เหวยเซียงทำหน้าที่เป็นางกำนัลที่ปกป้องเ้านายได้อย่างดีเยี่ยมจนกระทั่งพระสนมเซียงเซียงสามารถตั้งครรภ์จนครบ 7 เดือน โดยที่พระนางและบุตรในครรภ์ยังคงแข็งแรงดีทุกอย่างแต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่อาจต่อต้านภัยอันตรายที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างขุนนางกังฉินได้
ณท้องพระโรง
“เ้ามีอะไรจะพูด สนมเซียงเซียงนี่เ้ากล้าสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มฏเลยอย่างนั้นหรือ” ฝ่าาทรงตบโต๊ะเสียงดังด้วยอารมณ์กริ้ว
“ไม่เป็ความจริงเพคะ หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะได้โปรดคืนความเป็ธรรมให้หม่อมฉันด้วย” พระสนมเซียงเซียงทรงคุกเข่า
“หลักฐานแ่า นี่ไงป้ายหยกที่เรามอบให้กับเ้ามันก็อยู่กับขุนนางชั่วคนนั้น” ฝ่าาทรงหยิบป้ายหยกแล้วโยนให้พระสนมดูให้ชัดๆ
“หม่อมฉันทำป้ายหยกหายไปเพคะและหม่อมฉันก็ไม่รู้ด้วยว่ามันอยู่กับขุนนางคนนั้นได้อย่างไร” พระสนมทรงแปลกพระทัย
“เ้าพูดยังไงก็แก้ตัวไม่ขึ้น เ้าถือว่าตัวเองนั้นตั้งครรภ์ลูกของเราเ้าเลยคิดว่าจะทำอะไรก็ได้และสามารถรวบอำนาจมาไว้ที่เ้าได้สินะ” ฝ่าาทรงเชื่อตามหลักฐานตรงหน้าเท่านั้น
“หม่อมฉันมิบังอาจคิดเช่นนั้นเพคะ ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะ” พระสนมทรงอ้อนวอน
“ข้าขอปลดเ้าจากการเป็สนม และเนรเทศเ้าไปอยู่ชายแดน” ฝ่าาตรัสสั่ง
“ไม่นะเพคะ หม่อมฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น”พระสนมทรงดิ้นไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องตัวพระนาง
“ทหาร! มาพาตัวนางไปเดี๋ยวนี้ก่อนที่เราจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่” ฝ่าาทรงเดือดจนถึงขีดสุด
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
“หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะ ได้โปรดฟังหม่อมฉันก่อนเพคะ” พระสนมทรงะโ
และแล้วอดีตพระสนมเซียงเซียงก็ถูกจับไปขังในคุกหลวงพร้อมกับเหวยเซียงฐานสมรู้ร่วมคิด
ณคุกหลวง
“ทรงอย่าเสียพระทัยเลยนะเพคะสักวันฝ่าาต้องทรงทราบความจริงว่าพวกเราถูกปรักปรำเพคะ” เหวยเซียงพยายามปลอบ
“กว่าจะถึงวันนั้น พวกเราก็ได้ไปอยู่ชายแดนแล้ว แล้วลูกของเราจะเป็ยังไงเขาต้องลำบากแค่ไหน” อดีตพระสนมทรงกังวล
“หม่อมฉันจะหาทางคืนความเป็ธรรมให้พวกเราให้จงได้เพคะ” เหวยเซียงกล่าวคำมั่น
“ครั้นจะส่งสารไปบอกเสด็จพี่ ก็ทำไม่ได้” อดีตพระสนมทรงดำริไปถึงองค์ชายรอง
“เอาไว้ตอนที่พวกเราเดินทางไปชายแดน ค่อยส่งตอนนั้นก็ได้เพคะตอนนี้พระองค์ทรงบรรทมเพื่อถนอมพระวรกายไปก่อนนะเพคะ” เหวยเซียงห่วงเด็กในครรภ์ของอดีตพระสนม
