เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ในบาร์บนชั้นดาดฟ้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง เธอไม่ใช่คนชอบเที่ยวกลางคืน แต่คืนนี้เป็คืนรวมตัวของแก๊งเพื่อนหมอสมัยเรียน เฟน มิ้นท์ ออย และแพร ที่นัดกันทุกสามเดือนอย่างเคร่งครัด
“หมอหัวใจของพวกเรามาสายอีกแล้วค่ะ!” มิ้นท์แซวทันทีที่ยี่หวานั่งลง
“ผ่าตัดยาว” ยี่หวาตอบสั้น ๆ ก่อนจะรับแก้วจากเฟน
“วันนี้ไม่พูดเื่คนไข้ค่ะ” แพรยกมือห้าม
“วันนี้ฉันจะพูดเื่ผู้ชาย” ยี่หวาถอนหายใจเบา ๆ ออยมักจะมีเื่ของคนนั้น คนนี่มาพูดคุยกับเพื่อนเป็ประจำ
“เริ่มอีกแล้วเหรอ” เฟนยิ้มเ้าเล่ห์
“ใช่ เพราะฉันมีของดีมาเสนอ” ออยเริ่มเกิ่นออกมา
“ฟังดูอันตราย” ยี่หวาตอบเรียบ ๆ ออยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะหันมาโชว์รูปผู้ชายคนหนึ่ง สูทสีเข้มพอดีตัว ใบหน้าคมสัน ท่าทางนิ่ง สุขุม หล่อ ดวงตาดูไม่ใช่คนพูดมาก
“คุณธนากร” ออยพูดขึ้นเหมือนเปิดพรีเซนเทชัน
“นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อายุสามสิบห้า หล่อ รวย โสด ไม่มีข่าวเสียหายเื่ผู้หญิง”
“มีแต่ข่าวลือว่าเป็ผู้ชายไม่แท้ เพราะไม่เคยเปิดตัวกับใคร” เฟนเสริมทันที
“แล้วพวกแกรู้ได้ยังไงว่าไม่จริง หน้าอย่างนี้โปร์ไฟล์อย่างนี่ไม่น่าจะรอดมาจนอายุปูนนี้นะ ถ้าเค้าไม่ชอบผู้หญิง ก็คงจะชอบชายแหละ เปิดเผยไม่ได้” ยี่หวาเลิกคิ้ว เฟนยักไหล่
“ข่าวลือส่วนใหญ่เกิดจากคนอยากได้แต่ไม่ได้แอ้มค่ะคุณหมอ” ทุกคนหัวเราะ
“ฐานะดีมาก” มิ้นท์พูดต่อ
“โปรไฟล์สะอาด ธุรกิจกำลังเติบโต ไม่มีประวัติควงสาว ไม่เ้าชู้ ไม่ดื่มจัด ไม่เล่นพนัน” แพรทำเสียงต่ำ ยี่หวาเหลือบมองรูปอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ
“และที่สำคัญ…หล่อ” เธอไม่ได้สนใจผู้ชายคนไหนมานานมากแล้ว แต่คนนี้มีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เค้าดูดี เค้าหล่อ เค้ารวย ดูนิ่ง และมันให้ความรู้สึกเหมือนเคยรู้จักเขามาก่อน
“เฮ้ย .. นั้น ผู้ชายคนที่ใส่สูทสีเทานะคนนั้นนะ เห็นเปล่า” เฟนยิ้มช้า ๆ แล้วพยักหน้าไปทางโต๊ะมุมกระจก
“เขานั่งอยู่ตรงนั้นค่ะ” หัวใจยี่หวาไม่ได้เต้นแรง แต่สายตาก็ถูกดึงให้หันไปมองชายในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังสนทนากับชายวัยกลางคนอีกคน ท่าทางสุภาพ สุขุม ไม่ยิ้มมาก แต่ทุกครั้งที่ยิ้ม ดวงตาจะอ่อนลงเล็กน้อยลดความเข้มลงได้เยอะ
“บังเอิญจังนะ” ยี่หวาพูด เฟนหัวเราะ
“ไม่บังเอิญค่ะ ฉันมาเช็กก่อนแล้วว่า เขามาประจำที่นี่ทุกวันศุกร์” ยี่หวาหรี่ตามองเพื่อน
“วางแผนเก่งเหมือนเดิม”
“เพื่อเพื่อนค่ะ” เฟนยกแก้ว เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมิ้นท์จะพูดเบา ๆ
“ตกลงแกจะไม่แต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม”
“ใช่” ยี่หวาตอบ
“แต่แม่แกอยากมีหลาน” ยี่หวาหยิบแก้วขึ้นจิบช้า ๆ แล้ววางลง
“ฉันมีทางของฉัน ไม่งันแกก็มีก่อนสิ เอามาให้แม่ฉันเลี้ยงแก้ขัดไปก่อน” ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ว่าแก้ขัดของยี่หวาไม่รู้จะนานแค่ไหน
“ทางอะไร” ยี่หวาพูดเหมือนกำลังอธิบายแผนการผ่าตัด
“เด็กหลอดแก้วไง ฉัน้าผู้ชายฉลาด หล่อ สุขภาพแข็งแรง ไม่เ้าชู้ ซื่อสัตย์ จริงใจและโสด” เพื่อนทั้งโต๊ะนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะพูดพร้อมกัน
“แกจริงจังเหรอ!” ทุกคนพูดพร้อมกัน
ยี่หวาพยักหน้า เฟนค่อย ๆ หันมามองรูปธนากรบนหน้าจอ แล้วหันไปมองตัวจริงที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“หล่อ รวย ✔
การงานดี ✔
ไม่เ้าชู้ ✔
สุขภาพดี ✔
ไม่มีข่าวเสียหาย ✔”
แพรเบิกตากว้าง
“เดี๋ยวนะ พวกแกกำลังคิดเหมือนฉันใช่ไหม”
“เขาเหมาะเป็พ่อของลูกแกมากเลยนะไอ้หว้า” มิ้นท์พูดเบา ๆ
ยี่หวานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตามองไปยังชายคนนั้นอีกครั้ง คนที่ถูกสังคมมองว่า มีปัญหากับเพศตรงข้าม
“เขาไม่ยุ่งกับผู้หญิง” ยี่หวาพูดช้า ๆ
“นั่นแปลว่า ไม่มีความวุ่นวายไง” เฟนมองเพื่อนด้วยสายตาเริ่มจริงจัง
“แกคิดจะเข้าไปขอเขาแบบตรง ๆ เลยเหรอ” ยี่หวาส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่” ยี่หวา ทำท่าคิด นั่งเท้าคาง หันหน้าไปมองทางธนากร
“แล้ว?” ริมฝีปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
“ฉันยังคิดไม่ออก” ยี่หวามองไปที่ธนากรแบบมึน ๆ
“ข่าวลือเขาเป็จริงหรือเปล่านะ ถ้าเขาไม่ชอบผู้หญิงจริง เขาคงไม่เอาไม้มาฟาดหัวฉันนะ ” เพื่อนทั้งสี่คนมองหน้ากันและก็หัวเราะ
“แกนี่บ้าจริง ๆ นะ คิดไปได้เป็ระบบมาก” มิ้นท์กระซิบ
“ ฉันแค่ไม่อยากมีสามี แต่ฉันอยากมีหลานให้แม่ ” ยี่หวาตอบนิ่ง เฟนสูดหายใจลึก
“งั้นขั้นแรก…เราต้องทำให้เขารู้จักแกก่อน” ยี่หวามองแก้วในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ไม่ต้องหรอก”
ในจังหวะนั้นเอง ธนากรที่กำลังยกแก้วขึ้นจิบเขาััได้ว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ เขาหันหน้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ และสายตาของทั้งคู่ก็ชนกันพอดี ไม่ใช่แค่สบตา ในเวลานั้นบาร์เหมือนหยุดลงไปเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาคมและนิ่งสงบ มีเพียงประกายบางอย่างที่ผิดจังหวะชั่วครู่ คนที่ไม่คาดคิดว่าจะถูกมองตรง ๆ แบบนี้
ธนากรรู้สึกถูกดึงเข้าสู่สนามบางอย่างที่ไม่เห็นเส้นขอบ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ยิ้มอ่อนหวาน ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจ แต่กลับมองเขานิ่ง ๆ อย่างสนใจไม่ใช่เพราะความสวย แม้เธอจะสวยหวานในแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่มองแล้วต้องเหลียวหลัง ดวงตาของเธอดูดึงดูดแม้ไม่ใสบริสุทธิ์แบบคนไม่เคยผ่านอะไรมา มันนิ่ง…นิ่งจนเขาอยากรู้ว่า อะไรทำให้ผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ คนนี้ มีสายตาเหมือนคนที่ผ่านชีวิตมามากกว่าที่ควรจะเป็ และนั่นคือสิ่งที่แตกต่าง เขายกแก้วขึ้นชูให้รู้ว่ารับรู้ถึงการมองของเราทั้งคู่
ยี่หวาเองก็ชะงัก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หลบสายตาผู้ชาย เธอเจอคนมาหลายรูปแบบ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปสายตาของเขาไม่ได้กวาดมองรูปร่าง ไม่ได้ประเมินค่าใด ๆ ไม่ได้ยิ้มหว่านเสน่ห์ แต่ เขามอง…เหมือนอ่านเข้ามาในใจเธอ
เธอ…พยักหน้ากลับ จังหวะพยักหน้าของเธอสั้นกว่า มั่นคงกว่า เหมือนกำลังบอกว่า รับรู้แล้ว และฉันไม่ได้หวั่นไหว เขาเธอไม่หลบสายตาแต่ก็ไม่ได้ยิ้มตอบ
ธนากรเห็นความต่างนั้นชัดเจน ผู้หญิงส่วนใหญ่มักยิ้มเมื่อสบตาเขา หรือไม่ก็รีบหลบสายตา แต่เธอไม่ทำทั้งสองอย่าง เธอรับการทักทาย อย่างคนที่ยืนอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่เชื้อเชิญ ไม่ปฏิเสธแค่ยอมรับการมีอยู่ของกันและกันและในความเงียบระหว่างการพยักหน้าแลกเปลี่ยนนั้น แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่าย…เป็คนที่น่าสนใจพอจะไม่มองข้าม
ธนากรวางแก้วลงช้า ๆ ดวงตายังมองผู้หญิงคนนั้นอยู่ เขาไม่รู้ว่าเธอคือใคร แต่สัญชาตญาณบอกว่า ผู้หญิงคนนี้…น่าสนใจ