ขุนปราบสวาทกาม 18+

    ตอนที่ 64 | อาภรณ์กระทิงเหล็ก

    ขุนปราบกามสวาท

    ตอนที่ 64 | อาภรณ์กระทิงเหล็ก

            

            ประกายแสงสีทองและประกายแสงสีดำ ที่พุ่งตรงเข้าหากันด้วยความเร็วสูงนั้น มันทำให้เกิดแรงกดอากาศมหาศาลขึ้นมา ทำเอาอากาศบริเวณนั้นกระเจิงออกไป จนเหลืออากาศอยู่อย่างเบาบางมากๆ โดยเฉพาะตรงจุดกึ่งกลางที่ทั้งคู่กำลังจะปะทะกัน มันเบาบางมากซะจนตรงจุดนั้นกลายเป็นจุดสุญญากาศขึ้นมา พลั่บ!!!!! ก่อนที่จุดสุญญากาศนั้นจะกระจายตัวออกไปกว้างมากขึ้น เคล้ง!!!! หลังจากที่คมดาบของทั้งคู่ปะทะกัน

            "อั่ก!!!!!" ซึ่งแรงปะทะที่ทั้งคู่อัดใส่กันนั้น มันก็รุนแรงเท่ากันแบบพอดิบพอดี ทั้งสองก็เลยกระเด็นถอยหลังไป ตามแรงปะทะอันมหาศาลนั้น พลั่บ!!!! พร้อมกับแรงอัดอากาศที่เกิดขึ้นแรงดันลมอันมหาศาล จนตัดพื้นปูนลานประลองระหว่างกลางของทั้งคู่เป็นเส้นตรง แบ่งสนามประลองออกเป็นสองฝั่งด้วยแรงปะทะนั้น

            "ระบำดาบร้อยดารา!!!!" หมับ!!!! จากนั้นเอริสที่ตั้งหลักได้แล้ว ก็กำดาบเรเปียร์ในมือจนแน่น ก่อนที่จะอัดพลังเวทย์อันมหาศาลลงไปในดาบเล่มนั้น จนดาบสีเงินเกิดประกายแสงสีทองขึ้นมา แล้วกระหน่ำแทงปลายดาบอันแหลมคมโจมตีไปที่ทัพอย่างเต็มกำลัง สวบ สวบ สวบ จนแสงสีทองสาดส่องไปทั่วทุกทิศทุกทาง ดั่งฉายาดาบประกายแสงของเขา

            "ดาบธนูไฟ!!!" พลั่บ!!!!! ทัพที่เห็นแบบนั้นก็กระโดดถอยหลังหลบคมดาบที่เอริสโจมตีมา แล้วอัดพลังอาคมลงไปในใบดาบทั้งสองเล่ม แล้วกวัดแกว่งมันออกไปโจมตีเอริสพร้อมๆ กัน "ย๊า!!!" พลั่บ!!! จนเกิดเป็นแรงอัดอากาศรูปคมดาบเพลิงที่ไขว้กันเป็นกากบาท ที่พุ่งตรงเข้าไปหาเอริสด้วยความเร็วสูง สวบ!!!!!

            ตู้ม!!!! ซึ่งมันก็ปะทะกับระบำดาบร้อยดาราของเอริสอย่างจัง จนเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือน และเสียงระเบิดดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น "ย๊า!!!!" จากนั้นเอริสที่เห็นว่าทัพต้านการโจมตีของตัวเองได้ ก็พุ่งตรงเข้าไปหาเขาอีกครั้ง พร้อมกับดึงด้ามดาบเข้ามาตัว แล้วอัดพลังเวทย์ลงไปจนใบดาบเปล่งแสงสีทองออกมาอีกครั้ง "ดาบดับดารา!!!!" จากนั้นเขาก็กระแทกปลายดาบแสงแทงเข้าไปที่กลางลำตัวของทัพ วี้บ!!!! ซึ่งก่อนที่ปลายดาบอันแหลมคมจะปะทะเข้าไปที่กลางลำตัวของทัพ ก็เกิดวงแหวนเวทย์ขึ้นมาปลายดาบเล่มนั้น พร้อมกับแสงสีทองที่สว่างวาบขึ้นมา

