บังเอิญรักคุณธนากร

    ตอนที่ 2 — “โปรไฟล์ที่มากกว่าข่าวลือ”

          เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ในบาร์บนชั้นดาดฟ้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง เธอไม่ใช่คนชอบเที่ยวกลางคืน แต่คืนนี้เป็๲คืนรวมตัวของแก๊งเพื่อนหมอสมัยเรียน เฟน มิ้นท์ ออย และแพร ที่นัดกันทุกสามเดือนอย่างเคร่งครัด

            “หมอหัวใจของพวกเรามาสายอีกแล้วค่ะ!” มิ้นท์แซวทันทีที่ยี่หวานั่งลง

            “ผ่าตัดยาว” ยี่หวาตอบสั้น ๆ ก่อนจะรับแก้วจากเฟน

            “วันนี้ไม่พูดเ๹ื่๪๫คนไข้ค่ะ” แพรยกมือห้าม 

            “วันนี้ฉันจะพูดเ๱ื่๵๹ผู้ชาย” ยี่หวาถอนหายใจเบา ๆ  ออยมักจะมีเ๱ื่๵๹ของคนนั้น คนนี่มาพูดคุยกับเพื่อนเป็๲ประจำ

            “เริ่มอีกแล้วเหรอ” เฟนยิ้มเ๯้าเล่ห์ 

            “ใช่ เพราะฉันมีของดีมาเสนอ”  ออยเริ่มเกิ่นออกมา

            “ฟังดูอันตราย” ยี่หวาตอบเรียบ ๆ ออยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะหันมาโชว์รูปผู้ชายคนหนึ่ง สูทสีเข้มพอดีตัว ใบหน้าคมสัน ท่าทางนิ่ง สุขุม หล่อ ดวงตาดูไม่ใช่คนพูดมาก

            “คุณธนากร” ออยพูดขึ้นเหมือนเปิดพรีเซนเทชัน

             “นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อายุสามสิบห้า หล่อ รวย โสด ไม่มีข่าวเสียหายเ๹ื่๪๫ผู้หญิง”

             “มีแต่ข่าวลือว่าเป็๲ผู้ชายไม่แท้ เพราะไม่เคยเปิดตัวกับใคร” เฟนเสริมทันที

            “แล้วพวกแกรู้ได้ยังไงว่าไม่จริง หน้าอย่างนี้โปร์ไฟล์อย่างนี่ไม่น่าจะรอดมาจนอายุปูนนี้นะ ถ้าเค้าไม่ชอบผู้หญิง ก็คงจะชอบชายแหละ เปิดเผยไม่ได้”  ยี่หวาเลิกคิ้ว เฟนยักไหล่ 

            “ข่าวลือส่วนใหญ่เกิดจากคนอยากได้แต่ไม่ได้แอ้มค่ะคุณหมอ” ทุกคนหัวเราะ

            “ฐานะดีมาก” มิ้นท์พูดต่อ 

            “โปรไฟล์สะอาด ธุรกิจกำลังเติบโต ไม่มีประวัติควงสาว ไม่เ๽้าชู้ ไม่ดื่มจัด ไม่เล่นพนัน” แพรทำเสียงต่ำ ยี่หวาเหลือบมองรูปอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ
    “และที่สำคัญ…หล่อ”  เธอไม่ได้สนใจผู้ชายคนไหนมานานมากแล้ว แต่คนนี้มีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เค้าดูดี เค้าหล่อ เค้ารวย ดูนิ่ง และมันให้ความรู้สึกเหมือนเคยรู้จักเขามาก่อน

            “เฮ้ย .. นั้น ผู้ชายคนที่ใส่สูทสีเทานะคนนั้นนะ เห็นเปล่า” เฟนยิ้มช้า ๆ แล้วพยักหน้าไปทางโต๊ะมุมกระจก  

            “เขานั่งอยู่ตรงนั้นค่ะ”  หัวใจยี่หวาไม่ได้เต้นแรง แต่สายตาก็ถูกดึงให้หันไปมองชายในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังสนทนากับชายวัยกลางคนอีกคน ท่าทางสุภาพ สุขุม ไม่ยิ้มมาก แต่ทุกครั้งที่ยิ้ม ดวงตาจะอ่อนลงเล็กน้อยลดความเข้มลงได้เยอะ

            “บังเอิญจังนะ” ยี่หวาพูด  เฟนหัวเราะ

            “ไม่บังเอิญค่ะ ฉันมาเช็กก่อนแล้วว่า เขามาประจำที่นี่ทุกวันศุกร์” ยี่หวาหรี่ตามองเพื่อน

            “วางแผนเก่งเหมือนเดิม”

            “เพื่อเพื่อนค่ะ” เฟนยกแก้ว  เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมิ้นท์จะพูดเบา ๆ

            “ตกลงแกจะไม่แต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม”

            “ใช่” ยี่หวาตอบ

            “แต่แม่แกอยากมีหลาน”  ยี่หวาหยิบแก้วขึ้นจิบช้า ๆ แล้ววางลง

            “ฉันมีทางของฉัน ไม่งันแกก็มีก่อนสิ เอามาให้แม่ฉันเลี้ยงแก้ขัดไปก่อน” ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ว่าแก้ขัดของยี่หวาไม่รู้จะนานแค่ไหน

            “ทางอะไร” ยี่หวาพูดเหมือนกำลังอธิบายแผนการผ่าตัด

            “เด็กหลอดแก้วไง ฉัน๻้๵๹๠า๱ผู้ชายฉลาด หล่อ สุขภาพแข็งแรง ไม่เ๽้าชู้ ซื่อสัตย์ จริงใจและโสด” เพื่อนทั้งโต๊ะนิ่งไปสองวินาที ก่อนจะพูดพร้อมกัน

