แสงจันทร์ยังอาบโลกด้วยความเงียบสงบ เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งในกระท่อมไม้เล็กริมเขตหมู่บ้าน
หลิงเซียวลืมตาขึ้นช้า ๆ จากสมาธิ เขายังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเล็กซึ่งมีแผ่นเหล็ก กล่องอุปกรณ์ และเศษวัตถุดิบกองสุมกันเงียบ ๆ เหงื่อบนหน้าผากยังไม่แห้งดีจากการทดลองประกอบโครงเครื่องมือใหม่เมื่อครู่
เขาผ่อนลมหายใจแล้วลุกขึ้น ก้าวไปเปิดประตู
ผู้ที่ยืนอยู่หน้ากระท่อม…คือเฟิ่งเหยา
“เ้าตื่นอยู่สินะ” น้ำเสียงของนางเบากว่าคืนก่อน แฝงความกังวลบางเบาในดวงตาคู่นั้น
หลิงเซียวพยักหน้า สะบัดเสื้อคลุมบาง ๆ ให้เข้าที่ “คืนนี้ข้ายังมีอะไรต้องคิดอีกมาก… เ้าก็ไม่นอนหรือ?”
เฟิ่งเหยาก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นมองเขาตรง ๆ
“ข้าแค่มา…เพื่อให้เ้าไม่ลืมว่าพรุ่งนี้ เ้าจะไม่ยืนอยู่ลำพังอีกต่อไปแล้ว”
หลิงเซียวชะงักไปชั่วครู่
แม้ใจเขาจะไม่เคยยึดถือว่าความอ้างว้างเป็สิ่งที่ควรบ่น แต่ในวินาทีนั้น…น้ำเสียงของเฟิ่งเหยากลับซึมลึกถึงส่วนที่เขาไม่อาจปฏิเสธว่า “เคยเจ็บ”
“ข้าขอบใจเ้า” เขาเอ่ยเบา ๆ
เฟิ่งเหยาไม่ได้ตอบ เพียงหยิบซองผ้าเล็ก ๆ ออกจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้เขา
“นี่คือยาฟื้นฟูปราณกับสมุนไพรลดไข้ร้อนใน ข้าจัดให้จากคลังของตระกูล… พรุ่งนี้เ้าจะได้ไม่ล้มก่อนจะได้ยืน”
หลิงเซียวรับมาอย่างช้า ๆ มือของเขาแตะหลังมือเธอเพียงแวบเดียว…แต่ก็อบอุ่นพอจะปลุกให้หัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด
“…แล้วเ้าล่ะ? ไม่ต้องเข้าร่วมด้วยหรือ?” เขาถามเพื่อกลบความวาบไหวในอก
เฟิ่งเหยาแค่นหัวเราะบาง ๆ “ข้ามีสิทธิ์เข้าร่วมตรงจากตระกูลเฟิ่งอยู่แล้ว…แต่พรุ่งนี้ ข้าจะอยู่ข้างลานสอบ…เฝ้าดูเ้า”
แววตาของเธอนั้น…ไม่ใช่แค่ความห่วงใยธรรมดาอีกต่อไป
หลิงเซียวรู้ดีว่าแม้จะไม่มีคำพูดตรง ๆ ใดจากปาก แต่ระยะห่างระหว่างพวกเขา…มันใกล้กว่าที่เคยคิดไว้มากนัก
⸻
รุ่งเช้า
แสงแรกของวันทาบขอบฟ้า หมอกจาง ๆ ยังปกคลุมยอดไม้เหนือหมู่บ้านซื่อหาน
เสียงระฆังไม้ดังกังวานสามครั้งทั่วทิศอีกครั้งหนึ่ง—แต่ครานี้ ไม่ใช่เพื่อการประลองธรรมดา…แต่คือสัญญาณเรียกผู้ที่ได้รับคัดเลือก เข้าสู่ “บททดสอบของสำนักใหญ่แคว้นตวนหลง”
ลานกลางหมู่บ้านถูกจัดใหม่ั้แ่ยังไม่สว่าง บรรดาผู้ได้รับการคัดเลือกจากหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วเขตย่อยในแคว้น เริ่มทยอยมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้
หลิงเซียวมาถึงพร้อมกลุ่มเล็ก ๆ ของหมู่บ้านซื่อหาน เขาสวมชุดเรียบง่าย เส้นผมถักเป็เปียเล็กเก็บหลังเรียบร้อย ใบหน้ายังมีรอยฟกช้ำจาง ๆ จากศึกวันก่อน
แต่สายตา…แน่วแน่กว่าทุกคนในลาน
“เ้าคือหลิงเซียวใช่หรือไม่?” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากด้านข้าง
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งอายุไล่เลี่ยกับเขาเดินเข้ามา ใส่ชุดสีขาวเทาราวพวกนักศึกษาแคว้นหลวง ริมฝีปากมีรอยยิ้มแต่แววตาไม่ปรากฏร่องรอยแห่งไมตรีนัก
“จ้าวซิ่น – จากหมู่บ้านเหิงหลง” เขาแนะนำตัวเอง “ได้ยินเ้าล้มหลิงจื้อได้…น่าสนใจ”
หลิงเซียวพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยตอบตรง ๆ
อีกฝ่ายไม่หยุดเพียงเท่านั้น
“หวังว่าเ้าจะไม่หมดแรงก่อนเข้ารอบสอง…” น้ำเสียงนั้นแฝงการหยั่งเชิง
แต่ก่อนที่หลิงเซียวจะตอบอะไร เสียงของาุโเจี่ยนก็ดังขึ้น
“ผู้ได้รับคัดเลือกจากแคว้นตะวันออกทั้งสิบสามหมู่บ้าน ขึ้นแถวยืนเรียงตามสำนัก!”
ฝูงชนเงียบลงทันที
าุโเจี่ยนกวาดตามองทุกคนช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น
“จากนี้ไป…เ้าทั้งหลาย จะเข้าสู่ บททดสอบแห่งจิต เจตนา และความกล้า ผู้ที่ผ่านไปได้ทั้งหมด จึงมีสิทธิ์เข้าสำนักใหญ่ของแคว้นตวนหลง”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง พลันหันหน้าไปทางด้านขวา
“สำนักเมฆาเงาแห่งเขาหยุนหลง ขอรับเกณฑ์ผู้สมัครเพื่อคัดเลือกระดับแรก—จิตตื่นรู้ หากใครใจกระเพื่อม หากใครซ่อนความคิดปองร้าย จะถูกคัดออกในทันที”
เสียงลือสะท้านทั่วลาน
หลิงเซียวก้าวออกจากแถวตามคำสั่ง แววตาเรียบสงบ สติแน่วแน่ราวหินผา
เพราะเขารู้…
บททดสอบนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อเข้าสำนักใหญ่
แต่คือ “บทเริ่มต้น” ของายาวไกล ที่เขาต้องเดินไปคนเดียว…แม้จะมีใครคอยมองจากข้างเวทีก็ตาม