ตอนที่5 ปราบปรามญาติไร้ค่า
หลิวเย่จัดยาสมุนไพรแก้าเ็ให้แม่ของเขาเสร็จแล้วก็มาเข้าห้องนอนเขาเพื่อวางแผนแก้แค้นครอบครัวลุงที่ย้อนเกล็ดของเขา นั่นคือบรรทัดล่างสุดที่เขายอมไม่ได้
ในชีวิตตอนนี้แม่คือคนเดียวที่เขารักและห่วงใยมากที่สุด
ขณะที่หลิวเย่กำลังคิดวางแผนอยู่นั้นฉับพลันเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในใจ “แค๊ก แค๊ก”เสียงไอของเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่
“ท่านเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่เกิดอะไรขึ้น” หลิวเย่ถามด้วยความกังวลใจ
“เศษเสี้ยวจิติญญาของข้าถูกอาวุธสมบัติปิดกั้นข้าจะฝากข้อความโดยใช้เศษเสี้ยวห้วงสุดท้ายนี้ก่อนจะหาย เ้าจงจำไว้ว่าต้องหาทางไปช่วยข้าให้ได้อย่าเป็คนมองโลกในแง่ดี หากคิดจะจัดการศัตรู จงเด็ดขาดทุกแห่งหนผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ใช้ชีวิตให้ดีอย่าประมาท จงก้าวออกจากโลกเมื่อเ้าไปถึงขอบเขตแกนเทพแล้วข้าจะมอบศิลปะจิติญญาชูราให้กับเ้า.....”สิ้นเสียงพลันมีแสงสีขาวแวบวาบในตันเถียนของเขาก่อนจางหายไป
หลิวเย่พลันตัวร้อนมากขึ้นเรื่อยๆเขาปวดหัวแทบะเิ ร่างกายเ็ปปานถูกไฟไหม้ จิติญญาคล้ายแตกสลาย
ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวเย่รู้สึกตัวในสภาพที่เหงื่อชุ่มกาย ความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอีกระดับเขาลองทดสอบจิติญญาชูราที่ได้รับ ปรากฏว่าเขาสามารถล่องหน สะกดจิต จิติญญาของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากสามารถสื่อสารกับสรรพสัตว์ได้ เขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจถึงแม้ว่าเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่จะหายไปแต่เขามั่นใจว่าโชคชะตาจะนำพาเขาไปถึงจุดหมาย
หลิวเย่ตัดสินใจแล้วว่าจะจัดการกับครอบครัวของลุงอย่างไรการปราบปรามญาติไร้ค่าที่แท้จริงคือไม่ให้พวกเขามีโอกาสมีแก้แค้นแม่และเขาได้ตลอดชีวิต
หลิวเย่พริ้วกายเป็แสงวูบดำไปทางบ้านลุงจากนั้นเขาสะกดิญญาลุงและป้า ทำให้พวกเขากลายเป็คนวิกลจริตและปัญญาอ่อนส่วนพี่ชายของป้าก็ถูกสะกดิญญาให้เขานอนหลับเป็พืชผัก ส่วนลูกพี่ลูกน้องชายหญิงที่เป็ลูกลุงกับป้าเขาเคลื่อนตัวโดยใช้พลังขอบเขตสร้างฐานรากซึ่งใช้เวลาเดินทางไปยังบ้านพวกเขาในอำเภอต้าถงเพียงหนึ่งชั่วโมงจากนั้นสะกดิญญาให้พวกเขาหลงลืมตัวตน วิธีนี้สิ้นเปลืองพลังงานมาก แต่เขาคิดว่ามันคุ้มที่จะทำ
รุ่งเช้ามีเสียงโวยวายดังไปทั่วหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านและผู้าุโหลายคนไปบ้านลุงกับป้าหลิวเย่ไม่ได้เดินออกไปดูแต่เขาใช้ัั์แทน
“หลิวฮั่นกับเมียต้องไปลบหลู่เทพเ้ามาแน่ๆถึงกลายเป็แบบนี้”
“มันแปลกนะเมื่อวานพวกเขายังดีๆกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“สมน้ำหน้า พวกเขานิสัยเลวชอบโกงข้าบ่อยครั้ง”
