ท่ามกลางห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและมีแสงไฟเพียงเล็กน้อยจากตะเกียงภายในห้อง ภายในห้องนี้มีการจัดแต่งประดับด้วยหนังสือต่างๆวางไว้เต็มชั้น และโต๊ะที่มีขนาดกว้างและเก้าอี้ 1 คู่และเอกสารงานวางไว้เพียงเล็กน้อย และแก้วกาแฟที่ดูเหมือนมีคนดื่มและทิ้งไว้เป็เวลาสักพัก ราวกับว่าคนที่เป็เ้าของกาแฟแก้วนี้ กำลังวุ่นอยู่กับอะไรสักอย่าง และสิ่งที่ทำให้ห้องนี้ที่จากเงียบสงบ กลับมีเสียงควงมีดดังแกร๊กๆ จากใครมาบางคนที่อยู่ในห้องนั้น พร้อมกับหยิบใบเอกสารมาดู พร้อมควงมีดบาลิซองอย่างชำนาญมือ และเพ่งเล็งไปตรงเอกสารนั้น ราวกับว่ามันเป็ข้อมูลที่สำคัญมากๆ
"หืม.. จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าร็อตเวลส์เหรอ.. ไม่ได้มีการส่งเด็กมาจากที่นั่นนานแล้วเหมือนกันนะ.. สงสัยคนๆนั้นไปช่วยคนมาเพิ่มอีกล่ะสิเนี่ย.."
ในขณะที่กำลังดูข้อมูลของใบในเอกสารนั้นอยู่ เธอได้วางเอกสารนั้นลงพร้อมกับหยิบแก้วกาแฟสีขาวปรกติ ไม่มีการตกแต่งใดๆ ทำให้แสดงถึงรสนิยมธรรมดาๆของหญิงสาวคนนี้ หลังจากเธอดื่มไปได้สักพัก เธอก็รู้สึกฝาดขมคอเล็กน้อย เหมือนกับว่ารสกาแฟที่เธอดื่มปรกติมันจะไม่ขมขนาดนี้ หรือไม่ก็มันต้องมีอะไรหวานๆผสมเข้ามาด้วย
"แค่กๆ ขมจัง ฉันอุตส่าห์บอกให้ชงแบบหวานแล้วนะ.."
ทันใดที่สิ้นเสียงประโยคนั้น ประตูที่อยู่ด้านหน้าของเธอก็ถูกเปิดเข้ามา พร้อมกับชายคนหนึ่ง ที่มีลักษณะผมสั้นถ้ามองจากด้านหน้าและมีเปียร์มัดด้านหลังอยู่ ใส่เสื้อเชิ้ตที่ใส่เนคไทสีแดงอย่างไม่เป็ระเบียบ พร้อมกับกางเกงขายาวสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือทั้งสองข้าง และตาข้างขวามีสีขาว และตาข้างซ้ายเป็สีดำ ทำให้เธอคุ้นชิ้นกับคนที่เข้ามาเป็อย่างดี
"นี่ฉันบอกแล้วไงว่าให้ชงมาเป็แบบหวานๆน่ะ"
"ชงให้แล้วก็อย่าเื่มากน่า เอาเป็ว่าขอโทษก็แล้วกัน"
"นายเป็คนแบบไหนเนี่ย ไมเนอร์ ปากไม่ตรงกับใจหรือไง ประโยคหน้าด่า ประโยคหลังขอโทษ แปลกคนจริงนะ"
"ช่างฉันเถอะน่า แล้วลองเช็คประวัติเพิ่มเติมของเด็กคนนั้นดูหรือยัง ท.. เทน .. ทอป ?"
