“ที่แท้ก็คือสรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์ น่าเสียดายนัก...”
จักรพรรดินีส่ายหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้ไล่ตามไป
ในหมู่เผ่าปีศาจ เผ่าจิ้งจอกเชี่ยวชาญการหลบหนีที่สุด ทั้งยังเ้าเล่ห์เพทุบาย นางจึงต้องระวังไม่ให้มันย้อนกลับมาคุกคามความปลอดภัยของกู้หลาน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่รู้ก็คือ กู้หลานได้หายตัวไปจากในโรงน้ำชานานแล้ว
...
ห่างออกไปสามพันลี้ทางทิศตะวันตกของเมืองหลางโจว
บนเนินดินแห่งหนึ่ง จิ้งจอกเพลิงที่ตัวชุ่มไปด้วยเืทรุดกายลงนั่ง สายตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจ้องมองกลับไปทางเมืองหลางโจวราวกับนกหวาดเกาทัณฑ์
มันเฝ้าสังเกตอยู่เนิ่นนาน เมื่อมั่นใจว่าเซียนกระบี่ลึกลับไม่ได้ตามมา ในที่สุดมันก็ลอบถอนหายใจ แววตาฉายความอาฆาตแค้นออกมาอย่างรุนแรง!
“ไอ้พวกแกะสองขาบัดซบ เ้าบังอาจทำลายของวิเศษของข้า วันหน้าข้าจะต้องสังเวยชีวิตพวกเ้าสักล้านคนเพื่อล้างแค้นครั้งนี้ให้ได้!”
จิ้งจอกเพลิงสบถด่าด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า
ในจังหวะนั้นเอง ร่างในชุดสีเขียวอ่อนค่อย ๆ เดินออกมาจากหลังเนินดิน ในมือถือพัดจีบ ท่าทางสงบนิ่งเยือกเย็น เขาเดินมาหยุดลงตรงหน้าจิ้งจอกเพลิงอย่างไม่รีบร้อน
“...?”
แม้ตอนนี้จิ้งจอกเพลิงจะอยากฆ่าคนเพื่อระบายอารมณ์เพียงใด แต่เมื่อเห็นคนมาใหม่ดูมีราศีไม่ธรรมดา ทั้งตัวมันเองก็เพิ่งจะพ่ายแพ้มาหมาด ๆ จึงเลือกที่จะสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง
'อดทนไว้... รอให้กลับถึงถิ่นก่อนเถอะ...'
แต่ใครจะไปคิดว่า กู้หลานจะไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่นิดเดียว ขาเตะเข้าที่ก้นของจิ้งจอกเพลิงทีหนึ่งแล้วกล่าวเสียงเรียบ ว่า “ลูกแก้วสีดำเมื่อกี้ยังมีอีกไหม ส่งมาซะ!”
หากไม่ใช่เพราะเขาสวมชุดบัณฑิต ใครเห็นก็คงนึกว่าเป็โจรป่า!
จิ้งจอกเพลิงเบิกตากว้างจนแทบถลน!
ไม่ใช่เพราะความอัปยศ แต่เป็เพราะคำพูดของกู้หลานที่ทำให้มันขนลุกซู่!
“เ้าเห็นสรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์? เ้า… เ้าไล่ตามมาจากเมืองหลางโจวงั้นรึ! แล้วเ้า… มาถึงที่นี่ก่อนข้าได้อย่างไรกัน?!”
จิ้งจอกเพลิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
มันถึงขั้นเผาผลาญโลหิตเพื่อหลบหนี แต่กลับมีมนุษย์ตามมาทัน แถมยังมีท่าทีผ่อนคลายสบายใจถึงเพียงนี้!
'ที่แท้ของสิ่งนั้นก็เรียกว่าสรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์นี่เอง...'
กู้หลานนึกถึงคำบรรยายถึงสิ่งนี้ในนิยายต้นฉบับได้ทันที
เมื่อหมื่นปีก่อน ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ตนสุดท้ายของโลกได้ดับขันธ์ เพลิง์แผดเผาร่างจนกลายเป็สรีระธาตุร้อยเม็ด ตกไปอยู่ในมือของขุมกำลังต่าง ๆ ในโลกปีศาจ
สำหรับพวกปีศาจแล้ว มันมีค่าทัดเทียมกับสุดยอดศาสตราเทพ!
