ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 46 ว้าว ค้นพบความลับที่ยิ่งใหญ่

            ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของมู่ชิงอวิ้น เสียงชัดแจ๋วของหยวนเป่าพลันดังขึ้น

            มู่ชิงอวิ้นเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะอาหาร ดวงตาทั้งสองข้างของนางแดงก่ำ นางสูดจมูก "พี่หญิงแพ้กุ้งหรือเจ้าคะ? เป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อใดกัน? แต่ก่อน พี่หญิงโปรดปรานกุ้งมากที่สุดนะเจ้าคะ? "

            ใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ นางเอ่ยอย่างไร้เดียงสา

            หยวนเป่าเม้มปาก เขาไม่มีทางจำผิดแน่นอน แต่ก่อนที่เขาอาศัยอยู่ในหุบเขาครั้งหนึ่งเขากับอาจารย์ไปที่ลำธารเพื่อจับกุ้งมามากมาย เขาตั้งใจลอกเปลือกกุ้งแล้วรมควันกุ้งเพื่อทำน้ำแกงให้ท่านแม่ ผลก็คือหลังจากที่กินเข้าไปเพียงคำเดียว ท่านแม่ก็มีผื่นขึ้นทั่วตัว แม้แต่ใบหน้าที่งดงามของนางก็ไม่เว้น เพราะเรื่องนี้ เขาจึงโทษตัวเองอยู่นานจนสามารถจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่ง

            ชั่วขณะนั้น ทันทีที่สิ้นเสียงของมู่ชิงอวิ้น มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ล้วนมองไปทางฮวาเหยียนทั้งสิ้น

            “หลานเหยียน เจ้าหายไปถึงสี่ปี เหตุใดเมื่อกลับมาแล้ว ความชอบถึงเปลี่ยนไปเล่า?”

            ในยามนั้นหลิวซื่อพลันเปิดปากเอ่ยถามออกมาประโยคหนึ่ง

            ฮวาเหยียนวางตะเกียบลง นางเม้มริมฝีปาก

            “ใช่น่ะสิเจ้าคะ ข้าแพ้กุ้ง ตั้งแต่จำความได้ ข้าก็ไม่สามารถกินกุ้งได้เจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนเปิดปากเอ่ย นางกดเสียงจนต่ำ แม้แต่ใบหน้าของนางก็ยังเฉยเมยอยู่บ้างเดิมทีอาหารที่ขึ้นโต๊ะล้วนเป็นอาหารจานโปรดของนาง แต่เพราะท่านอาสะใภ้รอง นางจึงหมดสิ้นความยากอยากอาหารเสียแล้ว

            นางไม่เคยรู้มาก่อนว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ชอบกินกุ้ง

            นางรู้แค่ว่าตัวเองไม่ชอบกุ้งเพราะมันทำให้เกิดอาการแพ้

            หากเป็นเมื่อก่อน นางอาจสร้างเหตุผลหลอกลวงมากมายเพื่อจะโต้แย้งกลับไปแต่ตอนนี้นางไม่เต็มใจที่จะทำ

            ท่านพี่ใหญ่ตระกูลมู่เอ่ยว่า ยามนี้นิสัยของนางยอดเยี่ยมยิ่งนักท่านพ่อมู่เองก็บอกว่า ตราบใดที่นางมีความสุขก็เพียงพอแล้ว

            เช่นนั้นแล้ว เหตุใดนางถึงต้องโกหกท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่เพียงเพราะ 'อาการแพ้กุ้ง' กันเล่า?

            ฮวาเหยียนเป็นคนประเภทที่มีกลิ่นอายประจำตัว ในยามนั้นใบหน้าของนางไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่มองมาที่มู่ชิงอวิ้นและหลิวซื่อด้วยความเย็นชาเล็กน้อยนางเปิดปากกล่าวว่า "เมื่อสี่ปีก่อน ข้าโปรดปรานมากเพียงใดข้าจำไม่ได้แล้ว ข้ารู้แต่เพียงว่ายามนี้ข้าไม่โปรดมัน มิเช่นนั้นตัวข้าจะเป็นผื่น ของมากมายที่แต่ก่อนข้าเคยโปรดปรานข้าล้วนจำไม่ได้ทั้งสิ้น อีกทั้งหลายๆ คนที่แต่ก่อนข้าชอบมาก บัดนี้ข้าก็จำไม่ได้แล้วเช่นกัน”

            ถ้อยคำเหล่านี้ช่างนุ่มนวลเบาบาง หาได้มีความรุนแรงใดๆ ไม่ แต่ไม่ว่าผู้ใดล้วนฟังออกถึงความเฉยเมยและความหมายที่แฝงไว้อยู่ในนั้น

            ดวงหน้าของมู่ชิงอวิ้นขาวซีด

            นางเข้าใจความหมายของคำที่ฮวาเหยียนเอ่ยเกือบจะในทันที สิ่งที่นางเอ่ยคือของที่แต่ก่อนเคยโปรดปรานตอนนี้ไม่โปรดปรานแล้วรวมถึงคนที่แต่ก่อนเคยชอบบัดนี้ก็ไม่ชอบแล้วเช่นกัน

            นางมองออกว่าพี่หญิงที่อยู่ตรงหน้านางโมโหแล้ว

            สตรีเมื่อสี่ปีที่แล้วคนนั้นไม่เคยมีด้านที่คมกริบเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดล้วนไว้ไมตรีอยู่สามส่วนเสมอ ไม่มีวันทำให้คนอื่นอับอายขายหน้าตรงๆ

            ทว่าพี่หญิงในวันนี้แสดงออกอย่างชัดเจน นางไม่เก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ

            ดวงหน้าของมู่ชิงอวิ้นซีดจนขาวด้วยความรู้สึกตกตะลึง

            "หลานเหยียน เหตุใดเจ้าถึงเอ่ยเช่นนี้ อาสะใภ้ทำเพื่อเจ้านะ และอวิ้นเออร์เองก็เป็นห่วงเจ้าด้วย"

            หลิวซื่อถูกฮวาเหยียนพูดจนมีใบหน้าไม่น่ามอง นางจึงเปิดปากกล่าวด้วยความโมโหอยู่เล็กน้อย

            ฮวาเหยียนเงยหน้าขึ้น ยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณท่านอาสะใภ้รองและน้องหญิงชิงอวิ้นแล้ว ทว่าข้าไม่ต้องการมันจริงๆ เจ้าค่ะ”

            ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูมีมารยาทนอบน้อม แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับพบการเยาะเย้ยเสียดสีอย่างชัดเจน

            “หลานเหยียน เจ้า...”

            เพราะคำเอ่ยเยาะเย้ยของฮวาเหยียนใบหน้าของหลิวซื่อแดงขึ้นด้วยความโกรธนางผุดลุกขึ้นยืนจนเกิดเสียงดัง ‘ตึง’ ก่อนจะเปิดปากกล่าวต่อว่า "หลานเหยียน นี่คือท่าทีที่เจ้าสมควรจะแสดงต่อท่านอาสะใภ้รองของเจ้าหรือ? เจ้าหายสาบสูญไปถึงสี่ปี ไม่ใช่ว่าเจ้าลืมสิ้นแม้กระทั่งมารยาทขั้นพื้นฐานและความกตัญญูกตเวทีไปแล้วกระมัง? เจ้าดูท่าทางของเจ้าในยามนี้ ท่าทีของหญิงผู้สูงศักดิ์ของตระกูลใหญ่หายไปที่ใดหมดแล้ว?”

            ใบหน้าของนางมืดครึ้ม เปล่งเสียงสั่งสอนฮวาเหยียนออกมาทันที

            ทันทีที่นางเอ่ยจบ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพลันหยุดนิ่งทันที สีหน้าของมู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่พลันเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองอย่างยิ่ง

            “ซินเหยา เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่ ยังไม่นั่งลงเร็วๆ อีก”

            กลับเป็นมู่จี้หงที่ไม่สามารถนั่งเฉยๆ ต่อไปได้อีก เขาหันไปกระซิบกับหลิวซื่อทันที

            มู่จี้หงไม่เอ่ยก็นับว่ายังดี ทว่าเมื่อเขาเปิดปากพูดก็ยิ่งทำให้ความโกรธของหลิวซื่อเพิ่มพูนมากขึ้นทันทีเห็นเพียงท่าทางเจ็บปวดหัวใจ นางหันไประเบิดอารมณ์ใส่มู่จี้หงทันที "มู่จี้หง เจ้าพุ่งเป้าใส่ข้าทำไม ข้าเอ่ยอันใดผิดหรือ? ข้าเอ่ยไปมากมายถึงเพียงนั้นก็เพราะหวังดีกับหลานเหยียน ข้าถือว่านางเป็นบุตรสาวคนหนึ่งของข้านี่นา

            หลานเหยียนเสียมารดาไปตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นยังเป็นเจ้าตัวน้อยก้อนกลมถูกโอบอุ้มในอกของข้า กินน้ำนมจากข้าอยู่เลย ฮือๆๆ

            ทว่าเจ้าดูสิ ยามนี้หลานเหยียนยังมีอาสะใภ้รองคนนี้อยู่ในสายตาหรือไม่?”

            หลิวซื่อกรีดร้องด้วยอารมณ์ ดวงตาคับข้องหมองใจของนางเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาใบหน้าของมู่จี้หงกระอักกระอ่วน เมื่อถูกคำรามด้วยเสียงต่ำจากลำคอ เขาพลันส่งยิ้มเจื่อนให้มู่เอ้าเทียน ชายหนุ่มเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวภรรยา เมื่อฮูหยินของเขาโกรธ เขาก็ไม่กล้าเอ่ยอันใดแล้ว

            ฮวาเหยียนกะพริบตา นางคาดไม่ถึงว่าจะเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นมา มู่อันเหยียนเคยกินน้ำนมจากท่านอาสะใภ้รองผู้นี้หรือ?

            หากคำนวณตามอายุแล้ว มู่ชิงอวิ้นผู้นี้อายุน้อยกว่ามู่อันเหยียนเพียงเดือนเดียวดังนั้นเมื่อพิจารณาจากคำกล่าวของหลิวซื่อแล้ว มู่อันเหยียนผู้นี้ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นมารดาของนางใช่หรือไม่?

            ฮวาเหยียนจมอยู่ในห้วงความคิด มู่เสวียนเย่บอกนางว่าอย่าเอ่ยถึงท่านแม่ต่อหน้าท่านพ่อ เช่นนั้นแล้วท่านแม่จากไปเพราะว่าให้กำเนิดลูกหรือ? นางจากไปเพราะให้กำเนิดมู่อันเหยียนหรือ?

            ฮวาเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้ว่านี่เป็นการคาดเดาของนางเอง นางส่ายหัว ก่อนจะโยนคำถามในหัวทิ้งไปแล้วมองไปยังท่านอาสะใภ้รองอีกครั้งดวงตาของนางแดงก่ำ ท่าทางเต็มไปด้วยโศกเศร้า ฮวาเหยียนเยาะเย้ยจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่แปลกใจเลยที่ท่านอาสะใภ้รองจะโมโหได้เต็มที่ถึงขนาดนี้เดิมทีนางก็ต้องการใช้เรื่องนี้เป็นสะพานนั่นเอง

            ฮวาเหยียนกระตุกมุมปาก รู้สึกขบขันอยู่เล็กน้อย ในวันแรกที่ตนกลับมา นางทำเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ก็เพราะต้องการจะก่อเรื่องอันใด?

            นางเป็นคนรู้สึกไวตั้งแต่ยังเด็ก นางสามารถมองออกได้ทันทีว่าใครหวังดีกับนาง ใครจริงใจหรือเสแสร้งกับนาง ทว่าเมื่อมองจากใบหน้าของสองแม่ลูกครอบครัวรองแล้ว ยังไม่ต้องเอ่ยถึงมู่ชิงอวิ้น แค่ท่านอาสะใภ้รองผู้นี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยยินดีกับการกลับมาของนางสักเท่าไหร่

            บนใบหน้าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม ในคำพูดแฝงไว้ด้วยคมมีด

            ฮวาเหยียนถอนหายใจ นางเงยหน้าขึ้นและมองไปทางหลิวซื่อ ท่านอาสะใภ้รองเองก็จ้องมองนางกลับมาเช่นกัน ดังนั้นเมื่อนางเงยหน้าขึ้น สายตาของพวกเขาจึงปะทะกัน ฮวาเหยียนหรี่ตาลงกำลังจะเอ่ยคำ ทว่ามู่เอ้าเทียนกลับใช้ฝ่ามือตบโต๊ะ ใบหน้าของเขาดำสนิทราวกับหมึกไม่น่ามองจนแทบจะทนไม่ไหว ดวงตาคู่นั้นเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ยามที่มองไปทางหลิวซินเหยา พลันได้ยินเสียงตำหนิดังขึ้นมาหนึ่งเสียง "พอแล้ว! "

            ทันทีที่มู่เอ้าเทียนส่งเสียง เสียงในห้องโถงสักเสียงหนึ่งก็หาได้มีไม่ มู่จี้หงยิ่งหดคอมากขึ้นไปอีก ท่าทีไม่สนใจไม่ถามไถ่ ช่างขี้ขลาดเหลือเกิน

            มู่เอ้าเทียนลืมตาขึ้น เขาจ้องไปทางดวงหน้าของหลิวซินเหยา ได้ยินเพียงเสียงที่เอ่ยว่า "ภรรยาน้องรอง เจ้ากำลังคิดจะทำอันใดอยู่? อาหารเย็นมื้อนี้เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของลูกเหยียน เจ้าต้องก่อเรื่องให้ทุกคนไม่มีความสุขใช่หรือไม่?”

            มู่เอ้าเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบ

            แต่ยิ่งเขาสงบลงเท่าใดก็ยิ่งแสดงถึงความโกรธที่ถูกกดไว้มากขึ้นเท่านั้น

            "ข้า..."

            หลังจากที่มู่เอ้าเทียนเอ่ย อารมณ์ของหลิวซินเหยาก็อ่อนลง นางอ้าปากพะงาบๆ หลังจากนั้นดวงตาของนางก็แดงก่ำ "พี่ใหญ่ ข้าเห็นหลานเหยียนเป็นดั่งบุตรสาวแท้ๆของข้า การที่นางเปลี่ยนไปเช่นนี้ทำให้หัวใจของข้าเป็นทุกข์เหลือเกิน..."

            นางปาดน้ำตาก่อนเอ่ย

            เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิวซินเหยา มู่เอ้าเทียนพลันกระตุกยิ้มที่มุมปากคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน จากนั้นมู่เอ้าเทียนก็เปิดปากเอ่ยว่า “น้องสะใภ้รอง เจ้าไม่จำเป็นต้องทุกข์ใจ ลูกเหยียนเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ นางจะสง่างามเปี่ยมคุณธรรมจิตก็ดี หรือจะเย่อหยิ่งทระนงก็ช่าง นางก็ยังเป็นบุตรสาวของข้า มู่เอ้าเทียนอยู่ดี คงไม่ต้องถึงมือผู้อื่นให้มาคอยยื่นปากสั่งสอนหรอก”

            คำกล่าวของมู่เอ้าเทียนไร้ซึ่งความเกรงใจ และเขาก็ไม่ไว้หน้าของหลิวซินเหยาเลยสักนิดเช่นกันทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าของหลิวซินเหยาแทบดูไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้น

            แต่ดูเหมือนมู่เอ้าเทียนจะไม่ทันได้สังเกตอย่างไรอย่างนั้น เขาเปิดปากเอ่ยต่อว่า “ในปีนั้นเป็นเพราะลูกเหยียนไม่มีนมแม่ให้ดื่ม เปิ่นหวางจึงเสนอว่าจะหาแม่นมมาให้ แต่เจ้าอาสาพาลูกเหยียนกลับเรือนเพื่อเลี้ยงดูพร้อมกับหลานอวิ๋น แต่หลังจากให้นมมาครึ่งเดือน เจ้าก็ไม่ได้ให้บุตรเหยียนดื่มนมจากเจ้าอีก เหตุผลคืออะไร ทุกคนที่นี่รู้แจ้งรวมถึงน้องรองด้วย

            ทว่านี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว ข้าผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ยังคงระลึกนึกถึงไมตรีจิตอันดีของเจ้าเสมอ ในจวนหลู่หนานนี้ อาหาร เสื้อผ้ารวมทั้งค่าใช้จ่ายทุกอย่างล้วนถูกจัดสรรตามกำลังสูงสุดของจวนอ๋องทุกประการและไม่เคยดุด่าวิจารณ์เจ้า"

            มู่เอ้าเทียนเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ “แต่น้องสะใภ้รองยังต้องจำเอาไว้ว่า ลูกเหยียนคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนอ๋องแห่งนี้ ทั้งตัวตน สถานะ ล้วนเหนือกว่าเจ้าทุกประการ หากเอ่ยถึงเรื่องความกตัญญู ข้าผู้นี้ซึ่งเป็นท่านพ่อของนางก็ยังมีชีวิตอยู่ น้องสะใภ้รอง เจ้าเพียงแค่ดูแลอาหารของจี้หงและอาหารกับเสื้อผ้าของอวิ้นเออร์ก็พอแล้ว สำหรับลูกเหยียน หลังจากนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล”

            ถ้อยคำของมู่เอ้าเทียนนั้นหนักแน่นยิ่งนัก ร่างกายของหลิวซินเหยาสั่นสะท้านมือของนางที่อยู่ข้างลำตัวประสานกันไว้แน่น ดวงตาของนางแดงก่ำ ท่าทีราวกับหัวใจถูกทำร้ายจนแสนสาหัส

            มู่ชิงอวิ้นที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าเอ่ยอันใด นางดึงแขนเสื้อของหลิวซินเหยาอย่างระมัดระวัง

            จากนั้นหลิวซินเหยาก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เปิดปากเอ่ยว่า "สิ่งที่พี่ใหญ่เอ่ย น้องสะใภ้คนนี้จะจดจำไว้หลังจากนี้จะไม่กลับไปทำผิดอีกแล้วเจ้าค่ะ"

            หลังจากที่นางเอ่ยจบ นางก็นั่งลงบนเก้าอี้ ไม่เปล่งเสียงอะไรออกมาอีกเลย มีเพียงใบหน้าที่ซีดขาวราวกับว่านางถูกโจมตีด้วยความรุนแรงจากคำพูดของมู่เอ้าเทียน

            ฮวาเหยียนไม่ได้เอ่ยอันใด เป็นเพราะท่านพ่อระบายอารมณ์แทนนางแล้ว นั่นทำให้นางอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก ทว่าก็ยังมีความลึกซึ้งอยู่ ท่านอาสะใภ้ผู้นี้แตะเข้าที่เกล็ดย้อนของท่านพ่อนางยั่วโมโหท่านพ่อเข้า

            แต่สีหน้าที่หดหู่ของท่านอาสะใภ้รองในยามนี้ไม่ใช่เพราะนางถูกมู่เอ้าเทียนตำหนิแต่เหมือน...

            เหมือนถูกผู้เป็นที่รักตำหนิจนใจสลายกลายเป็นขี้เถ้า!

            ฮวาเหยียนกะพริบตาอีกครั้งและอีกครั้งนางตกตะลึงกับการค้นพบของตัวเอง

            นางยืดตัวขึ้น พิจารณาท่านพ่อแห่งตระกูลมู่ เขามีใบหน้าที่หล่อเหลา ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง มีความเป็นชายชาตรีสูงยิ่ง อีกทั้งยังมาจากตระกูลท่านแม่ทัพ ได้เป็นถึงท่านอ๋องตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่รู้ว่าเป็นชายในฝันของสตรีมากน้อยเพียงใด

            และเมื่อดูท่านอาแห่งครอบครัวรองผู้เป็นน้องชายสายเลือดเดียวกัน ท่านอาผู้นี้รูปร่างผอมบาง นิสัยอ่อนแอขี้ขลาด แบกคานบ้านก็ยังไม่ขึ้น เขาไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด เมื่อประสบพบเจอปัญหาก็มีท่าทีราวกับนกกระจอกเทศ อีกทั้งไม่มีตำแหน่งการงานราชการ รู้จักแต่เล่นสำบัดสำนวน เป็นปราชญ์ตัวเหม็นเปรี้ยวทั่วไป

            เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ช่างแตกต่างกันมากจริงๆ

            ดังนั้น…

            ที่ท่านอาสะใภ้รองเอ่ยว่าเห็นนางเป็นดั่งบุตรสาว ทั้งยังเอ่ยถึงเรื่องมู่อันเหยียนกินนมแม่จากนาง เป็นไปได้หรือไม่ว่าในใจของนางกำลังคิดว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นฮูหยินที่แท้จริงของจวนแห่งนี้?

             

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808