"ทิวส์เดย์ เรลเลตส์ ต่างหากล่ะ"
"เออนั่นแหละ จะว่ายังไงก็ช่างเถอะ เป็ไงบ้างล่ะ"
"เด็กคนนี้ เมื่อก่อนเป็เด็กคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตตามปรกติ มีความสุขเหมือนเด็กทั่วๆไป แต่อยู่มาวันหนึ่งเหมือนจะโดนิญญาที่จัดอยู่ในประเภทขั้นที่ 3 ตามเอาชีวิตของเด็กคนนี้ และคนรอบข้าง และคนๆนั้นได้ช่วยมาแล้ว จนสุดท้ายถูกส่งมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเรลเลตส์ และก็ถูกส่งตัวมาที่นี่เพราะเป็คนมีญาณทิพย์ที่แรงมาก ถึงขนาดที่ิญญาบางสิ่งที่คนมีญาณทิพย์ธรรมดาๆมองไม่เห็นเลยล่ะ"
"หรือก็คือคล้ายๆพวกเราสินะ เด็กคนนั้นน่ะ"
"อืมหื้ม ก็ประมาณนั้นแหละ แต่ดูๆแล้วก็โดนเลี้ยงดูมาอย่างดีเลยล่ะนะ"
"ก็แหงอยู่แล้วล่ะถ้ามาจากร็อตเวลส์น่ะ เออนี่จะว่าไปตอนที่ฉันคุยกับเรลเลตส์น่ะ มันบอกว่ามันเคยโดนิญญาทำร้ายถึง 2 ครั้งแต่ทำไมที่เธอสืบมาถึงมีแค่ครั้งเดียวเองแหละ"
"เื่รอบที่ 2 ฉันไม่รู้หรอก อาจจะเป็ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นก็ได้นะ"
"ไม่มีทางหรอกน่า แต่ถ้าเป็แบบนั้นจริงแสดงว่าิญญาพวกนี้ก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเหมือนที่ตำราเคยบอกเลยนะ"
"ถ้ายิ่งคนมีความคิดที่ชั่วร้ายปะปนอยู่ในใจเท่าไหร่ ิญญานั้นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น.. บทที่ 3 หน้าที่ 258 ย่อหน้าที่ 2 ใช่มั้ยล่ะ?"
"จำเก่งจริงนะเธอเนี่ย ไม่น่าจะล่ะทำไมถึงได้ฉายาจากพี่มาเรียว่า 'สมองหนังสือ' "
"แน่นอนอยู่แล้วล่ะ อืม.. งั้นขอเช็คก่อนละกันนะ นายได้บอกกฎ 4 ข้อนั้นครบมั้ยทั้ง 4 ข้อครบมั้ย"
"ครบสิ"
"แล้วแนะนำห้องล่ะ"
"ไม่ต้องหรอกน่า ฉันคิดว่าไม่จำเป็หรอก ฉันคิดว่าหมอนั่นเข้าไปในห้องก็น่าจะกระโจนลงเตียงแล้วล่ะ ท่าทางเหนื่อยมากเลย"
"เห้อ ฉันไม่ชอบนิสัยของนายจริงๆเลยนะ ทำแบบขอไปทีแบบนี้เนี่ย แล้วได้บอกเกี่ยวกับพวกิญญาสัตว์ต่างๆในหอเรามั้ย เกี่ยวกับเ้าหมาตัวนั้นน่ะ"
"หมาอะไรนะ"
"นี่นาย!! ลืมบอก!! เกี่ยวกับเ้าหมาตัวนั้นงั้นเหรอ!!"
"อ่าวเฮ้ย ลืมสนิทเลยไปเลยล่ะ แครอล"
"อย่ามัวแต่ยืนนิ่งเฉยสิ!! พวกเราต้องรีบไปที่ห้องของเด็กคนนั้นเลย!! นายนี่มันบ้าจริงๆ!"
