หลังจากที่ทั้งคู่เดินมานั่งที่เรือนรับรองบริเวณด้านหน้าจวน บรรยากาศกลับยิ่งดูน่าอึดอัด บริวารทั้งหลายรอบตัวแทบไม่กล้าหายใจ ต่างพากันหลบหลีกจากเรือนกันไปหมด หลี่อวิ๋นเจียวช่วยรินน้ำชาให้กู้จือเสวี่ยเป็รอบที่สามแล้วหากแต่บรรยากาศยังคงเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจของแต่ละคนชัดเจน
กู้จือเสวี่ยยังคงไม่กล้าเอ่ยคำใด ด้วยกลัวพูดออกมาจะทำให้นางยิ่งหนีห่างเขาไปไกลกว่าเดิม ด้วยเื่ราวมันซับซ้อนพูดไปนางก็ไม่เข้าใจ กู้จือเสวี่ยเลยใช้วิธีดื่มชาแทน
หลี่อวิ๋นเจียวแม้จะรินชาจนเต็มแก้ว แต่กู้จือเสวี่ยก็ไม่สนใจอันใดทั้งสิ้นยังคงดื่มชาไม่หยุด
“อะแฮ่ม...”
“เอ่อ”
เมื่อทั้งคู่ทำท่าคล้ายจะเอ่ยวาจาขึ้นมาพร้อมกัน หลี่อวิ๋นเจียวเลยเสียสละให้ด้วยไม่รู้ว่ากู้จือเสวี่ยจะมาไม้ไหนกันแน่
“ท่านพูดก่อนเลย” หลี่อวิ๋นเจียวผายมือไปที่กู้จือเสวี่ย
กู้จือเสวี่ยใจเต้นแรง ทำอะไรไม่ถูก จนพูดตะกุกตะกัก กลัวว่าหากเอ่ยออกไปนางจะไม่เข้าใจความหมายที่เขา้าจะบอก อธิบาย และขอโทษ
“คือ เอ่อ คือ ข้า... เอ่อ ข้าขอโทษ ” กู้จือเสวี่ยก้มลงไปขอขมาหลี่อวิ๋นเจียวอย่างจริงจัง
“เจียวเจียว เ้าได้โปรดให้อภัยพี่ด้วย ตอนนั้นพี่ยังเด็กและโง่เขลานักไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกคนชั่ว จนทำให้เ้าต้องหลบหนีมาอยู่อย่างลำบากเพียงลำพัง ความยากลำบากที่พวกเ้าแม่ลูกได้รับนั้นมันไม่สมควรเกิดขึ้นเลย ข้าทำผิดมหันต์ ในตอนนี้ข้ารู้ว่าเ้าคงโกรธและมองว่าข้าพูดไปเรื่อย แม้เ้าจะไม่รับคำขออภัยนี้ก็ไม่เป็ไร ข้าจะทำทุกอย่างให้ครอบครัวของเรากลับมาสมบูรณ์เหมือนอย่างที่ควรจะเป็ตั้งแค่แรก”
หลี่อวิ๋นเจียวได้ยินก็เกิดอาการประหลาดกับนาง จนนางไม่รู้ว่ามันคืออาการของเ้าของร่างหรือเปล่าที่ยังคงมีเยื่อใยต่อกู้จือเสวี่ยอยู่ หากถามว่านางโกรธกู้จือเสวี่ยหรือไม่ อาจจะยังมีความโกรธและไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงทำกับภรรยาและบุตรได้โดยการทอดทิ้ง แต่เมื่อหลี่อวิ๋นเจียวนึกถึงอนาคตที่นางรู้ล่วงหน้าวันที่นางจากไปเสียวเสี่ยวน้อยของนางต้องต่อสู้ลำพัง นางไม่้าให้เป็แบบนั้น เด็กต้องมีบิดาที่รักและดูแลเอาใจใส่ หากเขาทำได้ นางก็ยอมให้เด็กน้อยได้สิ่งที่เด็กน้อยควรจะได้ ความรักจากบิดามารดา
“หากเ้าไม่เต็มใจจะกลับจวนก็ไม่เป็ไร พี่เต็มใจที่จะขี่ม้ามาหาเ้าเอง พี่จะไม่ทอดทิ้งเ้า ได้โปรดให้อภัยพี่ด้วย พี่ผิดไปแล้ว ให้โอกาสพี่ได้ดูแลเ้ากับลูกเถอะนะ” กู้จือเสวี่ยไม่พูดจาตะกุกตะกักอีกต่อไป แต่กลับพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมพร้อมด้วยแววตาที่แน่วแน่
หลี่อวิ๋นเจียวเม้มปากแน่น นางกำลังใช้สมองคิดอย่างหนักในเมื่อเหตุการณ์ไม่เหมือนกับเนื้อเื่อาจจะเป็ไปได้ว่าหลังจากที่นางย้ายเข้ามาในร่างนี้อาจส่งผลให้โครงเื่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
อีกทั้งหลี่อวิ๋นเจียวยังคงทราบสาเหตุที่กู้จือเสวี่ยกู้จือเสวี่ยทอดทิ้งหลี่อวิ๋นเจียวไปเพราะหลี่ชิงหลวน เนื่องด้วยหลี่ชิงหลวนแสร้งทำเป็แม่นางดอกบัวขาว ใสสะอาด อ่อนโยน อ่อนหวาน แต่แท้จริงคือนางร้ายตัวจริงที่เที่ยวสวมหมวกเขียวให้สามีตนเองและมาวุ่นวายกับสามีคนอื่น
หลี่อวิ๋นเจียวยังคงหวั่นใจอยู่ หากกู้จือเสวี่ยมีแผนอะไรมากกว่านี้ เช่นแย่งกู้เสียวเสี่ยวไปล่ะ นางคิดหนักกว่าเดิม แต่เพื่อความแน่ใจบางอย่างนางตึงเอ่ยถามกู้จือเสวี่ย
“แล้วคนรักของท่านล่ะ ข้าไม่นิยมชมชอบคนที่ชอบยุ่งกับสตรีอื่นหรอกนะ ส่วนกู้เสียวเสี่ยวนั่นข้าเต็มใจให้ท่านทำความรู้จักได้ เสียวเสี่ยวยังเด็กก็จริงแต่ก็้าความรัก ความเอาใจใส่จากทั้งพ่อและแม่ ”
กู้จือเสวี่ยพยักหน้ายิกๆ แสดงท่าทีเห็นด้วยทันที
“งั้น่นี้ข้าขอย้ายเข้ามาเลยละกัน เพื่อเป็การไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างาและลูก”
หลี่อวิ๋นเจียวทำตาโต มองกู้จือเสวี่ยที่สั่งลูกน้องขนของเข้ามา มีแต่ของเด็กเล่นทั้งสิ้น รวมทั้งหีบมากมายที่ดูท่าจะหนักไม่เบา “พวกของเล่นข้าเข้าใจได้ แต่เื่หีบพวกนี้ ” หลี่อวิ๋นเจียวชี้นิ้วตามหีบทั้งหลายที่ยกเข้ามาเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
หลี่อวิ๋นเจียวงุนงงยิ่ง สมองนางเหมือนสั่งการไม่ทัน เหตุใดเหมือนกู้จือเสวี่ยนั้นเตรียมการเอาไว้แล้วเลย นางไม่สามารถขัดคำพูดเขาได้เลยแม้แต่นิด ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เนื่องจากอีกใจหนึ่งนางก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขา้าทำอะไร อีกอย่างหากเขาทำอะไรไม่ดีนางมียาพิษป้องกันตัวจากท่านหมอเทวดาที่นางให้ฮวาจิ่นไปตีสนิทไว้
กู้จือเสวี่ยอมยิ้มเบาๆ นางคงกำลังดีใจเป็แน่ เมื่อเห็นหลี่อวิ๋นเจียวมองตามหีบสมบัติทีละใบมองซ้ายไปขวาไม่หยุด กู้จือเสวี่ยคิด หากนี่คือก้าวแรกถือว่าเริ่มได้ไม่เลว นางยังไม่เกลียดข้ามากถึงเพียงนั้น
ฝากหลี่อวิ๋นเจียวนั้นพอเริ่มทำใจได้แล้ว กลับต้องตกตะลึงเมื่อกู้จือเสวี่ยสั่งให้เปิดหีบทั้งหมดออก แสงแวววาว ระยิบระยับ ส่องสะท้อนเข้าตานางเต็มๆ จนหลี่อวิ๋นเจียวลืมตาแทบไม่ขึ้น
“ของพวกนี้...” หลี่อวิ๋นเจียวชี้นิ้วไปที่หีบสมบัติ
“ข้าไปสู้รบมาอย่างยากลำบาก จนได้รับของพวกนี้มาจากฝ่าาพระราชทานมา ข้าเลยนำมามอบให้ฮูหยิน สมบัติพวกนี้มอบให้ฮูหยินถึงจะถูก หากมีสมบัติมาเพิ่มอีกข้าก็จะนำมามอบให้ฮูหยินอีก”
กู้จือเสวี่ยไม่รอให้หลี่อวิ๋นเจียวปฏิเสธ เขารีบลุกขึ้นยืนทันที “ตรวจนับให้ดี แล้วมอบสมุดบันทึกสิ่งของพวกนี้ให้ฮูหยิน ”
หลี่อวิ๋นเจียวลุกขึ้นยืนตาม หน้าตามึนงง อะไรนะ ให้ข้า อีกอย่างเขา้าเพิ่มงานให้ข้าใช่หรือไม่ หลี่อวิ๋นเจียวหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่อย่างน้อยก่อนตายชาตินี้ได้เห็นของโบราณล้ำค่าถือว่าคุ้มแล้วที่นางทะลุมิติมา
แม้นางจะมาจากอนาคต เคยเห็นเครื่องประดับมามากมายแต่นั่นก็คือสิ่งที่นางเห็นตามนิตยสารต่างๆ หรือตามทีวีเท่านั้น จนมาได้เห็นของจริง มันช่างแตกต่าง ในใจนางนั้นยินดียิ่ง กู้จือเสวี่ยจะคิดกับนางอย่างไรไม่สำคัญ หากนางนำสิ่งของเหล่านี้มาเก็บไว้ อย่างน้อยกู้เสียวเสี่ยวก็จะมีทรัพย์สินไว้บ้างหากนางเป็อะไรไป ลูกสาวตัวน้อยจะได้ไม่ลำบากมากนัก
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลี่อวิ๋นเจียวยิ่งมีความรู้สึกฮึกเหิม ร้านไก่ทอดของนางจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้เป็แน่
กู้จือเสวี่ยมองหลี่อวิ๋นเจียวที่อยู่ๆ ก็มีแววตามาดมั่นเกิดขึ้น เขาขนลุกเกรียว เออ นางคงไม่คิดจะทำอะไรไม่ดีกับเขา คงไม่ลุกขึ้นมาทุบตีเขา ที่ในตอนนั้นเขาโง่งมโดนหลอกจนทอดทิ้งนางใช่หรือไม่
“งั้นถือว่าของพวกนี้คือของข้าใช่ไหมเ้าคะ”
กู้จือเสวี่ยมองหลี่อวิ๋นเจียวที่ประกอบมือสองข้างมองเขาตาเป็ประกาย
“ใช่ๆ สมบัติพวกนี้ข้ายกให้ฮูหยินหมดเลย ถ้ามีมาอีกข้าก็จะขนมาให้เ้าอีกเช่นเดียวกัน”
“ฮูหยินข้าขอพบเสียวเสี่ยวน้อยได้หรือไม่ ข้าเอ่อ...”
เมื่อมองเห็นกู้จือเสวี่ยที่เอามือเกาศีรษะ หลี่อวิ๋นเจียวก็คล้ายใจอ่อนอยู่นิดหน่อย อย่างน้อยๆ นางก็้าให้กู้เสียวเสี่ยวน้อยมีพ่อ ไม่แน่ว่าในอนาคตโครงเื่ต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
แต่นางจะไม่มีทางเอาใจกู้จือเสวี่ยเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงเื่เด็ดขาด ทุกอย่างต้องเป็ไปตามธรรมชาตินางไม่สามารถฝืนใจได้ แต่ในใจลึกๆ นางยังคงแน่ใจว่า เ้าของร่างคงไม่ยอมปล่อยกู้จือเสวี่ยออกไปจากชีวิตง่ายๆ เป็แน่ ความรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก ความรู้สึกนั้นเลย มันจะเป็ไปได้อย่างไรที่นางจะรู้สึกกับคนที่เพิ่งเจอครั้งเดียวหากไม่นับรวมเหตุการณ์ของเ้าของร่างหรือมันจะอะไรหลบซ่อนมากกว่านั้น
“พบได้เ้าค่ะ ข้าจะนำทางท่านไปก็ได้แล้วกัน” ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวก็เดินนำกู้จือเสวี่ยทันที โดยตรงดิ่งไปที่เรือนของนางเอง เพราะนางและลูกสาวตัวน้อยยังคงนอนด้วยกันทุกคืน