ตอนที่ 3
เมื่อผ่านด่านพี่ชายที่คอยขอเงินที่เธอทำงานแล้วก็มาเจอพี่สาวที่ห้องโถง ที่นั่งเล่นอยู่ไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน แม่ของพี่สาวบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวมือจะกระด้าง เพราะพี่สาวต้องได้แต่งงานกับคนรวยเท่านั้น เหมือนวันๆ ต้องรอสามีรวยๆ มาขอเท่านั้น ไม่รู้ซักเสื้อผ้าของตัวเองหรือยัง ช่างแล้วกันไม่ขอยุ่งด้วย
"กลับมาแล้วหรือเหมยอิง วันนี้เหนื่อยไหม แล้วมีเงินมาแบ่งพี่สาวหรือเปล่าวันนี้ พี่สาวไม่มีเงินใช้เลย" ขอเงินน้องสาวเหมือนทุกวันที่น้องสาวกลับบ้านมา
ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยเหมือนกันเลย แต่ก่อนเราทำไมได้ให้เงินของตัวเองหมดเลยนะ ไม่มีเงินเลยแม้ตอนไปที่ชนบทยังแทบไม่มีเงินติดตัวไปด้วยซ้ำ ทำให้อยู่อย่างอดอยากมากๆ
"ไม่มีหรอกค่ะ ทำงานก็ต้องเหนื่อยเป็ธรรมดาอยู่แล้วค่ะ ถ้าไม่เหนื่อยก็คงเป็พวกไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะคะ" ปฏิเสธเหมือนที่ปฏิเสธพี่ชายออกไป
"ทำไมไม่มีล่ะ ทุกทีเห็นได้เงินมาทุกครั้งไม่ใช่หรือ เธอเก็บไว้ไม่แบ่งพี่หรือเปล่า เอามาแบ่งให้พี่บ้างสิ" วันนี้มาแปลกั้แ่เช้าแล้ว ไม่ยอมซักผ้า ตอนนี้ยังไม่แบ่งเงินให้ใช้อีก มันจะเปลี่ยนแปลงเกินไปแล้ว น้องสาวเธอเป็อะไรไปแล้ว ต้องไม่เป็แบบนี้สิ มันไม่ดีกับตัวเธอเลย
"ไม่มีก็คือไม่มีค่ะ ถ้าพี่อยากมีเงินพี่ก็ต้องไปทำงานเอา ฉันขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ"
งานก็ไม่ยอมไปหาทำ เอาแต่จะรอหาสามีรวยๆ อยู่บ้านก็ไม่ยอมไปทำอาหาร รอแต่เราที่กลับมาจากทำงานมาทำให้ ช่างเป็พี่ที่ดีมากเลย ได้แต่บ่นในใจ แต่ทนไปก่อนแล้วกัน บอกกับพี่สาวเสร็จแล้วจึงได้รีบเข้าไปทำกับข้าวให้ทุกคนกินในตอนเย็น เมื่อเสร็จแล้วจึงได้เข้าห้องตัวเองเพื่อทำธุระส่วนตัวบ้าง เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว ยังจะมาเจอเื่ให้เหนื่อยใจอีก
ทางด้าน จงยี่หลิง ที่ถูกน้องสาวปฏิเสธั้แ่ตอนเช้า ก็รู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าน้องสาวเป็อะไรไป ถึงลุกขึ้นมาต่อต้านเธอ ไม่ว่าจะเป็การซักผ้าหรือเื่เงินเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเข้าไปคุยกับแม่ ว่าน้องสาวที่เธอไม่เคยรักเป็อะไรไปแล้ว
"แม่คะ หนูสงสัยมากเลย วันนี้เหมยอิง เป็อะไรไปไม่รู้นะคะ ตอนเช้าก็ไม่ยอมไปซักผ้าให้ ตอนเย็นกลับมาหนูขอแบ่งเงินมาใช้บ้าง ก็ไม่ให้ และยังมาว่าให้หนูไปหางานทำเองถ้าอยากได้เงินอีก ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น"
"มันว่าลูกด้วยหรือคะ แต่มันก็แปลกไปจริงๆ ปกติมันกลัวพวกเราไม่รักจะตายไป ให้ทำอะไร หรือขออะไรก็ให้หมดทุกอย่าง"
"นั่นสิคะแม่ เราจะทำอย่างไรดี ที่ให้มันทำอย่างเดิม หนูไม่อยากซักผ้า" เดี๋ยวมือด้านหมดกัน
"เดี๋ยวแม่จะลองคุยดู มันอยากมีแม่เหมือนคนอื่นจะตายไป เดี๋ยวแม่พูดดี ดี ด้วยนิดเดียวก็ยอมตามใจแม่แล้ว" เธอเคยใช้ไม่นี้ทุกครั้งที่้าอะไร
"ให้มันจริงเถอะค่ะ ถ้าเป็แต่ก่อนหนูเชื่ออยู่"
"มันไม่กล้าแข็งข้อกับแม่หรอก"
ทางด้าน จงเหมยอิง เมื่อเข้าห้องมาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ใกล้จะมาถึงแล้ว ก็คือจดหมายจากทางราชการ ให้ส่งคนในครอบครัว หนึ่งคนไปใช้แรงงานที่ชนบท เธอรออีกไม่นานแล้ว เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่แม้ วินาที เดียว แต่ก่อนเธอเศร้าใจมากที่ต้องจากครอบครัวนี้ไป จนร้องหายอยู่ในห้อง แต่ตอนนี้เป็เธอที่ไม่้าจะอยู่ที่นี่แล้ว
และคิดถึงโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ ที่เป็ของแม่เธอ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนกัน และพยายามหากันมาตลอด เป็เธอที่เก็บไว้อย่างดี เธอจะไม่ยอมเสียมันไปเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ยอมใจอ่อน ยอมเซ็นยกให้แม่เลี้ยงไป เพราะคำพูดน่าสงสารให้ช่วยพี่ชายที่อยู่โรงพยาบาลและไม่มีเงินรักษา แต่ไม่ใช่เลย ทุกคน้าเพียงบ้านและที่ดิน พอได้ทุกอย่างแล้วก็บอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่อีก ช่างสมเพชตัวเองเป็อย่างมาก ที่โง่งมให้คนพวกนี้หลอกเอาได้ แม้แต่พ่อของตัวเองที่ไม่มีปากมีเสียงเอาเลย
กลับมาครั้งนี้อย่าหวังว่าใครจะได้บ้านและที่ดินของแม่เธอไป แต่ตอนนี้อายุยังไม่ถึงที่จะจัดการอะไรด้วยตัวเองได้ ดังนั้นการอยู่ห่างจากคนพวกนี้เป็ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งเธอให้ทุกคนย้ายออกไปจากบ้าน เธอจะไม่รู้สึกผิดอะไรเลย เพราะทุกคนทำกับเธอไว้มากเกินไป แม้แต่พ่อที่มาอาศัยแม่อยู่ก็ไม่มีความละอาย ยังพาลูกกับเมียมาอยู่ในบ้านของแม่ได้ คิดแล้วก็โกรธแทนแม่มากเหลือเกิน เมื่อคิดอะไรเพลินๆ มีเสียงหวานหู เรียกเธอ จากด้านหน้าห้อง
"เหมยอิง นี่แม่เองนะ เปิดประตูให้แม่เข้าไปหน่อยได้ไหม แม่มีเื่จะคุยด้วยน่ะจ้ะ"
"มีอะไรหรือเปล่าคะ หนูเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว้าพักผ่อนค่ะ"
พอได้ยินลูกเลี้ยงพูดแบบนั้น แทนอยากจะด่าออกไป แต่ต้องทนเก็บเอาไว้ ด้วยกลัวเสียเื่ที่กำลังจะมาคุยด้วย
"คุยไม่นานหรอก เปิดประตูให้แม่หน่อยสิ" เธอไม่คิดที่จะยอมแพ้ถ้าไม่ได้คุยให้รู้เื่
เหมยอิงคิดว่า ถ้าเธอไม่เปิดก็คงไม่ไปแน่นอนแทนที่จะได้พักผ่อนเร็วๆ ต้องช้าออกไปอีกแน่นอน
"มีอะไรเปล่าคะ" เธอถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วคงมาเื่ลูกสาวสุดที่รักที่้าอะไรจากเธอบ้าง แต่พอไม่ได้ก็คงไปฟ้องแม่
"เื่พี่สาวลูก ทำไมลูกไม่รักพี่สาวแล้วหรือคะ เราเป็ครอบครัวเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยกัน ไม่ว่าเื่อะไรก็แล้วแต่ เหมยอิง เป็น้องต้องคอยช่วยพี่นะรู้หรือเปล่า"
"เข้าใจค่ะ พี่ยี่หลิง ควรช่วยหนูบ้างใช่ไหมคะ เพราะพี่สาววันๆ ไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย ขอบคุณนะคะที่มาบอก วันนี้คงนอนฝันดีแล้วที่จะมีพี่สาวมาช่วยทำงานแล้ว การเป็ครอบครัวเดียวกันนี้มันดีจริงๆ"
เหมยอิง พูดไปตรงกันข้ามกับที่แม่เลี้ยง้าจะสื่อออกมา ดูสิ จะทำอย่างไรต่อ คงคิดจะใช้คำหวานมาหลอกเราเหมือนที่เคยทำ แต่ขอโทษไม่ได้ผลแล้ว มันรู้ลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของนิสัยแล้ว
"แม่ไม่ได้หมายความ แบบนั้น แม่หมายถึง ให้เหมยอิงที่เป็น้องสาวต้องเป็คนช่วยพี่สาว เข้าใจไหม"
"หนูเคยได้ยินแต่คนเป็พี่ต้องช่วยน้องไม่ใช่หรือคะ คุณแม่ฟังมาผิดหรือเปล่า คุณแม่แก่แล้วน่าจะหูไม่ค่อยดีนะคะ"
ตอนนี้คนเป็แม่เลี้ยงเริ่มที่จะเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่แล้ว เพราะไม่ได้อย่างที่ใจ้า หน้าเริ่มเขียวคล้ำด้วยความไม่ยินยอม
"ฉันบอกว่าแกต้องทำก็คือต้องทำ อย่ามาขัดคำสั่งของฉัน เข้าใจที่ฉันสั่งหรือเปล่า"
"หนูจะไม่ทำให้ใครทั้งนั้นค่ะ หนูทำให้มามากเกินพอแล้ว ต่อไปก็ให้ทำกันเอง แต่อาหารฉันจะยังคงทำให้เหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก"
"เดี๋ยวก่อนสิออกมาพูดกันให้รู้เื่ก่อน นังเหมยอิง ฉันบอกให้ออกมา"
แต่เธอไม่คิดจะสนใจ อยากทุบประตูไม่เจ็บมือก็ทุบไปแล้วกัน ปานนี้คงโกรธจนทนแทบไม่ไหวแล้วแน่เลย
ส่วนคนที่ยืนทุบประตูอยู่ด้านนอก โมโหอย่างที่สุด ไม่เพียงจะไม่ทำตาม ทั้งขัดใจทุกอย่าง ยังทำให้เธอเจ็บทั้งมือและเจ็บใจเป็ที่สุด ไม่อยากจะเชื่อเลย ที่จะเจอเหมยอิงในรูปแบบนี้ ั้แ่เล็กจนโตมา ไม่ว่าเื่อะไรก็ยอมตามที่เธอ้ามาตลอดไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำให้โมโหได้แบบนี้ เจ็บใจจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกัน
(ฝากติดตามด้วยนะคะ )