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีบ้าไมเนอร์นี่จะทำแบบขอไปทีไม่พอ และยังบอกข้อมูลไม่ครบอีก โถ่เอ้ย.. นายก็รู้นี่ถ้าสัตว์ตัวนั้นมันเกิดอาละวาดขึ้นมามันคุมยากเนี่ย! ถ้าเด็กคนนั้นเป็อะไรขึ้นมาจะเป็ยังไงเนี่ย แถมยังทำหน้าตาชิลๆไม่สนอะไรอีก ฉันเลยรีบดึงแขนเสื้อของไมเนอร์แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องของเด็กคนนั้นทันที
::------------------------------------------------------------------------::
ตอนนี้ผมได้ดูนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนังของห้องก็เวลาประมาณ 18 นาฬิกา 49 นาทีได้แล้วล่ะมั้ง ผ่านมา 3 ชั่วโมงแล้วเหรอหลังจากมาที่นี่ หลังจากที่ผมได้เล่นกับเ้าเวนส์เดย์ไป มันก็เหนื่อยแล้วนอนพักข้างๆเตียงผมแล้วล่ะ หลังจากนั้นผมก็เบื่อแล้วไม่มีอะไรทำเลยเปิดกระเป๋าอ่านหนังสือที่ขอพี่เลี้ยงมา ซึ่งผมก็อ่านอยู่ไม่กี่เล่มหรอก "ปริศนาภายในโลกที่มีปีศาจอยู่ใต้เงามืด" แปลกเหมือนกันที่ผมสนใจจะอ่านให้จบถึงมันจะใหญ่มากๆขนาดนี้ก็ตาม ไม่รู้สิ ข้อมูลต่างๆในนี้มันเหมือนจะดูงมงายแต่มันก็น่าสนใจ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี่เก่งจริงๆ มีการอธิบายประเภทปีศาจ ระดับ 1-6 และภาพประกอบด้วยล่ะ ถึงมันจะเป็แค่หนังสือที่ถูกแต่งขึ้นมาแต่มันก็น่าสนใจอยู่ดีนั่นแหละ ก็ภาพออกจะเหมือนจริงซะขนาดนี้ ผมอ่านถึงหน้า 126 จากประมาณ 1,000 กว่าหน้า แน่นอนเพราะผมเป็คนอ่านหนังสือช้ามากๆ และจนกว่าจะอ่านเล่มนี้จบก็คงประมาณอีก 2 ปีแหละมั้งนะ..
ระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับหนังสืออยู่นั้น ผมเหลือบไปมองที่นาฬิกา เวลาตอนนี้เวลา 18 นาฬิกา 54 นาที ผมรู้สึกง่วงเล็กน้อย เพราะจากการเดินทางมาที่นี่และเล่นกับเ้าเวนส์เดย์ด้วย มันยังคงนอนอยู่ที่เดิมและดูเหมือนจะเหนื่อยมากนอนหลับนิ่งเชียว
"เป็ไงล่ะ เหนื่อยมั้ยล่ะ นอนไปเลยเ้าตัวแสบ"
ในระหว่างที่ผมกำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำเพื่อเข้านอน ให้ร่างกายได้พักผ่อนสักที ผมวางหนังสือไว้ชั้นวางของข้างเตียงแล้วเริ่มเดินออก และทันใดนั้นเอง..
"ตึงๆๆ!!" เสียงทุบประตูจากด้านนอกที่ผมล็อคเอาไว้ ผมสดุ้งใเล็กน้อย และประตูห้องนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า "ตาแมว" อยู่ผมจึงเดินไปอย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวว่าจะเป็ิญญาร้ายอีกหรือเปล่า ผมเลยส่องตาแมวดู..
"อ่ะ.. นั่นคุณแครอลกับคุณไมเนอร์นี่นา"
ผมปลดล็อคประตูให้พวกเขาเข้ามา คุณแครอลล้มหน้าคะมำมาตรงพื้นแล้วทำท่าลุกลี้ลุกลนมาที่ห้องผมเหมือน้าเช็คดูอะไรสักอย่างแล้วเขาก็พูดกับผมว่า
"นี่ ทิวส์เดย์เห็นพวกสัตว์หรืออะไรเข้ามาในนี้บ้างมั้ย!"