เป็มรดกที่หาได้ยากยิ่งของระดับศักดิ์สิทธิ์!
ในนิยายต้นฉบับ พระเอกก็เคยได้มาเม็ดหนึ่ง ซึ่งช่วยเสริมพลังให้เขาอย่างมหาศาล
กู้หลานมองจิ้งจอกเพลิงที่กำลังสั่นประสาทด้วยแววตาหยอกล้อ
“เ้ามีสรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ดูท่าตำแหน่งในวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์คงไม่ธรรมดาสินะ?”
“คุณชาย... ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเป็เพียงศิษย์สายตรงและเป็แค่ปีศาจตัวจ้อยระดับาาเท่านั้น สรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์มีเพียงเม็ดเดียวจริง ๆ ! หากมีมากกว่านี้ ข้าย่อมต้องมอบให้ท่านแน่นอน!”
จิ้งจอกเพลิงพยายามข่มความกลัวในใจ รีบเปลี่ยนคำพูดและปั้นหน้ายิ้มประจบ
ขนาดเซียนกระบี่ลึกลับคนเมื่อกี้ยังตามมันไม่ทัน แต่บัณฑิตชุดเขียวคนนี้กลับตามมาได้อย่างง่ายดาย มันย่อมรู้ดีว่าใครเหนือกว่าใคร!
ชื่อศิษย์สายตรงวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์อาจจะขู่คนทั่วไปได้ แต่คิดจะข่มผู้ที่อยู่เหนือระดับเซียนงั้นหรือ?
มันไม่ได้โง่ขนาดนั้น!
“มีแค่เม็ดเดียวเองหรือ...?”
กู้หลานลอบเสียดายในใจพลางส่ายหน้าเบา ๆ แววตาของเขาใสซื่อบริสุทธิ์
“ถ้าอย่างนั้น... เ้ามีคำสั่งเสียอะไรหรือไม่?”
'พับผ่าสิ! เพิ่งหนีพ้นปากเสือก็มาเจอหลุมหมาป่าอีก!'
จิ้งจอกเพลิงสบถในใจว่าซวยจริง ๆ สองยอดฝีมือที่มันเจอล้วนแต่เป็พวกประหลาดที่จ้องจะฆ่ามันทั้งสิ้น!
‘แคว้นจิ้งเข้มแข็งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?’
หากมียอดฝีมือแบบนี้อีกสักคน แคว้นจิ้งแค่แคว้นเดียวก็เพียงพอจะสยบโลกปีศาจได้ทั้งโลกแล้ว!
“คุณชาย แม้ข้าจะไม่มีสรีระธาตุปีศาจศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ในวังปีศาจของเรายังมีอีกสองเม็ด อยู่ที่ตัวอาจารย์ของข้า หากท่านยอมปล่อยข้าไป... ข้าจะนำพวกมันมามอบให้ท่านทั้งหมดเลย!”
'ขืนปล่อยเ้าไป แล้วถ้าเ้าพาพวกโกง ๆ มาแก้แค้นข้าจะทำอย่างไรเล่า อีกอย่างเ้าก็เห็นหน้าหล่อ ๆ ของข้าไปแล้วด้วย...'
กู้หลานยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบ “ฆ่าเ้าแล้ว เดี๋ยวพวกมันก็ตกเป็ของข้าเองนั่นแหละ”
สิ้นเสียงคำพูด เขาเพียงแค่ขยับมือกลางอากาศ ร่างของจิ้งจอกเพลิงก็แตกสลายกลายเป็เถ้าธุลีไปในทันที!
าาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะดิ้นรนก่อนตาย และถูกกู้หลานใช้กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินทำลายจนสิ้นซากในชั่วพริบตา
ครู่ต่อมา กู้หลานปัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พลางมองไปทางอวิ๋นโจวด้วยความคาดหวัง
'ไข่เฟิ่งหวงจ๋า พ่อมาแล้ว...'
