แอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++

    บทที่ 56 คีย์การ์ดปีกเหล็ก

    บทที่ 56 คีย์การ์ดปีกเหล็ก


    แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบใบหน้าของผมยามก้าวเท้าเดินพ้นประตูกระจกบานใหญ่ของคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมือง แสงสีทองอ่อนๆ ของวันใหม่ชวนให้รู้สึกถึงการเริ่มต้นที่สดใส แต่ทว่าหัวใจของผมกลับถูกโอบล้อมไปด้วยเงามืดแห่งความปรารถนาอันลึกล้ำและเย้ายวนใจ ผมสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง 


    นิ้วมือสัมผัสโดนแผ่นการ์ดพลาสติกเรียบลื่นสีเทาที่ซ่อนอยู่ภายใน กระเป๋ากางเกงฝั่งขวาบรรจุคีย์การ์ดสำรองของแองจี้ ครูสอนโพลแดนซ์สาวผู้มีเรือนร่างยืดหยุ่นร้อนแรง กระเป๋าฝั่งซ้ายบรรจุคีย์การ์ดสำรองของมิลค์ พริตตี้สาวอกอวบอัดแฟนสาวของนิกที่ผมเพิ่งได้มาหมาดๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา และกุญแจห้องทำงานลับของแอล… 


    การ์ดเหล่านี้ไม่ใช่แค่พลาสติกไร้ชีวิต แต่มันคือเครื่องยืนยันถึงชัยชนะเหนือกลุ่มเพื่อนสนิท คือสัญลักษณ์แห่งตราบาปแสนหวานที่ผมแอบสะสมไว้ใต้ร่มเงามืด มันเป็นความลับที่ชวนให้เสียวซ่านรัญจวนใจอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขอบการ์ด ความร้อนรุ่มจากความทรงจำแสนบาปจะแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกกิเลสราคะในก้นบึ้งของจิตวิญญาณให้ตื่นตัวอยู่เสมอ และผมรู้ดีว่าตราบใดที่ความกระหายในรสรักที่ต้องห้ามยังไม่มอดดับ ผมก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางสายบาปนี้อย่างไร้ความเกรงกลัวต่อผลกรรมที่จะตามมา


    …


    คืนถัดมา บรรยากาศภายในบาร์เบียร์สลัวย่านชานเมืองอบอวลไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบ เสียงฝนตกรำไรภายนอกทำให้ค่ำคืนนี้ดูเงียบเหงาและเย็นยะเยือกมากกว่าปกติ ผมนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ไม้เนื้อเข้ม จ้องมองแก้วเบียร์ที่มีหยาดน้ำเกาะพราว ก่อนจะหันไปมอง “ริว” เพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้นั่งฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด


    ริวทำงานเป็นวิศวกรซ่อมบำรุงเครื่องบินของสายการบินขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาดูซูบตอบ ใต้ตาคล้ำเป็นวงเข้มจากการโหมงานกะดึกติดต่อกันหลายคืน ร่างกายที่เคยแข็งแรงดูทรุดโทรมลงไปถนัดตาเพราะวงจรชีวิตที่สลับเวลานอนกับเวลาทำงานจนแทบไม่ได้พักผ่อน


    “ชนแก้วหน่อยไอ้อลัน… ช่วงนี้กูเหมือนจะตายให้ได้เลยว่ะ” ริวเปรยขึ้นเสียงแหบพร่าพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกับแก้วของผม เสียงแก้วกระทบกันดังแกร๊งเบา ๆ ท่ามกลางความสลัว


    “งานหนักขนาดนั้นเลยเหรอวะช่วงนี้?” ผมถามพลางจิบน้ำสีทองฟองละมุนเข้าคอ


    “เออดิ ซ่อมบำรุงเครื่องใหญ่เข้าอู่พร้อมกันสามลำ แถมล่าสุดหัวหน้าเพิ่งสั่งสายฟ้าแลบ ให้กูบินด่วนไปอบรมระบบเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มิวนิก ประเทศเยอรมนี ยาวนานเกือบสองเดือนเต็ม ๆ เลยว่ะ ต้องเดินทางมะรืนนี้แล้ว” ริวถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด


    “ไปตั้งสองเดือน… แล้วเกรซล่ะ?” ผมลองโยนคำถามหยั่งเชิงออกไป


    เกรซ แฟนสาวสุดเซ็กซี่วัยยี่สิบห้าปีของริว เธอทำงานเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินพรีเมียมระดับห้าดาว ความสวยและเสน่ห์ของเธอเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มเพื่อนฝูง หุ่นสูงโปร่งเพรียวบางตามมาตรฐานหญิงงาม เรียวขาขาวยาวสลวยสะดุดตา และความเซ็กซี่ที่เปล่งประกายออกมาทุกครั้งยามเยื้องย่าง ทว่าอาชีพแอร์โฮสเตสก็ทำให้เธอต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เวลาว่างของทั้งสองคนแทบไม่เคยตรงกันเลย ยิ่งริวต้องบินไปเยอรมนีสองเดือน ความห่างเหินก็คงจะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ


    “นั่นแหละที่กูเครียดที่สุด…” ริววางแก้วเบียร์ลงแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ผม “เกรซเขาเพิ่งบินไฟลต์ยาวกลับมาเหมือนกัน เหนื่อยล้าสะสมจนบางทีหลับลึกเป็นตาย ติดต่อยากมาก แล้วประเด็นคือ ตอนนี้เราเตอร์ Wi-Fi ที่ห้องเสีย คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่เขาต้องใช้ส่งรายงานการบินและตารางเวลาทำงานก็เข้าเน็ตไม่ได้ แถมตัวเซนเซอร์ของเครื่องฟอกอากาศในห้องทำงานก็ดันส่งเสียงร้องเตือนค้างตลอดเวลา เกรซโทรมาบ่นกับกูเมื่อเย็น แต่กูต้องควงกะดึกยันเช้า ไม่มีเวลาแวะไปดูให้เขาเลย”


    ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบแผ่นคีย์การ์ดสีเทาเข้มลายปีกนกสีทองวาววับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่เขาพักอยู่ ส่งเลื่อนมาตรงหน้าผมช้า ๆ


    “อลัน… กูขอร้องมึงหน่อยเถอะว่ะ ในกลุ่มเพื่อนมีแต่มึงที่เก่งเรื่องไอทีและระบบไฟฟ้าที่สุดแล้ว มึงช่วยเอาคีย์การ์ดสำรองใบนี้ไป แวะเข้าไปดูระบบอินเทอร์เน็ตกับเครื่องฟอกอากาศให้เกรซหน่อยได้ไหมวะ? กูเป็นห่วงเขาจริง ๆ เกรซไม่รู้เรื่องเรื่องพวกนี้เลย คอนโดอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานมึงด้วย แวะไปช่วงเย็นหรือหัวค่ำก็ได้นะเว้ย ถือว่าช่วยกูเถอะ”


    ผมจับจ้องคีย์การ์ดเรียบลื่นตรงหน้า ดวงตาสะท้อนประกายไฟสลัวจากเพดานร้าน เสียงหัวใจของผมเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ มันเป็นจังหวะที่กิเลสและแรงตึงเครียดทางศีลธรรมกระหน่ำซ้ำซ้อนในอก ความไว้เนื้อเชื่อใจจากเพื่อนสนิทที่คบกันมานานปีถูกส่งมอบให้ผมผ่านแผ่นพลาสติกใบเล็ก ๆ นี้ แต่ในฐานะชู้รักผู้ลักลอบกลืนกินความสุขลับหลังเพื่อน คีย์การ์ดใบนี้เปรียบเสมือนตั๋วเดินทางใบใหม่ที่ชวนให้ล้ำเส้นเข้าสู่ดินแดนต้องห้าม


    “มึงไว้ใจกูขนาดนั้นเลยเหรอริว? ให้คีย์การ์ดห้องมาแบบนี้” ผมแสร้งถามด้วยน้ำเสียงปกติพลางขยับยิ้มบาง ๆ


    “ทำไมกูจะไม่ไว้ใจมึงวะ มึงเพื่อนสนิทกูนะอลัน ถ้าไม่ใช่เพื่อนกูไม่กล้าฝากฝังขนาดนี้หรอก อีกอย่างเกรซเขาก็รู้จักมึงดีอยู่แล้ว ฝากด้วยนะเว้ย” ริวตบบ่าผมเบาๆ ก่อนจะกระดกเบียร์ที่เหลือจนหมดแก้ว


    ผมค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของคีย์การ์ดปีกนกสีทอง ก่อนจะกำมันไว้ในอุ้งมือ ความรู้สึกบาปหนาและไฟราคะแล่นพล่านผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด คีย์การ์ดปีกเหล็กใบนี้กำลังจะเปิดประตูไปสู่ความลับครั้งใหม่… ความลับที่มีแอร์โฮสเตสสาวพราวเสน่ห์รอคอยอยู่ปลายทาง


    “ได้ดิเพื่อน… เรื่องแค่นี้เอง มะรืนมึงบินได้อย่างสบายใจเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่ำๆ กูแวะเข้าไปจัดการให้เรียบร้อย” ผมตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มแสนดีที่เคลือบยาพิษ


    …


    ในค่ำคืนถัดมา ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีทะมึน สายลมพัดโชยกลิ่นไอชื้นชวนให้บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงและเย้ายวน ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องชุดหรูบนชั้นยี่สิบห้าของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองหลวง ในมือของผมกำคีย์การ์ดสำรองของริวเอาไว้แน่น ความเงียบสงบในโถงทางเดินกว้างทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง


    ผมตัดสินใจกดกริ่งหน้าห้องแทนการใช้คีย์การ์ดไขเข้าไปโดยพลการ เพื่อรักษามารยาทและความแนบเนียนของเพื่อนผู้แสนดี


    เพียงครู่เดียว เสียงกลอนประตูดิจิทัลก็ดังคลิกพร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ เปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนต้อนรับอยู่ด้านหลังบานประตูไม้เนื้อดี


    กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเบอร์รีผสมผสานกับกลิ่นส้มอ่อนๆ ลอยโชยมาปะทะจมูกของผมทันที มันเป็นกลิ่นหอมสะอาดที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนอย่างเปี่ยมล้น และเมื่อสายตาของผมจับจ้องไปยังผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ลมหายใจของผมก็แทบจะสะดุดหยุดลง


    เกรซยืนอยู่ตรงนั้น… เธอสวมชุดเครื่องแบบแอร์โฮสเตสสีน้ำเงินเข้มเต็มยศที่เพิ่งแลนดิ้งกลับมาจากการบินไฟลต์ต่างประเทศ เสื้อสูทคอปกเข้ารูปสีน้ำเงินเน้นทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่วอย่างชัดเจน แผงอกหน้าตึงแน่นไปด้วยเนินอกขนาดอวบอัดสองข้างที่ดันเสื้อสูทจนปริตึง แทบจะทะลักออกมานอกปกเสื้อยามที่เธอขยับร่างกาย ตราสัญลักษณ์ปีกนกสีทองวาววับเหนือหน้าอกข้างซ้ายสะท้อนแสงไฟทางเดินดูสง่างาม


    กระโปรงทรงดินสอสีน้ำเงินเข้มตัวสั้นผ่าข้างสูงขึ้นมาเกือบถึงต้นขา อวดเรียวขาขาวผุดผ่องยาวสลวยน่าสัมผัส เรียวขาคู่งามถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องเนื้อบางเฉียบสีเนื้อละเอียดเนียน ผิวสัมผัสของถุงน่องยามต้องแสงไฟนีออนดูเป็นประกายแวววาวเลื่อนไหล ชวนให้จินตนาการถึงความนุ่มละมุนยามได้ลูบไล้ฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ นั้นสู้ผิวเนื้อแท้


    “อ้าว… พี่อลัน สวัสดีค่ะ เข้ามาก่อนสิคะ” เกรซเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีชมพูดูละมุนละไม แม้ว่าแววตาคู่สวยจะแฝงรอยความเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทางข้ามเวลาหลายชั่วโมงบิน แต่รอยยิ้มหวานยั่วยวนที่ส่งมาให้ผมกลับดูมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด


    “สวัสดีครับเกรซ ริวบอกว่าอินเทอร์เน็ตกับเครื่องฟอกอากาศเสีย พี่เลยแวะมาดูให้ครับ” ผมเอ่ยทักทายพลางส่งยิ้มสุภาพ ทว่าสายตาของผมกลับลอบกวาดมองตั้งแต่ลำคอระหงขาวเนียน เนินอกอวบหยุ่นที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ตลอดจนเอวคอดกิ่วและสะโพกผายกลมมนภายใต้กระโปรงเข้ารูปตัวสั้นที่ผ่าลึกจนเห็นต้นขาด้านในรำไร


