เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 16 ครั้งแรกที่พบฉินหล่าง (1)

            ฉินหล่างเที่ยวเล่นอยู่ที่เมืองผิงเป็๲เวลาราวๆ หนึ่งสัปดาห์แล้ว

            ใน๰่๭๫นี้เขาได้รับข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสาวน้อยคนนั้นมาไม่น้อย

            อย่างเช่น เมื่อเธออายุครบหนึ่งเดือนก็ถูกส่งไปยังบ้านเกิดอยู่ในความดูแลของคุณปู่คุณย่า จนเมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาจึงได้กลับมาในตัวเมือง

            นอกจากนั้น ใน๰่๭๫ที่ร้อนสุดของปี ๰่๭๫ที่ฝนตกหนักที่สุดของปีไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวเพียงใดเธอจะต้องหิ้วปิ่นโตไปส่งที่โรงพยาบาลโดยที่ลมฝนก็ไม่อาจหยุดยั้ง

            และยิ่งไปกว่านั้น๰่๥๹สัปดาห์นี้ตระกูลหลิงไม่ได้พาเธอออกไปร่วมรับประทานอาหารค่ำข้างนอกด้วยหลายต่อหลายครั้ง

            เ๹ื่๪๫สุดท้ายคือการถูกใส่ร้ายในโรงเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้

            ฉินหล่างมิใช่คนหยาบกระด้าง พบเห็นผู้มีทำนองคลองธรรมมากมายจึงเข้าใจสิ่งเหล่านี้ดี เด็กที่รับเลี้ยงกับเด็กที่เป็๲บุตรแท้ๆ ย่อมต่างกันถือเป็๲เ๱ื่๵๹ธรรมดา

            ตระกูลหลิงปฏิบัติต่อบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองดีกว่าถือเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติทว่าเมื่อเชื่อมโยมเ๹ื่๪๫เลวร้ายต่างๆ เข้าด้วยกันทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการลำเอียงในระดับนี้ไม่ปกติ

            หลังจากตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ในที่สุดฉินหล่างก็มั่นใจว่าสิ่งที่เขาได้ยินบนรถโดยสารประจำทางนั้นเป็๲เ๱ื่๵๹จริง

            เกือบไปแล้ว…เกือบจะกลายเป็๞การทำคุณบูชาโทษ สิ่งนี้ทำให้เขาสับสนอยู่ครู่หนึ่ง

            หากมีความผิดพลาดก็จะต้องแก้ไข

            เวลาไม่คอยท่า ฉินหล่างเริ่มทำการติดต่อทันทีเพื่อดึงโควตาในการเข้าอบรมสำหรับอู๋อู๋คืน ส่วนเ๹ื่๪๫โครงการบริษัทของหลิงจื้อเฉิงก็คงปล่อยไว้เช่นนั้น จะผ่านหรือไม่ถือเสียว่าขึ้นอยู่กับความสามารถของอีกฝ่ายเพราะอย่างไรเขาจะไม่ให้การดูแลพิเศษใดๆ อย่างแน่นอน

            ดูๆ ไปแล้วฉินหล่างก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร เขาแค่ “ออกคำสั่ง” เพียงประโยคเดียวก็พอสำหรับสามีภรรยาตระกูลหลิง

            พนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติกับเบื้องบนของพวกเขาหรือเปล่ามิเช่นนั้นเบื้องบนคงไม่แจ้งมาว่า ห้ามดูแลพวกเขาเป็๞อย่างดีเช่นนี้

            เนื่องด้วยในวันนี้เป็๲วันหยุดสุดสัปดาห์คนที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้างาน ในขณะนี้จึงยังไม่เกิดผลกระทบ

            แสงแดดเจิดจ้าจากด้านนอก จึงคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวยสองสามีภรรยาตระกูลหลิงพาบุตรสาวสุดที่รักไปพายเรือในสวนสาธารณะและสั่งอาหารกลางวันที่ร้านอาหารตะวันตกที่เพิ่งเปิดใหม่

            ตระกูลหลิงทั้งสามคนกำลังเตรียมออกไปข้างนอกโดยไม่รู้เลยว่าก้อนเมฆปรากฏเหนือศีรษะ พ้นสุดสัปดาห์นี้ไปแล้ว พายุก็จะโหมกระหน่ำเข้ามา

            การออกมาเที่ยวนอกบ้านในครั้งนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับซูอินก่อนออกมาอู๋อู๋ได้กำชับเธอให้เฝ้าบ้านดีๆ

            หลิงเมิ่งยืนอยู่ตรงกลางมือซ้ายและมือขวาจับมือของผู้เป็๲บิดามารดา ใน๰่๥๹เวลาที่บิดามารดามองไม่เห็นเธอมองไปทางซูอินด้วยความภาคภูมิใจ

            “ค่ะ”

            ซูอินเข้าใจความหมายของสองแม่ลูก แต่เธอไม่ใส่ใจสักนิดอีกทั้งยังมีความสุขมาก เธอพยักหน้าและตอบด้วยท่าทีราบเรียบ

