พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามเดือน ใน่เวลาที่ผ่านมา ซูเหยียนได้ฝึกฝนวิชาฝังเข็ม18เข็มคืนิญญาและวิชาเนตรเทวะจนสำเร็จแล้ว วิชาเนตรเทวะช่างเป็วิชาที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่นางทุ่มเทฝึกฝนจนสำเร็จลุล่วง การที่มีวิชานี้ติดตัว ได้ช่วยเสริมวิชาแพทย์ของซูเหยียนให้ชำนาญมากยิ่งขึ้น ส่วนวิชาหยินหยางนั้นถึงแม้ว่าซูเหยียนยังฝึกไม่สำเร็จ
แต่ว่านางก็ได้ฝึกจนมาถึง8ใน10ส่วนของเนื้อหาในตำราแล้ว นับว่าตอนนี้นางและบ่าวหญิงคนสนิททั้งสองคน มีกำลังภายในที่แข็งแกร่งและมีร่างกายที่ทนทานเป็อย่างมาก เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ซูเหยียนได้ให้ชุ่ยเหอและอิงเถาฝึกฝนวรยุทธ ควบคู่ไปกับการฝึกวิชาหยินหยาง ทำให้ในเวลานี้พวกนางทั้งสองคนได้กลายเป็ผู้ที่มีฝีมือ ในการต่อสู้ฉกาจอย่างหาตัวจับได้ยาก
"อากาศหนาวเร็วเหลือเกินนะเ้าคะ" ชุ่ยเหอพูดบ่นให้นายหญิงของนางฟัง พร้อมทั้งลุกไปหยิบชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาว มาคลุมตัวให้กับซูเหยียน เพื่อเพิ่มความอบอุ่น ของร่างกายให้เพิ่มขึ้นอีกชั้น
"คงเข้าฤดูหนาวแบบเต็มตัวแล้วกระมัง" ซูเหยียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
"เ้าค่ะ บ่าวก็ว่าเช่นนั้น"
"อย่าลืมเตรียมพร้อมเื่ถ่านเื่ฟืนและอาหารไว้ให้พร้อมเล่า"
ซูเหยียนเอ่ยกำชับกับบ่าวด้วยความเป็ห่วง
"บ่าวได้จัดการซื้อฟืนกับถ่านและข้าวสารอาหารแห้งไว้เป็จำนวนมาก ตามคำสั่งของนายหญิงแล้วเ้าค่ะ ขอนายหญิงไม่ต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ" ชุ่ยเหอรีบตอบกลับเพื่อให้นายหญิงของนางวางใจ
"อืม" ซูเหยียนเอนกายบนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเอ่ยกับชุ่ยเหอต่อว่า
" แล้วเสบียงอาหารที่ข้าให้เ้าและหลงจู๊ ที่เหลาอาหารกว้านซื้อมาเตรียมไว้เปิดโรงทานเล่า เ้าจัดการเรียบร้อยหรือยังชุ่ยเหอ" ซูเหยียนถามอย่างเป็กังวล
"เรียบร้อยดีทุกอย่างเ้าค่ะนายหญิง เสบียงอาหารเสื้อผ้าและผ้าห่ม รวมถึงยาสมุนไพรจำพวกสมุนไพรลดอาการไข้ตัวร้อน บ่าวจัดเตรียมเอาไว้เป็จำนวนมาก ขอนายหญิงได้โปรดวางใจเ้าค่ะ"
"ดีมาก..ได้ยินอย่างนี้ข้าก็วางใจแล้วล่ะ"
"เ้าค่ะนายหญิง" ชุ่ยเหอรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เฮ้อ..ข้าคาดว่าหน้าหนาวปีนี้จะกินเวลาหลายเดือนอย่างแน่นอน เผลอๆปีนี้อาจจะหนาวหนักกว่าทุกปีอีกด้วย"
ซูเหยียนบ่นออกมา เพราะนางไม่ค่อยชอบฤดูหนาวสักเท่าไหร่ ฤดูหนาวหิมะตกหนักทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว จะออกไปไหนก็ไม่ได้
"เ้าค่ะบ่าวเห็นด้วย บ่าวก็คิดว่าปีนี้อาจจะหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมาเลยเ้าค่ะนายหญิง"
