• {เื่นี้เกิดขึ้นจากความคิดของนักเขียน!ไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติใดทั้งสิ้น!ไม่อิงประวัติศาสตร์ ตัวละครที่หยิบยกขึ้นมาเป็เพียงจินตนาการของนักเขียนเพียงเท่านั้น!!} •
{ห้ามคัดลอก}????️
????????????????????????????????????????????????????????????
อำนาจ!!
มักนำมาซึ่งความเดือดร้อน!! ทุกคนต่างไขว่ขว้าเพื่อที่จะได้มัน เหล่าขุนนางตลอดจนเชื้อพระวงศ์ไม่พ้นเเม้เเต่กลุ่มก้อนอิทธิพลที่จับจ้องอยู่ไม่วางตา
วันที่สิบห้าเดือนสี่เเคว้นถังเยว่เกิดาภายในผลัดเปลี่ยนเเผ่นดินจ้าวต้าหลางชิงบัลลังจากราชวงค์ซ่งเมืองหลวงคราคร่ำไปด้วยเหลือดที่ไหลนอง การกวาดล้างเหล่าขุนนางของราชวงศ์ก่อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบ้านเมืองโกลาหลวุ่นวายจนกระทั้งวันที่เเปดเดือนสิบสอง บ้านเมืองจึงเริ่มเข้าที่เข้าทาง เเคว้นถังเยว่มีราชวงศ์จ้าวเป็ผู้ครองเเคว้นเป็ราชวงศ์ปัจจุบัน
ไกลออกไปจากเมืองหลวง เมืองเป่ยหลินเป็เมืองท่าใหญ่ติดกับทะเลการค้าเเละกิจการของที่นี่เจริญรุ่งเรืองผู้คนต่างเมืองเดินทางมากับเรือกันอย่างขวักไขว่
หมู่บ้านถังซาน
ติดกับชายป่าบ้านอิฐเเดงขนาดไม่ใหญ่มากนักปลูกไว้ห่างจากตัวหมู่บ้านอยู่เล็กน้อย บ้านหลังนี้มีลานหน้าบ้านไม่กว้างเท่าใดตัวบ้านมีสามห้องนอน ยังมีเล้าที่ปลูกเเยกออกมาไว้เก็บข้าวเปลือกเเละธัญพืชในไร่ นี่คือบ้านตระกูลจู
หลังบ้านตระกูลจูมีสระน้ำใหญ่เนื่องจากเป็สระที่ถูกขุดไว้นานเเล้ววัชพืชในน้ำย่อมมีมากเเละสิ่งหนึ่งที่มีมากไม่เเพ้กันเห็นทีจะเป็พวกปลาน้อยใหญ่กระมัง! ร่างเล็กของเด็กหญิงอายุราวเเปด!เก้า!ขวบนั่งอยู่บนโขดหินริมตลิ่งหมวกที่สานจากฟางถูกสวมบนหัวเล็กๆ มือของเด็กหญิงตัวน้อยถือคันเบ็ดอยู่ปลายเชือกที่ย่อนลงน้ำมีใส่เดือนเป็เหยื่อล่อ
"ไอหยา!! นานเพียงนี้เเล้วปลาสักตัวก็ไม่เห็นมี!!" เด็กน้อยพูดพึมพำกับตัวเองเสียงเบา! เ้าเสี่ยวไป๋งูหน้าโง่นั้นหายไปไหนของมันตั้งเเต่เช้า ไม่มีไอพลังวิเศษของมันนางไหนเลยจะจับปลาได้มาก! เ้าเสี่ยวไป๋งูโง่นั่น!?