    “ขอบคุณพี่อลันมากเลยนะคะที่อุตส่าห์แวะมาตอนดึกๆ เกรซเพิ่งแลนดิ้งกลับมาเมื่อเย็นนี้เองค่ะ เพลียมากๆ ร่างกายจะพังอยู่แล้ว Wi-Fi ก็มาเสีย คอมพิวเตอร์ก็ส่งงานไม่ได้ เกรซมึนตึบไปหมดเลยค่ะ โชคดีที่มีพี่อลันแวะมาช่วยซ่อมให้ ไม่อย่างนั้นเกรซคงต้องอดนอนนั่งงงอยู่คนเดียวแน่ๆ” เธอเปรยพึมพำพลางเอี้ยวตัวเดินนำผมเข้าไปในห้องพัก


    สะโพกผายกลมกลึงของเกรซขยับไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ท่วงท่าการเดินที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีในฐานะแอร์โฮสเตสยิ่งขับเน้นเสน่ห์ทางเพศอย่างรุนแรง กระโปรงรัดรูปตัวสั้นรั้งตึงขึ้นทุกครั้งที่เธอก้าวขา เผยให้เห็นรอยต่อระหว่างถุงน่องสีเนื้อเนียนละเอียดกับผิวเนื้ออ่อนบริเวณต้นขาด้านหลังแวบๆ ปลุกเร้ากิเลสราคะและความปั่นป่วนในอกของผมให้โหมกระหน่ำขึ้นเรื่อยๆ


    ผมเดินตามเธอเข้ามาในห้องชุดที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างเงียบเชียบและสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นในมุมห้องนั่งเล่นที่สาดส่องเบาๆ ริวเพิ่งเดินทางไปสนามบินเพื่อบินไปเยอรมนีเมื่อช่วงบ่าย ทำให้ห้องนี้ปราศจากร่องรอยของชายอื่น เหลือเพียงผมกับแอร์โฮสเตสสาวพราวเสน่ห์สองคนท่ามกลางความเงียบงันยามค่ำคืน


    “ห้องทำงานอยู่ทางนี้ค่ะพี่อลัน” เกรซหันกลับมาบอกพลางกวักมือเรียกอย่างน่ารัก


    ผมก้าวเดินตามเธอเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวขนาดกะทัดรัด แสงไฟในห้องนี้สลัวราง มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่เปิดค้างไว้แต่แสดงสัญลักษณ์การเชื่อมต่อล้มเหลว บนโต๊ะทำงานมีเอกสารคู่มือการบินและตารางเวลาบินวางกระจัดกระจายอยู่ ข้างโต๊ะทำงานเป็นที่ตั้งของเครื่องฟอกอากาศตัวใหญ่ที่มีสัญญาณไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมส่งเสียงร้องเตือนแผ่วเบาแต่กวนใจ


    “พี่เริ่มดูที่ตัวโมเด็มกับเราเตอร์ก่อนนะครับเกรซ น่าจะเป็นที่สายสัญญาณเชื่อมต่อ” ผมเอ่ยพลางวางกระเป๋าอุปกรณ์ลงบนพื้น


    “ได้ค่ะพี่อลัน เกรซช่วยจับหรือถืออะไรให้ได้บอกเลยนะตัวคะ เกรซอยากให้มันใช้ได้เร็วๆ จะได้รีบส่งงานแล้วนอนพักผ่อนสักที” เกรซตอบพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ชิด


    ผมพยักหน้ารับแล้วย่อตัวคุกเข่าลงบนพื้นข้างโต๊ะทำงาน มุดกึ่งก้มกึ่งเงยเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อตรวจสอบสายเคเบิลหลังเราเตอร์และช่องเชื่อมต่อสัญญาณเน็ต พื้นที่ใต้โต๊ะค่อนข้างแคบและสลัว ทำให้ผมต้องขยับตัวอย่างอึดอัด