ชุ่ยเหอทำหน้าที่ของตนได้เป็อย่างดี ทันทีที่ซูเหยียนออกคำสั่งนางก็ไม่ได้ชักช้า จัดการหาซื้อสิ่งของเ่าั้มาเตรียมไว้ในทันที โดยที่นางไม่ได้ไต่ถามหาสาเหตุ ของการซื้อของจำนวนมาก กับผู้เป็นายแต่อย่างใด เพราะนางเชื่อมั่นว่านายหญิงของนาง จะทำอะไรล้วนแล้วแต่มีเหตุผลทั้งนั้น นางจึงไม่เคยสงสัยในคำสั่งงานหรือการกระทำของนายหญิงเลย
"นายหญิงเ้าคะ นายหญิง"
"พี่เคยบอกเ้าตั้งกี่ครั้งแล้วอิงเถา ว่าจะเดินหรือพูดจาให้สำรวมกิริยาท่าทาง วิ่งพรวดเข้ามาในห้องอย่างนี้ มันใช้ได้เสียที่ไหนกัน"
ชุ่ยเหอตำหนิบ่าวตัวน้อยเสียงดัง เพราะไม่พอใจที่อิงเถาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องอย่างไม่สำรวมกิริยา จนชุ่ยเหออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากดุนาง
"ก็ข้าร้อนใจนี่เ้าคะพี่ชุ่ยเหอ"
"มีอะไรก็ว่ามาเถอะ" ซูเหยียนอมยิ้มมองดูทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน
"เรียนนายหญิง ท่านเสนาบดีซูบิดาของนายหญิงป่วยหนักเ้าค่ะ"
"ห๊ะ!ว่าอย่างไรนะ" ซูเหยียนลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างใ
"คนที่มาแจ้งเื่ รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่เ้าค่ะนายหญิง" อิงเถารีบเอ่ยรายงาน
ซูเหยียนกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ไปที่ห้องโถงใหญ่ของจวน ในตอนนี้ตัวนางใจร้อนเป็ห่วงบิดาเป็อย่างมาก
"บ่าวคารวะคุณหนูรองขอรับ" พ่อบ้านตระกูลซูเอ่ยทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ลุกขึ้นเถอะพ่อบ้านมู่ ไม่ต้องมากพิธี เหตุใดท่านถึงรู้ว่าข้าพักอยู่ที่นี่" ซูเหยียนถามอย่างสงสัย
"เพราะตระกูลซูไม่ทราบว่าคุณหนูรองย้ายที่อยู่ บ่าวจึงไปแจ้งเื่ขอพบคุณหนูที่จวนตระกูลฟาง บ่าวชายจากตระกูลฟาง จึงได้นำทางข้าน้อยมายังจวนของคุณหนูขอรับ"
"อืม..อย่างนี้นี่เอง..ว่าแต่ท่านพ่อของข้าป่วยอย่างนั้นหรือพ่อบ้าน" ซูเหยียนสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
"ขอรับคุณหนู" พ่อบ้านตอบรับด้วยสี
"บิดาของข้าร่างกายแข็งแรงกว่าคนในวัยเดียวกัน ทั้งท่านยังเป็คนที่ฝึกยุทธอยู่เป็นิจ เหตุใดถึงได้ล้มป่วยได้เล่า หรือท่านพ่อข้าจะป่วยเพราะเป็ไข้ลมหนาว"
"นายท่านหาใช่ป่วยเพราะพิษไข้ไม่ขอรับ เมื่อวานหลังจากเข้าประชุมในราชสำนัก พอกลับมาถึงจวน นายท่านก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอหลวงจ่ายยาให้แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น เมื่อ่เช้าอาการยิ่งกำเริบหนักขึ้น หมอหลวงส่ายหน้าบอกไร้หนทางรักษา ฮูหยินใหญ่จึงสั่งให้บ่าวมาตามคุณหนูรอง เพื่อกลับไปดูใจนายท่านเป็ครั้งสุดท้ายขอรับ" พ่อบ้านมู่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ดูจงดูใจอะไรกัน..ตราบใดที่ข้าซูเหยียนยังอยู่ ข้าจะไม่มีวันให้ท่านพ่อเป็อะไรไปแน่!" ซูเหยียนตวาดกร้าวเสียงดัง ก่อนจะหันไปสั่งการบ่าวหญิงข้างกาย
