ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามดัวยร่างบางของสตรีใบหน้าน่ารักวัยยี่สิบกว่าปีเดินเข้ามา นางยอบตัวทำความเคารพจ้าวซูเซียวเล็กน้อย หญิงสาวเพียงก้มศีรษะแล้วผายมือเชิญอีกฝ่ายให้นั่งตรงข้ามเท่านั้น
“ขออภัยที่ทำให้คุณชายต้องรอนานนะเ้าคะ ข้าชื่อชิงชิงเป็ผู้ดูแลประจำชั้นสองของเตี๊ยมหงฟาง”
จ้าวซูเซียวพยักหน้าให้ชิงชิงเล็กน้อยแล้วยื่นแผ่นเหล็กแผ่นเล็กที่มีตัวอักษร ‘เทียน’ สลักอยู่ให้อีกฝ่าย ชิงชิงแย้มยิ้มสดใสมือขาวผ่องรับแผ่นเหล็กมาพินิจไปมาซักพักก่อนที่จะส่งคืนให้จ้าวซูเซียว
“นี่คือของที่คุณชาย้าเ้าค่ะ”
ชิงชิงหยิบซองกระดาษออกมาจากอกเสื้อแล้วมอบให้จ้าวซูเซียว หญิงสาวรับซองที่ปิดผนึกมาแล้ววางไว้ข้างกายทำราวกับไม่ใส่ใจสิ่งนี้มากนัก
“คุณชายอยากฝากสิ่งใดกลับไปหรือไม่เ้าคะ”
จ้าวซูเซียวพยักหน้านางหยิบซองกระดาษที่ปิดตายแล้วของตนออกมาจากอกเสื้อ จากนั้นจึงยื่นให้ชิงชิงอีกฝ่ายรับมาแล้วเก็บใส่อกเสื้อของตนเองทันทีพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นยืน ยอบตัวลงเล็กน้อยให้จ้าวซูเซียว
“หากคุณชายไม่มีเื่ใช้งานแล้วชิงชิงขอตัว ขอให้ท่านเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารของโรงเตี๊ยมเรานะเ้าคะ”
พูดเพียงเท่านั้นชิงชิงก็ก้าวเดินออกไป เมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้นจ้าวซูเซียวหันกลับมามองซองกระดาษที่วางไว้ด้วยดวงตาเศร้าสร้อย
โรงเตี๊ยมหงฟางแท้ที่จริงไม่ใช่โรงเตี๊ยมธรรมดา แต่คือโรงเตี๊ยมที่มีเื้ัเป็แหล่งซื้อขายข่าวสาร หรือแม้แต่การรับฝากข่าวสารของทั้งสามแคว้น มีสาขาอยู่ทั้งสามแคว้นไม่ขึ้นตรงต่อแคว้นใด เหมือนจะลึกลับปกปิดตัวตนแต่ความจริงก็เปิดเผยพร้อมต้อนรับทุกคนเช่นเดียวกัน จ้าวซูเซียวรู้เื่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ั้แ่อยู่ที่เฉียนเหลียง
ยามที่นางถูกส่งตัวเข้าวังนางก็รับรู้ถึงแผนการของฝูซีหยวนฮ่องเต้ที่วางนางเป็หมากตายแล้ว ความตายที่ถูกหยิบยื่นให้ใช่ว่านางจะไม่กลัว แต่สิ่งที่นางกลัวจะเกิดขึ้นยิ่งกว่าคือ…า
วันคืนแห่งความทุกข์ยากของราฏษรตลอดหลายปีที่ไฟาปะทุตราตรึงอยู่ในความทรงจำนางเด่นชัด ข่าวการยุติาเปรียบดังเสียง์ต่อความหวังและชีวิตของชาวประชาอีกครั้ง นางไม่กลัวการต้องกลายมาเป็องค์หญิงบรรณาการหากนั้นทำให้ไฟาสิ้นสุดลงได้ นางไม่เสียดายชีวิตหากต้องจบสิ้นเพื่อยุติความทุกข์ยากนี้ ความเป็อยู่ที่ร่มเย็นของราฏษรคือความรับผิดชอบโดยกำเนิดของเชื้อพระวงศ์ สิ่งนี้คือสิ่งที่พระมารดาสั่งสอนนางมาตลอด แต่ตอนนี้นางกลับกลายเป็หนอนที่อาจเป็ตัวการจุดาอีกครั้งนี่คือสิ่งที่ทำให้นางและบิดาเ็ปยิ่งกว่า
