“ก่อนหน้านี้เจ้าสำนักแจ้งเรื่องรางวัล 10 อันดับแล้ว ข้าขอเพิ่มเป็น 50 อันดับ และรางวัลพิเศษกับ 5 อันดับแรกส่วนเรื่องของรางวัลข้าจะประกาศหลังจบการแข่งขันแล้ว”
ราชาจินหวังประกาศเพิ่มเติมรางวัลทำให้มีเสียงฮือฮาไปทั้งอัศจรร
“เอาละเริ่มรอบที่ 2แต่ละกลุ่มจะต้องต่อสู้กันให้เหลือเพียง 4 คนเท่านั้นห้ามไม่ให้มีการต่อสู้จนถึงแก่ชีวิต หากผิดกฏจะถูกถอดออกจากการแข่งขัน”
หลังจากเจ้าสำนักชวนหลิงประกาศเสร็จแล้วอาจารย์หลายคนก็บินไปที่สนามแข่งแล้วสร้างเส้นวงกลมสีขาวจำนวน 13 วง
“วงกลมสีขาวตรงหน้าคุณคือการคัดกลองตามกลุ่มที่เรียกมองที่หมายเลขที่ได้รับแล้วเข้าสู่วงกลมรอแจ้งการเริ่มการประลอง”
นักเรียนผู้เข้าร่วมแข่งกันต่างก็เข้าสู่วงกลมหมายเลขของตัวเองทันที กฎของการคัดกรองสงครามดูเรียบง่ายแต่ก็มีความไม่ยุติธรรมอยู่ เพราะอาจจะมีการร่วมกลุ่มกันในแต่ละวงเพื่อชัยชนะได้
“โอ้นั่นมู่หยงเลียนอยู่วงกลมหมายเลข 3 ใครเข้ากลุ่มนั้น คงเหลือยืนอยู่แค่คนเดียว”
“กลุ่มหมายเลข 8เจียงจูนัน กับจั่วหมิงอยู่ด้วยกัน คงไม่สู้กันสุดท้ายกลุ่มนั้นก็น่าจะเหลือแค่สอง”
“สองกลุ่มสุดซวยน่าจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตาย ฮา ฮา”
ผู้ชมบนอัศจรรต่างพิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสนามประลองต่างๆ กันเสียงดังจางเฉินได้หมายเลข 5 เขากำลังสบตากับมู่หยงฟู่เพื่อนเก่าในวง
“เฮ้เด็กน้อยเราเจอกันเร็วมากนะ ยังจะทำหน้านิ่งไม่สนใจได้อีกไหม”
หลังจากเข้าสู่วงกลมที่ 5มู่หยงฟูก็รวบรวมคนรู้จักทันที โดยนัดหมายเป็นการจ้างเพื่อให้เขาเข้ารอบ แต่หลังจากเจอจางเฉินเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นรุมจางเฉินแทนเขามั่นใจมากหลังจากเคยพ่ายแพ้มาเข้าฝึกอย่างหนัก ได้รับคำแนะนำต่างๆ อย่างดีรวมทั้งสมุนไพร เม็ดยาจำนวนมากเพื่อให้ก้าวหน้าในการเพาะปลูก
“อืม...”จางเฉินมองด้านหลังมู่หยงฟู่มีพรรคพวก 4-5 คนอย่างไม่แยแส
“เอาละพวกคุณจำไว้มีโอกาสเอาให้หนักยกเลิกดันเตียนมันให้ไม่สามารถพยองได้อีกได้ยิ่งดี ข้าจะจ่ายในราคามากกว่าเดิม 2เท่าถ้าใครทำสำเร็จ” ดวงตาของมู่หยงฟู่เป็นประกาย มองจางเฉินเหมือนเป็นคนตายแล้ว
กลุ่มคนที่เข้าร่วมกับมู่หยงฟู่ต่างรู้สึกตื่นเต้นลูกศิษย์ส่วนใหญ่ย่อมมีฐานะยากจน คนจากตระกูลใหญ่ที่เข้าเรียนร่ำรวยมีเพียงนับนิ้วมือได้ เงินขนาดนี้เพียงพอสำหรับกินใช้ไปหลายปี