"ชุ่ยเหอ"
"เ้าคะนายหญิง"
"เ้าไปยกกล่องเก็บเครื่องมือมาให้ข้า ข้าไปจวนตระกูลซู" ซูเหยียนเอ่ยสั่งการบ่าวหญิงคนสนิทด้วยท่าทางและสีหน้าเป็กังวล
"เ้าค่ะนายหญิง" ชุ่ยเหอรีบเดินกลับเรือนพักที่อยู่ชั้นใน เพื่อหยิบกล่องเครื่องมือ ตามคำสั่งของผู้เป็นาย
กล่องเครื่องมือที่นางหมายถึง ก็คืออุปกรณ์ผ่าตัดและห่อเข็มเงิน18เล่ม นางเก็บของอีกชุดไว้ในมิติยามฉุกเฉิน แต่ก็จัดเตรียมอีกชุดใส่กล่องไม้ขนาดพกพาได้ เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยยามที่หยิบออกมาใช้ เพราะมิติลับแห่งนี้คือไผ่ตายของนาง ซูเหยียนจึงไม่สามารถเผยความลับนี้ให้ผู้อื่นรู้ได้
รถม้าวิ่งมาตามถนนที่จอแจไปด้วยผู้คน ไม่นานก็วิ่งมาถึงจวนตระกูลซู จวนแห่งนี้ที่นางคุ้นเคย นางมองดูประตูบานใหญ่สีแดงกับสิงโตหินที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าจวน ทุกอย่างยังคงเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด มองแล้วให้หวนคิดถึงวันเก่า เมื่อครั้งที่ยังอาศัยอยู่ที่จวนแห่งนี้ ซูเหยียนก้าวลงจากรถม้าอย่างเร่งรีบ นางก้าวเท้ายาวๆเดินมุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ซึ่งเป็ที่พำนักของเสนาบดีซู
"จะทำอย่างไรกันดี" ฮูหยินใหญ่เจียวเหยาซิ่วเดินวนไปเวียนมาในห้อง นางร่ำไห้จนตาแดงก่ำ ข้างๆกันนั้น มีอนุเหม่ยฮัวมารดาของซูเหยียนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคอยกุมมือเสนาบดีซูอยู่ บุตรชายบุตรสาวตระกูลซูต่างอยู่กันพร้อมหน้า ทุกคนต่างร่ำไห้เสียงดังระงม
"ซูเหยียนคารวะท่านแม่ใหญ่เ้าค่ะ"
"ลุกขึ้นๆ..ซูเหยียนไม่ต้องมากพิธีไป" ฮูหยินใหญ่รีบเข้ามาประคองซูเหยียนอย่างจริงใจ
"คุณหนูรองท่านรีบเข้ามาดูใจท่านเสนาบดีเถิดขอรับ ที่ท่านเสนาบดีซูทนมาได้จนถึงตอนนี้ คงเพราะ้าพบหน้าท่านเป็ครั้งสุดท้าย" หมอหลวงชราที่ยืนอยู่ในห้อง เอ่ยออกมาอย่างปลงๆ
"ดูจงดูใจอะไร..บิดาของข้ายังไม่ตายเสียหน่อย ท่านพ่อจะอยู่กับข้าไปถึงร้อยปี ท่านอย่าได้มาพูดจาพล่อยๆเช่นนี้นะ!!" ซูเหยียนเอ่ยออกมาอย่างโมโห โมโหจนไม่สนใจแล้วว่าหมอหลวงชราผู้นี้ เป็ผู้าุโที่มีอายุอานาม มากกว่าบิดาของนางเสียอีก
"ซูเหยียน" มารดาของซูเหยียนเอ่ยเรียกนางด้วยเสียงแ่เบา
"ซูเหยียนคารวะท่านแม่เ้าค่ะ" ซูเหยียนเอ่ยทำความเคารพมารดาของตนเองด้วยความนอบน้อม
"รีบเข้ามาดูท่านพ่อของเ้าเถอะ" เหม่ยฮัวเอ่ยกับบุตรสาวทั้งน้ำตา