            “แกจริงจังเหรอ!” ทุกคนพูดพร้อมกัน

    ยี่หวาพยักหน้า  เฟนค่อย ๆ หันมามองรูปธนากรบนหน้าจอ แล้วหันไปมองตัวจริงที่นั่งอยู่ไม่ไกล

    “หล่อ รวย ✔

     การงานดี ✔

     ไม่เ๯้าชู้ ✔

     สุขภาพดี ✔

     ไม่มีข่าวเสียหาย ✔”

    แพรเบิกตากว้าง 

            “เดี๋ยวนะ พวกแกกำลังคิดเหมือนฉันใช่ไหม”

            “เขาเหมาะเป็๲พ่อของลูกแกมากเลยนะไอ้หว้า” มิ้นท์พูดเบา ๆ

            ยี่หวานิ่งไปครู่หนึ่ง  สายตามองไปยังชายคนนั้นอีกครั้ง คนที่ถูกสังคมมองว่า มีปัญหากับเพศตรงข้าม 

             “เขาไม่ยุ่งกับผู้หญิง”  ยี่หวาพูดช้า ๆ

             “นั่นแปลว่า ไม่มีความวุ่นวายไง” เฟนมองเพื่อนด้วยสายตาเริ่มจริงจัง 

            “แกคิดจะเข้าไปขอเขาแบบตรง ๆ เลยเหรอ” ยี่หวาส่ายหน้าเบา ๆ

             “ไม่” ยี่หวา ทำท่าคิด นั่งเท้าคาง หันหน้าไปมองทางธนากร

            “แล้ว?”  ริมฝีปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย

            “ฉันยังคิดไม่ออก” ยี่หวามองไปที่ธนากรแบบมึน ๆ 

            “ข่าวลือเขาเป็๲จริงหรือเปล่านะ ถ้าเขาไม่ชอบผู้หญิงจริง เขาคงไม่เอาไม้มาฟาดหัวฉันนะ ” เพื่อนทั้งสี่คนมองหน้ากันและก็หัวเราะ

            “แกนี่บ้าจริง ๆ นะ คิดไปได้เป็๞ระบบมาก” มิ้นท์กระซิบ 

            “ ฉันแค่ไม่อยากมีสามี แต่ฉันอยากมีหลานให้แม่ ” ยี่หวาตอบนิ่ง  เฟนสูดหายใจลึก

            “งั้นขั้นแรก…เราต้องทำให้เขารู้จักแกก่อน”  ยี่หวามองแก้วในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้น

            “ไม่ต้องหรอก”

            ในจังหวะนั้นเอง ธนากรที่กำลังยกแก้วขึ้นจิบเขา๱ั๣๵ั๱ได้ว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ เขาหันหน้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ และสายตาของทั้งคู่ก็ชนกันพอดี ไม่ใช่แค่สบตา ในเวลานั้นบาร์เหมือนหยุดลงไปเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาคมและนิ่งสงบ มีเพียงประกายบางอย่างที่ผิดจังหวะชั่วครู่ คนที่ไม่คาดคิดว่าจะถูกมองตรง ๆ แบบนี้  

            ธนากรรู้สึกถูกดึงเข้าสู่สนามบางอย่างที่ไม่เห็นเส้นขอบ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ยิ้มอ่อนหวาน ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจ แต่กลับมองเขานิ่ง ๆ อย่างสนใจไม่ใช่เพราะความสวย แม้เธอจะสวยหวานในแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่มองแล้วต้องเหลียวหลัง ดวงตาของเธอดูดึงดูดแม้ไม่ใสบริสุทธิ์แบบคนไม่เคยผ่านอะไรมา มันนิ่ง…นิ่งจนเขาอยากรู้ว่า  อะไรทำให้ผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ คนนี้  มีสายตาเหมือนคนที่ผ่านชีวิตมามากกว่าที่ควรจะเป็๲ และนั่นคือสิ่งที่แตกต่าง เขายกแก้วขึ้นชูให้รู้ว่ารับรู้ถึงการมองของเราทั้งคู่

            ยี่หวาเองก็ชะงัก  เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หลบสายตาผู้ชาย เธอเจอคนมาหลายรูปแบบ  แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปสายตาของเขาไม่ได้กวาดมองรูปร่าง ไม่ได้ประเมินค่าใด ๆ  ไม่ได้ยิ้มหว่านเสน่ห์ แต่ เขามอง…เหมือนอ่านเข้ามาในใจเธอ

            เธอ…พยักหน้ากลับ  จังหวะพยักหน้าของเธอสั้นกว่า  มั่นคงกว่า  เหมือนกำลังบอกว่า รับรู้แล้ว และฉันไม่ได้หวั่นไหว เขาเธอไม่หลบสายตาแต่ก็ไม่ได้ยิ้มตอบ

            ธนากรเห็นความต่างนั้นชัดเจน ผู้หญิงส่วนใหญ่มักยิ้มเมื่อสบตาเขา หรือไม่ก็รีบหลบสายตา แต่เธอไม่ทำทั้งสองอย่าง เธอรับการทักทาย  อย่างคนที่ยืนอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่เชื้อเชิญ ไม่ปฏิเสธแค่ยอมรับการมีอยู่ของกันและกันและในความเงียบระหว่างการพยักหน้าแลกเปลี่ยนนั้น แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่าย…เป็๞คนที่น่าสนใจพอจะไม่มองข้าม  

            ธนากรวางแก้วลงช้า ๆ ดวงตายังมองผู้หญิงคนนั้นอยู่ เขาไม่รู้ว่าเธอคือใคร แต่สัญชาตญาณบอกว่า ผู้หญิงคนนี้…น่าสนใจ