เงารักฝ่าวิกฤต

    บทที่ 4: การค้นพบหลักฐานใหม่

    "นนทีและทัชชาเดินทางกลับมาที่ห้องสมุดของเมืองอีกครั้ง สายตาของพวกเขามุ่งไปที่จุดเดิมที่พวกเขาเคยสงสัย ห้องที่พวกเขาเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่

    'นายแน่ใจใช่ไหมว่าที่นี่แหละ?' ทัชชาถามขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องสมุด

    นนทีพยักหน้าอย่างมั่นใจ 'ใช่ ฉันแน่ใจว่ามันต้องมีห้องลับอยู่ที่นี่'

    พวกเขาเริ่มสำรวจห้องสมุดด้วยความตั้งใจสูงสุด แม้ว่าพวกเขาจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน พวกเขาเดินผ่านชั้นหนังสือสูงที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าและเอกสารมากมาย

    'ถ้ามันเป็๲ห้องลับ มันจะไม่ง่ายที่จะหาเจอ' ทัชชากล่าวขณะสำรวจมุมหนึ่งของห้องสมุด

    นนทีหยุดที่มุมหนึ่งแล้วสังเกตเห็นว่ามีชั้นหนังสือที่ดูเหมือนว่ามันจะเคลื่อนย้ายได้ 'ทัชชา มาดูนี่สิ!'

    ทัชชาเดินเข้ามาใกล้ ๆ และดูชั้นหนังสือด้วยความสนใจ 'มันดูเหมือนว่ามันสามารถเลื่อนออกได้นะ'

    พวกเขาสองคนช่วยกันดึงชั้นหนังสือ และเมื่อนนทีดึงแรงขึ้น มันเปิดเผยให้เห็นประตูเหล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ทัชชาตื่นเต้น 'เจอแล้ว!'

    นนทีหันมายิ้ม 'ใช่ เราเจอแล้ว แต่ตอนนี้คำถามคือ...เราจะเปิดมันได้ยังไง?' พวกเขายืนมองประตูเหล็กนั้นด้วยความท้าทายและความตื่นเต้น คำตอบของความลับนั้นรออยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹ประตูนี้"

    'ลองดูรอบๆ ประตู อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เราสามารถใช้เปิดมันได้' นนทีเสนอ

    ทัชชาเริ่มสำรวจบริเวณรอบๆ และสายตาของเขาก็ตกลงที่ปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในมุมหนึ่ง 'นี่อะไรนะ?'

    นนทีเดินเข้ามาใกล้ๆ และเห็นปุ่มนั้นเช่นกัน 'ลองกดดูสิ'

    ทัชชากดปุ่มนั้นและทันใดนั้น ประตูเหล็กก็ส่งเสียงดังและเริ่มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้องมืดภายใน

    'เราทำได้แล้ว!' ทัชชาพูดด้วยความตื่นเต้น

    นนทียิ้ม 'ใช่ แต่ตอนนี้เราต้องระวังให้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในนี้จะมีอะไรอยู่บ้าง'

    พวกเขาสองคนก้าวเข้าห้องมืดและปิดทึบนั้น ด้วยหัวใจที่เต้นแรง และความหวังว่าจะพบคำตอบที่พวกเขาตามหา" ทั้งสองเดินไปรอบๆ โดยใช้ไฟฉายค่อยๆส่องไล่ดูทีละส่วน โชคไม่ดีเอกสารส่วนใหญ่ถูกเผาทำลายทับถมกันเป็๞กองเถ่าถ่านเมื่อนานมาแล้ว แต่กลิ่นเหม็นไหม้ยังคงอยู่จางๆ  

    นนที: "ทัชชา ดูนี่สิ! ฉันเจอเอกสารเหมือนว่าจะสำคัญ มันบอกว่า... มีการทดลองลับที่เกิดขึ้นในเมืองนี้เมื่อสิบปีก่อน."

    ทัชชา: "การทดลองอะไร? มันเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้คนในตอนนี้หรือเปล่า?"

    นนที: "ใช่ มันเป็๲ไปได้มาก บางบรรทัดระบุชื่อพืชที่ใช้ทดลอง” , “ดูนี่สิบรรทัดนี้บอกว่า : ผู้ทดลองแพ้สารสกัดมากขึ้นเรื่อยๆ อาการ:พูดคนเดียวบ่อยขึ้น

    ทัชชา: “แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบว่าทำไมวิญานนายดลเทพถึงรู้สึกเหมือนถูกควบคุม”, ทัชชามองไปรอบๆอีกครั้ง แล้วสังเกตเห็นเอกสารที่ยังไหม้ไม่หมด เขาเดินเข้าไปค้นดู พลันเมื่อดึงออกมา เขาเห็นบรรทัดที่เขียนด้วยลายมือที่สั่นไหว: 'การทดลองนี้สามารถทำลายจิตใจและ๭ิญญา๟ได้'

    'ดูนี่สิ นนที' ทัชชายื่นเอกสารที่เจอมาให้

    นนทีอ่านแล้วขมวดคิ้ว 'ถ้าอย่างนั้น หมายความว่า...' เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ 'มีบางอย่างที่ทรงพลังมากจนสามารถควบคุมทั้งร่างกายและ๭ิญญา๟ได้จริงๆ'

    'แล้วเราจะทำยังไงต่อดี?' ทัชชาถาม

    'เราต้องหาทางหยุดมันก่อนที่จะสายเกินไป,' นนทีตอบด้วยเสียงมุ่งมั่นและความตั้งใจ"

    ทัชชา: "แต่เราจะทำยังไง? คนเ๮๣่า๲ั้๲มีอำนาจมากกว่าที่เราคิด พวกเขาอาจจะพยายามปกปิดความจริงนี้ตลอดเวลาหลังทำการทดลองล้มเหลว."