"เอ่อ.. ก็มีสุนัขตัวหนึ่งนะครับ อยู่ตรงนั้นครับ" ผมชี้ไปที่ข้างๆเตียงของผมที่สุนัขตัวนั้นนอนอยู่
"มันไม่ได้ทำอะไรกับเธอใช่มั้ย"
"ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ ยกเว้นเลียหน้า ตามจริงผมก็ใอยู่เหมือนกันตอนแรกที่อยู่ดีๆมันก็โผล่มา ฮ่าๆ นึกว่าจะเป็ิญญาสัตว์ซะอีกนะครับ" ผมพยายามพูดให้ดูน่าฟังมากที่สุด เพราะนี่เป็การคุยกันจริงๆจังๆครั้งแรก ผมก็ไม่อยากทำให้สองคนนี้มองผมเป็คนดูที่คุยยากซะด้วยสิ
"แล้วที่มากันนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ รีบกระโจนมาที่ห้องของผมเชียว"
"เฮ้อ..." เธอถอนหายใจพร้อมปาดเหงื่อทำให้เธอแลดูสดใสขึ้นมาเล็กน้อย ผมก็รู้แหละว่าเธอสวยอยู่แล้ว แต่พอปาดเหงื่อทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นเล็กน้อย
"ตามจริงแล้วหมาตัวนั้นน่ะ ก็คือิญญานั่นแหละ"
"เอ๋.. ? คุณแครอลแน่ใจได้ไงครับ ผมว่ามันก็ดูปรกติดีนะ ผมไม่ได้แตะต้องตัวมันแล้วมือทะลุนะครับ"
"ก็เพราะนายเป็คนญาณทิพย์แรงไงล่ะ ถึงัักับิญญาแบบนี้ได้น่ะ!"
เธอขึ้นเสียงกับผมเล็กน้อย และเป็ครั้งแรกที่มีคนมองผมออกั้แ่แรกว่าผมเป็คนมีญาณทิพย์เห็นผีและพวกิญญาได้ ั้แ่ผมเข้ามาั้แ่แรกด้วยซ้ำ ความสงสัยของผมเริ่มมีขึ้นมาเล็กน้อย
"คุณรู้ได้ไงเหรอครับ ว่าผมเป็คนมีอะไรแบบนั้นด้วย ?"
"ก็แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราน่---"
อยู่ดีเสียงของเธอก็โดนปิดปากโดยคุณไมเนอร์ที่ยืนฟังมาสักพักตรงหน้าประตูห้อง เหมือน้าปิดบังผมกับอะไรสักอย่าง
"เอาว่าฉันจะสรุปให้ฟังนะ นายได้ฟังกฎข้อสุดท้ายได้มั้ย"
"ห้ามนำเครื่องรางอะไรต่างๆที่เรียกิญญาเข้าหอใช่มั้ยครับ"
"ใช้.. ถ้าตามที่นายเข้าใจล่ะก็ที่นี่ของเราน่ะ เราก็ค่อนข้างจะเชื่อในเื่แบบนี้นี้อยู่พอสมควรเลยล่ะ เพราะงั้นกฎข้อนี้เลยต้องมีขึ้นมาน่ะ เข้าใจมั้ย"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการมาที่ห้องของผมตอนนี้เหรอครับ ?" ผมสงสัยและงงเล็กน้อยว่าที่พูดมามันเกี่ยวอะไรกันกับการมาที่ห้องของผมตอนนี้
"ก็เ้าหมาตัวนั้นน่ะ เป็ิญญานะ มันตายไปตั้งนานแล้ว และมันน่ะมีนิสัยเอาแต่ใจ มันจะใช้สัญชาตญาณถ้ามันไม่ชอบหน้าใครมันก็จะทำร้าย ส่วนถ้าชอบหน้าใครมันก็จะเลียหน้าและเล่นตามปรกติ แต่ถ้ามันนอนที่ห้องนายได้แบบนี้ ก็แสดงว่านายโชคดีแล้วล่ะนะ"
"อ๋อ.. แล้วข้อที่ 4 มันเกี่ยวอะไรกั--"
"งั้นราตรีสวัสดิ์นะ มีอะไรก็มาถามพวกฉันได้นะ พวกฉันไปก่อนล่ะ"
