บทที่ 22 การทะเลาะวิวาท
ซ่งเฉียวไม่คิดว่าเื่ราวจะแพร่สะพัดเร็วขนาดนี้ เมื่อเผชิญกับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังมากมาย เธอรู้สึกกดดันอย่างหนัก แต่เธอเป็คนที่ยิ่งมีแรงกดดันก็ยิ่งมีกำลังใจ
ความกระตือรือร้นของทุกคนเหมือนเป็ยากระตุ้นกำลังใจให้เธอ เธอพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า "เื่นี้ฉันจะทำสุดความสามารถเพื่อทุกคนแน่นอนค่ะ"
"เฉียวเอ๋อร์ ฉันเชื่อในตัวเธอนะ" หลิวเยว่พูดสนับสนุนด้วยความภาคภูมิใจโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ซ่งเฉียวยิ้มพลางมองเธอ แต่ค่อย ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย จนตอนนี้น้องสาวของเธอก็ยังไม่ปรากฏตัว แต่ตอนนี้มีคนเยอะ สีหน้าที่แสดงความกังวลนี้จึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ตอนกินข้าวเย็น ซูจงจวินก็แซวเธอว่า "เพิ่งมาได้ไม่กี่วันก็มีความนิยมร้อนแรงขนาดนี้แล้วนะ"
ซ่งเฉียวไม่ตอบสนอง ยังคงก้มหน้าก้มตากินต่อไป
"คุณรู้ไหม ตอนนี้คุณไปคุยโวไว้ ถ้าต่อไปทำไม่สำเร็จคนอื่นจะว่ายังไง? พวกเขาจะนินทาคุณลับหลังทุกวัน คุณทนได้เหรอ? หรือบางครั้งอาจจะมาด่าคุณต่อหน้า คุณจะทำยังไง?"
เมื่อได้ยินเขาพูดจาประชดประชันไม่หยุด ซ่งเฉียวก็วางตะเกียบลงทันที
เธอจ้องตาของซูจงจวิน ในตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจและโกรธเคือง
"หลังจากที่คุณรู้ว่าฉันจบแค่มัธยมต้น คุณก็ดูถูกฉันใช่ไหม? คงเสียใจที่แต่งงานกับฉันสินะ?" ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอระบายความน้อยใจที่อยู่ในใจออกมาทั้งหมด ไม่สนใจว่าสีหน้าของซูจงจวินจะดูไม่ดีแค่ไหน
"คุณคิดว่าฉันหลอกคุณใช่ไหม? แต่ฉันหลอกคุณตรงไหน? แค่คุณไปสืบเื่ของฉันนิดหน่อย ก็รู้เื่ของฉันทั้งหมดแล้ว แต่คุณกลับไม่ทำ หลงคิดว่าตัวเองไม่มีทางตัดสินใจผิด แล้วตอนนี้มาใส่ร้ายป้ายสีฉันทำไม? ตอนแรกเราก็ตกลงกันแล้วว่าแต่งงานกันเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ แล้วตอนนี้ยังไง? คุณคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับคุณแล้วใช่ไหม?"
พูดไปครึ่งทาง ซ่งเฉียวก็ลุกขึ้นยืนด่าซูจงจวิน
ซูจงจวินเอนตัวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ในใจสั่นสะท้านไปหมด ไม่คิดว่าในสายตาของซ่งเฉียว เขาจะดูเป็คนแบบนั้น แต่เขาไม่เคยนึกดูถูกวุฒิการศึกษาของซ่งเฉียวเลยสักครั้ง แม้คำพูดที่พูดออกมาจะฟังดูไม่ดี แต่ก็เป็ความจริงทั้งหมด
"ใจเย็น ๆ หน่อย ผมแค่เป็ห่วงว่าคุณจะรีบร้อนเกินไปจนทำให้ตัวเองดูน่าขัน"
ซ่งเฉียวหัวเราะเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ "เห็นไหม จนตอนนี้คุณก็ยังไม่เชื่อใจฉันอยู่ดี หรือคุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลยั้แ่แรก?"
พูดจบ ซ่งเฉียวก็ร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ
ซูจงจวินรู้สึกใ เขาไม่รู้ว่าทำไมซ่งเฉียวถึงร้องไห้ เธอ้าดูแบบแปลน เขาก็หามาให้แล้วไม่ใช่เหรอ? แค่เตือนไม่ให้เธอลืมตัว มันมีปัญหาที่ตรงไหนกัน?
