา : ริสาคะ ตื่นกินยา เช็ดตัวก่อนคะ แล้วค่อยนอนต่อ จะได้สบายตัว เหงื่อเต็มเลย ร้อนเหรอคะ?
คนน้องลืมตาแต่หลับ ลืมอยู่พักกว่าจะพูกออกมาเสียงแหบๆ
ริสา : สาทำพี่ตื่นเหรอคะ ขอโทษนะ ไม่รู้สึกร้อนนะคะ สงสัยทานยาแล้วออกฤทธิ์ (ก่อนจะยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง)
ฐิสาไม่ตอบแต่ยิ้ม ก่อนจะยันตัวลุกนั่งหันหน้าไปทางน้องแล้ว เอามือไปอังหน้าผาก ก่อนเ้าเด็กจะจับมือที่อังลงมาแนบแก้มตัวเอง หลับตาโยกหัวไปมา
ริสา : ดีใจจังพี่นอนอยู่ข้างๆ
ฐิสา : คงไม่ใจร้ายปล่อยคนป่วยนอนคนเดียวหรอก จะเช็ดตัวให้นะคะ
ริสา : สาไปเช็ดเองในห้องน้ำดีกว่า จะได้ล้างหน้า เข้าห้องน้ำด้วย (คนน้องหายไปในห้องน้ำ ริสา จึงโทรหาลูกพี่ลูกน้อง ที่อยู่คอนโดเดียวกัน)
" เอื้อยว่าจังได๋ บักนั้นมากวนติ คือโทรมาตอนนี้ ห้วยๆ ลงเวรมาคือมาเจอะหยังนิ " (พี่ว่ายังไง ไอ้ผู้ชายคนนั้น มันมากวนเหรอ พึ่งลงเวรมา อย่าบอกนะว่าจะต้องเจอะเื่นั้นอีก)
ฐิสา : บ่ๆ อีหล้านอนยัง (ไม่ๆ น้องนอนหรือยัง)
"บ่ พึ่งกลับจากโรงพยาบาล เอื้อยมีหยังบ่ กำลังต้มมาม่า" (ไม่ๆ พึ่งกลับจากโรงพยาบาล)
ฐิสา : ขึ้นมาห้องเฮื้อยจักคราวแน่ มีคนตัวร้อน แล้วเหมือนแพ้อาหาร (ขึ้นมาห้องพี่หน่อยไม่นาน มีคนตัวร้อน เหมือนแพ้อาหาร)
"หมอขวัญ" ลูกพี่ลูกน้องกับฐิสา เก็บความสงสัยในใจ เดินออกมาจากห้องที่อยู่ล่างลงมา 2 ชั้นจากห้องพี่ขึ้นลิฟท์ ไม่วายถือกระเป๋ายาจำเป็ กับมาม่ากระป๋องติดมือมาด้วย "ใครอยู่ในห้อง" เดียวก็รู้ ก่อนจะเข้ามาในห้องพี่สาว เพื่อรับรู้ว่ารุ่นน้องคนสนิทพี่ลมพิษขึ้น ไข้ เลยให้นอนพักที่นี่
ฐิสา : สาคะ ลูกพี่ลูกน้องพี่ ชื่อหมอขวัญ พักอยู่ห้องข้างล่าง พี่ให้มาดูสา เพื่อเป็เยอะ
ริสา : ขอบคุณนะคะ รบกวนเวลานอนคุณหมอ
ขวัญ : เรียกขวัญก็ได้คะ คุณสา แน่หน้าอก หายใจติดขัด หายใจไม่ออกหรือเปล่าคะ
ริสา : ไม่คะ คันๆ ผื่นขึ้นคันคะเยอ ปากบวม แล้วก็เหมือนจะเป็ไข้
ขวัญ : เฮื้อย ต้มมาม่าให้หล้าแน่ วางไว้ข้างหน้า บ่ต้องมาทำห่วงหลาย บ่ได้เป็หยังหลายกอก คัก
(ไปต้มมาม่าให้หน่อย วางไว้ข้างหน้า ไม่ต้องห่วงขนาดนั้น ไม่เป็อะไรเยอะหรอก หมั่นไส้)