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรเพิ่มเติมคุณไมเนอร์ที่เอามือปิดปากคุณแครอลก็ปิดประตูห้องไปอย่างลุกลี้ลุกลน แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรตอนนี้ผมก็คุยกับพวกเขาได้ง่ายขึ้นแล้ว เพราะพวกเขาเชื่อในเื่นี้และเห็นเหมือนกับที่ผมเห็น ถือว่าเป็เื่ที่ดีสุดๆไปเลยล่ะ และอีกอย่างผมอายุน้อยกว่าเขามากๆ ผมก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรเขาเยอะเท่าไหร่และคุณแครอลคนนั้นก็ตอนรับผมดีด้วยในตอนที่เข้ามาครั้งแรก ส่วนเื่กฎข้อที่ 4 ที่คุณไมเนอร์พูดมันจะไม่เกี่ยวอะไรกับการมาที่ห้องผมเลยก็เถอะ พี่เลี้ยงสอนว่าบางเื่ที่เราสงสัยให้ละเว้นไว้บ้างจะได้ไม่ต้องไปคิดกับมันเยอะ งั้นเื่นี้ก็คงต้องทำแบบเดียวกันสินะ ผมมองนาฬิกานั้นเล็กน้อยก็เห็นว่าเวลา 19 นาฬิกา 15 นาทีแล้ว และทำให้ผมได้คิดว่าเวลาที่ผมคุยกับทั้งสองคนนั้นเร็วกว่าที่คิด และถือว่าเป็การทักทายที่ไม่เลวเลยล่ะ ทำได้ดีมากตัวเรา!
"หาว.. เหนื่อยจังเลยนะ อาบน้ำเข้านอนดีกว่า.."
::------------------------------------------------------------------------::
"เธอบ้าหรือเปล่าเนี้ย เกือบหลุดปากไปแล้วมั้ยล่ะ ยัยแครอลลี่"
"ขอโทษที พอดีมันหยุดไม่ได้น่ะ ก็มันเป็นิสัยติดตัวฉันมาั้แ่เกิดนี่นา"
"เฮ้อเกือบไปแล้วมั้ยล่ะ"
"อย่าว่าแต่ฉันเลย นายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้เลยนะ ถ้าเด็กคนนั้นเขาคิดมากแล้วรู้ความลับของหอพักนี้ล่ะ"
"น่าๆฉันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง เด็กนั่นไม่ใส่ใจหรอก และอีกอย่างไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องบอกอยู่ดีแหละน่า"
"เฮ้อ... แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ทิวส์เดย์เข้ากับหมาตัวนั้นได้เหมือนพวกเรา เพราะถ้าเข้าไม่ได้ปัญหาใหญ่แน่ๆ"
"ที่ฉันไม่บอกเด็กนั่นตามจริงฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเข้ากันได้น่ะ คนมีเซนส์แบบฉันรู้มาั้แ่แรกแล้วล่ะ"
"อย่ามาโม้หน่อยเลยน่า คุณขี้ลืมบอกข้อมูลให้เด็กใหม่น่ะ"
"เธอก็เหมือนกันนั่นแหละ ยัยปากเซ่อ"
"ฮ่าๆ ไม่ได้ด่ากันบ่อยแบบนี้มาสักพักแล้วนะ"
"บ้าหรือเปล่าเนี้ย ใครจะมาด่ากันทุกๆวันล่ะ ฮ่าๆ เธอบ้าไปแล้วแครอล"
"ฮ่ะๆ"
"ว่าแต่แครอลไม่ใช่ว่าเ้าหมานั่นมันพูดได้หรอกเหรอ"
"นั่นสินะ แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรซักหน่อย ฉันง่วงแล้วอยากนอน"
"นี่เธอ.. ไหนทำตัวนิสัยแบบฉันได้ล่ะเนี่ย.."