เมื่อเห็นซ่งเฉียวร้องไห้ไม่หยุด ซูจงจวินก็รู้ทันทีว่าไม่ควรยั่วยุเธออีก เขาพูดปลอบเธอเบา ๆ "ถึงผมจะพูดจาไม่ค่อยดี แต่ผมเป็ห่วงคุณจริง ๆ นะ ที่ไหนมีคน ที่นั่นก็มีสังคม แล้วคนเราก็มีหลายประเภท มีทั้งคนดีและคนไม่ดี"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของอีกฝ่าย ซ่งเฉียวค่อย ๆ เช็ดน้ำตา แล้วถอนหายใจยาว หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ เธอเองก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดที่เพิ่งพูดออกไปเหมือนกัน
"ไม่เป็ไรนะ" ซูจงจวินยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ
ซ่งเฉียวเข้าใจว่าตัวเองยังปรับตัวไม่ได้กับการข้ามมิติ ทั้งร่างเดิมยังมีการศึกษาน้อย จะทำอะไรก็ขลาดกลัวไปหมด ความน้อยใจและความคับข้องใจถูกฝังอยู่มานาน วันนี้โดนคำพูดที่ไม่น่าฟังของซูจงจวินจุดชนวนความรู้สึกเ่าั้ขึ้นมา
ทั้งสองเงียบกันไปพักใหญ่ ซ่งเฉียวพูดคำขอโทษไม่ออก
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม "คุณเชื่อใจฉันไหม?"
ซูจงจวินหัวเราะอย่างจนใจ "เชื่อสิ ถ้าไม่เชื่อใจคุณ ผมจะติดต่อขอแบบแปลนมาให้คุณดูทำไม?"
"แต่คุณพูดจาไม่น่าฟังเลย" ซ่งเฉียวยิ่งรู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่ควรจะอารมณ์เสียไปใหญ่ ่นี้ซูจงจวินปฏิบัติกับเธอดีมาก ทั้งต้มน้ำและทำอาหารให้ หลายครั้งที่พี่สะใภ้ต้วนก็เตือนเธอว่า ผู้ชายไม่ควรทำงานบ้านมากเกินไป ไม่อย่างนั้นถ้าคนอื่นรู้เข้าจะกลายเป็เื่ขำขันในวงสนทนา
"คนเป็ผู้บังคับบัญชา ย่อมมีอารมณ์เป็ธรรมดา" ซูจงจวินย่อตัวลงมองเธอ พูดเสียงเบาอย่างอ่อนโยนว่า "ใจของผมมีแต่ความปรารถนาดี แค่ไม่อยากให้คุณได้รับคำพูดที่ไม่ดีเท่านั้นเอง"
เมื่ออีกฝ่ายยอมลดตัวลงมา ซ่งเฉียวก็ไม่กล้าดื้อดึงต่อ เธอพูดเสียงอ่อย ๆ ว่า "ขอโทษนะคะ วันนี้ฉันอารมณ์เสียไปหน่อย"
"มีวันไหนที่คุณไม่อารมณ์เสียบ้างล่ะ?" ซูจงจวินพูดประชดอย่างหยอกเย้า
เห็นไหมล่ะ ไม่ควรให้หน้าผู้ชายนักหรอก
เมื่อทั้งสองคนต่างยอมถอยคนละก้าว ซ่งเฉียวก็บอกว่าเธอจะเก็บถ้วยชาม ในตอนนั้นเองก็มีคนมาเคาะประตูข้างนอก
"จงจวิน" เสียงของผู้บัญชาการหลิวดังขึ้น
ทั้งสองคนใจนสะดุ้ง ซ่งเฉียวรีบถามอย่างร้อนรน "เขาจะได้ยินที่เราคุยกันหรือเปล่า?"
เมื่อกี้เธอพูดถึงเื่แต่งงานปลอมไปนี่นา
"คุณขึ้นไปจัดการตัวเองข้างบนก่อนเถอะ" ซูจงจวินมองเห็นดวงตาแดง ๆ ของเธอ จากนั้นก็หันหลังสูดหายใจลึก ๆ หลายครั้ง แล้วเดินไปเปิดประตูให้ผู้บัญชาการหลิว
"ภรรยาของนายล่ะ?" ผู้บัญชาการหลิวเห็นว่าในห้องนั่งเล่นไม่มีใคร จึงถามหา
"เธออยู่ชั้นบนครับ มีอะไรหรือเปล่า?" ซูจงจวินค่อย ๆ สังเกตดูท่าทางเขาอย่างระมัดระวัง เห็นว่าสีหน้าปกติ คงไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกัน จึงรู้สึกโล่งอก
"เรียกเธอลงมาหน่อย ฉันมีเื่จะถามเธอน่ะ"
หลังจากซ่งเฉียวขึ้นไปชั้นบน เธอตั้งใจอยู่ในห้องที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดสักพัก ฝุ่นทำให้เธอจามหลายครั้งเพราะคัดจมูก น้ำตาก็ไหลไม่หยุด
เมื่อลงมาคุยกับผู้บัญชาการหลิว เสียงของเธอก็ยังคงแหบแห้งอยู่
เห็นสภาพของเธอแบบนี้ ผู้บัญชาการหลิวก็สงสัยขึ้นมา "เป็อะไรไป? ทะเลาะกันหรือเปล่า?"
