[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70

    บทที่ 39 อาจารย์ผู้ชอบประจบ

            บทที่ 39 อาจารย์ผู้ชอบประจบ

            

            "คืออย่างนี้นะคะ" สวีเถาเถาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "จริง ๆ แล้วฉันรอสหายกู้มาสักพักแล้วค่ะ"

            

            อาจารย์กู้นั่งตัวตรงด้วยความประหลาดใจ "รอผมเหรอครับ?"

            

            "ใช่ค่ะ ฉันรู้ว่าที่ฉันได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก็เป็นเพราะสหายกู้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก และอยากจะขอบคุณคุณด้วยตัวเองมาตลอด

            

            แต่เพราะสหายกู้หายหน้าหายตาไปนาน และฉันก็ไม่รู้เรื่องอื่น ๆ ของสหายกู้เลย จึงได้แต่รอที่ร้านอาหารของรัฐ โชคดีจริง ๆ ที่วันนี้คุณมา

            

            เรื่องที่ปากซอยวันนั้น ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนั้นฉันอารมณ์ไม่ดีมาก ๆ และเผลอทำตัวไม่ดีกับคุณไป อืม... ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคุณคือผู้มีพระคุณของฉัน พอมาคิดดูแบบนี้แล้วก็น่าอายอยู่เหมือนกันค่ะ"

            

            พอสวีเถาเถาพูดจบ ดวงตาคู่สวยมองไปยังอาจารย์กู้อย่างเขินอาย

            

            "เอ่อ... หวังว่าคุณจะให้อภัยฉันนะคะ"

            

            "ไม่เป็นไรครับ เวลาสหายหญิงอยู่ข้างนอกก็ควรจะสู้คนเสียบ้าง ส่วนที่สหายสวีพูดถึงเรื่องการบรรจุเป็นพนักงานประจำว่าเป็นเพราะความช่วยเหลือของผมน่ะ ในประเด็นนี้ผมไม่เห็นด้วยนะครับ"

            

            อาจารย์กู้พูดอย่างจริงจังว่า "สหายสวีได้รับตำแหน่งนี้ด้วยความสามารถของตัวเอง สำหรับผมฝีมือการทำอาหารของคุณถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

            

            การที่ร้านอาหารของรัฐรับคุณเข้ามาเป็นพนักงานประจำถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ผมหวังว่าสหายสวีจะไม่ด้อยค่าตัวเองนะครับ ความสามารถของคุณมันโดดเด่นจริง ๆ "

            

            สวีเถาเถา "..."

            

            ขอไม่พูดถึงเรื่อง 'ความแข็งกร้าว' ก่อนหน้านี้แล้วกัน

            

            เพราะอีกเรื่องน่ะ พระเจ้าช่วย! นี่มันเทพบุตรประเภทไหนกันแน่เนี่ย!

            

            หน้าตาดีแถมยังพูดจาน่าฟังอีก!

            

            ดูพูดคำหวาน ๆ พวกนั้นสิ ทั้ง 'สมบัติล้ำค่า' และ 'โดดเด่น'

            

            ขนาดสวีเถาเถาเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมเท่าไหร่ ยังอดที่จะต้องเอามือปิดหน้าไม่ได้

            

            โอ้โห เหลือเชื่อ นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ เขาเก่งเรื่องการพูดจายกยอปอปั้นสุด ๆ ไปเลยนี่!

            

            "สหายกู้ คุณเป็นเทพแห่งการสรรเสริญที่ลงมาจุติหรือเปล่าคะ?"

            

            สวีเถาเถาพูดออกมาโดยไม่ทันได้ยั้งปาก

            

            "อะไรนะครับ?"

            

            อาจารย์กู้งุนงง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เข้าใจที่เธอพูด

            

            "เอ่อ..." สวีเถาเถารีบโบกมือ "ไม่ ๆ ฉันหมายถึงว่าอาจารย์กู้ชมฉันเกินไปแล้วน่ะค่ะ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาจารย์กู้ชื่นชมฉันขนาดนี้"

            

            ไม่คิดเลยว่าอาจารย์กู้จะยอมรับเรื่องนั้นอย่างตรงไปตรงมา

            

            "ใช่ครับ ผมชื่นชมสหายสวีมาก"

            

            "อาจารย์กู้คะ ฉันรู้สึกว่าการขอบคุณด้วยคำพูดมันดูน้อยเกินไป มันไม่สามารถแสดงความรู้สึกขอบคุณของฉันที่มีต่อคุณได้ทั้งหมด อย่าเพิ่งพูดอะไรนะคะ!"