ในวังหลวงยามนั้นองค์ชายสิบสองฝูตงหยางแอบมาพบนาง การร่วมมืออย่างลับๆ ของนางกับฝูตงหยางจึงเริ่มต้นฝูตงหยางเป็องค์ชายวัยยี่สิบสี่พรรษาที่เกิดจากพระสนมขั้นเฟย พระองค์ไม่ปราถนาาให้เกิดขึ้นอีกแต่้าฟื้นฟูเฉียนเหลียงที่กำลังตกต่ำให้ดีขึ้น จ้าวซูเซียวเห็นว่าความคิดของนางและฝูตงหยางคล้ายคลึงกันจึงได้ตกลงร่วมมือ โดยที่ฝูตงหยางจะค่อยช่วยดูแลจ้าวโม่โฉวอย่างลับๆในเมืองหลวงและส่งข่าวความเป็อยู่มาให้นางได้รู้เป็ระยะ ส่วนนางมีหน้าที่ส่งข่าวลวงที่เกิดประโยชน์น้อยที่สุดให้ฝูซีหยวนและรักษาสัมพันอันดีระหว่างสองแคว้นให้คงอยู่ เดิมทีนี่คือสิ่งที่นางตั้งใจจะทำอยู่แล้วเมื่อมีฝูตงหยางมาร่วมด้วยความปลอดภัยของนางและบิดาก็มากขึ้นตาม รอเพียงการก่อฏสิ้นสุดลงเปลี่ยนศักราชใหม่นางอาจมีหวังได้พบบิดาอีกครั้ง เมื่อใต้หล้าสงบสุขไร้าโดยแท้จริง
จ้าวซูเซียวเปิดจดหมายออกอ่าน ในนั้นเขียนความเป็อยู่ของจ้าวโม่โฉวว่ายังสุขสบายดีฝูซีหยวนฮ่องเต้ยังไม่ลงมือทำอะไรกับบิดาของนางในตอนนี้นอกจากย้ายจ้าวโม่โฉวมาประจำการในเมืองหลวงเท่านั้น
เมื่ออ่านจดหมายจบจ้าวซูเซียวให้เหยากังจุดเทียนก่อนที่จะทำการเผาจดหมายจนกลายเป็เถ้าธุลี
หลังจากทานอาหารที่โรงเตี๊ยมหงฟางเรียบร้อยแล้วจ้าวซูเซียวยังไม่กลับตำหนักรับรอง นางเดินเล่นที่ตลาดซักครู่หนึ่ง ั้แ่มาถึงหานตานนี่คงเป็ครั้งแรกที่นางได้ออกเดินบนถนนอย่างอิสระ ความเป็อยู่ของชาวหานตานนับว่าดียิ่งนักเดินไปในเมืองแทบไม่พบเจอขอทาน ชาวบ้านสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสจ้าวซูเซียวเดินต่ออีกประมาณครึ่งชั่วยาม นางเดินออกมาจากตัวเมืองเรื่อยมาทางทิศใต้ของหานตาน
ตุบ !!
แต่แล้วจู่ๆเด็กผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวมอมแมมเดินมาชนจ้าวซูเซียวจนนางแทบจะล้มลง ยังดีที่เหยากังเข้ามาประคองนางได้ทัน !
“เ้าเด็กนี่ !”
เหยากังเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทำท่าจะวิ่งตามเด็กคนนั้นไปแต่จ้าวซูเซียวรั้งเอาไว้ นางไม่ได้ใส่ใจนักที่โดนชน
“ช่างเถอะข้าไม่ได้เป็อะไร” หญิงสาวกำลังจะเดินต่อไปแต่จู่ๆนางนึกอะไรขึ้นมาได้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มือบางรีบกุมสายคาดเอวของตนเองทันทีแล้วพบว่า
ว่างเปล่า !!
เดิมตรงนั้นจ้าวซูเซียวห้อยถุงเงินเอาไว้แต่ตอนนี้มันว่างเปล่าแล้ว ใบหน้างามตื่นตระหนกรีบสั่งให้เหยากังตามเด็กคนนั้นทันที
“อากังรีบตามไปเร็วเด็กคนนั้นขโมงถุงเงินของข้า !!”
เหยากังรีบรับคำสั่งร่างสูงเคลื่อนตัวรวดเร็วไปยังตำแหน่งที่เด็กคนนั้นวิ่งจากไป จ้าวซูเซียวมองตามด้วยท่าทางร้อนรน นางวิ่งตามเหยากังไปติดๆ หากในนั้นมีเพียงเงินจ้าวซูเซียวไม่ได้เสียดายแต่ในนั้นมีแผ่นเหล็กแผ่นเล็กที่นางใช้ติดต่อข่าวของบิดา !!
จะให้หายไปไม่ได้เด็ดขาด !!
เพราะวรยุทธของจ้าวซูเซียวไม่อาจเทียบเคียงเหยากังได้ต่อให้นางวิ่งเร็วแค่ไหนก็ไม่ทันเหยากัง หญิงสาววิ่งเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่งร่างบางหอบหายใจเล็กน้อยมองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปทางไหนดี
หมับ !