******************************
แต่แล้วก็ไม่มีใครที่สามารถช่วยเหลือหรือล้างมลทินให้อดีตพระสนมเซียงเซียงได้เลยตอนนี้พระนางถูกปลดเป็สามัญชนไปแล้ว จำต้องออกเดินทางด้วยการเดินไปยังชายแดนอันไกลโพ้น
“พระสนมทรงตั้งครรภ์อยู่นะ ท่านควรหาเกี้ยวให้นางสิ” เหวยเซียงกล่าวกับทหาร
“นางไม่ได้เป็พระสนมอีกแล้ว เ้าอย่าลืมสิ” ทหารเตือน
“แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็คนท้อง หากนางแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง” เหวยเซียงคิดว่าทหารอาจมีมโนธรรมอยู่บ้าง
“ตอนที่นางไปใช้แรงงานที่ชายแดน ยังไงลูกของนางก็คงไม่รอดหรอก” ทหารคาดการณ์
“พวกท่านใจร้ายเกินไปแล้ว” เหวยเซียงตวาด
“เดินทางต่อเถิดแม่นางอย่าพูดมาก” ทหารไม่รับฟัง
แต่ทว่าพอเดินทางไปได้ไม่นานและยังไม่ถึงประตูเมืองเลย อยู่ดีๆก็มีชายชุดดำลอบโจมตีหวังจะชิงตัวอดีตพระสนม ในตอนนี้ชายชุดดำกำลังต่อสู้กับเหล่าทหาร
เหวยเซียงจึงรีบจูงมือเ้านายเพื่อหลบหนีเพราะกลัวคนร้ายจะมาฆ่าพวกนาง
“รีบหนีเร็วเข้าเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“เราวิ่งไม่ไหวจริงๆ เราเจ็บท้อง” อดีตพระสนมทรงจับไปที่ท้อง
“งั้นรีบหาที่ซ่อนก่อนเพคะ ทรงหลบอยู่หลังพระพุทธรูปในบ้านร้างนะเพคะหม่อมฉันจะล่อพวกมันไปที่อื่น” เหวยเซียงกล่าวแผนการ
“มันอันตรายเกินไปนะเหวยเซียง” อดีตพระสนมทรงห่วง
“หม่อมฉันวิ่งเร็ว หม่อมฉันสัญญาว่าจะรีบกลับมาเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“รักษาตัวด้วย ขอบใจเ้ามาก เหวยเซียง” อดีตพระสนมทรงซึ้งใจ
******************************
ผ่านไปหกชั่วยามเหวยเซียงก็กลับมาที่บ้านร้างอย่างปลอดภัย
“โอ๊ย โอ๊ย ปวดท้องเหลือเกิน ใครก็ได้ช่วยเราด้วย”อดีตพระสนมทรงนอนจับท้องด้วยความเ็ป
เหวยเซียงรีบไปดูอาการอดีตพระสนม“น้ำเดินแล้ว พระองค์ทรงจะคลอดแล้วหรือเพคะ”
“โอ๊ย ปวดเหลือเกิน ช่วยด้วย เหวยเซียง” อดีตพระสนมทรงปวดมากจริงๆ
เหวยเซียงรีบต้มน้ำร้อนจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อทำการคลอดเด็กที่คลอดก่อนกำหนดทันที
“ออกแรงเบ่งอีกนิดนะเพคะ ใกล้แล้วเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“อู้แว้ๆ อู้แว้ๆ อู้แว้ๆ อู้แว้ๆ”
“เด็กผู้ชายเพคะ” เหวยเซียงทำการตัดรกแล้วอุ้มไปให้แม่ของเขาดู
“จริงหรอ นี่เรามีลูกชาย เขาแข็งแรงดีใช่มั้ย” อดีตพระสนมทรงดีพระทัย
“เขาแข็งแรงดีเพคะ” เหวยเซียงรู้สึกยินดีที่เด็กปลอดภัย
“เราขอตั้งชื่อเขาว่า หลี่ซู ขอเราดูหน้าลูกหน่อย” อดีตพระสนมทรงตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูก
“นี่เพคะ” เหวยเซียงอุ้มเด็กเข้าไปใกล้ๆอดีตพระสนม
“หน้าตาของเ้าช่างเหมือนพ่อยิ่งนัก ไม่มีเค้าโครงเหมือนเราเลย” อดีตพระสนมกล่าว
“เขามีไฝแดงสามเม็ดที่ต้นคอด้วยเพคะ” เหวยเซียงเปิดให้ดู
“สมกับเป็โอรสที่ฟ้าประทานจริงๆแต่ลูกแม่คงมีกรรมหนักที่ต้องไปตกระกำลำบากกับแม่ที่ชายแดนนะลูก” อดีตพระสนมทรงเช็ดน้ำตา
สักพักอดีตพระสนมก็ส่งลูกคืนให้กับเหวยเซียงจากนั้นนางก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ใครน่ะ ้าอะไร” เหวยเซียงได้ยินฝีเท้า
“เราเอง ขันทีข้างกายองค์ฮองเฮา”
“ท่านมาทำอะไรที่นี่เ้าคะ” เหวยเซียงใที่คนรู้จัก
“ข้า้าเด็ก” ขันทีกล่าวสั้นๆ
“ไม่ได้นะเ้าคะ เขาเป็ลูกของอดีตพระสนม ท่านจะเอาเด็กไปทำอะไรจะฆ่าอย่างนั้นหรือ ตอนนี้พระสนมก็ทรงถูกปลดไปแล้ว ยังไงลูกของนางก็ไม่มีทางแย่งชิงบัลลังก์ได้หรอก”เหวยเซียงแย้ง
“ฮองเฮาทรงคลอดบุตรตายทรง้าเืเนื้อเชื้อไขของฝ่าาไปเลี้ยงเป็ลูกของพระนาง” ขันทีกล่าว
“ยังไงพระสนมก็ทรงไม่ยินยอม” เหวยเซียงรู้ดีแก่ใจ
“เ้าจะปล่อยให้เด็กไปตกระกำลำบากกับแม่ที่ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์และทนทุกข์ไปใช้งานเยี่ยงทาสที่แถบชายแดนอย่างนั้นหรือ” ขันทีกล่าว
“แต่ว่า…..” เหวยเซียงลังเล
“เ้าตรองดูดีๆเถิด กว่าที่นางจะเดินทางไปถึง นางก็คงไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกแถมเด็กอาจหิวโหยจนกระทั่งถึงแก่ชีวิต เ้าอยากให้เป็เช่นนั้นหรือ” ขันทีกล่าว
“งั้นก็ได้ ข้าจะเป็คนพาเด็กคนนี้ไปถวายให้กับองค์ฮองเฮากับมือแต่ข้ามีข้อแม้” เหวยเซียงยอมรับฟัง
“ว่ามาได้เลย” ขันทีรู้สึกดีใจ
“ในระหว่างที่ข้าไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮา ท่านจะต้องคอยคุ้มกันอดีตพระสนม”เหวยเซียงกล่าว
“ข้ารับปาก จะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายนางได้” ขันทียอมรับข้อแม้
เหวยเซียงมองไปที่เด็กและคุกเข่าต่อหน้าอดีตพระสนมด้วยความรู้สึกผิด “อภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉัน้ารักษาชีวิตพระโอรสหลี่ซูหวังว่าพระองค์จะทรงเข้าพระทัยนะเพคะ” เหวยเซียงจำใจต้องทำ
“รีบไปเถิด เดี๋ยวมีคนสงสัย” ขันทีเตือน
เหวยเซียงพยักหน้าให้กับขันทีแล้วนางก็รีบอุ้มเด็กไปที่ตำหนักองค์ฮองเฮา
******************************
ณตำหนักฮองเฮา
“ฮือ ฮือ ลูกแม่ ลูกไม่น่าตายเลย ทำไม ทำไมกัน” ฮองเฮาทรงกรรแสง
“หม่อมฉันเหวยเซียง ถวายพระพรเพคะ” เหวยเซียงคารวะ
“นี่คือลูกของอดีตพระสนมอย่างนั้นหรือ นางตั้งครรภ์เพียงเจ็ดเดือนเหตุใดถึงคลอดพร้อมกันกับเรา” ฮองเฮาทรงคลอดตามกำหนด
