ตอนที่สอง ข้าจะเรียนเวทมนตร์
เมื่อได้มาต่างโลกมันพิสูจน์ทฤษฎีสองสามอย่างที่ผมตระหนักได้คือ หนึ่งิญญามีอยู่จริง คนเราไม่ได้ตายไปแล้วก็ดับสูญ สองเวทมนตร์มีอยู่จริง และสาม ต่างโลกและการข้ามมิติมีอยู่จริง ส่วนการข้ามมิตินี้ห่างจากโลกเดิมมากแค่ไหนหรืออยู่ในมิติเดียวกันแต่ต่างเวลากัน ก็เป็เื่ที่ผมอาจจะตั้งเป้าหมายในการทดลองต่อไป
แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจคือ เวทมนตร์ เวทมนตร์ที่สามารถทำลายหลักฟิสิกส์ที่ผมรู้จักได้ สิ่งที่จะทำเื่อย่างทำลายปราสาทด้วยการโบกมือข้างเดียวหรือสร้างหุ่นโกเล็มขนาดั์ทำลายศัตรูได้
ผมคุ้นๆว่าผมน่าจะเป็ตัวร้ายของเื่หรือเป้าหมายการจีบอะไรสักอย่างนี่ล่ะ หากผมรู้ว่าตนเองจะตายคงท่องวิกิพีเดีย และอ่านเนื้อเื่ราวของสามร้อยกว่าตัวละครและตอนสั้นพิเศษ คมมอมมิคบุ๊คภาคพิเศษต่างๆให้ดีกว่านี้ แต่ในเมื่อเื่ราวเ่าั้ไม่สามรถย้อนกลับไปแก้ไขได้แล้ว
ผมคิดว่าผมทำได้แค่เลือกทางเดินชีวิตของตนเองเท่านั้น และการศึกษาเื่เวทมนตร์น่าจะเป็เส้นทางเลือกหนึ่งให้กับผม หากผมไม่คิดจะไปยุ่งกับเื่บ้าบอทางการเมืองชิงรักหักสวาทของราชวงศ์นี้
สนใจแต่เวทย์และหาทางเลือกในการใช้ชีวิตของตนเองน่าจะเป็วิธีที่ดีที่สุด
ชาติที่แล้วผมไปยุ่งกับการเมืองระหว่างประเทศในเื่ของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ทนความแห้งแล้งง แมลงและโรคระบาดได้ดีกว่าเดิม เพื่อพัฒนาความเป็อยู่ของประชาชนแต่มันจบไม่สวยเสียเท่าไร
ทิ้งลูกไว้กับคนใช้และหวังว่าลูกจะรู้สึกรักและผูกพันกับตนเองนี่นะ บางครั้งผมก็สงสัยสามัญสำนึกของคนในโลกนี้เหมือนกัน
เงินทองแม้จะมีมากมายพอสมควรตามที่ผมถามจากพ่อบ้าน จากเงินเดือนรายเดือนและรายปีของฐานะองค์ชายก็ให้น้อยเกินไปไม่ได้
แต่ตอนนี้ผมยังไม่ถึงอายุเพียงพอ
“หากองค์ชายมีความประสงค์ต้องกาใช้สิ่งใดโปรดบอกกล่าวต่อข้าน้อย” พ่อบ้านชราเคซี่ย์ที่ท่าทางสง่างามบอกกล่าวกับผมตอนที่จะขอไปเบิกเงินมาลงทุน ผมคิดว่ามาโลกนี้ผมจะลองปล่อยเงินกู้เก็บดอกเบี้ยสูง และตั้งธนาคารกลางของตนเอง ควบคุมอัตราเงินต่างๆบ้าง แต่กลับโดนพ่อบ้านชราขัดขวางก้าวแรกสู่วงการธุรกิจของผมเสียได้
“องค์ชายในฐานะขุนนาง ไม่ควรทำธุรกิจแข่งกับประชาชน “ พ่อบ้านชรากล่าวอย่างจริงจัง
อ้าว แล้วไหงพระเอกอิเซไคมันทำได้ ทำไมผมทำไม่ได้ฟะ?
แต่ท่าทางเข้มงวด ไม่ย่อหย่อนแม้แต่คนที่ขอร้องจะเป็ฐานะองค์ชายก็ตาม อาจจะเพราะว่าผมไม่ได้รับความสนใจมาอยู่กระท่อม---เอ่อ..คฤหาสน์ปลายนานี่ด้วยล่ะมั้ง
พวกคนใช้เลยไม่ค่อยเคารพผมเสียเท่าไร
ทำไมคนอื่นๆถึงโดนตามใจได้ แต่ผมกลับโดนเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดฟะ?