จูเฟยหยาคือชื่อของร่างนี้ เดิมทีนางเป็เพียงเด็กชาวไร่จากทศวรรษที่ยี่สิบสองตัวนางมีครอบครัวเป็ชาวไร่หากเเต่เพราะนิสัยใฝ่เรียนทำให้นางสอบชิงทุนเรียนหมอที่ปักกิ่งได้ เเม้จะบอกว่าได้ทุนเรียนฟรีนางก็ยังจำเป็ใช้เงินค่าห้องค่ากินค่าอยู่สารพัดหากเเต่พ่อเเม่ก็กัดฟันทำงานส่งนางเรียนจนจบโทครั้นทำหน้าที่หมอรักษาคนไข้ได้พึ่งจะมั่นคงมิเท่าไหร่ขากลับจากออกเวรนางเกิดประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเเละนางก็ได้มาโผล่ในร่างเด็กน้อยคนนี้เมื่อครึ่งปีก่อน
สิ่งที่นางเสียดายที่สุดไม่ใช่ชีวิตตนหากเเต่นางยังไม่ได้ตอบเเทนบุญคุณพ่อเเม่ที่ทำทุกอย่างเพื่ิอนาง เลยอดจะเสียใจไม่ได้
"เฟยหยา!!!เ้าตกปลาอยู่หรือ?" เจิ่นเป่าหนิงโบกไม้โบกมือให้เฟยหยาอยู่ไม่ไกล บ้านของเจิ่นเป่าหนิงเลี้ยงหมูไว้ราวห้าหกตัวล้วนเป็หมูป่าที่พรานเจิ่นพ่อของเจิ่นเป่าหนิงจับได้หลังจากล่าเเม่มันได้ทั้งสิ้น!! ลูกหมูป่าถูกเลี้ยงในเล้าหมูตั้งเเต่ตัวเล็กๆจนตอนนี้ตัวใหญ่ไม่เบาเลยทีเดียว เจิ่นเป่าหนิงเลยต้องออกมาหาวัชพืชในน้ำพวกนี้ไปสับผสมกับกากธัชพืชเเละเเกลบหยาบให้หมูกิน
"ใช่ข้ามาตกปลา! เเล้วเ้าล่ะเป่าหนิงเก็บพืชน้ำได้มากเเล้วหรือ?" เฟยหยาถามกลับไป บ้านของเจิ่นเป่าหนิงเองก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลจูนักเพียงเเต่บ้านตระกูลเจิ่นอยู่ใกล้กับหมู่บ้านมากกว่าเท่านั้นเอง
"ยังได้ไม่มากเท่าใด!! ข้าจะเก็บไปตุนไว้ มะรืนวันเทศกาลโคมไฟข้าจะได้อยู่บ้านทำโคมไปลอยในเมืองกับพวกผู้ใหญ่ที่ตัวเมืองไม่ต้องมาหาพืชน้ำ!" เฟยหยาร้อง อ๋อ' เสียงดังก่อนจะมาดูเบ็ดของตนเองต่อ
เด็กที่นี่รู้ความจริงๆอายุเเปดเก้าขวบอย่างเจิ่นเป่าหนิงก็รู้จักช่วยงานพ่อเเม่อีกทั้งยังรู้จักวางเเผนเเบ่งเวลาอีกด้วยจะว่าไปเเล้วหากพูดถึงเื่โตเกินวัย พี่ชายสามคนของนางก็ล้วนโตเกินวัยกันทั้งสิ้น บ้านตระกูลจูไม่นับว่าร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านก็จริงหากเเต่พอมีพอกินไม่ได้อดมื้อกินมื้อเช่นบางครอบครัว
จูหยางเหล่ย บิดาของนางเคยเป็บัณฑิตมากความสามารถคนหนึ่งหากเเต่่สองครามเมื่อหกปีก่อนความโกลาหลในเมืองหลวง ทำให้ท่านพ่อพาท่านเเม่เเละลูกๆทั้งสี่คนรวมถึงนางเองที่ยังเล็กหนีออกมา เเต่โชคร้ายที่เเขนขวาของท่านพ่อถูกทหารคนหนึ่งฟาดจนไม่สามารถถือพู่กันได้นาน อนาคตการเป็ขุนนางเลยจบสิ้น ส่วนมารดานางจ้าวซื่อนั้น อดีตเคยเป็ขุนหนูของจวนขุนนางตำเเหน่งเล็กๆเเต่งให้บิดานาง หลังจากครอบครัวพากันหนีมาถึงเมืองเป่ยหลิน
ได้พากันมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านชาวประมงถังซาน ตินทะเลอีกทั้งยังมีป่าเขาไม่นับว่าลำบากอันใดมาก! บิดาของนางรับจ้างเขียนบัญชีเเละคัดลอกหนังสื่อสวดมนต์ให้กับวัดเต๋าเเละอารามชีต่างๆอีกทั้งยังรับสอนอ่านเขียนให้เเก่เด็กๆจากหลายหมู่บ้านร่วมกับบัณฑิตชราคนหนึ่งที่หมู่บ้านข้างๆเเม้มือจะจับพู่กันได้ไม่นานเมือนเดิมเเล้วก็ตามทว่าก็ยังเขียนเล็กน้อยพวกนี้ได้รวมรายได้หนึ่งเดือนก็เกืิอบจะสามตำลึง!!