"ท่านแม่..ท่านอย่าร้องไห้อีกเลยนะเ้าคะ..ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพ่อเป็อะไรไปแน่ ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ท่านพ่อจะต้องไม่เป็อะไรแน่นอนเ้าค่ะ"
หลังจากพูดจบซูเหยียนก็ใช้วิชาเนตรเทวะ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของร่างกายบิดาของตนในทันที หลังจากตรวจสอบร่างกายเสนาบดีซูด้วยเนตรเทวะแล้ว ก็ปรากฏว่าบิดาของซูเหยียนปวดท้องเพราะไส้ติ่งกำลังจะแตก ต้องรีบทำการผ่าตัดโดยเร่งด่วนที่สุด
"ต้องรบกวนให้ทุกคนออกไปจากห้องข้าจะทำการรักษาท่านพ่อ"
"จะรักษาจะรักษาเช่นไรเล่า แม้กระทั่งหมอหลวงยังบอกว่าบิดาของเ้าไม่มีหนทางรักษา" ฮูหยินใหญ่กล่าวออกมาทั้งน้ำตา
"นั่นน่ะซิ..แม้แต่หมอหลวงยังไร้หนทางรักษา แล้วเ้าจะทำอะไรได้ อีกอย่างนะซูเหยียนพี่ไม่ยักจะรู้ว่าเ้าเคยศึกษาวิชาแพทย์มาก่อน เ้าไปร่ำเรียนวิชาแพทย์มาั้แ่เมื่อไหร่กัน" คุณชายใหญ่จวนเสนาบดีเอ่ยท้วงอย่างสงสัย
"ข้าทราบว่าพวกท่านมีคำถามมากมายที่อยากจะถามข้า แต่ขอให้ข้าลงมือรักษาบิดาก่อนจะได้หรือไม่ เอาไว้ข้าจะตอบคำถามนี้ของท่านทีหลัง"
"แต่ว่า..." คุณชายใหญ่พี่ชายของซูเหยียนยังคงลังเลใจที่จะให้น้องสาวลงมือทำการรักษา
"ข้าเชื่อใจนาง" เสนาบดีซูที่นอนกุมท้องอยู่เอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง เขาเชื่อใจบุตรสาวคนนี้ เพราะว่าตัวเขาเคยฝัน ฝันเห็นบุตรสาวกลายเป็หมอเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็คนสำคัญที่ผู้คนทั้งหลาย ต่างให้ความเคารพยกย่องและยำเกรง
"ข้าก็เชื่อซูเหยียน..ข้าเชื่อมั่นในตัวของนาง" ฮูหยินใหญ่เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ บุตรสาวอนุผู้นี้ถึงแม้ว่านางจะเป็คนร้ายกาจ แต่นางไม่เคยพูดโกหก นางเป็คนประเภทร้ายแบบตรงๆกล้าทำกล้ารับ เมื่อนางกล่าวว่ารักษาได้ เช่นนั้นนางก็ต้องทำได้อย่างที่พูดแน่นอน อีกอย่างคือที่นางยอมเชื่อใจซูเหยียน สาเหตุหนึ่งอาจเป็เพราะฮูหยินใหญ่คิดว่าไม่มีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว
"แต่ว่าท่านแม่ขอรับ น้องสาวจะรักษาท่านพ่อได้อย่างไร เพราะแม้แต่ท่านหมอหลวงก็ยังจนปัญญา" คุณชายใหญ่เอ่ยท้วง
"เมื่อซูเหยียนมีหนทางรักษานายท่าน เหตุใดถึงไม่ยอมให้นางลองดูเล่าเ้าคะ"
อนุเหม่ยฮัวมารดาของซูเหยียน กล่าวออกมาด้วยน้ำตานองหน้า
"นั่นซิ..ให้ซูเหยียนลองดูเถิด" ฮูหยินใหญ่พูดกับบุตรชายของตนเพื่อหว่านล้อมเขา
"เช่นนั้นก็ได้..ซูเหยียน!" คุณชายใหญ่เอ่ยเรียกน้องสาวของตนเสียงดัง
"เ้าคะพี่ใหญ่"
"ความหวังทุกอย่างขอฝากไว้ที่เ้าแล้ว!" คุณชายใหญ่ซูเล่อพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าเป็กังวล