“พระนางทรงมีสภาวะกดดันหลายด้านเพคะ” เหวยเซียงรู้ดีว่าอดีตพระสนมทรงเครียดมากแค่ไหน
“ขอเราดูเด็กหน่อย” ฮองเฮาตรัส
“นี่เพคะ” เหวยเซียงยอมส่งเด็กให้กับฮองเฮา
“เขาช่างเหมือนฝ่าาอย่างกับพิมพ์เดียวกัน” ฮองเฮาทรงยิ้มบางๆพระนางทรงอิจฉาที่ลูกของพระนางไม่แข็งแรงเหมือนกับเด็กทารกคนนี้
“ขอบพระทัยเพคะ ที่พระองค์ทรงยอมดูแลเขาเหมือนลูกของพระองค์ เขามีชื่อว่าหลี่ซูเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“เราจะพยายามเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดก็แล้วกัน” ฮองเฮาทรงไม่แน่พระทัยเพราะยังไงเด็กก็เป็ลูกคนอื่น
“งั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ” เหวยเซียงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
เหวยเซียงแกล้งออกไปจากตำหนักฮองเฮาจากนั้นก็หลบอยู่หลังพุ่มไม้ เพื่อดูให้แน่ใจว่าฮองเฮาทรงยอมรับเด็กคนนี้เหมือนลูกจริงๆหาใช่้าฆ่าเด็กไม่
แต่แล้วหลังจากที่ฮองเฮาทรงส่งเด็กให้กับนางกำนัลได้ไม่นานอยู่ดีๆฮองเฮาก็ทรงกระอักเื
“ทรงเป็อะไรไปเพคะฮองเฮา รีบตามหมอหลวงเร็วเข้า” นางกำนัลตื่นตระหนก
ก่อนที่หมอหลวงจะมานางกำนัลจำต้องกำจัดพระศพเด็กทารกที่เพิ่งตายไปหลังฮองเฮาทรงคลอดทันทีเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าพระนางทรงคลอดเด็กตายจากนั้นก็แสร้งจัดฉากนำเด็กมานอนในเปลใกล้ๆพระนาง
พอหมอหลวงมาถึงก็รีบมาตรวจพระอาการจากนั้นเขาก็ส่ายหน้า
“หมายความว่ายังไงหมอหลวง ทำไมท่านไม่รักษาพระนางล่ะ” นางกำนัลใ
“พระนางทรงมีพระวรกายอ่อนแอมาก ตอนนี้ชีพจรก็เต้นอ่อนพระนางอาจไม่พ้นคืนนี้” หมอหลวงไม่อาจรักษาชีวิตพระนางได้
“ไม่ได้นะ หากฝ่าาทรงรู้ พระองค์ต้องทรงปะาท่านแน่” นางกำนัลรีบขู่
“ข้าจนปัญญาจริงๆ คงต้องรอปาฏิหาริย์เท่านั้น” จากนั้นหมอหลวงก็กลับสำนักแพทย์ทันที
“ฮือ ฮือ ทรงทำพระทัยดีๆไว้นะเพคะ ฮองเฮา” นางกำนัลคนสนิทร้องไห้
“ไปตามฝ่าาดีหรือไม่” นางกำนัลอีกคนกล่าว
“พระองค์ทรงประชุมกับเหล่าขุนนางเื่กวาดล้างฏทรงไม่มีเวลามาที่นี่น่ะสิ” นางกำนัลคนสนิทคาดการณ์
“ทั้งที่ฮองเฮาทรงใกล้สิ้นพระชนม์อย่างนั้นหรือ” นางกำนัลอีกคนรู้สึกสงสารเ้านายจับใจ
“บังอาจ เ้าจะทำอะไรน่ะเหวยเซียง” นางกำนัลคนสนิทหันไปเห็นเข้าทันที
“ข้ามีวิชาหมอ พระนางยังมีโอกาสรอด” เหวยเซียงกล่าวอย่างมั่นใจ
“จริงหรอ ทำยังไงล่ะ” นางกำนัลคนสนิทรู้สึกมีความหวัง
“ตอนนี้ภายในห้องบรรทมของพระนางมีชะมดเช็ดอยู่เต็มไปหมดต้องรีบพาพระนางไปรักษาที่อื่น และต้องรีบขับพิษให้หมดเสียก่อน ถึงมีโอกาสรอด”เหวยเซียงกล่าว
“จะดีหรอ นางเป็เพียงนางกำนัลนะ แถมเป็คนสนิทของอดีตพระสนมด้วย” นางกำนัลอีกคนไม่เชื่อถือ
“ตามใจนะ ข้าไม่รักษาให้ก็ได้” เหวยเซียงยักไหล่
“รีบเถิดแม่นาง ชีวิตคนสำคัญกว่าไม่ใช่หรือ” นางกำนัลคนสนิทรีบขอร้อง
“งั้นรีบไปห้องอื่น” เหวยเซียงสั่ง
ห้องนั้นก็คือห้องพักของนางกำนัลคนสนิท
เหวยเซียงพยายามสูดกลิ่นเพื่อดูว่าภายในห้องมีพิษอะไรหรือไม่เมื่อพบว่าไม่มี นางก็เลยรีบสั่งให้นางกำนัลไปต้มสมุนไพรตามที่เหวยเซียงสั่งพอได้ยามาก็รีบประคองให้ฮองเฮาทรงดื่มจนหมดถ้วยจากนั้นเหวยเซียงก็รีบฝังเข็มให้พระนางทันที
นางกำนัลต้องคอยเช็ดเหงื่อให้กับเหวยเซียงเพราะกว่าจะฝังเข็มเสร็จก็ปาไปสองชั่วยาม
จากนั้นไม่นานพระนางก็ทรงกระอักเือีก
“แน่ใจนะว่าเ้ารักษาได้” นางกำนัลอีกคนไม่เชื่อถือเช่นเคย
“ตอนนี้ พิษถูกขับออกหมดแล้ว เหลือเพียงให้พระนางทรงพักผ่อนที่นี่เท่านั้น” เหวยเซียงจับชีพจร พอพบว่าเต้นปกติดีแล้วก็เลยกล่าว
“จะดีหรือที่ไม่ให้พระนางกลับไปในห้องบรรทม” นางกำนัลคนสนิทกังวล
“พวกเ้าจะต้องไปทำความสะอาดห้องของฮองเฮา พร้อมกับกำจัดพิษที่แฝงอยู่ในห้องนั้น”เหวยเซียงสั่งการ
“เป็ไปได้อย่างไร พิษมาได้อย่างไร”นางกำนัลคนสนิทสงสัย
“ขอข้าไปดูก่อน เดี๋ยวก็รู้” เหวยเซียง้าตรวจสอบให้แน่ชัด
******************************
ณห้องบรรทมของฮองเฮา
“นี่ไง มีกลิ่นชะมดเช็ดในกล่องกำยานนี้” เหวยเซียงกล่าว
“นี่คือกล่องกำยานที่พระสนมเอกทรงถวายให้กับฮองเฮานี่” นางกำนัลคนสนิทใไม่คิดว่าพระสนมเอกจะปองร้ายฮองเฮา
“งั้นก็คงเป็กรรมตามสนองแล้วนี่อาจเป็ผลที่พระองค์ทรงเคยมอบแป้งหอมที่ผสมชะมดเช็ดให้กับอดีตพระสนมเซียงเซียง”เหวยเซียงกล่าว
“เ้ารู้ได้ยังไง อ้อใช้ เ้าเป็หมอนี่” นางกำนัลคนสนิทใ
“พระองค์คงสูดพิษมายาวนานมากจนมีผลให้เด็กในครรภ์อ่อนแอมากถึงขั้นเสียชีวิตหลังคลอด” เหวยเซียงคาดการณ์
“พระสนมเอกทรงอำมหิตยิ่งนัก” นางกำนัลคนสนิทแค้นแทนเ้านาย
“ก็เหตุผลเดียวกันกระมัง”เหวยเซียงมองเห็นฟ้าดินลงโทษ
“นี่เ้ากล้าว่าฮองเฮาอย่างนั้นหรือ ช่างบังอาจยิ่งนัก” นางกำนัลคนสนิทตวาด
“และเห็นมั้ยล่ะว่า์ได้ลงโทษเช่นไร การปองร้ายบุตรของผู้อื่นมีผลทำให้บุตรของตัวเองถึงแก่ชีวิต นับว่า์มีตา” เหวยเซียงกล่าว
“ฮองเฮาทรงฟื้นแล้ว” ขันทีกล่าว
นางกำนัลคนสนิทจึงพาเหวยเซียงไปตรวจพระอาการอีกครั้งก่อนออกไป
“เ้าช่วยชีวิตเราไว้ หากเ้ามีอะไรให้เราช่วย บอกเราได้เลย” ฮองเฮาทรงซึ้งพระทัย
“พระองค์ทรงดูแลพระโอรสหลี่ซูให้เหมือนบุตรของพระองค์จะได้มั้ยเพคะ”เหวยเซียงกล่าว
“เรารับปากเ้า” ฮองเฮาทรงสำนึกผิดในบาปที่พระองค์ทรงเคยกระทำแล้วมันมีผลต่อชีวิตบุตรของพระองค์
“ทรงรักษาพระองค์ด้วย พระสนมเอกทรงไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้แน่” เหวยเซียงเตือน เพราะตนและเ้านายโดนมาแล้ว
“เราจะปกป้องลูกของเรายิ่งชีวิตจะไม่ยอมให้นางและน้องสาวของนางมาปองร้ายเรากับลูกได้อีก” ฮองเฮาตรัสคำมั่น
“งั้นหม่อมฉันขอทูลลาเพคะ” เหวยเซียงรู้สึกหมดห่วง
ในตอนนี้ฮองเฮาทรงสำนึกผิดกับบาปที่พระองค์ทรงเคยกระทำแล้วการกำจัดลูกของคนอื่น มีผลทำให้ลูกของพระองค์ทรงได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ต่อไปพระองค์ทรงจะไม่ยอมเข่นฆ่าชีวิตผู้ใดอีกแล้ว
******************************
ณบ้านร้าง
ขันทีได้กลับไปหลังจากที่เหวยเซียงมาถึงบ้านร้างแล้ว
ผ่านไปไม่นานอดีตพระสนมก็ทรงฟื้น
“ทรงฟื้นแล้วหรือเพคะ ทรงหิวมั้ย เดี๋ยวหม่อมฉันไปซื้อหมั่นโถมาให้”เหวยเซียงกล่าว
“ลูกของเราอยู่ไหน ทำไมเราไม่เห็นเขา” อดีตพระสนมพยายามมองหาลูกน้อย
“เอ่อ คือ” เหวยเซียงรู้สึกละอายใจ
“เหวยเซียง เ้าอ้ำอึ้งทำไม” อดีตพระสนมทรงขมวดพระขนง
“หม่อมฉันได้มอบพระโอรสให้กับฮองเฮาไปแล้วเพคะ” เหวยเซียงสารภาพ
“เ้าว่าไงนะ นี่เ้ากล้ามอบลูกของเราไปให้ศัตรูได้ยังไง” อดีตพระสนมทรงตกพระทัย
“ฟังหม่อมฉันก่อนเพคะ โอ๊ย!”เหวยเซียงจับไปที่แก้มเพราะโดนตบอย่างแรง
“เ้าไม่มีสิทธิ์มอบลูกเราให้ใครทั้งนั้นอย่าลืมสิว่าเ้าเป็เพียงนางกำนัลคนหนึ่งเท่านั้น” อดีตพระสนมทรงกริ้วมาก
“หม่อมฉันรู้เพคะ แต่ที่หม่อมฉันทำลงไปก็เพื่อปกป้องพระโอรสหากเขายังคงอยู่กับพระองค์ เขาอาจไม่รอดนะเพคะ พวกเราจะต้องเดินไปชายแดนและต้องไปใช้แรงงานที่นั่นอีก”เหวยเซียงกล่าว
“แต่ถึงอย่างไรการที่ลูกได้อยู่กับแม่บังเกิดเกล้าย่อมดีกว่าไปอยู่กับคนอื่นไม่ใช่หรือ” อดีตพระสนมตรัส
“ตอนนี้พระโอรสทรงปลอดภัยดี ต้องมีสักวันที่พระองค์จะได้พบบุตรอีกนะเพคะ”เหวยเซียงกล่าวทั้งน้ำตา
“เลิกพูดได้แล้วเหวยเซียง เราไม่เคยมีนางกำนัลอย่างเ้าต่อไปเ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเราอีก ต่างคนต่างอยู่”อดีตพระสนมตรัสเสียงแข็ง
“แต่ว่า” เหวยเซียงเป็ห่วงเ้านายมาก
“ไปซะ ก่อนที่เราจะบีบคอเ้าตายเสียแต่ตอนนี้” อดีตพระสนมทรงแค้น
เหวยเซียงรับรู้อารมณ์โกรธของเ้านายตอนนี้พระนางไม่อยากทอดพระเนตรเห็นหน้าของนาง ดังนั้นนางจึงยอมจากไปแต่โดยดี
เหวยเซียงพึมพำเบาๆว่า“ขออภัยด้วยเพคะ แต่สักวันพระองค์ทรงจะเข้าพระทัยในสิ่งที่หม่อมฉันกระทำ”
แต่ทว่าผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามชายชุดดำก็สามารถตามหาอดีตพระสนมเจอ และพวกเขาก็รีบจับกุมตัวอดีตพระสนมที่ตอนนี้นางหมดเรี่ยวแรงทั้งกายและใจ