    ในจังหวะนั้นเอง เกรซก็ย่อตัวลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ผมเพื่อช่วยประคองและหยิบอุปกรณ์สายสัญญาณส่งให้ ร่างกายของเธอยามย่อตัวลงทำให้กระโปรงแอร์โฮสเตสตัวสั้นรั้งขึ้นมาสูงมาก เผยให้เห็นเรียวขาขาวนุ่มที่สวมถุงน่องเนียนสลวยขยับชิดใกล้ต้นขาของผม กลิ่นหอมจากเรือนร่างและกลิ่นน้ำหอมเบอร์รีโชยแตะจมูกอย่างรุนแรงในระยะประชิด ยามที่เธอขยับตัวประคองจับสายไฟแผ่วเบา ปลายเส้นผมยาวนุ่มของเธอปัดผ่านหัวไหล่ของผมไปมาอย่างอ่อนโยน


    “สายเส้นนี้หรือเปล่าคะพี่อลันที่มันหลุด?” เกรซเอ่ยถามพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แผงอกหนาของผมสัมผัสเบียดเสียดกับหน้าอกอวบหยุ่นตึงแน่นของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ในพื้นที่แคบใต้โต๊ะ


    เนินอกนุ่ม ๆ ของเธอที่ห่อหุ้มใต้ผ้าสูทเนื้อดีเบียดชิดติดกับแผ่นหลังและไหล่ของผมยามที่เธอพยายามก้มลงมองตาม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากเรือนร่างของหญิงสาวทำให้เลือดในกายของผมพลุ่งพล่าน ทุกครั้งที่ลมหายใจอุ่น ๆ ของเกรซเป่ารดที่ต้นคอของผม ความรู้สึกลำพองใจและตราบาปแสนบาปในหัวสมองก็ยิ่งทำงานหนักขึ้น ผมแสร้งทำงานต่อไปอย่างช้า ๆ ปล่อยให้เรือนร่างของเราทั้งสองเบียดเสียดและถูไถกันอย่างเงียบเชียบในซอกสลัว


    “ใช่ครับ… เส้นนี้แหละ สายเชื่อมคอมพิวเตอร์มันหลวมแล้วก็มีฝุ่นเกาะตรงหัวพอร์ต เดี๋ยวพี่เช็ดแล้วเสียบใหม่ดูนะ” ผมตอบเสียงต่ำ พยายามคุมลมหายใจไม่ให้สั่นพร่า


    “เกรซก็โง่ตั้งนาน นึกว่าเครื่องเสียซะอีก… ดีจังเลยค่ะที่มีพี่อลันแวะมาดูแลให้ เกรซอยู่คนเดียวบางทีก็เหงาๆ ปนกลัว เวลาเครื่องใช้อะไรเสียก็ทำไม่เป็น ริวเขาก็ไม่อยู่ยาวอีกตั้งสองเดือน…” เสียงของเกรซแผ่วเบาลง แฝงไปด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยวของแอร์โฮสเตสสาวที่ต้องเผชิญกับห้องกว้างเพียงลำพังยามเหนื่อยล้าจากไฟลต์บิน


    สายตาของผมจับจ้องใบหน้าหวานของเกรซในระยะห่างไม่ถึงสิบเซนติเมตร ดวงตาคู่สวยสั่นระริกสะท้อนแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเผยอน้อยๆ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ความเงียบรอบตัวเริ่มถูกครอบงำด้วยความกระสันและการทรยศหักหลังศีลธรรมอันดีงาม


    ผมลงมือปัดกวาดฝุ่น ขยับตั้งค่าช่องสัญญาณเราเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปจัดการกับเซนเซอร์เครื่องฟอกอากาศที่ค้างอยู่ เพียงไม่กี่นาที สัญญาณไฟสีแดงของเครื่องฟอกอากาศก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวนิ่งสงบ พร้อมกับเสียงมอเตอร์ที่ทำงานเงียบกริบ แสงไฟสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนโมเด็มกะพริบถี่เป็นสีเขียวแจ้งเตือนการเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์


    “เรียบร้อยแล้วครับเกรซ ทั้งเน็ตทั้งเครื่องฟอกอากาศใช้งานได้ปกติแล้ว” ผมเอ่ยพลางถอนตัวลุกขยับยืนหันหลังกลับมาเพื่อจะบอกเธอ