"เ้าค่ะ" ซูเหยียนรับคำอย่างหนักแน่นแววตาแสดงออกถึงความจริงจัง
เมื่อไล่คนออกจากห้องไปหมดแล้ว ซูเหยียนจึงลงมือในการผ่าตัดไส้ติ่ง เริ่มแรกนางใช้เข็มทองฝังลงไปยังเส้นประสาท เพื่อทำให้ิับริเวณที่จะผ่าตัดเกิดอาการชา ถึงในยุคนี้จะไม่มียาชาแต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับนาง ซูเหยียนนั้นเชี่ยวชาญทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน
การฝังเข็มเป็อีกอย่างที่นางถนัดและมีความชำนาญเป็อย่างมาก อีกทั้งได้เรียนวิชาฝังเข็มฉบับสมบูรณ์จากตำรา ที่หลวงจีนชรารูปนั้นมอบให้ บวกกับความรู้ความชำนาญของศัลยแพทย์ที่นางมี ทำให้นางกลายเป็ผู้ที่มีฝีมือในการรักษาเข้าขั้นที่เรียกได้ว่าเป็หนึ่งในใต้หล้าของแผ่นดินนี้
หลังจากที่ได้ฝังเข็มลงไป เพื่อทำให้เกิดอาการชาที่ิัแล้ว ซูเหยียนจึงกรีดมีดลงบนท้องของเสนาบดีซูอย่างชำนาญ เพื่อทำการเปิดหน้าท้องบริเวณท้องน้อย นางได้ใช้เนตรเทวะเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อกันความผิดพลาด เนตรเทวะทำงานควบคู่ประสานกันไปกับมือที่กำลังจับมีดผ่าตัด
ไม่ถึงอึดใจการผ่าตัดเล็กๆนี้ก็เสร็จสิ้นลง
ตลอดการรักษา เสนาบดีซูยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่อย่างครบถ้วน ตัวเขาจึงได้รับรู้ว่าบุตรสาว ลงมือรักษาเขาอย่างไรบ้าง เขารู้สึกประหลาดใจและทึ่งในความสามารถของนาง
"ท่านพ่อนอนพักเถิดนะเ้าคะ เมื่อท่านพ่อตื่นขึ้นมาลูกจะเล่าเื่ทุกอย่าง ให้ท่านพ่อฟังอย่างละเอียดแน่นอนเ้าค่ะ" ซูเหยียนเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เื่ที่เสนาบดีซูเคยฝันเห็นบุตรสาวเป็หมอ บัดนี้ความฝันนั้นกลับกลายเป็เื่จริงขึ้นมา เขารู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวของซูเหยียนเป็อย่างมาก เขามีคำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ยกับนาง แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องทนทรมาน จากอาการปวดท้องมาตลอดทั้งคืน ทำให้เขาไม่อาจฝืนเปลือกตาที่กำลังจะปิดลง
"อืม" เพราะฝืนต่อไม่ไหวเสนาบดีซูจึงหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย
เมื่อเห็นว่าบิดาหลับไปแล้วซูเหยียนก็ก้าวออกมาจากห้อง แล้วเรียกให้ชุ่ยเหอไปทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัด นางเคยสอนและอธิบายเื่นี้ ให้กับชุ่ยเหอฟังมาหลายครั้งแล้ว นางจึงวางใจให้บ่าวหญิงคนสนิทผู้นี้ ช่วยทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัดและเข็มที่ใช้แล้วเ่าั้
"ชุ่ยเหอ"
"เ้าคะ..นายหญิง"
"เ้าจงเข้าไปเก็บล้างทำความสะอาดเครื่องมือให้เรียบร้อย ทำทุกอย่างตามขั้นตอนที่ข้าเคยสอนเ้าไป อย่าได้ละเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียว"