            

            สวีเถาเถาห้ามไม่ให้อาจารย์กู้พูดต่อ เธอทำหน้าจริงจัง

            

            "ฉันเป็นแค่แม่ครัว สิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำให้คุณได้ก็คือการทำอาหาร ฉันอยากทำอาหารให้สหายกู้ได้กินสักสองสามอย่าง ได้โปรดให้โอกาสฉันด้วยนะคะ!"

            

            อาจารย์กู้ทำหน้าตาขึงขัง การช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเขาเดือดร้อนเป็นคุณธรรมอันดีงามของชาวจีน และในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ซื่อตรง เขาไม่ควรรับสินบนจากผู้อื่น

            

            แต่เขากลับห้ามปากตัวเองไม่ได้ "ตกลงครับ"

            

            "งั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ!"

            

            คนที่พูดเก่งมักจะทำให้คนอื่นอยากเลี้ยงเสมอ

            

            สวีเถาเถาสาวเท้าเดินนำไปก่อนแล้วเปิดประตู แล้วทั้งสองก็เดินตามกันออกไปจากห้องเก็บของ

            

            โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าอาจารย์กู้ที่เดินตามหลังมานั้น มีความลังเลปรากฏอยู่บนใบหน้าเล็กน้อย

            

            เขาไม่ได้คิดว่าการที่สหายสวีได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเพราะตัวเอง และเขาก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเธอเลย

            

            แต่เพราะสหายสวีกระตือรือร้นมาก เขาจึงยอมรับน้ำใจนี้อย่างไม่ละอาย

            

            เพียงเพื่อจะได้กินอาหารที่สหายสวีทำเพิ่มอีกสักจานสองจาน

            

            อาจารย์กู้ถอนหายใจเบา ๆ อาหารอร่อยทำให้คนหลงทางได้จริง ๆ

            

            เขาเดินตามหลังสวีเถาเถาไปทั้ง ๆ ที่แอบรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ

            

            "สหายสวี ไม่ทราบว่าผมขอสั่งอาหารหน่อยได้ไหมครับ? ผมเพิ่งรู้ว่าร้านอาหารของรัฐเปลี่ยนนี้กฎใหม่ ผมคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ จริง ๆ ครับ"

            

            สวีเถาเถาอยากจะปฏิเสธอยู่เหมือนกัน แต่เพราะอาจารย์กู้พูดจาไพเราะน่าฟัง เธอจึงใจอ่อน

            

            "ก็ได้ค่ะ"

            

            ช่างเถอะ ก็เขาคนนี้เป็นผู้มีพระคุณของเธอนี่นา อีกอย่างเธอก็เป็นคนชวนเขามาเองด้วย งั้นวันนี้ก็อนุโลมให้เขาสักครั้งแล้วกัน

            

            "สหายสวี งั้นผมขอสั่งเนื้อตุ๋นกับมันฝรั่งได้ไหม?"

            

            "ได้ค่ะ"

            

            "สหายสวี ผมอยากกินปลาเหลืองทอด"

            

            "ไม่มีปลาเหลืองค่ะ"

            

            "สหายสวี เมื่อกี้ผมได้กลิ่นผัดหน่อไม้เปรี้ยว ๆ เผ็ด ๆ ลอยมา..."

            

            "ได้"

            

            "สหายสวี..."

            

            สวีเถาเถาหันขวับ จ้องมองใครบางคนที่ได้คืบจะเอาศอก

            

            "สหายกู้! มีคำกล่าวที่ว่าได้คืบอย่าเอาศอกอยู่นะคะ ถ้าคุณพูดมากกว่านี้อีกคำเดียว ฉันจะให้คุณกินข้าวราดน้ำซุปแทนแล้วนะคะ!"