แต่การไปเยือนสำนักฮวาเจี้ยนในครั้งนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าล้างสำนัก เพราะยังมีศิษย์ผู้บริสุทธิ์อีกมากมายที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งที่นั่นผู้คนพลุกพล่าน การปกปิดร่องรอยและรักษาความลับจึงเป็สิ่งสำคัญที่สุด...
กู้หลานหยิบผ้าคลุมหน้ามาปิดไว้ครึ่งหน้า เหลือเพียงดวงตา จากนั้นเขาก็สะบัดมือเบา ๆ ก่อนที่กระบี่ซึ่งเต็มไปด้วยอักขระิญญาอันลึกลับจะปรากฏขึ้น!
สุดยอดศาสตราเทพ กระบี่หงเิ!
กลิ่นอายรอบกายของกู้หลานเปลี่ยนเป็เฉียบคมไร้ผู้ต้าน ทัดเทียมกับเจตจำนงแห่งการสังหารของกระบี่หงเิทันที!
“แบบนี้ก็ดูคล้ายกับเซียนกระบี่คนเมื่อกี้แล้วสินะ...”
มุมปากของกู้หลานยกขึ้น กลายเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์
เขาวางแผนจะให้คนคนนั้นเป็คนรับผิดชอบเื่นี้แทนตนตั้งนานแล้ว!
หลังจากเตรียมตัวเสร็จสรรพ เขาก็พึมพำออกมาเบา ๆ ว่า “ในเวลานี้ ข้าอยู่ที่อวิ๋นโจว”
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่เชิงเขาสำนักฮวาเจี้ยนเรียบร้อยแล้ว
วิชาลับวิถีปราชญ์วาจาสิทธิ์ การเดินทางทะลุมิตินี้ส่งผลสะท้อนกลับน้อยมาก ช่างเป็วิชาที่สะดวกสบายเสียจริง!
าาปีศาจที่ตายไปคงนึกไม่ถึงว่า ที่กู้หลานตามมันทันได้อย่างง่ายดายเมื่อครู่นี้ ก็แค่พูดออกมาคำเดียวว่า 'ในเวลานี้ ข้าอยู่ข้างกายปีศาจจิ้งจอก' เท่านั้นเอง!
...
ในวันเดียวกัน ่เวลาโพล้เพล้
ในห้องหนังสือของกู้หลานมีไข่สีแดงเพลิงใบหนึ่งปรากฏขึ้น!
ธาตุไฟอันบริสุทธิ์ส่องแสงเรืองรองออกมา ดูศักดิ์สิทธิ์เป็อย่างยิ่ง
เขาลองใช้นิ้วเคาะดู แล้วส่ายหน้าเบา ๆ "ดูเหมือนจะยังไม่ใกล้ฟักแฮะ..."
แต่เขารู้ดีว่าเฟิ่งหวงเป็สัตว์เทพา ยิ่งใช้เวลาฟักตัวนานเท่าไหร่ แสดงว่าพร์ยิ่งสูงส่งเท่านั้น เขาจึงไม่รีบร้อน หลังจากหยอกล้อกับมันครู่หนึ่งก็เก็บมันเข้าที่
กู้หลานเริ่มตรวจนับสิ่งของที่เขากวาดมาได้จากสำนักฮวาเจี้ยนในครั้งนี้
ตอนนี้ทรัพยากรเกือบทั้งหมดของสำนักฮวาเจี้ยน อยู่ในพื้นที่มิติของระบบเขาแล้ว
เขาไม่นึกเลยว่า สำนักเล็ก ๆ ที่ไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือระดับาา จะมีสมบัติที่ช่วยเสริมพลังให้แม้แต่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วย!
หินิญญาระดับสุดยอด มุกเงือกพันปี ยาสงบจิตวิถีปราชญ์ระดับครึ่งศักดิ์สิทธิ์...
แววตาของกู้หลานเต็มไปด้วยความประหลาดใจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ !
“ฝังตัวอยู่ในอวิ๋นโจวมาหลายร้อยปี ไม่ธรรมดาจริง ๆ ! มิน่าล่ะ ในนิยายต้นฉบับหลังจากพระเอกถล่มสำนักฮวาเจี้ยนแล้ว พลังถึงได้ก้าวะโขนาดนั้น...”