            "ตายไปซะ!!!!!" จากนั้นเขาก็แทงดาบนั่นเข้าไปที่กลางตัวของทัพเต็มกำลัง ตับ!!!! ตู้ม!!!!!! ทันทีที่ปลายดาบปะทะเข้าที่กลางลำตัวของทัพ ก็เกิดคลื่นแสงสีทองพุ่งผ่านตัวทัพไปเป็นเส้นตรง วาบ!!!! โคร่ม!!!! พร้อมกับร่างกำยำของทัพที่กระเด็นถอยหลังไปกระแทกเข้ากับกำแพงของลานประลองอย่างจัง

            "....." แต่ทว่าการโจมตีนั้นมันกลับทำอะไรทัพไม่ได้เลย แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี มีเพียงแค่ร่างกำยำของเขาที่กระเด็นมาตามแรงปะทะเท่านั้น

            "ได้ยังไงกัน...." เอริสที่เห็นแบบนั้นก็พึมพำออกมา เพราะดาบดับดาราเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สูงที่สุดของเขาแล้ว

            "ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าการโจมตีที่แท้จริงมันเป็นเช่นไร" ทัพพูดพร้อมกับกำด้ามดาบทั้งสองข้างในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม หมับ!!! จากนั้นเขาก็บริกรรมคาถาขึ้นมาอีกครั้ง "กูจะปลุก จงตื่นกระทิงไฟ!!" พอพูดจบพญาเหล็กไหลที่เคลือบร่างทั้งร่างของทัพก็เกิดการลุกไหม้จนเป็นสีแดงฉาน เฉกเช่นเดียวกับใบดาบทั้งสองเล่มของเขา ที่เกิดการเผาไม้จนเป็นสีแดงฉานขึ้นมาไม่ต่างกัน อักขระเลขยันต์ของเขาเองก็เปล่งแสงสีทองขึ้นมาจากผิวกายเช่นเดียวกัน

            "อาภรณ์กระทิงเหล็ก" ทัพที่สวมอาภรณ์กระทิงเหล็กเสร็จแล้ว ก็พุ่งตรงเข้าไปหาเอริสทันที พลั่บ!!! ซึ่งมันก็เป็นความเร็วที่สูงมากซะจนเอริสมองตามไม่ทันที พอรู้ตัวอีกทีทัพก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเข้าแล้ว สวบ!!!!! แถมทัพยังกวัดแกว่งคมดาบที่ลุกไปด้วยไฟสีแดงฉานโจมตีมาที่เขาอีกต่างหาก

            "ระบำดาบหมื่นดารา" เอริสที่เห็นแบบนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองหลบการโจมตีนั้นหลบไม่พ้นแล้ว เขาก็เลยอัดพลังเวทมนตร์แล้วโจมตีสวนกลับไป สวบ!!!! จนเกิดเป็นประกายแสงที่สาดส่องไปทั่วทุกทิศทุกทาง แต่ทว่าคมดาบประกายแสงสีทองมันกลับทำอะไรผิวกายของทัพไม่ได้เลย

            "ย๊า!!!" แถมคมดาบที่ลุกไปด้วยไฟ ยังกำลังพุ่งตรงมาที่หน้าอีกต่างหาก พลั่บ!!!! แต่ทว่าไฟสีแดงฉานที่ลุกไหม้ไปทั่วทั้งคมดาบนั้น กลับมอดดับลงไปมีเพียงแค่สันดาบเท่านั้นที่พุ่งตรงเข้ามาตัวเขา ตับ!!!! ซึ่งมันก็ปะทะเข้ามาที่บ่าของเขาอย่างจัง โคร่ม!!!!! ก่อนที่แรงปะทะอันหนักหน่วงนั้นจะพาเอาเอริสตีลังกาหน้าคว่ำลงไปที่พื้น

            "อั่ก!!!!!!" ซึ่งมันก็ทำเอาเอริสรับรู้ได้ทันทีเลยว่า ตัวเองนั้นไม่มีทางสู้ทัพได้เลย เพราะถ้าเขาใช้ฝีมีที่มีทั้งหมดมาสู้กับตัวเอง ป่านนี้ตัวเองอาจจะตายไปแล้วก็ได้

            "พอแค่นี้ก็แล้วกัน" ทัพที่เห็นว่าเอริสหมดสภาพการต่อสู้แล้ว ก็คลายอาคมทุกอย่างออก จนกลับมาอยู่ในรูปลักษณ์เดิมอีกครั้ง ก่อนที่จะพูดเขาพร้อมกับเก็บดาบเข้าฝักไป จากนั้นทัพก็เดินตรงไปตรงจุดที่ท่านผู้เฒ่าและอัญชันนั่งอยู่ แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท่านผู้เฒ่าที่อยู่บนอัฒจันทร์