    “จริงเหรอคะ! โห เก่งจังเลยค่ะพี่อลัน…” เกรซเอ่ยด้วยความดีใจพลางรีบลุกขึ้นยืนตาม ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังก้าวถอยตัวเพื่อหลีกทางให้ผมในห้องทำงานแคบ ๆ นั้น ปลายเท้าเรียวงามของเธอดันไปสะดุดเข้ากับขาตั้งกล้องเหล็กสามขาที่วางพิงอยู่มุมโต๊ะทำงานอย่างจัง


    “ว้าย!” เกรซส่งเสียงร้องเหวอด้วยความตกใจ ร่างของเธอเสียหลักถลาล้มพับลงมาหาผมอย่างรวดเร็ว


    ด้วยสัญชาตญาณ ผมรีบกางแขนออกไปโอบรับร่างของเธอเอาไว้ทันที มือของผมโอบกอดรั้งเอวกิ่วคอดและสะโพกแน่นตึงกลมผายของเกรซเอาไว้มั่น ทว่าแรงเหวี่ยงจากน้ำหนักตัวของเธอบวกกับความไม่ทันตั้งตัวของผม ทำให้ร่างของเราทั้งสองคนลื่นไถลเสียหลัก พากันล้มคว่ำคะมำลงไปทับคร่อมเกยกันบนโซฟาหนังสีน้ำตาลยาวที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของห้องทำงานสลัวอย่างรุนแรง


    ตุบ!


    เสียงร่างหนาของผมทับทาบลงบนร่างนุ่มนิ่มของแอร์โฮสเตสสาวเสียงดังแผ่วบนโซฟาหนานุ่ม แผงอกกว้างของผมเบียดกระแทกทับเนินอกอุ่นนุ่มนิ่มขนาดอวบอัดของเกรซอย่างจังจนมันยุบตัวรองรับน้ำหนักตัวของผมอย่างพอเหมาะพอดี ใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเกรซเป่ารดแก้มของผม แววตาของเธอตื่นตระหนกเบิกกว้าง หัวใจเต้นโครมครามรวดเร็วสะท้อนผ่านหน้าอกที่เบียดชิดกันจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน


    มือข้างหนึ่งของผมเผลอบีบเค้นลงบนสะโพกอวบผายเนื้อแน่นผ่านกระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้มและถุงน่องบางลื่นมือ ความลื่นและนุ่มนิ่มของต้นขาเกรซใต้ถุงน่องสีเนื้อเนียนละเอียดสร้างความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านเข้าสู่แก่นกายของผมทันที ร่างกายของเกรซสั่นสะท้านเล็กน้อย แขนเรียวบางของเธอโอบกอดรอบบ่าของผมไว้แน่นตามสัญชาตญาณการยึดเกาะเพื่อไม่ให้ตกลงไปจากโซฟา


    แสงไฟนีออนสลัวและแสงกะพริบแปลบปลาบจากขอบหน้าต่างกระจกด้านนอกที่เกิดจากฟ้าแลบพายุฝน สาดส่องเข้ามาจับภาพเงาบาปของเราสองคนในท่วงท่าล่อแหลมและนัวเนียล้มทับคร่อมกันบนโซฟา ความเงียบสงัดเข้าครอบงำห้องทำงาน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่สั่นสะท้านใจชู้รักที่ดังประสานคลอเคล้ากัน


    “พี่… พี่อลันคะ…” เกรซกระซิบเรียกชื่อผมเสียงแผ่วพร่า แววตาหวานเชื่อมคู่นั้นสะท้อนความสับสน ความรู้สึกผิด และความเปลี่ยวเหงาอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาราวกับพายุที่พร้อมจะพัดทลายทำลายล้างกำแพงศีลธรรมทิ้งไปสิ้น


    ผมไม่ได้ตอบคำถาม แต่สะโพกและแผงอกของผมยังคงทับทาบเบียดแน่นกับเรือนร่างสะคราญ ปล่อยให้อารมณ์สวาทและแรงดึงดูดของตราบาปคนชู้ทำหน้าที่ลัดเลาะก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นความถูกต้องอย่างเสียวซ่านคั่งค้างทรมาน…


    …


    (จบตอนที่ 056)


    คล้ายกับเรื่องแอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663