“เฮ้อ.....พวกเขาต้องพบเจอผีสางเทวดาแน่นอนนั่นคือการลงโทษ” เสียงของชาวบ้านที่ไปดูต่างพากันพูดเซ็งแซ่
ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการผู้าุโต่างพากันส่ายหน้าและแนะนำให้พวกเขาไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาล
“เกิดอะไรขึ้นกับลุงและป้ากัน”เจียงหรานหรานถามหลิวเย่ด้วยความสงสัย เช้านี้อาการาเ็ของเธอทุเลาไปมากแล้ว
“เทพเ้าคงลงโทษพวกเขาน่ะแม่อย่าสนใจเลย” หลิวเย่ก้มหน้าตอบเสียงเรียบแต่ดวงตาฉายแววสะใจ นั่นคือการลงโทษแบบเบาๆที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็ฝีมือของหลิวเย่อย่างแน่นอนไม่จำเป็ที่เขาต้องใช้พละกำลัง การต่อสู้ควรใช้กับคนบางจำพวกเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาร้องเรียนได้
สองวันนี้หลิวเย่ดูแลแม่และดำเนินการปรับปรุงบ้านจนแล้วเสร็จเขาแวะไปดูแลลุงกับป้าทุกวันที่โรงพยาบาลเพื่อลดความสงสัยของผู้คนเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็หลานของพวกเขาสุดท้ายเขาก็ช่วยออกค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อช่วยในการรักษาพวกเขาตอนนี้เขาไม่ลำบากเื่เงินแล้วเพื่อตัดปัญหาเขายินดีจ่ายเงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวนต่อเดือน
ส่วนลูกพี่ลูกน้องชายหญิงของเขานั้นชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าพวกเขาอกตัญญู ไม่ยอมรับว่าเป็ลูกของลุงป้ามีเพียงลูกพี่ลูกน้องชายชื่อหลิวเผิงที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านที่อำเภอและสืบทอดกิจการต่อส่วนลูกพี่ลูกน้องหญิงชื่อหลิวม่านม่านนั้น เธอหายสาบสูญไป ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน
นี่คือบทลงโทษของญาติที่ไร้ค่า!
เหลือเวลาอีกห้าวันจะเปิดเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วถึงเวลาที่หลิวเย่ต้องออกเดินทาง เขามอบเงินจำนวนหนึ่งไว้กับแม่ของเขา
หลังจากจ่ายค่าผลไม้ไปแล้วเขามีเงินเหลือ700,000 กว่าหยวน มันมากพอที่จะซื้ออพาร์ตเมนท์ดีๆสักแห่ง
เขาเดินออกจากสนามบินเมืองเทียนจินจากนั้นเรียกแท็กซี่ไปที่ย่านเหอโจวที่นี่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจินมากที่สุดเพียง 500 เมตรเป็ย่านของคนรวย แต่คนที่รวยอย่างแท้จริงจะอยู่ที่บนเขาชายฝั่งทะเลย่านหวงหลง(ัทอง)
ในที่สุดหลิวเย่พบอพาร์ตเมนท์ที่เหมาะสมย่านเหอโจวโซน G ห้อง 905 ขนาด 80 ตารางเมตร มี 2ห้องนอน ราคา 600,000 หยวน เขากัดฟันจ่ายอย่างเต็มใจ
เขาจำเป็ต้องมีที่พักนอกมหาวิทยาลัยเพราะมีความลับมากมายที่เขาไม่้าให้ใครรู้
จากนั้นเขาไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆเพื่อซื้อเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็บางอย่าง ตอนนี้เขาเหลือเงินเพียง 30,000กว่าหยวน
หลังทานอาหารค่ำแล้วเขามีเวลาเหลืออีก 4 วันก่อนไปลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยเวลามีพอที่จะเดินทางไปหาเงินยังต่างโลกอีกครั้ง เขาวางแผนที่จะออกเดินทางแต่เช้าตรู่เนื่องจากรอบก่อนเวลาระหว่างสองโลกใกล้เคียงกันเขาไม่้าไปถึงตอนกลางคืน
เขากำหนดจิตไปยังตรอกมืดในเมืองซูอาณาจักรเทียน
แสงสว่างวาบขึ้นและจางหายไปทันทีหลิวเย่จ้องมองท้องแขนซ้ายเพื่อยืนยันความคิด เขาพบว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องนั่นคือมีสามจุดชัดเจนที่หมายถึงพิกัดระหว่างสามสถานที่ ได้แก่ ห้องพักในโรงแรมห้องนอนในอพาร์ตเมนท์ และเมืองซู
เขาถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ได้ไปโผล่ในห้องพักคฤหาสน์ของฟางกง
รอบนี้เขาตั้งใจที่จะหาซื้อบ้านเพื่อกำหนดพิกัดที่เหมาะสมแทนมุมมืดแห่งนี้
หลิวเย่สูดหายใจเปิดรูขุมขนเพื่อรับพลังฉีที่เข้มข้นอย่างเต็มกำลังเขากำลังชดเชยการฝึกฝนที่แห้งแล้งจากโลก
เขาทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ของเมืองซูและใช้ศิลปะจิติญญาชูราเพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้กลายเป็ชายวัยกลางคนแทนจากนั้นหยิบส้ม 6 ผลใส่ในถุงผ้าที่เตรียมไว้
หลิวเย่เดินเตร็ดเตร่บนถนนสายกลางซึ่งเป็ถนนเส้นหลักของเมืองซูมองไกลๆจากจุดที่หลิวเย่ยืนอยู่จะเห็นคฤหาสน์หลังโตโอ่อ่าของเ้าเมืองทางฝั่งทิศตะวันออกถนนฝั่งทางทิศเหนือและตะวันออกจะคึกคักเป็พิเศษในขณะที่ทางทิศใต้จะมีชีวิตชีวาน้อยส่วนทางฝั่งทิศตะวันตกค่อนข้างเงียบเหงาเป็แหล่งที่อยู่อาศัยของคนยากจนคนไร้บ้านและขอทาน มีวัดร้างอยู่หนึ่งแห่ง
เขาใช้ัั์สำรวจร้านค้าเป้าหมายเพื่อความรวดเร็วแทนเพราะมีทหารเดินกันพลุกพล่านจากสถานการณ์าที่เริ่มปะทุทางชายแดนทั้งทิศตะวันออกและตะวันตกพร้อมกัน
“เอ๊ะ!”หลิวเย่พบร้านค้าจำหน่ายผักและผลไม้ร้านหนึ่งที่ดูทรุดโทรมทางด้านขวามือห่างออกไปราว500 เมตร
เมื่อหลิวเย่เดินมาถึงหน้าร้านขายผักและผลไม้เขาพบเถ้าแก่ร้านไล่ลูกค้าที่มาซื้อของปรากฏว่าเป็ครอบครัวที่เขาเคยช่วยเหลือไว้คราวก่อน
“ข้าไม่รับลูกจ้างไปให้พ้น!”เถ้าแก่ร้านะโไล่เสียงดังด้วยน้ำเสียงดูถูกแกมโมโห
“เถ้าแก่ได้โปรดเถิดข้าไม่เอาค่าแรงก็ได้ ขอเพียงที่พักและอาหารสักมื้อให้พวกข้าก็พอ” คู่สามีภรรยาคุกเข่าตอบด้วยเสียงเศร้าสร้อยโดยมีเด็กชายตัวน้อยยืนร้องไห้อยู่ข้าง
“าแบบนี้ข้าเองก็จะเอาตัวไม่รอดเหมือนกันอีกสองวันข้าจะปิดร้านแล้ว”เถ้าแก่ตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวพลางหันหลังกลับเข้าไปในร้าน
คนเดินผ่านไปมาไม่มีใครสนใจสถานการณ์ดังกล่าว คนอพยพเริ่มเข้ามา ขอทานมีมากขึ้นข้าวของราคาแพงจากภาวะวิกฤติา ทหารเดินตรวจการณ์ก็เดินผ่านไปโดยไม่ได้สนใจเหตุการณ์นี้เช่นกัน
หลิวเย่สนใจที่จะช่วยครอบครัวนี้เพราะเขา้าให้มีตัวแทนทำการค้าแทนแต่ตอนนี้เขาต้องหาสถานที่ก่อน จึงเพียงมองตามหลังครอบครัวนั้นที่เดินห่างออกไป
หลิวเย่ก้าวเข้าไปในร้านเถ้าแก่รีบออกมาหาพลางถามเขาว่า “นายท่าน้าซื้อหาสิ่งใด ข้ารับรองว่าขายราคายุติธรรมที่สุด”หลิวเย่ส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วหยิบส้มออกมาจากถุงผ้า “เถ้าแก่ท่านรับซื้อส้มไหม”
เถ้าแก่ร้านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนทำตาโตแล้วรีบดึงเขาเข้าไปด้านในร้านพลางถามเขา“นายท่านเอาส้มมาจากที่ใด มีมากไหม” ประกายตาฉายแววโลภออกมา
“ข้ามีมากทีเดียวเอามาจากทางทิศเหนือ มันยังพอจะผ่านชายแดนมาได้บ้าง” หลิวเย่ตอบเสียงเรียบ
“ถ้ามีมากข้ารับซื้อชั่งละ 30 เหรียญเงิน” เถ้าแก่ตอบพลางหัวเราะร่วน
หลิวเย่หรี่ตาลง
เขาได้ยินราคามาก่อนหน้านี้แล้วผลไม้ของร้านมีเพียงลูกพลับและลูกท้อเหี่ยวๆ ที่ขายราคาชั่งละ 1-2 เหรียญทองเถ้าแก่คนนี้เ้าเล่ห์และโลภมากเกินไป เขาซื้อถูกแต่ขายแพงถึงแม้ว่าจะเป็ภาวะา แต่การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านลำบากมากขึ้น
“งั้นไม่เป็ไร”หลิวเย่ส่ายหน้าปฏิเสธ
“ข้าให้เพิ่ม 40เหรียญเงิน นี่ให้เต็มที่แล้ว” เถ้าแก่กัดฟันตอบเสียงเข้ม
“เถ้าแก่จะย้ายรึ”หลิวเย่เปลี่ยนเื่ทันที
เถ้าแก่มองเขาอย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจ“เฮ้อ.....ข้าจะย้ายไปหาบุตรชายทางเหนือ ที่นี่มีสินค้าเข้ามาน้อยคนอยพยก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารแพงจนข้าต้องปลดคนงานออกหมด”
“แล้วท่านตั้งใจจะขายร้านนี้เท่าใด?”
“โอ้.....ถ้าเ้าจะซื้อข้าขายไม่แพง ไม่แพง แค่ 20,000 เหรียญทองเท่านั้นเอง”ประกายตาโลภและเ้าเล่ห์วาบในดวงตาแต่เถ้าแก่ตอบกลับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
“อืม.....ข้ามีเพียงส้มที่ขนส่งมาได้20,000 ชั่งพอดี เฮ้อ.....คงไม่มีปัญญาซื้อร้านจากท่าน” หลิวเย่ถอนหายใจ
“โอ้ โอ้ นั่นไม่เป็ไรข้าเป็คนใจดี ข้าจะรับส้มของเ้าไว้เอง เื่ราคาร้านค้าพวกเราคุยกันได้”เถ้าแก่ตอบกลับด้วยความตื่นเต้น ถ้าเขาขายได้หมด นั่นจะเป็เงินสองเท่าของราคาร้านเขายินดีรับส้มแทนเหรียญทอง ที่นี่คนรวยมีมาก ราคาส้มชั่งละ 2เหรียญทองมีคนซื้อแน่นอน
หลิวเย่ก้มหน้ายกยิ้มมุมปาก“ถ้าเช่นนั้น......”
เถ้าแก่ร้านรีบตัดบทสนทนาทันที“เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเรามาทำสัญญาซื้อขายร้านกันได้เลยข้าจะรับส้มแทนเงินเหรียญทองเอง ตกลงไหม”เขารีบสรุปปิดการเจรจาเพราะกลัวว่าหลิวเย่จะเปลี่ยนใจ
“ในเมื่อเถ้าแก่มีใจเมตตาเช่นนั้นข้าก็วางใจ” หลิวเย่พยักหน้าตอบรับ
จากนั้นเขาไปนำส้มมาให้เถ้าแก่ตามจำนวนและนัดหมายการย้ายเข้ามาร้านในอีกสองวัน
หลิวเย่ยังคงมีเหรียญเงินคงเหลือจากคราวก่อน60 เหรียญ ซึ่งมากพอสำหรับที่พักและอาหารสองวัน เขาจึงออกไปตามหาครอบครัวหลินให้มาพักด้วยกันที่โรงเตี๊ยม
“นายท่านข้าจำท่านผู้มีพระคุณได้ แต่ท่านเป็ผู้ใดกันเล่า”ชายวัยกลางคนถามหลิวเย่ด้วยความแปลกใจและสงสัย
จากนั้นหลิวเย่พลันถอนศิลปะการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้กลับเป็ใบหน้าเดิมคู่สามีภรรยาเมื่อเห็นใบหน้าเดิมของเขาต่างพากันตื่นใและคุกเข่าลงด้วยความกลัวเกรง
“โอ้ ท่านเทพท่านมาช่วยพวกเราจริงด้วย พวกข้ายินดีเป็ทาสรับใช้ท่าน”
หลิวเย่ยืนไขว้มือสองข้างไว้ด้านหลังแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องพักเกิดแสงพร่าคล้ายมีควันจางๆหุ้มรอบตัวเขาดูคล้ายเทพที่แท้จริง “พวกเ้าลุกขึ้นเถิด ข้ามีที่พัก มีงานและอาหารให้พวกเ้าทำ”หลิวเย่ตอบเสียงเรียบ
ประโยคเรียบง่ายแต่ทำให้สองสามีภรรยาหันมามองหน้ากันด้วยน้ำตาและรอยยิ้มพวกเขาโขกหัวขอบคุณเสียงดัง
“ขอบคุณนายท่านขอบคุณนายท่าน”
“พวกเ้ามีนามว่าอันใด”หลิวเย่ถาม
“ข้าชื่อหลินซ่งภรรยาข้าชื่อผิงเหม่ย บุตรชายข้า หลินเฉิน ปีนี้ได้ 5 หนาวพวกเรามาจากเมืองเผิงฮัวที่อยู่ห่างออกไปสิบไมล์ บุตรชายข้าป่วยมาหลายวันทรัพย์สินพวกเราขายมารักษาเฉินเฉินจนหมดแล้ว จึงได้ดั้นด้นมาหางานทำพอประทังชีวิตที่นี่”หลินซ่งตอบอย่างกระตือรือร้นแต่แววตาฉายความเ็ป
“ดีข้าจะให้เงินเ้าก่อน 40 เหรียญเงินให้เ้าไปสังเกตการณ์การซื้อขายผลไม้ที่ร้านเถ้าแก่โจวและให้วางแผนซื้อของที่จำเป็บางส่วนสำหรับปรับปรุงร้านแห่งนั้น” หลินซ่งตื่นเต้นที่ได้ยินว่าหลิวเย่เป็เ้าของร้านคนใหม่เขาตบหน้าอกตัวเอง “นายท่านวางใจ ข้าเคยเป็ลูกจ้างร้านค้ามาก่อน”ผิงเหม่ยเองก็ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ส่วนหลินเฉินท่าทางเป็เด็กรู้ความไม่โวยวายหรืองอแง
หลิวเย่พยักหน้าตอบด้วยความพอใจเขาปล่อยให้พวกเขาไปพักผ่อน
ตอนนี้หลิวเย่จนมากเขาไม่มีเงินเหลือเลยสักเหรียญแต่อย่างน้อยเขาก็ได้ร้านค้าที่พร้อมสำหรับการจำหน่ายผลไม้
รุ่งเช้าขณะที่ครอบครัวหลินไปทำงานตามสั่งหลิวเย่ก็ตระเวนหาซื้อบ้านที่เหมาะสม เขาเลือกทิศใต้ที่ค่อนข้างเงียบมันจะสะดวกสำหรับการเป็ที่พัก ส่วนทางทิศตะวันตกนั้นเขาเองก็มีแผนอยู่ในใจในที่สุดเขาก็พบคฤหาสน์หลังหนึ่งขนาดกลางมี 3 อาคารหลัก โถงใหญ่ห้องพักปีกซ้าย-ขวา ห้องเก็บของและห้องครัวด้านหลัง มีรั้วทึบรอบบ้านดูแข็งแรงราคาที่นายหน้าแจ้งไว้คือ 60,000 เหรียญทอง หลิวเย่คำนวณคร่าวๆถ้าเขาขายผลไม้ได้หมดทุกชนิดจะได้เงินมากกว่า 80,000 เหรียญทอง
หลินซ่งมาแจ้งผลการสังเกตการณ์ร้านผลไม้ให้แก่เขาเขาใที่พบว่าเพียงหนึ่งชั่วโมงส้มก็ถูกขายไปหมด แสดงว่าในเมืองนี้มีคนรวยที่แอบซ่อนอยู่อีกมากดังนั้นเขาจึงไม่กังวลกับการขายผลไม้อีกเลยหลิวเย่จึงแจ้งให้หลินซ่งรู้เกี่ยวกับร้านที่จะจำหน่ายผลไม้เพียงอย่างเดียวและเตรียมการสำหรับบ้านใหม่ของเขา
เมื่อเถ้าแก่โจวย้ายออกจากร้านไปแล้วครอบครัวหลินก็ทำความสะอาดและปรับปรุงบางส่วนเงินที่เหลือหลิวเย่ให้พวกเขาไปซื้อเครื่องนอนเพราะพวกเขาอาจต้องเฝ้าร้านใน่ที่มีสินค้า