            "ทีนี้ท่านจะฟังคำขอของกระผมแล้วใช่หรือขอรับท่านผู้เฒ่า" จากนั้นทัพก็ตะโกนถามท่านผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ข้างบนนั้น

            "....." โดยที่มีอัญชันยืนมองหน้าทัพอยู่ข้างๆ ท่านผู้เฒ่า ซึ่งนางในตอนนี้ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ทั้งๆ ที่สามีตัวเองแพ้ทับราบคาบขนาดนั้น แต่นางกลับไปรู้สึกเป็นห่วงสามีเลย นางมีแต่โล่งใจที่เห็นทัพไม่เป็นอันตรายใดๆ จนตัวเองเริ่มคิดไปว่าตัวเองนั้นรักทัพเข้าจริงๆ แล้วหรือเปล่า เพราะเดิมทีแล้วนางก็ไม่ได้แต่งงานกับเอริสเพราะความรัก แต่แต่งกับเขาก็เพราะว่าพ่อแม่ของนางอยากให้แต่ง นางก็เลยไม่แน่ใจเลยว่า ความรู้สึกที่มีให้เอริสมาโดยตลอดนั้นใช่ความรักหรือไม่ แต่นางในตอนนี้นั้นมั่นใจแล้วว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ทัพนั้นคือความรัก

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ท่านผู้เฒ่าที่เห็นว่าทัพเอาชนะเอริสได้อย่างง่ายดายก็หัวเราะลั่นขึ้นมา ตุบ!!! ก่อนที่จะกระทุ้งไม้เท้าลงไปที่พื้นอย่างแรง "ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะเอาชนะเอริสได้ง่ายถึงเพียงนี้ เท่านี้มันก็เพียงพอที่จะยืนยันได้แล้วว่าเจ้านั้นคือชายในคำทำนายที่ข้าฝันเห็นมาตลอดเกือบหนึ่งร้อยปีจริง" ท่านผู้เฒ่าพูดพร้อมกับขยับฝ่ามือขึ้นมาร่ายเวทมนตร์รักษาให้เอริส

            "ส่วนเรื่องคำขอของเจ้า ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะพวกเราทุกคนในอาณาจักรผืนป่าแห่งนี้ ต่างมีหน้าที่ที่ต้องปกปักรักษาดวงใจแห่งป่าอยู่แล้ว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อาณาจักรผืนป่าจะเปิดหน้าทำสงครามกับอาณาจักรปฐพี และข้าจะเป็นผู้นำในสงครามนี้เอง" จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็พูดกับทัพต่ออีกครั้ง พร้อมกับชูไม้เท้าขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่จะยิงพลังเวทย์ขึ้นไปขนท้องฟ้า พลั่บ!!!!! จากนั้นลูกไฟสีเขียวที่เขายิ่งขึ้นไปก็ระเบิดออก จนกลายเป็นพลุไฟที่ปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาจักร ซึ่งมันก็คือพลุสัญญาณการเริ่มต้นสงครามของอาณาจักรผืนป่านั่นเอง

            "......" ประชาชนทุกคนในอาณาจักร ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และนักรบที่ได้เห็นพลุสัญญาณนั่น ต่างพากันแหงนหน้ามองขึ้นท้องฟ้าโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าอีกไม่นานพิภพหิมพานต์จะลุกเป็นไฟแล้ว

            "แล้วเจ้าล่ะ พร้อมที่จะเข้าร่วมสงครามนี้หรือยัง" จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็ก้มหน้าลงมาพูดกับทัพอีกครั้ง ตุบ!!!! ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็ย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่าทำท่าคำนับท่านผู้เฒ่าทัน

            "ข้าพร้อมที่จะเป็นดาบให้แก่ท่าน แม่ตัวจะต้องตาย ข้าก็สาบานว่าข้าจะพาดวงใจแห่งป่ากลับมาให้ได้" จากนั้นเขาก็กล่าวกล่าวคำสัตย์กับท่านผู้เฒ่าด้วยเสียงแข็งกร้าว

            "ข้าเองก็พร้อมที่เป็นดาบเพื่อโจมตีอาณาจักรปฐพีเช่นเดียวกัน" อัญชันเองก็ย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้นและกล่าวคำสัตย์เช่นเดียวกัน


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องขุนปราบสวาทกาม 18+ ที่คุณอ่าน