คนพี่ ของทั้ง 2 ออกไปต้มมาม่า ที่เ้าตัวถือมา 2 กระป๋อง ก่อนจะเวฟ ไส้กรอก หาไข่ต้มในตู้เย็น ผักออกมาใส้ให้ พร้อมแถมผลไม้อย่าองุ่นให้น้อง สักพัก 2 สาวก็เดินตามกันออกมา คนหมอมองหาของกิน อีกคนเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวข้างๆ
ขวัญ : ไม่น่าห่วงคะ นอนพักผ่อน บางทีอาการแพ้เหล่านี้ มันมีทั้ง แพ้อาหาร แพ้สารเคมี แพ้ยา การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด จนไปถีงไม่ทราบสาเหตุกระตุ้น คะ..... หิวๆ
ฐิสา : มีข้าวนะ ทำไมชอบกินมาม่า หมอจริงเปล่าเรา
ขวัญ : ไม่รู้อะไร หมอ พยาบาลนิแหละ สายมาม่า อะไรอร่อย อะไรออกใหม่ ถาม เอากลับไปทานห้องนะ ฝันดี ไม่อยากเป็ก้าง อิอิ (พูดจบก็ เอามาม่า คาบใส้กรอก และเอาผลไม้ติดมือไป พร้อมยักคิ้วล้อเลียน ออกจากห้องไป)
ฐิสา : ไปพูดอะไรกับน้องหรือเปล่า ทำไมน้องมันพูดจ้าล้อๆ หึ พูดอะไร (พูดจบก็หยิกที่แขนน้องไป 1ที แต่รู้สึกตัวรุมๆ ก่อนลุกขึ้นยืนเพื่อจะเข้าห้องนอน)
คนน้องรวบเอวคนพี่มากอด ลูบหลังไปมา แล้วซบหน้าเข้ากับไหล่ ถูไถ่หน้าเหมือนแมวอ้อนๆ
ริสา : ไม่ได้พูดอะไร นอกจากเื่ไม่สบายนะคะ
ฐิสา : ไปนอนได้แล้วคะ ดึกแล้วยิ่งไม่สบายอยู่ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะ ไม่ใช่วันหยุด
ริสา : พี่นอนด้วยหรือเปล่าคะ (กอดคุยทำเสียงอู้อี้แน่นกว่าเดิม)
ฐิสา : ถ้าไม่ลุกจะให้นอนคนเดียวนะ
คนน้องพละออกจากการกอดพี่ รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือไปให้พี่จับ จูงเข้าห้องนอนแขก อีกคนชุดนอนโดราเอม่อน อีกคนเป็ดเหลือง
02.07 น.
"ฮือ..ฮื..อ..ฮือ..ฮื..อ แม่คะ "
ริสารู้สึกตัวตื่น เมื่อได้ยินเสียงคนที่นอนข้างๆ ที่ตอนนี้นอนซุกอยู่ด้านหลัง ละเมอร้องไห้ ก่อนจะพลิกร่างไปกอด คนน้องซุกหน้าลงกับอก
ฐิสา : ตื่นคะ ทำไมละเมอแบบนี้ ร้องไห้เยอะจะปวดหัวเอา ตื่นได้ยินพี่หรือเปล่า (แรงรัดกอดที่เพิ่มจากซุกนอนตะกี้ คือการส่งสัญญาณว่า คนน้องตื่นแล้ว แต่ทำตัวเล็ก ทั้งที่สูงยาว 170 กว่าๆ ซุกเป็เด็กกับอ้อมแขนเธอ)
ริสา : ฝันดีนะคะ ขอโทษที่ทำให้ตื่น ขอกอดนอนหน่อยนะ กอดเฉยๆ จริงๆ
ฐิสา ไม่พูดอะไร นอกจากจูบหน้าผากมนไป 1 ที กระชับกอด ลูบผมกล่อมเ้าเด็กนอนต่อ แม้จะรู้สึกว่า คนน้องนั้นจูบเนินอกตอบกลับมา แต่ก็เป็แค่ ภาษากาย ที่ไม่มีอารมณ์เื่เซ็กส์มาเกี่ยว นอกจากความอบอุ่นที่โอบกอด ปลอบหัวใจกันและกันเท่านั้น
6.30 น.