สามตำลึงไม่นับว่ามากหากเเต่ชาวบ้านธรรมดาใช้อยู่ได้เกือบครึ่งปีเชียว
ส่วนมารดานางเย็บปักผ้าขายรายได้ดีไม่น้อยเพราะลายที่ท่านเเม่ปักงดงามอีกทั้งท่านเเม่นางยังเลาะชุดที่เคยใส่ในเมืองหลวงเมื่อครั้งนั้นเอามาเปลี่ยนเป็กระเป๋าเห่อปาน่ารักๆฝากขายในเมืองอยู่บ่อยครั้ง!!
พี่ชายคนโต จูิ เนื่องจากเป็พี่จึงเสียสละให้น้องพี่ใหญ่นางไม่เข้าสำนักศึกษาเพราะเขาต้องดูเเลที่ดินเเปดหมูของครอบครัว ท่านพ่อท่านเเม่ล้วนไม่เก่งงานไร่เขาจึงเป็คนศึกษาการทำไร่นาจากเพื่อนบ้านเพื่อมาดูเเลไร่ของตนเอง ปีนี้อายุสิบสี่เเล้ว
จูเชียนเเละจูชิงลาง พี่ชายคนรองเเละพี่ชายสามของนางเป็ฝาเเฝดกันคนทั้งคู่ถูกท่านพ่อส่งเข้าสำนักศึกษาในตัวเมืองกลับบ้านเพียงอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น อายุสิบสามปี
ส่วนนางจูเฟยหยาลูกสาวคนสุดท้อง อ่อนเเอขี้โรคนอกจากหน้าตาที่น่ารักน่าชังได้เเม่กับพ่อมาเต็มๆเเล้วอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรดีเลย.
เป็เด็กขี้เเยเเถมฟรีขี้โรค
ครึ่งปีก่อนตอนหน้าหนาวก็นอนหนาวตายอย่างอนาจในห้องโดยไม่มีใครรู้ประจวบเหมาะกับเสี่ยวไป๋เ้าภูตงูขาวนั้นพาดวงิญญานางข้ามภพพอดีจึงทำให้นางได้ยืมศพคืนิญญาโดยไม่มีใครรู้
"ท่านเเม่เฟยหยา!! มาตกปลาหรือเหตุใดไม่รอเสี่ยวไป๋เล่า!่" เสียงเด็กน้อยราวสามขวบดังขึ้นมาในหัวของเฟยหยาที่กำลังนั่งตกปลาอยู่
งูขาวเลื่อยขึ้นไปด้านหลังนางก่อนจะไปขดตัวที่ไหล่ เสี่ยวไป๋คือจิตเเห่งภูตชาติก่อนนางบังเอิญทำยกโบราณที่ยายทวดให้เเตกอีกทั้งยังบาดมือ จึงทำให้จิตของเสี่ยวไป๋เข้ามาบำเพ็ญเพียรในร่างของนางนานวันเข้ามันก็ได้สร้างกายเนื้อโดยมีรากฐานจากเหลือดเนื้อของนาง ซึ่งวันที่มันสำเร็จการบำเพ็ญเพียรสร้างร่างนั้นเป็เวลาก่อนนางตายไม่นาน
หลังจากนางมาอยู่ที่นี่มันก็ได้กลายเป็งูขาวตัวเท่าหนึ่งนิ้วมือบุรุษมันกลายเป็สัตว์เลี้ยงของนางจูเฟยหยาเเถมมันยังเรียกนางซึ่งอยู่ในร่างเด็กน้อยว่าท่านเเม่ไม่ขาดปากพอนางบอกไม่ใช้เเม่มันก็ตอบกลับมาอย่างซื่อๆว่า
'ข้าถือกำเนิดร่างมาจากเืเนื้อของท่านเช่นนั้นเเล้วจึงเป็ลูกของท่าน!!'
เห็นตอบอย่างไร้เดียงสาเช่นนั้นนางจึงทำอันใดไม่ได้จำต้องยองรับให้มันเรียกเเม่อย่างที่้าอีกทั้งยังตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ ตั้งจากสีของมันนั้นเอง
"เ้ามาจากไหน ข้าตามหาเ้าเสียให้ทั่ว" นางส่งกระเเสจิตคุยกับมันเมื่อเช้าเฟยหยาหามันทั่วบ้านก็ยังหามันไม่พบ
"อ๋อข้าได้กลิ่นของดีจึงไปดูมาขอรับท่านเเม่เฟยหยา!" เสี่ยวไป๋ตอบอย่างตื่นเต้น ของดีหรือเ้านี่รู้จักอะไรดีไม่ดีด้วยหรือปกติเห็นทำตัวเป็เด็กน้อยชอบหาของกินในป่าลึกเห็นเเก่กินเป็ไหนๆเฟยหยาคิดในใจ