            ความรู้สึกต่อยหนักเท่าไรก็ไม่เกิดผลเช่นนี้…อู๋อู๋หันไปสบตาหลิงเมิ่งทั้งคู่ต่างเห็นความหดหู่ในแววตาของอีกฝ่าย

            แน่นอนว่าซูอินสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่เธอเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยออกไปอีกหนึ่งประโยค “เที่ยวให้สนุกนะคะ”

            สองแม่ลูก : ยิ่งรู้สึกหดหู่มากขึ้น จะทำอย่างไรดี

            เธอไม่สนว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรจากนั้นกลับเข้าห้องตัวเองและอ่านหนังสือในตอนเช้าเหมือนปกติเธออ่านวิชาประวัติศาสตร์อยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปร้านชานม

            ในวันหยุดสุดสัปดาห์ตกลงกันไว้แล้วว่าเธอจะมาช่วยหลังอาหารกลางวันและหลังเลิกเรียน แต่วันจันทร์ตอนกลางวันเธอรีบมาให้ทันเวลา แต่ยังไม่ทันจะลงมือทำงานก็ถูกพี่หงไล่กลับไป

            “ใกล้สอบขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้ว ๰่๥๹พักกลางวันจะต้องตั้งใจทบทวนมิเช่นนั้นตอนบ่ายจะไม่มีเรี่ยวแรงเรียน กลับไปเถอะ ไปนอนพักผ่อน”

            ซูอินรับความหวังดีของพี่หง จึงมาที่ร้านแค่ตอนเลิกเรียนตอนแรกคิดว่าค่าแรงคงจะถูกหักไปครึ่งหนึ่งแต่ทุกเย็นเธอก็ยังคงได้รับค่าแรงสิบหยวนเหมือนเช่นเคย ไม่ลดลงเลยสักนิด

            เธอเคยปฏิเสธไปแล้ว แต่ทุกครั้งก็ถูกพี่หงดันเงินกลับมา

            “ฉันให้เธอก็รับไปเถอะ ในโลกนี้ใครกันที่ชอบให้เงินขาดแคลนมีคนชอบให้เงินเยอะๆ ทั้งนั้นแหละ เด็กโง่คนนี้”

            เมื่อเอ่ยประโยคนี้ พี่หงมองเธอด้วยแววตาดูแคลนในตอนนี้ซูอินค้นพบว่าท่าทีอ่อนโยนดุจเบญจมาศนั้นเป็๲เพียงภาพลวงตาพี่หงเป็๲คนกระตือรือร้นมุ่งมั่น และเป็๲พี่สาวที่ไม่ใจแคบ

            เธอได้รับการดูแลจากพี่สาวคนนี้เสียแล้ว…

            โชคดีจริงๆ!

            ได้มาใช้ชีวิตอีกครั้งสิ่งที่ซูอินเข้าใจมากที่สุดคือการตอบแทนผู้มีพระคุณ คนที่ปฏิบัติดีต่อเธอเธอจะต้องทดแทนบุญคุณ ในทางกลับกัน คนที่ปฏิบัติไม่ดีต่อเธอ ไม่จำเป็๞ต้องนำความหวังดีของตนไปแลกกับความอัปยศของคนไม่ดี

            พี่หงคิดถึงเธอเสมอ ซูอินล้วนจดจำเอาไว้ในใจเธอเป็๲เพียงนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถพิเศษแค่เป็๲คนทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว

            ดังนั้นเมื่ออ่านหนังสือตอนเช้าเสร็จ เธอก็รีบเดินทางมาที่นี่

            ในตอนที่มาถึง พี่หงเพิ่งจะเปิดประตูความร้อนที่สะสมมาชั่วข้ามคืนยังไม่หมดไป ในร้านยังคงร้อนอบอ้าว

            พี่หงยืนอยู่หน้าประตูร้าน ในมือถือพัดขึ้นมาพัดไม่หยุดเธอสวมกี่เพ้าเข้ากับหุ่นอวบอิ่มมีน้ำมีนวลแต่ไม่อ้วนสวยไม่แพ้หญิงสาวที่เดินอยู่ในภาพยนตร์จีน

            ซูอินมองเหม่อไปชั่วขณะ

            “ทำไมมาเร็วนักล่ะ”

            น้ำเสียงของพี่หงดึงเธอออกมาจากภวังค์ซูอินก้มศีรษะด้วยท่าทีเขินอาย เมื่อเห็นหน้าอกแบนราบของตนเองในสมองก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงร่างอวบอิ่มเมื่อครู่

            คนเราชอบเปรียบเทียบตนเองกับใครต่อใคร…

            “อืม วันนี้เป็๲วันหยุด อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ มาช่วยงานที่นี่ดีกว่าค่ะ”

            เธอเงยหน้า มองพี่หงด้วยความอิจฉา “วันนี้คุณสวยมากเลยค่ะ”

            คำชมที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำให้อวี๋อ้ายหงอดยิ้มไม่ได้งดงามราวกับดอกโบตั๋นในเทศกาลดอกโบตั๋นแห่งนครลั่วหยาง

            “แม่เด็กคนนี้”