ฐิสา: ทำไมตัวร้อนกว่าเดิมละขวัญ นอนซมลุกไม่ขึ้นเลย (รีบถามคนน้องทันทีหมอขวัญเข้าห้องมาดูอาการหลังจากโทรตามแต่เช้าทั้งชุดนอน)
ขวัญ : อันนี้อาการใหม่ เมื่อวานหายแล้ว
ฐิสา : ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า
ขวัญ : ไข้ทับประจำเดือนพี่ เดียวคงมา อาการของ PMS ปกติน่าจะก่อนมี สัก 7 วัน แต่แบบริสาก็มี เป็ใกล้วันจะมา คงไข้ ปวดเนื้อปวดตัว อารมณ์ขึ้นลงได้ ขวัญไปนอนต่อนะ เวรบ่าย ขอนอนตากแอร์ฉ่ำๆ
....
สรุปทั้ง 2 สา คนหนึ่งโทรลางาน อีกคน ไม่ตื่น ไม่โทร ไม่อะไรทั้งนั้น นอกจากนอนซมแต่เมื่อคืน ฐิสาไม่อยากปล่อยให้นอนอยู่แบบนี้คนเดียว หรือให้กลับบ้านไปก็ไม่รู้ว่าจะกลับยังไงไหว
ฐิสา : สา ตื่นมาทานข้าว ทานยา ค่อยนอนต่อคะ ขวัญเอายามาให้แล้ว (นั่งลงข้างๆ เอามืออังหน้าผาก ก่อนที่คนน้องจะเลื้อยเป็งูมาอ้อนนอนตัก คว้าเอามือข้างหนึ่งไปแนบแก้มตัวเอง
ริสา : ไปทำงานเถอะคะ เดียวสาดีขึ้นจะกลับบ้าน
ฐิสา : กลับไปอยู่กับใคร
ริสา : คนเดียว แต่ไม่ต้องห่วงมีแม่บ้าน มีคนงานในบ้านพ่อคะ
ฐิสา : ถ้าอย่างนั้นก็พักที่นี่ โทรบอกคุณพ่อด้วยคะ เพื่อท่านเป็ห่วง
ริสา : เขาไม่ห่วงหรอกคะ กลับบ้านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ช่างเถอะคะ ชินแล้ว สายๆ จะโทรบอกแม่ แม่ตื่นบ่ายคะ
ฐิสารู้ว่าคำตอบคนน้องเื่พ่อ มีร่อยรอยอะไรในดวงตา แต่พอพูดถึงแม่กับเป็ประกาย แต่ก็ไม่ถามอะไร นอกจากใช้หัวแม่มือลูบแก้มเ้าเด็กเล่น
ฐิสา : ลุกไปล้างหน้า ล้างตา เช็ดตัว ผ้าอนามัยอยู่ในตู้ อย่าสระผมนะ แล้วออกไปหาพี่ ทานข้าวข้างนอก ทำข้าวต้มไว้ให้แล้ว
-
.ริสา : อร่อยจัง เวลาที่เราป่วย มีคนดูแล โดยที่ไม่ต้องจ้างด้วยเงิน มัน อุ่นใจดีนะคะ
คนน้องพูดจบแล้วก็ตาแดงๆ กินข้าวต้มไป น้ำตาหยดแมะๆ คนพี่มองดูอยู่ แล้วเกิดสงสัยว่า เพราะแผลในใจ หรือแค่อาการ PMS กันแน่ จึงเอามือขึ้นไปลูบหัวคนน้องขึ้นลง
ฐิสา : คนเราเวลาอ่อนแอ ต้องดูแลกันสิคะ
ริสา : แต่สาคงเป็พวกจำนวนน้อย จำได้ว่า ป่วยก็ต้องดูแลตัวเอง
ฐิสา : ตอนนี้ก็มีอยู่ตรงหน้านี้ไงคะ ไม่เห็นเหรอ
คนน้องวางช้อนหันไปกอดเอวพี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เอาคางแหลมค้างไว้ที่หน้าท้องพี่ เงยหน้าสงสายตาอ้อนๆ สบตามคนพี่ ที่ก้มมาสบตา และลูบผมอยู่
.ริสา : แค่นี้ก็หลงจะแย่แล้ว ยิ่งใจดีแบบนี้ สาก็ตายสิคะ จะไปไหนรอด
ฐิสาก้มลงไปจูบที่หน้าผากคนน้อง ขมับ 2 ข้าง
ฐิสา : ก็ไม่ต้องไปไหนคะ
***- ******
ฝากเื่น้องสาวของริสาด้วยนะคะ
https://www.kawebook.com/story/16469/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2-y-yuri/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9