ว่าไปแล้วเท่ากับว่ามันได้ข้อเสียของชนชั้นสูงที่ต้องเคารพธรรมเนียมมากกว่าบารอนชายแดน แต่เสียอิสระของบารอนบ้านนอกชายแดนที่อยู่ห่างไกลจะออกกฎหมายหรือพัฒนาอะไรก็ได้ง่ายกว่า
ส่วนตัวผมดันต้องอยู่ในเขตเมืองหลวงที่ทุกอย่างพัฒนาแล้ว
ทำอะไรก็อยู่ในสายตาของราชวงส์ ไม่มีสิทธิขยับไปไหน
แต่ทำไมตามเนื้อเื่หลัก มอเดอไค ถึงไปเป็าาอาชญากรรมในโลกมือได้หว่า
คนใช้ชรานี่ไม่เบรกก่อนหรือ?
...
“เรียนนายท่าน องค์ชายมอเดอไคยังเงียบสงบแม้จะโดนขัดขวางไม่ให้ข้าวของได้อย่างใจ ตอนแรกข้าอดคิดไม่ได้ว่าพวกเราอาจจะเลือกฝาแฝดผิดคนเนื่องจากเขาไม่เคยอาละวาดในเื่การที่มีคนทำให้ขัดใจ แต่ความเยือกเย็นผิดวิสัยของเด็กข้าคิดว่านายท่านตัดสินใจถูกต้องแล้ว แต่ข้าอีกาเงา จะคอยติดตามพฤติกรรมขององค์ชายต่อไปว่าเขาจะเป็อย่างที่พวกเราคาดคิดไว้หรือไม่.”
ลงชื่อ
อีกาเงา
....
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อการศึกษาคงได้สินะ เคซี่” ผมจิบน้ำชาหลังอาหารและคอยให้หญิงรับใช้เอาจานชามไปเก็บ
เปลี่ยนจากมื้ออาหารหลักเป็มื้ออาหารว่างไว้ขบเคี้ยวเวลาทำงาน
“ได้ขอรับหากอยู่ในขอบเขตที่ราชนิกูลจำต้องเรียนรู้”
เคซี่ชรากล่าววาจาอย่างสุภาพ ผมสันนิษฐานว่าหากเอาอัลเฟรดพ่อบ้านของแบทแมนมาเป็ตัวอย่าง เคซี่น่าจะเป็แนวหน่วยราชการลับอังกฤษมาก่อนแน่ๆ สังเกตจากการเคลื่อนไหวแล้ว
ของว่างคือพุดดิ้งองุ่นแดงของราชวงศ์ที่ให้รสชาติหวานผสมกับเปรี้ยว
“อืม หาติวเตอร์ คนสอนวิชาเวทมนตร์ให้ข้าได้หรือไม่?”
พ่อบ้านเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เวทมนตร์หรือขอรับ? องค์ ชายสนใจศาสตร์แห่งอาเคน arcane?” พ่อบ้านครุ่นคิด
“อืม มันก็ออกจะเป็อาชีพของชนชั้นกลางแต่ก็เป็อาชีพที่น่านับถือในสังคมหากเป็มาสเตอร์ได้ สามารถเป็ที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาอย่าง สัตว์เวทย์มาโจมตีพืชผลหรือภัยแล้ง การก่อสร้างปราสาทด้วยความรวดเร็ว”
เคซี่วิเคราะห์ไปมา
“เข้าใจแล้วขอรับข้าจะจัดหาอาจารย์สอนวิชาเวทย์มาให้กับองค์ชาย”
ตอนแรกเคซี่อยากจะปฏิเสธเพราะมันดูไม่เหมาะกับราชวงศ์ชั้นสูงที่จะต้องออกไปทำงานจ้างงานใช้แรงงาน แต่เขาคิดอีกทีว่าองค์ชายมีสถานะพิเศษ ให้มีอาชีพของตนเองในด้านเวทย์และส่งไปให้อยู่กับพวกพ่อมดในหอคอยหรือหนังสือแบบไม่พบผู้คนอาจจะเป็อาชีพที่ไม่เลว
ส่งองค์ชายไปหาทางโบสถ์อาจจะลำบากพอสมควร ทางพ่อมดผู้ใช้เวทมนตร์น่าจะเปิดใจรับคนอย่างองค์ชายได้มากกว่า
อีกทางเลือกหนึ่งคือไปเป็มาสเตอร์ ศึกษาหาความรู้ไปเป็อาจารย์สอนหนังสือหาเลี้ยงชีพ แน่นอนเป็งานชั้นต่ำเกินกว่าราชวงศ์จะทำ แต่สำหรับองค์ชายมอเดอไค นั้นงานชั้นต่ำอย่างสอนหนังสือก็ไม่น่าจะมีใครรับไปให้สอนลูกหลานของเขาและเป็บุคคลอันตรายที่เกิดมามีสัญลักษณ์แห่งความมืด
สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั่วไป
บรรดาพ่อมดที่เป็คนมีความรู้ น่าจะเป็พวกที่เปิดใจรับองค์ชายได้มากที่สุดแล้ว
เคซี่ครุ่นคิดเื่การติดต่อพ่อมดที่จะมาฝึกสอนองค์ชาย ณ ที่แห่งนี้