"รับทราบเ้าค่ะ ขอนายหญิงได้โปรดวางใจ บ่าวจะจัดการทุกอย่าง ด้วยความละเอียดรอบคอบอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรีบกุลีกุจอเข้าไปเพื่อหยิบเื่มือผ่าตัดและเข็มที่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อนำไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อ
หลังจากสั่งการกำชับสาวใช้เสร็จ ซูเหยียนก็เดินมาหาคนตระกูลซู ที่พากันรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งยังนั่งร่ำไห้อย่างโศกเศร้า
"บิดาของเ้าเป็เช่นไรบ้างซูเหยียน" ฮูหยินใหญ่กับอนุเหม่ยฮัวเอ่ยปากถามขึ้นพร้อมกัน
"การรักษาเป็ไปได้ด้วยดี..ท่านพ่อไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ" ซูเหยียนเอ่ยตอบอย่างอ่อนโยนสีหน้ายิ้มแย้ม
"ท่านพ่อไม่เป็ไรแล้วจริงๆหรือซูเหยียน" คุณชายใหญ่ซูถามออกมาด้วยความรู้สึกยินดี
"เ้าค่ะพี่ใหญ่"
"ไม่เป็อะไรแล้ว..ไม่เป็อะไรแล้ว นายท่านปลอดภัยแล้วช่างดีจริงๆ ขอบคุณ์ๆ" ฮูหยินใหญ่เอ่ยออกมาอย่างดีใจ
"ขอบคุณ์อะไรกันเล่าขอรับท่านแม่ ต้องขอบคุณน้องสาวถึงจะถูก"
คุณชายใหญ่ซูเล่อเอ่ยติดตลกกับมารดา เพราะความเคร่งเครียดที่มีในใจมลายหายไปแล้ว คนในจวนตระกูลซูจึงยิ้มออกมาได้อีกครั้ง
"ใช่ๆ ต้องขอบคุณซูเหยียนๆ" ฮูหยินใหญ่ยิ้มออกมานางเดินมากุมมือของซูเหยียนไว้ แล้วกล่าวคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่อ่อนโยน
"ซูเหยียน" อนุเหม่ยฮัวเอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
"เ้าคะ..ท่านแม่"
"บิดาเ้าไม่เป็อะไรแล้วจริงๆน่ะหรือ เ้าไม่ได้หลอกให้แม่ดีใจใช่หรือไม่"
อนุเหม่ยฮัวเอ่ยถามบุตรสาวอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่านางไม่เชื่อในบุตรสาวของตน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้นางกลัวและเป็กังวลอย่างมาก
"ท่านพ่อไม่เป็อะไรแล้วจริงๆเ้าค่ะท่านแม่ แต่ตอนนี้ท่านพ่อยังหลับอยู่ คงเพราะอ่อนเพลียที่อดนอนมาตลอดทั้งคืน ประเดี๋ยวพอตื่นมาแล้วดื่มดื่มยาและน้ำแกงบำรุงร่างกายเสียหน่อย ก็ไม่เป็ไรแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่ไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ"
ซูเหยียนตอบกลับมารดาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพราะนางรู้ว่ามารดาของนางนั้น ใกลัวมากแค่ไหนกับเื่ที่เกิดขึ้น
"ดี..ดีจริงๆ นายท่านไม่เป็อะไรแล้ว...ไม่ได้การล่ะ แม่ต้องรีบไปห้องครัวสั่งให้บ่าวเตรียมน้ำแกงบำรุงให้บิดาของเ้าเสียหน่อยแล้ว"
เหม่ยฮัวรีบเดินไปโดยที่ไม่สนใจบุตรสาว เพราะในใจของนางในตอนนี้ กังวลถึงแต่สามีที่กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง