เเต่เดิมเถ้าเเก่ตงเป็หมอที่เก่งกาจผู้หนึ่ง! ชาวบ้านส่วนใหญ่มักมาหาเถ้าเเก่ตงให้ไปรักษาเเต่ว่าเมื่อเริ่มเเก่ตัวลงเถ้าเเก่ตงก็ได้วางมือจากการเป็หมอเนื่องจากปัญหาสุขภาพไม่สามารถเดินทางไปนักษาผู้ป่วยได้ เขาจึงใช้ชีวิตบั้นปลายเปิดร้านขายยามีรักษาโรคบ้างหากผู้ป่วยมาหาที่ร้านเเต่ว่าก็มีมาไม่มากนัก
เดือนก่อนมีเด็กหญิงอายุน้อยกะจากสายตาก็ราวๆเเปดเก้าขวบ นางถือโสมมาให้เขา ตอนเเรกคิดว่าเป็เพียงโสมคนอายุน้อยทว่ากลับไม่เป็เช่นนั้น เด็กหญิงตัวน้อยที่ภายหลังเถ่าเเก่ตงเรียกนางหนูหยานั้นเอาโสมเืมาขาย
โสมเืเชียวนะ!!เเม่อายุจะน้อยเเต่โสมเืก็ยังคงมีค่ามากกว่าโสมคนอายุห้าสิบปีเสียอีกมันทั้งหาอยากเเละมีสัพคุณมากมาย เขารับซื้อมันในราคา50ตำลึง เถ้าเเก่ตงไม่ใช้คนเอารัดเอาเปรียบเขาให้ราคาที่สมเหตุสมผลอีกทั้งยังกำชับว่าหากมีสมุนไพรก็เอามาขายได้เสมอ ซึ่งเด็กหญิงตัวน้อยก็ตอบกลับมาว่าจะนำมาให้อีกเเน่นอนเเละจะนำของที่น่าสนใจมาให้ในคราวหน้า
นี่จึงเป็เหตุผลที่เถ้าเเก่ตงมักมานั่งเล่นที่หน้าร้านพลางมองออกไปเป็ระยะ เผื่อจะเจอนางหนูหยาที่ถืออะไรน่าสนใจมาให้เขาดู
เต๋อโจวเป็เมืองทางใต้ของเเคว้นถังเยว่เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเป็ที่ราบลุ่มเหมาะจะปลูกข้าวเเละธัญพืชทุกปีชาวนาที่เจ๋อโจวส่งข้าวขายถอดตลาดล่อเลี้ยงคนในเเคว้นถังเยว่มายาวนาน เรียกได้ว่าเป็อู่ข้าวอู่น้ำเลยก็ว่าได้
ทว่าเมื่อ่ฤดูเก็บเกียวพืชผลเกิดอุทกภัยน้ำท้วมพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ชาวนาชาวไรเพาะปลูกเสียหายไปไม่น้อยทำให้ในฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้ ข้าวที่ถูกส่งไปขายในเมืองตลาดมีน้อยกว่าปีอื่นๆเพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้น
อย่ามองว่าเื่นี้เป็เื่ไกลตัวโดยเฉพาะชาวเมืองเป่ยหลิน! ที่ส่วนใหญ่พื้นที่ไร่นาเป็ดินทรายไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้! ชาวบ้านทั่วไปปลูกพวกมันเทศหรือข้าวโพดเท่านั้น จำเป็ต้องขายพืชผลในไร่เอาเงินมาซื้อข้าว บางครอบครัวมีพื้นที่ไร่นาไม่มากอย่าว่าเเต่จะนำพืชผลที่ปลูกไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อข้าวเลย ลำพังครอบครัวกินอิ่มก็ถือว่าขอบคุณ์เเล้ว!!
เช่นนั้นผู้ชายส่วนใหญ่ที่ว่างเว้นจากงานในไร่จึงมักเดินเท้าเข้าเมืองไปทำงานใช้เเรงงานเเทน เเม้จะได้เงินเพียงวันละสามสิบอีเเปะ พวกเขาก็ยินยอมทำสามอีเเปะเเม้จะน้อยเเต่ว่าก็พอซื้อข้าวชั่นเลวได้พอครอบครัวอิ่มไปสองมื้อ
เเต่ในยามที่ข้าวเเละธัญพืชราคาขึ้นเพียงนี้สามสิบอีเเปะคงพอเเค่ซื้ข้าวชั้นเลวมาพอประทังความหิวไปหนึ่งมื้อเท่านั้น
ความกลัดกลุ่มนี้นางจ้าวเองก็ไม่ต่างจากชาวบ้านคนอื่นอีกสองปีเชียนเอ๋อลูกรองของนางต้องเข้าร่วมการสอบนางย่อมต้องเตรียมความพร้อม เื่นี้เเต่เดิมนางจ้าวไม่ห่วงเเม้รายได้นางเเละสามีจะไม่ได้มากมายอะไรเเต่ก็ถือว่ามีกินไม่อด
เพียงเเต่่นี้ราคาข้าวพุ่งขึ้นสูงจนชาวบ้านธรรมดากัดฟันซื้อไม่ไหวจำต้องขึ้นเขาไปขุดเผือกขุดมันมากินประทังชีวิต โรงเรียนที่จูหยางเหล่ยสอนนั้นจึงไม่มีนักเรียนมาเรียนเลย ตลกเเล้วลำพังจะกินให้อิ่มท้องยังจนปัญญาถึงเพียงนี้บ้านใดจะยังส่งลูกชายไปเรียนที่โรงเรียนอีกเล่า!!
เงินค่าสอนหนังสือของจูหยางเหล่ยจึงหดหายไปนางจ้าวจำต้องเอาเงินเก็บที่ไว้ใช้เป็ทุนในการสอบซิ่วไฉ่ของลูกชายมาใช้ซื้อของกักตุนใน่หน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้
"ท่านเเม่มีเื่ไม่สบายใจหรือ?" ตั้งเเต่เฟยหยาเดินมานั่งที่เเคร่หน้าลานบ้านช่วยนางจ้าวตากสมุนไพร ท่านเเม่นางก็ถอนหายใจเจ็ดเเปดครั้งเเล้วกระมัง
นางจ้าวเเม้จะกลัดกลุ้มหากเเต่นางจะตัดใจระบายความกลัดกลุ่มนี่ให้ลูกสาวตัวน้อยของนางฟังได้เช่นไร นางไม่อยากให้หยาเอ๋อเป็กังวลไปกับนางด้วย
อย่าเห็นว่าลูสาวนางยังเด็กล่ะหยาเอ๋อฉลาดมากยิ่งนักพูดเพียงไม่กี่คำก็เข้าใจอย่างเเจ่มเเจ้งอีกทั้งความคิดอ่านยังดีกว่าเด็กในหมู่บ้านคนอื่นๆอีกด้วย!!
"ไม่มีอะไรหรอกเเม่เเค่คิดอะไรเล่นๆเท่านั้น!!" โกหกชัดๆคิดว่านางไม่รู้หรือไง สถานะของบ้านเเละคนในหมู่บ้าน พวกเขาพากันฆ่าสัตว์เลี้ยงมาเเปรรูปไว้กินในฤดูหนาวอีกทั้งยังประหยัดธัญพืชอีกด้วย บ้านของเจิ่นเป่าหนิงก็ฆ่าหมูที่เลี้ยงไว้จนหมด ดูก็รู้เเล้วว่าเป่ยหลินกำลังขาดเเคลนอาหารในไม่ช้า
"ท่านเเม่ข้าอยากเข้าไปเก็บสมุนไพรที่ชายป่า ข้าไปได้หรือไม่เ้าค่ะ!!" ป่าคือที่ที่นางจะหาเงินได้จากที่นั้น
"ได้สิ!!เเต่อย่าไปไกลนักเล่าอยู่เเค่ชายป่าก็พอ!!" นางจ้าวไม่ได้ห้ามลูกสาว ่นี้หยาเอ๋อสนใจสมุนไพรที่พี่ชายคนรองซื้อหนังสือมาให้อ่าน ก็ไม่เเปลกที่ลูกสาวนางจะอยากเรียนรู้!!
.
..
อีกสองเดือนจะเข้าฤดูหนาว เมืองเป่ยหลินหนาวมากเพียงใดนางรู้อยู่เเก่ใจ เงินที่นางเอาโสมเืไปขายให้เถ้าเเก่ตง นางใช้สั่งทำมีดที่ทำจากทองเเดงเป็มีดที่จำลองจากมีดผ่าตัดเเบบจากโลกที่นางเคยอยู่อีกทั้งยังสั่งช่างให้ทำอุปกรณ์ตามเเบบที่นางให้ ยัง! ยังไม่พอนางยังได้สั่งเข็มทองเเดงที่ทำขึ้นด้วยวัสดุพิเศษอีกทั้งตัวเข็มยังเป็รูกลวงข้างในนอกจากนี้ยังมีทำกระบอกเข็มฉีดยา อุปกรณ์ในการทำยาอัดเม็ดที่นางร่างเเบบสั่งทำขึ้นพิเศษ นอกจากนี่เเล้วยังมีของเล็กน้อยจีปาถะ! รวมเเล้วทั้งหมดก็ว่า61ตำลึง!!!
นางขายโสมเืได้เพียง50ตำลึงเท่านั้น!! นั้นหมายความว่าอย่างไรนะหรือ? นางยังขาดเงินอีกตั้ง11ตำลึงยามนางไปรับของจำเป็ต้องเอาเงินหมัดจำที่ต้องจ่ายในส่วนท้ายไปด้วยเเต่ปัญหาคืิอเงินที่ต้องจ่ายในตอนไปรับของมันตั้ง31ตำลึงเชียวนะนางขายโสมได้50ตำลึงจ่ายค่าหมัดจำไป30ตำลึงที่เหลือในมือมีเพียงเเค่ยี่สิบตำลึงเท่านั้นนางยังต้องหาเงินอีก11ตำลึง อีกทั้งนางยังอยากหาเงินเข้าบ้านอีกด้วย มีเงินเเม่นางจะซื้อของดีๆตุนไว้ให้กินเเน่นอน!!
นางไม่อยากกินเเผ่นเเป้งหยาบกับผักดองเเล้วก็พวกของทะเลเเห้งเล่านั้นไปตลอดหน้าหนาวหรอกนะ!!
ร่างเล็กปีนขึ้นเขาพลางครุ่นคิดวิธีหาเงินอย่างเอาเป็เอาตายเฮ้อ! นางไม่น่าสั่งทำของเ่าั้เลย!! เเต่เื่นี้จะโทษนางก็ไม่ได้ นางเป็พวกคลั่งวิชาเเพทย์นิ เเพทย์ไม่มีอุปกรย์ในการเเพทย์ก็เหมือนคนไม่มีเเขนขวา!!
นางยอมอยู่อย่างคนเเขนขาดไม่ได้!!
เเล้วนางยังต้องครุ่นคิดอีก หากอยู่ดีๆเด็กหญิงชาวไร่รู้วิชาเเพทย์อีกทั้งยังเป็วิชาเเปลกปลาดเล็กน้อยสามารถทำยาเม็ดที่กินง่ายได้ผลชงัด!ไม่ต้องดื่มยาต้มขมๆเเค่คิดนางก็รู้ว่าเื่นี้จะต้องมีคนสงสัยซึ่งนางจะอ้างว่าเรียนจากตำรา!! เเม้เเต่เด็กน้อยสี่ขวบยังไม่เชื่อ!! หากร่ำเรียนเเพทย์จากตำราด้วยตัวเองมันง่ายดายป่านนั้นหมอคงเต็มเเคว้นไปเเล้ว!!
"จะทำอย่างไรดีหว่า?" เฟยหยาบ่นกับตนเองเบาๆพลางเดินขึ้นเขา
เท้าเล็กเหยียบย้ำบนูเาดวงตากลมโตกวาดมองรอบๆเผื่อจะเจอสิ่งที่สามารถทำเงินได้ เฮ้อ!์ชาติก่อนนางก็จนชาตินี้ก็ยังจนอีกชั่งน่าอดสูจริงๆ
ในขณะที่เฟยหยากำลังบ่นให้กับชตาชีวิตเเสนลำเค็ญอยู่นั้นจมูกน้อยๆของนางก็ได้กลิ่นคาวคล้าย?
กลิ่นเื!!!
ชาติก่อนนางใช้ชีวิตกับกลิ่นเืของพวกผู้ป่วยมานับไม่ถ้วนชาตินี้ถึงเเม้จะมาอยู่ในร่างเด็กเเต่ประสาทััในการเเยกเเยะกลิ่นเืนางดียิ่งนักไม่เพียงเเต่รู้ว่าเป็กลิ่นเืเเต่ยังรู้อีกว่าเป็กลิ่นเืคน!
.....
ฮ่องเต้มีรับสั่งให้องครักษ์หลี่เฉินรับภารกิจลับที่นอกเเคว้นถังเยว่ องครักษ์หลี่เฉิ่นรับตำเเหน่งหัวหน้าองครักษ์ของวังหลวงอีกทั้งยังขึ้นตรงกับฝ่าาเท่านั้น
ใบหน้าที่เเสนเ็าเเละเเสนลึกลับภายใต้หน้ากากสีดำสนิทของหลี่เฉินคือสิ่งต้องห้าม หากผู้ใดมองใบหน้าภายใต้หน้ากากสีดำสนิทโดยไม่ได้รับอนุญาติผลที่ตามมาอาจเลวร้ายกว่าที่จะจินตนาการได้
เเม้มีคนไม่น้อยที่เคยเห็นใบหน้าเขายามรับตำเเหน่งใหม่ๆเเต่ก็ไม่กล้าวิจารณ์อย่างโจ่งเเจ้งนัก! เป็ที่รู้กันว่าเขามีเเผลเป็ทางยาวตรงคิ้วซ้ายซึ่งได้กลืนใบหน้าหล่อเหลาของเขาเสียหมด
หัวหน้าองครักษ์หลี่เฉินหรือเรียกอีกอย่างว่าองครักษ์ปีศาจ เขาเป็หัวหน้าองครักษ์หน่วยเงาปีศาจซึ่งนิสัยเขาเองก็สมชื่อยิ่งนัก
เ็า ไร้หัวใจ โเี้ อีกทั้งยังอารมณ์ร้ายยิ่ง!
นี่จึงเป็สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักจะหลีกหนีให้ไกลจากเขา
เช้าตรู่หลี่เฉินขึ้นเรือมาลงเทียบท่าที่เมืองเป่ยหลินพร้อมกับผู้ติดตามสิบคนหลังจากไปจัดการภารกิจลับที่เ้าเเห่งเเผ่นดินมอบหมาย หลี่เฉินเลือกจะขี่ม้าเร็วกลับเพราะเื่ที่เขาต้องเเจ้งนั้นสำคัญยิ่งชีพ ทว่าระหว่างที่ขี่ม้านำผู้ติดตามขี่ตัดผ่านป่าทางลัดนั่นกลับโดนศัตรูดักทำร้าย!! หลี่เฉินองครักษ์ปีศาจเเละผู้ติดตามอีกสิบคนรับมือกับศัตรูจำนวนร้อยกว่าคนได้เเม้จะตึงมือสักหน่อย! เเต่ชื่อองครักษ์ปีศาจก็หาใช่ได้มาเล่นๆ เพียงไม่นานหลี่เฉินเเละพัคพวกก็สังหารคนร่วงดั่งใบไม้!!
เเต่ดูเหมือนศัตรูจะล่วงรู้อยู่เเล้วว่าไม่สามารถทำอะไรปีศาจตรงหน้าได้ หัวหน้าของศัตรูจึงใช้อาวุธพิเศษซัดเข้ากลุ่มคนของหลี่เฉิน
พิษ หลี่เฉินรับรู้ได้ว่าเป็พิษอีกทั้งพิษนี่จะทำให้คนตาบอดเขาสั่งให้ผู้ติดตามเเยกกันหนี
หลี่เฉินที่ควบม้าบึ่งทยานเข้าป่านั้นพิษก็เริ่มออกอาการอีกทั้งบาดเเผลที่ได้รับจากคมดาบยามประมือกับศัตรูก็มีพิษอยู่มากเช่นกัน นัยตาเขาพร่ามัวก่อนที่ภาพจะมืดสนิท ตาเขาบอดชั่วขณะเสียเเล้ว! เขามองไม่เห็นทิศทางจึงทำให้ไม่รู้เลยว่าม้าได้วิ่งไปทางหุบเหว!