            

            ใบหน้าหล่อเหลาของอาจารย์กู้ชะงักไป

            

            "สหายสวี คุณบอกว่าสามารถสั่งอาหารได้นี่นา"

            

            "ฉันเปลี่ยนใจไม่ได้หรือไงคะ"

            

            สวีเถาเถาแค่นเสียงหึในลำคออย่างเย็นชา แล้วเดินไปยังครัวหลังร้าน

            

            สหายกู้คนนี้ เวลาที่ไม่พูดจาประจบประแจงก็พล่ามไม่หยุด น่ารำคาญอยู่นะ

            

            อาจารย์กู้มองท้ายทอยของสหายสวีอย่างเสียดาย อารมณ์ของสหายสวีเหมือนอากาศเดือนในมิถุนายน แปรปรวนได้ง่ายจริง ๆ

            

            ในขณะที่อาจารย์กู้กำลังนั่งรอด้วยความคาดหวังอยู่นั้น ผ่านไปครึ่งชั่วโมง สหายสวีที่อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย ก็ทำอาหารสี่อย่างกับซุปหนึ่งถ้วยไปให้อาจารย์กู้

            

            เธอใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในร้านอาหารของรัฐ แล้วยังเธอควักเงินจ่ายเอง การที่เธอทำแบบนี้ถือว่าเป็นการบริการระดับสูงในยุคนี้เลยทีเดียว

            

            "อาหารครบแล้วค่ะ เชิญทานได้ตามสบายนะคะ"

            

            หนิวชิงเฉ่าสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอยู่ในใจเงียบ ๆ เธอค่อย ๆ นำอาหารไปวางบนโต๊ะของอาจารย์กู้อย่างสุภาพ

            

            "ขอบคุณครับ"

            

            อาจารย์กู้ไม่ได้สนใจสายตาของหนิวชิงเฉ่าที่กำลังจับจ้องมาเลย เขาจดจ่ออยู่ที่อาหารทั้งสี่อย่างและซุปหนึ่งถ้วยตรงหน้าจนไม่อาจละสายตาไปไหนได้

            

            เนื้อตุ๋นกับมันฝรั่ง หน่อไม้ดองผัดกับเนื้อแห้ง เต้าหู้ผัดแห้งแบบเสฉวน ปอเปี๊ยะไส้รากบัวทอด และต้มหัวปลาใส่วุ้นเส้น

            

            เมื่อมีอาหารรสเลิศมากมายมากองตรงหน้า อาจารย์กู้ก็แทบจะไล่สายตามองไม่ทัน เขาคว้าตะเกียบขึ้นมาอย่างใจร้อน

            

            เขาตักเนื้อเข้าปากเป็นคำแรก จากนั้นดวงตาของอาจารย์กู้ก็เบิกกว้างขึ้นทันที

            

            ดวงตาของเขาเป็นประกายพลางกล่าว "สมแล้วที่เป็นสหายสวี!"

            

            อาหนิว หนิวชิงเฉ่า และสวีเถาเถา ยืนอยู่ที่หน้าต่างด้วยกันทั้งสามคน มองดูอาจารย์กู้กินอาหารราวกับว่ากำลังดูรายการกินโชว์

            

            ท่าทางการกินของเขาดูดีมาก ไม่ได้มูมมามแต่กลับกินได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้แสดงออกทางสีหน้ามากนัก แต่ความเพลิดเพลินกับอาหารนั้นเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน

            

            หนิวชิงเฉ่ากลืนน้ำลาย

            

            "อาจารย์กู้คนนี้กินเก่งจังเลย ฉันดูเขากินจนน้ำลายจะไหลออกมาแล้วเนี่ย!"

            

            อาหนิวเอามือปาดปากอย่างเหนียมอาย "ใช่ไหมล่ะ"

            

            สวีเถาเถาพยักหน้าตาม เธอรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก คนเป็นแม่ครัวก็หวังแค่ให้อาหารที่ตัวเองทำทำให้ลูกค้ามีความสุขได้เท่านั้นแหละ

            

            สหายกู้คนนี้น่ะ ถึงแม้จะพูดพล่ามจนน่ารำคาญไปบ้าง แต่ต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ที่เข้าใจในฝีมือการทำอาหารของเธอจริง ๆ !

            

            "เถาเถา เธอกับสหายกู้กำลังคบหาดูใจกันอยู่หรือเปล่า?"

            

            ตอนที่สวีเถาเถากำลังบ่นพึมพำถึงสหายกู้อยู่ในใจนั้น หนิวชิงเฉ่าก็แอบย่องเข้ามากระซิบข้างหูเธอ คำถามนั้นเหมือนกับว่าปล่อยระเบิดลูกใหญ่ลงมา

            

            "แค่ก ๆ ไม่ใช่สักหน่อย! ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ!"