ตอนอ่านหนังสือเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้พอมาเป็คนในเื่ ถึงได้รู้ว่าการได้ 'ปาดหน้าเค้ก' ชิงสมบัติพวกนี้มันสะใจขนาดไหน และโชคลาภมันจะดีอะไรขนาดนี้!
'ขอโทษด้วยนะพ่อพระเอก...'
กู้หลานกล่าวขอโทษในใจสั้น ๆ จากนั้นก็คว้าหินิญญาระดับสุดยอดมาไว้ในมือ แล้วเริ่มดูดซับพลังทันที
...
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่จักรพรรดินีมั่นใจว่าทางด้านกู้หลานไม่มีอันตรายใด ๆ แล้ว นางก็รีบกลับมาส่งสารหาหลิ่วเย่ซีที่เมืองหลวง สั่งให้สำนักเสวียนเทียนออกปฏิบัติการกวาดล้างต้วนเผยทันที
หลิ่วเย่ซีที่เพิ่งจะกลับมาถึง นางรีบเข้าพบจักรพรรดินีด้วยสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนัก
“ฝ่าา เื่ในวันนี้มียอดฝีมือคนอื่นเข้าแทรกแซง ก่อนที่หม่อมฉันจะไปถึงสำนักฮวาเจี้ยน... ตระกูลต้วนและเหล่าผู้าุโหลักล้วนถูกฆ่าตายจนหมดสิ้นแล้วเพคะ!”
“นอกจากนี้ สำนักฮวาเจี้ยนทั้งสำนักยังถูกกวาดล้างจนเหี้ยน ศิษย์สายใน สวนสมุนไพร และคลังสมบัติถูกชิงไปจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!”
“และยังมีอีกเื่...”
หลิ่วเย่ซีรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน!
นางนึกถึงสภาพความพินาศที่เห็นในสำนักฮวาเจี้ยน ยอดเขาฮวาเจี้ยนที่ถูกฟันจนขาดสะบั้น และปราณกระบี่อันเฉียบคมที่ยังคงหลงเหลืออยู่โดยไม่จางหาย...
เพียงนึกถึงในใจของนางก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที!
มู่อวี่เยียนไม่ได้เห็นหลิ่วเย่ซีใขนาดนี้มานานแล้ว นางที่กำลังนั่งปักผ้าให้กู้หลานอยู่ถึงกับหยุดมือ ดวงตาหงส์ฉายแววสงสัย
“เห็นตัวคนที่ขึ้นเขาไปหรือไม่?”
“ไม่เห็นเพคะ แต่ว่า...”
หลิ่วเย่ซีสูดลมหายใจลึกแล้วกล่าวช้า ๆ “ตามที่พวกศิษย์ระดับล่างบอกมา คนคนนั้นเป็จอมกระบี่สวมหน้าผ้าคลุมหน้า บุกขึ้นเขาไปเพียงลำพังตอนต้นยามเซิน พุ่งตรงไปที่วิหารหลักและสังหารต้วนเผยกับพวกจนหมด ั้แ่เริ่มจนจบ... ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเพคะ!”
“หม่อมฉันคาดการณ์ว่า น่าจะเป็ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ หรืออาจจะถึง... ระดับเซียนเพคะ!”
หากมีค่ายกลป้องกันสำนักอยู่ ถ้าไม่ใช่ระดับจักรพรรดิขึ้นไป ย่อมไม่มีทางบุกทะลวงเข้าไปได้ง่ายดายขนาดนี้
แต่ว่า... ใช้กระบี่งั้นหรือ?
มู่อวี่เยียนยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม นางจำไม่ได้ว่าในแคว้นต้าจิ้ง นอกจากตัวนางแล้ว ยังมียอดฝีมือสายกระบี่ระดับเซียน หรือจักรพรรดิคนไหนอยู่อีก
แต่ต่อให้มีจริง… แล้วเหตุใดเขาต้องไปล้างสำนักฮวาเจี้ยนด้วยเล่า?