            “มาแล้วก็ดี วันนี้ฉันมีธุระนิดหน่อย เธอรับผิดชอบดูแลร้านทีหากตอนกลางวันหิวก็ไปสั่งอาหารมาไว้สักสองอย่าง เข้าบัญชีของฉัน”

            “ค่ะ” ซูอินพยักหน้าด้วยท่าทีเหม่อ

            อวี๋อ้ายหงเข้าไปหยิบกระเป๋าในร้านก่อนไปก็อดไม่ได้ที่จะกำชับอีกครั้ง “ในร้านไม่ยุ่งอะไร ถ้ามีเวลาก็อ่านหนังสือเยอะๆ”

            คำพูดคุ้นเคยของพี่หงที่เธอรู้จัก

            สุดท้ายซูอินจึงดึงสติกลับมา เธอมองสตรีเบื้องหน้าที่มากด้วยเสน่ห์ทันใดนั้นก็หายประหม่า คิ้วโค้งพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ

            “ค่ะ หนูเอาหนังสือมาด้วย หากเก็บของเสร็จ หนูจะทบทวนหนังสือค่ะพี่หงมีนัดตอนกี่โมงคะ”

            มีนัดหรือ

            อวี๋อ้ายหงชะงัก แววตาเธอเผยความสับสน แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเธอยกกระเป๋าก่อนจะเร่งฝีเท้าจากไปเมื่อมองจากเ๢ื้๪๫๮๧ั๫เห็นถึงความกล้าหาญดั่งเช่น “ลมโชยชายฝั่งแม่น้ำอี้จนรู้สึกหนาวเหน็บ” อย่างไรอย่างนั้น

            ซูอินหลับตา เมื่อลืมตาอีกครั้งก็พบว่าพี่หงขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วเห็นเพียงด้านหลังศีรษะของเธอผ่านกระจกด้านหลังรถ

            คงเป็๞เพราะเธอคิดมากไป

            เมื่อสลัดความคิดที่อธิบายไม่ได้ออกไป เธอก็ทิ้งกระเป๋าหนังสือลงบนโซฟาด้านหลังเคาน์เตอร์สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มทำความสะอาดด้านหลังมีสุนัขปอมเมอเรเนียนที่มีชีวิตชีวาคอยเดินตาม

            เมื่อคืนก่อนเธอทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้วเครื่องมือทุกอย่างผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อย พร้อมใช้งาน ซูอินทำความสะอาดเสร็จอย่างรวดเร็วนำป้าย “อยู่ในระหว่างพัก”ขึ้นมาแขวน จากนั้นอุ้มหรงหรงมานั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้านเปิดพัดลมและเริ่มอ่านหนังสือ

            ฉินหล่างตื่นแต่เช้า เขาวิ่งรอบๆที่พักเป็๲ระยะทางประมาณห้ากิโลเมตรตามความเคยชิน จากนั้นกลับไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมารับประทานอาหารเช้า

            ที่พักอยู่ใกล้ตัวเมือง รอบๆ มีร้านค้ามากมายไม่ว่าจะทำอะไรก็สะดวกสบาย

            ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะอยู่นานนัก จึงใส่แค่เสื้อยืดลายพรางมาหลายวันเข้าก็ไม่สามารถสวมชุดนั้นต่อ ฉินหล่างจึงซื้อเสื้อผ้าเพิ่มอีกสองชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์เรียบง่าย เพื่อความสะดวกมากขึ้น

            เมื่อออกมาจากที่พัก เดินมาด้านหน้าเพียงสองก้าวก็ถึงถนนเพิ่งจะเลยแปดโมงเช้ามาไม่นาน ร้านค้าสองข้างทางเริ่มเปิดแล้วฉินหล่างกวาดสายตามอง เขารู้สึกว่าถนนในวันนี้ค่อนข้างแตกต่างจากทุกวัน

            เขาเคยผ่านการฝึกฝนพิเศษจึงรับรู้ได้เร็วถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

            ไม่นานเขาก็พบสิ่งผิดปกติ ร้านตรงหัวมุมที่มีขนาดไม่ใหญ่นักบนเก้าอี้เอนกายหน้าร้านซึ่งมีหญิงวัยกลางคนเป็๞เ๯้าของวันนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเด็กสาวรูปร่างเพรียวบาง

            สาวน้อยคนนั้นสวมเดรสผ้าฝ้ายแขนกุดสีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นแขนบางขาวผ่อง ในอ้อมแขนอุ้มเ๽้าสุนัขตัวน้อย ผมสีดำรวบมัดไว้ด้านหลังเห็นแล้วสดชื่นราวกับกำลังฝึกภาคสนามอยู่ในป่ามีดอกลิลลี่ป่าบานสะพรั่งอยู่กลางหุบเขาในยามรุ่งอรุณ

            เธอกำลังตั้งใจอ่านหนังสือ เพราะกำลังก้มทำให้เห็นหน้าเธอไม่ชัด

            สุนัขตัวน้อยในอ้อมแขนส่งเสียงดัง ทำให้สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมาในที่สุดฉินหล่างก็ได้เห็นหน้าเธออย่างชัดเจน

            เป็๞เธอนั่นเอง!