แต่แล้วััอบอุ่นบริเวณไหลขวาของนางทำให้จ้าวซูเซียวหันกลับไปด้วยท่าทางใมือบางวาดเป็หมัดหวังซัดใส่คนด้านหลัง แต่แล้วหมัดเล็กๆของนางกลับถูกคว้าไว้ได้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว เมื่อได้เห็นหน้าคนด้านหลังชัดๆทำให้จ้าวซูเซียวเผลอเบิกตาโตด้วยความใ
“ชินอ๋อง !!”
คนถูกเรียกยังคงสีหน้าสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงโอวหยางหย่งเล่อปล่อยมือที่กุมหมัดเล็กของจ้าวซูเซียวออกแล้วมองสำรวจการแต่งกายของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ไว้มารยาท
“ไม่คิดจริงๆว่าองค์หญิงแห่งเฉียนเหลียงจะชื่นชอบแต่งตัวเป็ชายออกมาเที่ยวดื่มกินด้านนอกเช่นนี้”
เขารู้ !!
ริมฝีปากบางของจ้าวซูเซียวเม้มเข้าหากันทันที นี่นางปลอมตัวได้แย่มากหรือว่าโอวหยางหย่งเล่อเก่งกาจมองคนขาดกันเพียงครู่เดียวก็จดจำได้ว่านางเป็ใคร
“หม่อมฉันออกมาเดินเล่นเป็การส่วนตัวคงไม่จำเป็ต้องป่าวประกาศไปทั่วเมืองกระมั้งว่าองค์หญิงิอานเสด็จ” จ้าวซูเซียวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นี่นับเป็ครั้งแรกที่นางได้ต่อประโยคกับบุรุษตรงหน้านับั้แ่เจอกันในวังหลวงครั้งนั้น
“ไม่จำเป็ต้องบอกใคร แต่หากบริสุทธิ์ใจทำไมต้องปลอมตัวเพื่อเข้าไปกินข้าวในโรงเตี๊ยมหงฟางด้วยเล่า”
จ้าวซูเซียวเบิกตาเล็กน้อยด้วยความใแล้วรีบปรับสีหน้าเป็สงบนิ่งในทันที เขาเห็นั้แ่นางเข้าไปในโรงเตี๊ยมหงฟางหรอกหรือ ผู้อื่นจะไม่รู้เบื้องลึกโรงเตี๊ยมหงฟางย่อมไม่แปลกแต่ร้านขายข่าวที่ตั้งกลางเมืองหลวง ชินอ๋องผู้เเสนฉลาดและทรงอำนาจไม่มีทางไม่รู้ !!
จ้าวซูเซียวสบสายตาคู่คมกลับไปรู้แล้วอย่างไรครั้งนี้นางไม่ได้ทำสิ่งใดผิด หญิงสาวแย้มยิ้มอ่อนหวานเย้ายวนกลับไปให้โอวหยางหย่งเล่อ พร้อมเสียงใสที่ไม่ดัดเสียงให้ทุ้มเช่นก่อนหน้า
“ไม่นึกว่าชินอ๋องจะให้ความสนใจหม่อมฉันถึงเพียงนี้ แม้อีกไม่กี่วันเราจะเข้าพิธีสมรสกันแล้วแต่หม่อมฉันไม่คิดว่าพระองค์จะทนรอเห็นหน้าหม่อมฉันไม่ไหวถึงขนาดแอบตามหม่อมฉันมา” จ้าวซูเซียวพูดเสียงเนิบช้าแสดงท่าทีเอียงอายอย่างเสแสร้งชัดเจน ท่าทางเช่นนี้ของนางทำให้ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่งของโอวหยางหย่งเล่อทอประกายเ็าขึ้นมาทันที
เขาเกลียดสตรีเสแสร้งมารยาเช่นนี้เป็ที่สุด !!
โอวหยางหย่งเล่อก้าวเข้ามาประชิดตัวจ้าวซูเซียวด้วยความรวดเร็วหญิงสาวที่ไม่ทันตั้งตัวเผลอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังัักับกำแพงหิน มือหนายกขึ้นบีบคางมลสวยดวงตาท่อประกายเ็าแฝงแววข่มขู่คุกคาม
“ท่าน !…”
จ้าวซูเซียวเปล่งเสียงได้เพียงเท่านี้เพราะแรงบีบของโอวหยางหย่งเล่อที่เพิ่มมากขึ้น แม้ความเป็จริงเขาจะใช้แรงน้อยนิดแต่สำหรับจ้าวซูเซียวนี่พอจะทำให้แก้มนางช้ำได้
“อย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าเป็หนอนบ่อนไส้ให้เฉียนเหลียง หากเ้านำพาความเดือดร้อนมาสู่แคว้นโจวข้าไม่ลังเลที่จะฆ่าเ้าด้วยมือ !”
ถ้อยคำข่มขู่ของโอวหยางหย่งเล่อเต็มไปด้วยจิตสังหาร จ้าวซูเซียวรับรู้ว่าบุรุษตรงหน้าทำจริง ! หากวันนั้นมาถึงนางอาจตายด้วยคมดาบของโอวหยางหย่งเล่อ ! จ้าวซูเซียวพยายามเค้นยิ้มดวงตาคู่สวยยังคงความบริสุทธิ์สดใสราวกับไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของชายหนุ่ม นั้นยิ่งทำให้โอวหยางหย่งเล่อไม่พอใจ
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือวงเเขนบอกบางทั้งสองข้างเเทนที่จะใช้ผลักบุรุษตรงหน้าให้ถอยห่างจากความแนบชิดเกินควรนี้ นางกลับโอบกอดรอบลำคอของโอวหยางหย่งเล่อดวงตางดงามถูกเปลี่ยนให้เย้ายวนเชิญชวนมากขึ้น !! โอวหยางหย่งเล่อขมวดคิ้ว ใบหน้าหล่อเหลาขบกรามเข้าหากันเมื่อเห็นกิริยาท้าทายไร้ยางอายของสตรีผู้เป็ว่าที่พระชายา !!
มือหนาปล่อยคางมนทันทีปรากฏรอยแดงบางๆบนปลายคางจ้าวซูเซียวหญิงสาวยกยิ้มเย้ายวนส่งไปให้ มืออีกข้างจงใจวางนาบกับแผ่นอกแข็งเกร่งกิริยานี้ของจ้าวซูเซียวทำให้โอวหยางหย่องเล่อผลักนางออกทันทีและมองนางด้วยสายตาทอประกายรังเกียจมากขึ้น
“อ๊ะ ! ชินอ๋องไม่รู้จักคำว่าถนอมบุบผาบ้างหรือเพคะ” เมื่อรู้ว่าโอวหยางหย่งเล่อไม่ชอบ จ้าวซูเซียวยิ่งแสร้งส่งสายตาแง้งอนไปให้นั้นยิ่งเป็การยั่วยุโทษะของบุรุษตรงหน้ามากยิ่งขึ้น
“ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าเฉียนเหลียงสั่งสอนองค์หญิงได้ไม่ต่างจากคณิกาเช่นนี้ !” พูดเพียงเเค่นั้นโอวหยางหย่งเล่อก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ตุบ !!
เสียงของบางอย่างตกลงบนพื้นจ้าวซูเซียวก้มลงมองไปตามเสียงพบว่าเป็ถุงเงินสีน้ำตาลของนาง ร่างบางรีบก้มลงไปหยิบถุงเงินเมื่อเปิดดูพบว่าแผ่นเหล็กแผ่นเล็กยังคงอยู่ด้านในจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งร่างสูงของโอวหยางหย่งเล่อก็หายวับไปเสียแล้ว มือบางถือถุงเงินไว้แนบอกััได้ถึงจังหวะหัวใจของตนเองที่เต็นเร็วน่ากลัว ท่าทางยั่วยุเมื่อครู่ใครว่านางทำโดยไม่รู้สึกอะไรกัน นางตื่นเต้นไปหมดด้วยซ้ำยามััโดนตัวของบุรุษผู้นั้น หากไม่ใช่เพราะ้าเบี่ยงเบนความสนใจของโอวหยางหย่งเล่อนางไม่เปลืองตัวเช่นนั้นเเน่
“คุณชาย ข้าตามเด็กคนนั้นแต่เ้าเด็กนั้นบอกว่ามีคนนำถุงเงินไปจากเขาแล้ว ให้ข้าสืบหาต่อหรือไม่ขอรับ”
เสียงของเหยากังดังขึ้นพร้อมร่างสูงที่ะโข้ามกำแพงมาหานาง จ้าวซูเซียวเหมือนเพิ่งได้สตินางส่ายศรีษะไปมา
“ไม่ต้องตามข้าได้ของคืนมาแล้ว” นางหันไปยังทางที่โอวหยางหย่งเล่อเดินจากไปดวงตางามทอประกายเศร้าสร้อย กลิ่นกายบุรุษจากความแนบชิดเมื่อครู่ยังคงอบอวนอยู่ใกล้ตัว กว่าจะปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติได้จ้าวซูเซียวแทบจะใช้เวลาจนเกือบถึงตำหนักมู่ตาน
ท่านอ๋องก็สายโหดเกิ้นน น้องจะไหวไหมเนี่ย
ฝากกดติดตามนิยายเื่นี้ หรือคอมเม้นต์ให้กำลังใจไรท์หน่อยนะค่า