"ไม่ได้ทะเลาะค่ะ" ซ่งเฉียวรีบแก้ตัว "เมื่อกี้กำลังทำความสะอาดห้องชั้นบนอยู่ ฝุ่นเยอะมากเลยน่ะค่ะ" พูดจบ เธอก็แกล้งจามอีกสองครั้ง
ซูจงจวินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรีบกะพริบตาส่งสัญญาณให้เธอ บอกว่าเธอแสดงเกินไปแล้ว
ผู้บัญชาการหลิวยิ้มอย่างเข้าใจ แล้วเข้าเื่สำคัญ "ได้ยินว่าเธออยากจะวางท่อประปาเข้ามาที่เขตที่พักอาศัยเหรอ?"
"เื่นี้... คุณรู้แล้วเหรอคะ?" ซ่งเฉียวไม่คิดจริง ๆ ว่ามันจะกลายเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้นึกย้อนกลับไป คำพูดของซูจงจวินเมื่อครู่ก็มีเหตุผล ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ หรือสภาพแวดล้อมทำให้เธอทำไม่สำเร็จ เธอก็จะกลายเป็ตัวตลกที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะ
"ฉันได้ยินมาจากทหารยามน่ะ ความคิดนี้ไม่เลวเลย บนเกาะมีโรงผลิตน้ำประปาแล้ว แต่กลับไม่สามารถต่อเข้าบ้านได้ นี่มันเื่น่าขันที่สุดบนเกาะตงซานของเราจริง ๆ "
ทุกครั้งที่ไปประชุมที่เมืองปินไห่ เพื่อนทหารจากฐานทัพบนเกาะอื่น ๆ มักจะหัวเราะเยาะเขา บอกว่าใช้กำลังเงินและทรัพยากรมากมายสร้างโรงผลิตน้ำประปาขึ้นมา แต่ยังต้องแบกน้ำเข้าบ้าน ยังไม่ดีเท่าการขุดบ่อน้ำเพิ่มอีกสองสามบ่อเลย
เื่นี้สำนักงานตรวจสอบบัญชีของคณะกรรมการทหาร ได้เรียกเขาไปพบหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งที่นึกถึงเื่พวกนี้เขาก็จะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ถ้าซ่งเฉียวสามารถวางท่อน้ำประปาเข้าบ้านได้จริง เื่นี้ก็จะเป็การพลิกสถานการณ์ที่สวยงาม และตบหน้าคนพวกนั้นได้อย่างจัง!
"ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป เธอก็ตั้งใจทำให้ดี ๆ ถ้า้าอะไรก็บอกหยางกุ้ยเลยนะ ฉันได้บอกเขาไว้แล้ว ว่าจะให้ร่วมความมือกับเธออย่างเต็มที่"
"คะ?" เมื่อเห็นว่าผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเกาะจะสนับสนุนเธอเต็มที่แบบนี้ ซ่งเฉียวก็ใจนไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร เธอไม่รู้จะอธิบายแบบไหน แล้วถ้าทำไม่สำเร็จจะทำยังไง
บนเกาะ คำสั่งของผู้บังคับบัญชาเปรียบเสมือนคำสั่งทหาร เธอไม่สามารถปฏิเสธได้
"ยังไงนะ? ทำไม่ได้เหรอ?" ผู้บัญชาการหลิวเห็นท่าทีลังเลของเธอ จึงรู้สึกไม่พอใจ
"ไม่ใช่ครับ เธอรับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จแน่นอน!" ซูจงจวินช่วยออกหน้าพูดแทนให้เธอ "แต่ถ้าหากเป็เพราะสภาพแวดล้อมบนเกาะจริง ๆ ผู้บัญชาการก็อย่าได้โทษซ่งเฉียวเลยนะครับ"
ผู้บัญชาการหลิวเห็นเขาออกหน้าปกป้องภรรยา จึงอดไม่ได้ที่จะด่าเขา "ทำไมถึงพูดเหมือนฉันรังแกภรรยาของนายแบบนั้นกัน ถ้าเป็เพราะสภาพภูมิประเทศ ฉันจะไปโทษเธอได้ยังไง นายคิดว่าฉันเป็คนแบบไหนกันแน่?"
ด้วยความที่เขาเป็ผู้บังคับบัญชา เวลาพูดจึงมีบุคลิกที่น่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงความโกรธ ซ่งเฉียวก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรมาก ส่วนซูจงจวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มประจบเสริมขึ้นมาว่า "รู้แล้วครับว่าท่านเฉลียวฉลาดและเก่งกาจเป็ที่สุด"
"ไปให้พ้น! อย่ามาพูดจาเสแสร้งประจบประแจงฉันหน่อยเลย!"
พูดจบผู้บัญชาการหลิวก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่พอออกมาแล้ว สีหน้าของเขาก็หม่นลง ตอนที่เพิ่งมาถึง เขาก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงของคู่สามีภรรยา จึงไม่รีบเคาะประตู แต่ยืนฟังอยู่หน้าประตูสักพัก
แม้จะไม่ได้ยินคำพูดที่เป็สาระสำคัญ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าคู่สามีภรรยานี้จิตใจไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ต้องให้ภรรยาของเขาคอยจับตาดูทั้งสองคนต่อไปแล้วสิ