หลิวเย่มาตรวจสอบร้านตอนรุ่งเช้าก่อนเปิดร้านเขาแจ้งให้ครอบครัวหลินเฝ้าหน้าร้านไว้ขณะที่เขาเคลื่อนย้ายผลไม้ทั้งหมดออกจากมิติเก็บของไว้หลังร้านหลังจากที่คู่สามีภรรยามาเห็นกองูเาผลไม้พวกเขาตื่นใและยิ่งเคารพหลิวเย่มากขึ้นหลิวเย่ถูกมองว่าเป็เทพเ้าในสายตาของพวกเขา
ปรากฏว่าเหตุการณ์คล้ายเมื่อวานนี้ผลไม้ทั้ง 5 ชนิดได้แก่ ส้ม ลูกท้อ แอปเปิ้ล แอปริคอต และพุทธา ที่วางจำหน่ายในปริมาณ2 ใน 10 ส่วนถูกขายหมดในเวลาหนึ่งชั่วโมงและมีคนเรียกร้องให้นำผลไม้ออกมาขายเพิ่มกลายเป็ว่าผลไม้ทุกชนิดกว่า 5 ตันถูกจำหน่ายหมดภายในครึ่งวันพวกเขาขายได้รวดเร็วเนื่องจากราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับราคาของเถ้าแก่โจว ผลไม้ทุกชนิดถูกขายเหมาเพียงชั่งละ1 เหรียญทอง หลิวเย่ได้รับเงินทั้งหมด 84,000 เหรียญทอง
หลิวเย่ไปทำสัญญาซื้อขายคฤหาสน์กับนายหน้าและมอบเงินบางส่วนให้ครอบครัวหลินเพื่อดูแลสถานที่ทั้งสองแห่งและซื้อร้านค้าเพิ่มเติมอีก1-2 แห่ง จากนั้นเขาก็วาร์ปกลับโลก
ห้องพักในอพาร์ตเมนท์ย่านเหอโจวโซน G ห้อง 905
แสงสว่างวาบขึ้นในห้องนอนหลิวเย่สำรวจท้องแขนซ้ายพบว่ามีจุดพิกัด 3 แห่งต่อไปเขาอาจต้องระมัดระวังการกำหนดจุดพิกัดหากพบว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อการค้าเป็ไปด้วยดีหลิวเย่โทรศัพท์แจ้งเพื่อนร่วมชั้นหวางหยุนเต๋อให้จัดเก็บผลไม้ทั้งหมดซึ่งจะพร้อมในอีกสองสัปดาห์ต่อมาเวลาพอดีกับการฝึกทหารเสร็จสิ้น
หลิวเย่ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อขายเหรียญทองเขาไม่คิดจะไปขายที่ร้านโบราณซีอานกู้ตงอีก นั่นอยู่ไกลเกินไปและให้ราคาต่ำแก่เขาเหรียญทอง 2,000 เหรียญน่าจะได้ถึงสองล้านหยวน
เขามีแผนจะจัดตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยสำหรับดูแลบริษัทอื่นๆในเครือของเขาการมีกองกำลังของตนเองย่อมดีกว่าพึ่งผู้อื่น พนักงานที่เขาคิดไว้จะมาจากทหารปลดประจำการที่มีฝีมือหรืออาจจะแม้แต่นักฆ่าเพราะเขามีศิลปะจิติญญาชูราที่สามารถปรับแต่งจิติญญาผู้อื่นได้
หลิวเย่ตาเป็ประกายเมื่อสำรวจพลังพบว่าตอนนี้เขาเข้าสู่ระดับกลางของขอบเขตสร้างฐานรากแล้วในเวลาเพียงไม่กี่วันเขาได้เปลี่ยนแปลงจากคนธรรมดาทั่วไปกลายเป็ผู้ฝึกฝน
สถานที่ที่เขาวางแผนจะให้เป็ฐานบัญชาการหลักคือโลกโบราณเมืองซูที่แห่งนั้นมีพลังฉีที่อุดมสมบูรณ์ มันเป็ตัวช่วยที่ดีที่สุดในการฝึกฝนของเขาโลกแห่งนี้แห้งแล้งเกินไป เขากำลังคิดที่จะให้แม่เขาฝึกฝนเช่นกันแต่ภายในสภาวะการขาดแคลนพลังฉีในโลกทำให้เขาได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหัว
ภูมิปัญญาที่ได้เรียนรู้จากเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่นั้นช่วยให้เขามีประสบการณ์และมุมมองมากกว่าคนวัยเดียวกันหากจะนับตามอายุทางโลกเขาคงได้เป็ชายชรา