            

            หนิวชิงเฉ่าเอามือปิดปากแล้วหัวเราะ ใบหน้าของเธอมันฟ้องว่าไม่เชื่อในสิ่งที่สวีเถาเถาพูด

            

            "แล้วทำไมเธอถึงทำอาหารให้เขาคนเดียวล่ะ แถมยังควักเงินส่วนตัวจ่ายอีก?"

            

            ไอ้ประโยคที่ว่า 'พวกเธอสองคนต้องมีอะไรกันแน่ ๆ ' น่ะ มันถูกเขียนไว้บนหน้าผากของเธออย่างเด่นหรา

            

            สวีเถาเถารู้สึกเหมือนตัวเองถูกใส่ร้าย

            

            เธอคิดว่าชื่อเสียงของตัวเองเสียหายแล้วละ

            

            เธอไม่รู้จะอธิบายกับหนิวชิงเฉ่าและคนอื่น ๆ ยังไงดี ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งที่แล้วกู้อวี้อวิ๋นช่วยพูดแทนเธอ เธอคงไม่รู้เลยว่าจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเมื่อไหร่

            

            เธอแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณเขาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง!

            

            แต่เรื่องนี้ก็ค่อนข้างพูดยาก สวีเถาเถาจึงต้องหาข้ออ้างอื่นมาพูดแทน

            

            "จริง ๆ แล้วตอนที่ฉันเดินมาที่ร้านอาหารของรัฐ ฉันไปเจออันธพาลคนหนึ่งเข้าน่ะ แล้วสหายกู้เดินผ่านมาพอดี เลยได้ช่วยฉันไว้ ฉันแค่สำนึกในบุญคุณ เลยอยากขอบคุณเขาแค่นั้นเอง!"

            

            "อะไรนะ! เถาเถา เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องอื่น ๆ ของหนิวชิงเฉ่าหายไปเลย แล้วจึงถามด้วยความเป็นห่วง

            

            สวีเถาเถาพูด "ถ้าฉันเป็นอะไรไปจริง ๆ จะมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้ได้ยังไงเล่า"

            

            "ตกใจหมดเลย" หนิวชิงเฉ่าพับแขนเสื้อพลางพูดอย่างโกรธเคือง "ถ้าเจอไอ้เลวนั่นอีก เธอก็แค่เรียกฉัน ดูว่าฉันจะซ้อมมันให้ตายไปเลย คอยดูสิ!"

            

            สวีเถาเถากลั้นขำ "ได้เลย ขอบคุณนะชิงเฉ่า"

            

            เสียงเรียกของพี่ก่วงซุ่นดังออกมาจากห้องครัว สวีเถาเถาจึงไม่ได้สนใจสหายกู้อีก

            

            หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว หนิวชิงเฉ่าก็มาหาเธอ แบมือออกเผยให้เห็นธนบัตรที่พับไว้อย่างเรียบร้อย

            

            "ฉันเจอตอนที่เก็บชามกับตะเกียบน่ะ มันถูกวางไว้ใต้ชาม ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า พอฉันเปิดดูเห็นว่าเป็นเงินก็รีบเอามาให้เธอเลย"

            

            "สหายกู้คนนี้นี่ ทำไมกันนะ เธอเลี้ยงข้าวเขานี่ แต่เขากลับจ่ายเงินให้เธอเนี่ยนะ?"

            

            ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อคำพูดของสวีเถาเถาแล้วว่าเธอกับคุณกู้ไม่ได้เป็นแฟนกัน

            

            สวีเถาเถาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เธอลองนับเงินดูแล้ว อย่างน้อยก็ยี่สิบหยวน ถ้าเธอรับเงินนี้ไว้ จะถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณเขาไหมนะ?

            

            "เขาไปนานแค่ไหนแล้ว?" สวีเถาเถาถาม

            

            หนิวชิงเฉ่าเกาหัวแกรก ๆ "สักพักแล้วมั้ง ฉันคุยกับอาอยู่น่ะ ก็เลยลืมดูเวลา"

            

            งั้นก็คงตามไปไม่ทันแล้วละ

            

            สวีเถาเถาจำใจเก็บเงินนั้นไว้ "ไม่เป็นไรหรอกมั้ง รอเขามาครั้งหน้าค่อยให้ก็ได้"

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592