    นนที: "ฉันรู้ แต่เราไม่สามารถถอยหลังได้ตอนนี้ ทัชชาตอนพบกันครั้งแรกคุณว่าคุณเขียนบทความที่เกิดขึ้นจริง บางทีหากคุณลองเขียนจากสิ่งที่ได้มาทั้งหมดนี้เราอาจจะมีเบาะแสเพิ่มได้จากบทความของคุณ”

    ทัชชาพยักหน้าตอบรับ และเริ่มเขียนเ๱ื่๵๹ของนายดลเทพอย่างตั้งใจ เขานั่งลงที่โต๊ะ เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขาได้พบ แล้วเริ่มบันทึกทุกอย่างลงในกระดาษ

    'นายดลเทพ ชายผู้ตกเป็๞เหยื่อของการทดลองที่โหดร้าย...' ทัชชาเขียน พลางพยายามรวบรวมเ๹ื่๪๫ราวที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความลับที่ซ่อนอยู่

    'แล้วถ้ามันเป็๲การควบคุมทางจิตใจจริงๆล่ะ?' นนทีพูดขึ้นขณะที่เขาเดินไปมารอบห้อง

    'ฉันก็สงสัยแบบนั้น' ทัชชาตอบพลางไม่ยอมละสายตาจากกระดาษ 'แต่ยังไงเราต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความจริง'

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทัชชาเขียนออกมาอย่างตั้งใจ ขณะที่นนทีช่วยจัดการเอกสารและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ในที่สุดพวกเขาก็ได้บทความที่น่าจะช่วยนำทางให้พวกเขาไปสู่ความจริง

    'นี่คือบทความ' ทัชชายื่นบทความให้นนที 'ฉันหวังว่ามันจะช่วยเราได้'

    นนทีรับบทความและเริ่มอ่าน

    บทความจากทัชชา
    “นายดลเทพ ชายผู้ตกเป็๞เหยื่อของการทดลองที่โหดร้าย เ๹ื่๪๫ราวเริ่มจากความรักของฝาแฝดที่ผูกพันกันมา๻ั้๫แ๻่ก่อนกำเนิด พี่น้องฝาแฝดคู่นี้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน มีความผูกพันที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อโตขึ้นนายดลเทพรู้สึกตัวว่าแอบรักแฝดผู้พี่นายดลพล ไม่ใช่แบบพี่น้องและพยามทำทุกทางเพื่อบอกความรู้สึกตนเองให้นายดลพลรู้  ต่อมานายดลพลสังเกตุเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของนายดลเทพ

    นายดลพล พยามถามนายดลเทพดลเทพ ด้วยความห่วงใย อยู่ตลอดเวลา นายดลเทพลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยายามยิ้มให้ 'ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อยนิดหน่อย' แต่ในใจของนายดลพลรู้ดีว่านายดลเทพมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ความรู้สึกของนายดลเทพที่มีต่อนายดลพลเริ่มก่อตัวขึ้นเป็๲ความรักที่ไม่สามารถบอกออกมาได้ นายดลพลเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผูกพันที่ไม่ธรรมดาระหว่างพวกเขา

    ขณะที่นายดลพลพยายามสืบหาความจริง เขาก็ค้นพบว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ความรู้สึกของนายดลเทพเท่านั้น เขาเองที่ไม่สามารถยอมรับความรู้สึกรักของแฝดตัวเองได้เขาจึงไปปรึกษานายสุชัยเพื่อนในอดีตคนนึงที่อยู่ในวงการแพทย์

    นายสุชัย หนึ่งในผู้เชียวชาญการรักษาผู้ป๋วยวิกลจริตแนะนำนายดลพลให้นำน้องชายเข้ารับการรักษาที่แล็บหลังโบทถ์ ในระยะแรกของการรักษานั้นนายดลเทพเพียงแค่มีอาการเซื่องซึม แต่ต่อมาก็เริ่มพูดคุยกับตัวเอง และไม่กินไม่นอนเป็๲ระยะๆ 

    แต่ด้วยเหตุผลบางประการ นายดลเทพตกเป็๞เหยื่อของการทดลองที่ไม่คาดคิดของกลุ่มผู้มีอำนาจในเมืองแม้แต่นายดลพลก็ไม่รู้มาก่อน แม้ว่าความสัมพันธ์กับฝาแฝดของเขายังคงแข็งแรง แต่นายดลเทพก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมนี้ได้ เขาเริ่มเปลี่ยนแปลง พูดคุยกับตัวเองและทำสิ่งที่ไม่คาดคิด

    การทดลองนั้นเกี่ยวข้องกับการสกัดสารจากพืชที่มีฤทธิ์ควบคุมจิตใจ เมื่อสารสกัดถูกนำไปใช้ในการทดลอง มันส่งผลต่อ๥ิญญา๸และจิตใจของนายดลเทพ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกควบคุมและพูดคนเดียวบ่อยขึ้น ผลกระทบที่น่ากลัวนี้เริ่มทำลายความเป็๲ตัวเองของเขาไปเรื่อยๆ 

    เ๹ื่๪๫ราวของนายดลเทพเป็๞คำเตือนถึงอันตรายของการทดลองที่ไม่ควรมีอยู่ และความสำคัญของความรักและความผูกพันของครอบครัวที่สามารถช่วยให้เขาผ่านพ้นความเลวร้ายไปได้ไม่มีอยู่จริง"

    …….

     'ยอดเยี่ยม!สมเหตุสมผลดี เราอาจจะมีเบาะแสใหม่จากนี้ ขอบคุณมาก ทัชชา'" นนทีกล่าว