หลังจากที่ทุกคนเข้าสู่วงกลมหมดแล้ว เจ้าสำนักก็สูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดว่า “การคัดเลือกรอบที่2 เริ่ม”
บูม บูม บูม
หลังจากคำว่าเริ่มนักเรียนต่างก็วิ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ของตัวเองทันทีหลายคนกระเด็นออกจากวงกลม เหล่าอาจารย์ก็ส่งไปด้านล่างเวทีทันทีการต่อสู้เหมือนภูเขาไฟประทุบางคนก็กระเด็นออกจากเวทีไปไกล
“อะไรนะ”
“ใครคือคนนั้น”
“มันเป็นพลังที่น่ากลัวมาก”
“ฉันจำได้ว่าเป็น ต้วนเฉินเขาเป็นลูกศิษย์ปีที่ 2 เป็นพวกบ้ามีด ฝึกมีดทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอนด้วยฐานะค่อนข้างยากจนก็เลยไม่มีทรัพยากรมาก ระดับหลอมรวมลมปราณขั่น 6นั่นถือว่าผิดปกติมาก แต่ความเข้าใจของมีดเหมือนจะเข้าถึงหัวใจของมีดแล้ว”อธิบดีและอาจารย์บนอัศจรรต่างมองไปที่เวทีที่ 12ของต้วนเฉินซึ่งบางคนไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยวัยไม่เกิน 20 บรรลุถึงขั่นหัวใจดาบแล้วอัจฉริยะที่ควรจะฟูมฟักแต่พวกเขามองข้าไป
“การแข่งขันปีนี้น่าสนใจ”
ราชาจินหวังมองที่ต้วนเฉินอย่างสนใจ ด้วยต้นกำเนิดที่ไม่ควรมีรากฐานเพียงพอทั้งสมุนไพร ยา แล้วก็ผุ้แนะนำ แต่สามารถมาได้ไกลขนาดนี้แต่มานึกดูอีกทีแม่ทัพใหญ่ของเขา เสี่ยวซันซึ่งรู้จักในนามเทพสมครามแห่งรัฐก็เติบโตมาจากครอบครัวยากจนเหมือนกัน
“เจ้าเด็กระดับก่อเกิดนั่นอีกละ”
ราชาจินหวังมองไปที่วงกลมที่ 5 ในสนามประลอง ในสนามที่ 5มีคนโดนกำจัดออกไปบ้างแล้ว 2-3 คน พวกของมู่หยงฟู่กำลังคุมเชิงกับจางเฉินอยู่ระหว่างนั้นก็มีกำจัดคนอื่นไปบ้าง
ตูม ตูม ตูม
ชายสามคนยิงหมัดเพลิงพร้อมๆกัน เมื่อยิ่งออกมาแล้วทำให้บรรยากาศโดยรอบร้อนแรงมากทั้งเสียงของการออกกระบวนท่ายังเป็นเสียงคำรามกึกก้องสายลมหมุนวนเป็นพายุใต้ฟุ่นในบางจุด ทำให้เกิดแรงผลักดันอย่างมากไปที่จางเฉิน
จางเฉินซึ่งควรที่จะรู้สึกกดดันจากไฟกลับรู้สึกสบายๆ เพียงหลบหลีกอย่างง่ายแล้วก็โต้กลับด้วยหมัดธรรมดา
ตูมมมมม
จางเฉินถอยหลังไป 10ก้าวเกือบออกจากวงกลม ส่วนอีกสามคนถอยหลังไปเพียง 2-3 ก้าแต่รู้สึกประหลาดใจมากความต่างระดับแทบเรียกได้ว่าเป็น ฟ้ากับเหวแต่จางเฉินกลับสามารถรับมือได้ ราชาจินหวังเองก็ประหลาดใจกับเด็กคนนี้ ภายในใจเขาเหมือนมองเห็นอนาคตของอาณาจักรที่กำลังจะสดใสรออยู่ในวันข้างหน้ากับต้นกล้าเหล่านี้