"นนทีและทัชชาเดินทางกลับมาที่ห้องสมุดของเมืองอีกครั้ง สายตาของพวกเขามุ่งไปที่จุดเดิมที่พวกเขาเคยสงสัย ห้องที่พวกเขาเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
'นายแน่ใจใช่ไหมว่าที่นี่แหละ?' ทัชชาถามขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องสมุด
นนทีพยักหน้าอย่างมั่นใจ 'ใช่ ฉันแน่ใจว่ามันต้องมีห้องลับอยู่ที่นี่'
พวกเขาเริ่มสำรวจห้องสมุดด้วยความตั้งใจสูงสุด แม้ว่าพวกเขาจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน พวกเขาเดินผ่านชั้นหนังสือสูงที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าและเอกสารมากมาย
'ถ้ามันเป็ห้องลับ มันจะไม่ง่ายที่จะหาเจอ' ทัชชากล่าวขณะสำรวจมุมหนึ่งของห้องสมุด
นนทีหยุดที่มุมหนึ่งแล้วสังเกตเห็นว่ามีชั้นหนังสือที่ดูเหมือนว่ามันจะเคลื่อนย้ายได้ 'ทัชชา มาดูนี่สิ!'
ทัชชาเดินเข้ามาใกล้ ๆ และดูชั้นหนังสือด้วยความสนใจ 'มันดูเหมือนว่ามันสามารถเลื่อนออกได้นะ'
พวกเขาสองคนช่วยกันดึงชั้นหนังสือ และเมื่อนนทีดึงแรงขึ้น มันเปิดเผยให้เห็นประตูเหล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ทัชชาตื่นเต้น 'เจอแล้ว!'
นนทีหันมายิ้ม 'ใช่ เราเจอแล้ว แต่ตอนนี้คำถามคือ...เราจะเปิดมันได้ยังไง?' พวกเขายืนมองประตูเหล็กนั้นด้วยความท้าทายและความตื่นเต้น คำตอบของความลับนั้นรออยู่เื้ัประตูนี้"
'ลองดูรอบๆ ประตู อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เราสามารถใช้เปิดมันได้' นนทีเสนอ
ทัชชาเริ่มสำรวจบริเวณรอบๆ และสายตาของเขาก็ตกลงที่ปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในมุมหนึ่ง 'นี่อะไรนะ?'
นนทีเดินเข้ามาใกล้ๆ และเห็นปุ่มนั้นเช่นกัน 'ลองกดดูสิ'
ทัชชากดปุ่มนั้นและทันใดนั้น ประตูเหล็กก็ส่งเสียงดังและเริ่มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้องมืดภายใน
'เราทำได้แล้ว!' ทัชชาพูดด้วยความตื่นเต้น
นนทียิ้ม 'ใช่ แต่ตอนนี้เราต้องระวังให้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในนี้จะมีอะไรอยู่บ้าง'
พวกเขาสองคนก้าวเข้าห้องมืดและปิดทึบนั้น ด้วยหัวใจที่เต้นแรง และความหวังว่าจะพบคำตอบที่พวกเขาตามหา" ทั้งสองเดินไปรอบๆ โดยใช้ไฟฉายค่อยๆส่องไล่ดูทีละส่วน โชคไม่ดีเอกสารส่วนใหญ่ถูกเผาทำลายทับถมกันเป็กองเถ่าถ่านเมื่อนานมาแล้ว แต่กลิ่นเหม็นไหม้ยังคงอยู่จางๆ
นนที: "ทัชชา ดูนี่สิ! ฉันเจอเอกสารเหมือนว่าจะสำคัญ มันบอกว่า... มีการทดลองลับที่เกิดขึ้นในเมืองนี้เมื่อสิบปีก่อน."
ทัชชา: "การทดลองอะไร? มันเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้คนในตอนนี้หรือเปล่า?"
นนที: "ใช่ มันเป็ไปได้มาก บางบรรทัดระบุชื่อพืชที่ใช้ทดลอง” , “ดูนี่สิบรรทัดนี้บอกว่า : ผู้ทดลองแพ้สารสกัดมากขึ้นเรื่อยๆ อาการ:พูดคนเดียวบ่อยขึ้น
ทัชชา: “แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบว่าทำไมวิญานนายดลเทพถึงรู้สึกเหมือนถูกควบคุม”, ทัชชามองไปรอบๆอีกครั้ง แล้วสังเกตเห็นเอกสารที่ยังไหม้ไม่หมด เขาเดินเข้าไปค้นดู พลันเมื่อดึงออกมา เขาเห็นบรรทัดที่เขียนด้วยลายมือที่สั่นไหว: 'การทดลองนี้สามารถทำลายจิตใจและิญญาได้'
'ดูนี่สิ นนที' ทัชชายื่นเอกสารที่เจอมาให้
นนทีอ่านแล้วขมวดคิ้ว 'ถ้าอย่างนั้น หมายความว่า...' เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ 'มีบางอย่างที่ทรงพลังมากจนสามารถควบคุมทั้งร่างกายและิญญาได้จริงๆ'
'แล้วเราจะทำยังไงต่อดี?' ทัชชาถาม
'เราต้องหาทางหยุดมันก่อนที่จะสายเกินไป,' นนทีตอบด้วยเสียงมุ่งมั่นและความตั้งใจ"
ทัชชา: "แต่เราจะทำยังไง? คนเ่าั้มีอำนาจมากกว่าที่เราคิด พวกเขาอาจจะพยายามปกปิดความจริงนี้ตลอดเวลาหลังทำการทดลองล้มเหลว."
นนที: "ฉันรู้ แต่เราไม่สามารถถอยหลังได้ตอนนี้ ทัชชาตอนพบกันครั้งแรกคุณว่าคุณเขียนบทความที่เกิดขึ้นจริง บางทีหากคุณลองเขียนจากสิ่งที่ได้มาทั้งหมดนี้เราอาจจะมีเบาะแสเพิ่มได้จากบทความของคุณ”
ทัชชาพยักหน้าตอบรับ และเริ่มเขียนเื่ของนายดลเทพอย่างตั้งใจ เขานั่งลงที่โต๊ะ เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขาได้พบ แล้วเริ่มบันทึกทุกอย่างลงในกระดาษ
'นายดลเทพ ชายผู้ตกเป็เหยื่อของการทดลองที่โหดร้าย...' ทัชชาเขียน พลางพยายามรวบรวมเื่ราวที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความลับที่ซ่อนอยู่
'แล้วถ้ามันเป็การควบคุมทางจิตใจจริงๆล่ะ?' นนทีพูดขึ้นขณะที่เขาเดินไปมารอบห้อง
'ฉันก็สงสัยแบบนั้น' ทัชชาตอบพลางไม่ยอมละสายตาจากกระดาษ 'แต่ยังไงเราต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความจริง'
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทัชชาเขียนออกมาอย่างตั้งใจ ขณะที่นนทีช่วยจัดการเอกสารและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ในที่สุดพวกเขาก็ได้บทความที่น่าจะช่วยนำทางให้พวกเขาไปสู่ความจริง
'นี่คือบทความ' ทัชชายื่นบทความให้นนที 'ฉันหวังว่ามันจะช่วยเราได้'
นนทีรับบทความและเริ่มอ่าน
บทความจากทัชชา
“นายดลเทพ ชายผู้ตกเป็เหยื่อของการทดลองที่โหดร้าย เื่ราวเริ่มจากความรักของฝาแฝดที่ผูกพันกันมาั้แ่ก่อนกำเนิด พี่น้องฝาแฝดคู่นี้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน มีความผูกพันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อโตขึ้นนายดลเทพรู้สึกตัวว่าแอบรักแฝดผู้พี่นายดลพล ไม่ใช่แบบพี่น้องและพยามทำทุกทางเพื่อบอกความรู้สึกตนเองให้นายดลพลรู้ ต่อมานายดลพลสังเกตุเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของนายดลเทพ
นายดลพล พยามถามนายดลเทพดลเทพ ด้วยความห่วงใย อยู่ตลอดเวลา นายดลเทพลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยายามยิ้มให้ 'ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อยนิดหน่อย' แต่ในใจของนายดลพลรู้ดีว่านายดลเทพมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ความรู้สึกของนายดลเทพที่มีต่อนายดลพลเริ่มก่อตัวขึ้นเป็ความรักที่ไม่สามารถบอกออกมาได้ นายดลพลเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผูกพันที่ไม่ธรรมดาระหว่างพวกเขา
ขณะที่นายดลพลพยายามสืบหาความจริง เขาก็ค้นพบว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ความรู้สึกของนายดลเทพเท่านั้น เขาเองที่ไม่สามารถยอมรับความรู้สึกรักของแฝดตัวเองได้เขาจึงไปปรึกษานายสุชัยเพื่อนในอดีตคนนึงที่อยู่ในวงการแพทย์
นายสุชัย หนึ่งในผู้เชียวชาญการรักษาผู้ป๋วยวิกลจริตแนะนำนายดลพลให้นำน้องชายเข้ารับการรักษาที่แล็บหลังโบทถ์ ในระยะแรกของการรักษานั้นนายดลเทพเพียงแค่มีอาการเซื่องซึม แต่ต่อมาก็เริ่มพูดคุยกับตัวเอง และไม่กินไม่นอนเป็ระยะๆ
แต่ด้วยเหตุผลบางประการ นายดลเทพตกเป็เหยื่อของการทดลองที่ไม่คาดคิดของกลุ่มผู้มีอำนาจในเมืองแม้แต่นายดลพลก็ไม่รู้มาก่อน แม้ว่าความสัมพันธ์กับฝาแฝดของเขายังคงแข็งแรง แต่นายดลเทพก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมนี้ได้ เขาเริ่มเปลี่ยนแปลง พูดคุยกับตัวเองและทำสิ่งที่ไม่คาดคิด
การทดลองนั้นเกี่ยวข้องกับการสกัดสารจากพืชที่มีฤทธิ์ควบคุมจิตใจ เมื่อสารสกัดถูกนำไปใช้ในการทดลอง มันส่งผลต่อิญญาและจิตใจของนายดลเทพ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกควบคุมและพูดคนเดียวบ่อยขึ้น ผลกระทบที่น่ากลัวนี้เริ่มทำลายความเป็ตัวเองของเขาไปเรื่อยๆ
เื่ราวของนายดลเทพเป็คำเตือนถึงอันตรายของการทดลองที่ไม่ควรมีอยู่ และความสำคัญของความรักและความผูกพันของครอบครัวที่สามารถช่วยให้เขาผ่านพ้นความเลวร้ายไปได้ไม่มีอยู่จริง"
…….
'ยอดเยี่ยม!สมเหตุสมผลดี เราอาจจะมีเบาะแสใหม่จากนี้ ขอบคุณมาก ทัชชา'" นนทีกล่าว