“เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป ฉันไปนอนอ่านนิยายต่อละ ล้างจานให้ด้วยนะแล้วจะอยู่ต่อหรือจะกลับก็เื่ของแก ฉันไปละ”
แพรวาพูดและหันหลังเดินไปยังห้องนั่งเล่นเธอเดินหาหนังสือที่อ่านค้างไว้ซักพัก เมื่อพบแล้วจึงหยิบขึ้น ขยับขาหาท่านั่งที่สบายบนโซฟาและก้มหน้าลงอ่านหนังสือ เมินการคงอยู่ของเพื่อนร่วมห้องอย่างนทีไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อนทีเห็นแพรวาที่หลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งหนังสือแล้วเขาก็ทำหน้างงๆซักพัก จึงหยิบจานชามที่กินไว้มาล้าง และหันกลับไปมองแพรวาอย่างอึดอัดใจเล็กน้อยเหมือนอยากจะพูดอะไร
แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไม่พูดและหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อกลับบ้านไปทำงานที่ตนค้างไว้ต่อ
แพรวาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือนิยายที่กำลังอ่านและหันไปทางประตูทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตูเธอพึมพำออกมาเบาๆ “...แม่งไปจริงด้วยว่ะ อะไรวะ แทนที่จะอยู่ดูอาการกันซักหน่อย”
ถึงจะพูดแบบนั้นไป แต่อีกใจนึงเธอก็แอบโล่งใจเพราะมันคงรู้สึกอึดอัดไม่น้อยหากพวกเธอเผชิญหน้าคุยกันตอนนี้ แค่การที่เธอแกล้งทำเป็เฉยชาและพูดกับเพื่อนหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบก็เต็มกลืนแล้ว ทำให้เธออดรู้สึกไม่ได้ว่าดีแล้วที่นทีเดินออกไปทำให้เธอได้มีเวลามาปรับอารมณ์ที่ฟุ้งซ่านและวุ่นวายของเธอ
ด้วยความฟุ้งซ่านในสมองทำให้แพรวาไม่มีสมาธิและเริ่มรู้สึกไม่อยากอ่านหนังสือแล้วจึงคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ปิดหนังสือและวางไว้บนโต๊ะ เธอนั่งครุ่นคิดอยู่ซักพักจึงเดินไปเปิดคอมเพื่อหาอะไรที่พอจะช่วยลดความฟุ้งซ่านในสมองเธอได้บ้าง
“ทำขนมดีกว่า ไหนๆก็ไม่ได้ทำมานานละ”
ขนมที่เธอเลือกทำคือบราวนี่ของโปรดของเธอ เธอเปิดดูวิดีโอและจดสูตรเอาไว้อย่างคร่าวๆจากนั้นก็เดินกลับไปที่ครัวไปหาวัตถุดิบและอุปกรณ์ปรากฏว่าเธอแทบไม่เหลือวัตถุดิบที่จะทำขนมเลย ของที่มีอยู่ในครัวมีเพียงวัตถุดิบสำหรับทำของคาวไม่สามารถทำของหวานได้แม้แต่อย่างเดียวเธอจึงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและเดินไปที่ห้องเพื่อหาชุดที่จะใส่ออกไปข้างนอกอย่างเกียจคร้าน
เธอนั่งๆนอนๆอยู่บนเตียงอย่างสองจิตสองใจว่าสุดท้ายแล้วควรจะทำขนมดีไหมใจหนึ่งก็อยากทำ แต่อีกใจหนึ่งกลับี้เีแต่งหน้าและแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปข้างนอกเธออยากจะนอนกลิ้งเล่นไปมาในห้องไม่อยากขยับไปไหน
แต่สุดท้ายใจฝั่งที่อยากทำขนมกลับมีมากกว่าเธอจึงลุกขึ้นเดินไปยังตู้เสื้อผ้าสุ่มหยิบชุดออกมาได้ชุดวันพีซสีขาวเรียบง่ายตัวหนึ่งเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าบางๆให้ใบหน้าไม่ดูซีดเซียวเกินไปนักด้วยความเกียจคร้านมัดผมเป็มวยสูงด้วยยางรัดผมสีขาวประกายรุ้ง ก่อนจะหากุญแจรถหยิบของจำเป็ใส่กระเป๋าข้างสีน้ำตาลเข้ม เลือกหยิบรองเท้าส้นสูงสีขาวในตู้รองเท้าและเดินออกไปจากห้อง
ขับรถไปไม่นานก็ถึงห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ที่สุดเธอเปลี่ยนจากรองเท้าผ้าใบที่ใส่เพื่อขับรถเป็รองเท้าส้นสูงสีขาวที่ใส่มาตอนแรก เธอปิดเครื่องและเดินลงไปจากรถ
แม้เธอจะเกียจคร้านแค่ไหน แต่ด้วยความทระนงในตัวเธอก็ไม่อยากให้คนอื่นมองเธอไม่ดีเธอจึงยืดหลังขึ้นและเชิดหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ดูสง่าและมีความมั่นใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของ
แพรวาเดินตรงไปยังมุมเบเกอรี่อย่างคุ้นเคยเธอเดินเลือกวัตถุดิบที่ขาดอย่างตั้งใจ และยังเลือกซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆที่เธอไม่มีขณะที่เธอกำลังก้มตัวเลือกแม่พิมพ์คุกกี้น่ารักๆอยู่นั้นเธอก็รู้สึกถึงความหนักบนหัวไหล่ข้างขวาของเธอ
เธอสะดุ้งอย่างใ จึงหันขวับไปมองว่าใครกันที่มาจับไหล่ของเธอโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงนั่นทำให้เธอได้พบกับหญิงสาวร่างสูง ใบหน้ากลม มีไฝเล็กๆที่แก้มขวา แต่งหน้าอย่างเบาบางปล่อยผมสีดำสนิทมีไฮไลท์สีน้ำตาลทองตรงปลายผมใส่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อกันหนาวสีดำ-ส้ม และกางเกงยีนขายาว
“เฮ้ย! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะรัก!”แพรวาตาโตอย่างใ เธอดีใจมากที่ได้เจอ ”รักแรก” เพื่อนสนิทของเธอที่ไม่ได้เจอกันั้แ่จบมัธยมปลายเธอทิ้งของในมือโดยไม่รู้ตัวและยืนขึ้นกอดเพื่อนสาว
รักแรกยกแขนขึ้นรับราวกับรู้ล่วงหน้าและกอดตอบเธอ“บังเอิญจังเลยเนอะ ไม่คิดว่าเราจะมาซื้อของกันวันนี้พอดี”
“ช่ายยยย แล้วนี่รักมากับใครเหรอ?”
“เรามาซื้อหนังสือน่ะ แล้วก็เลยเดินมาซื้ออุปกรณ์ทำขนมด้วยพอดี”
“งั้นไปทำกันที่บ้านเค้าไหม เค้ากำลังหาเพื่อนมากินขนมที่ทำอยู่พอดี”แพรวาชวนด้วยความกระตือรือร้น
รักแรกคิดทบทวนกำหนดการที่เธอมีอยู่ซักพักเมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลาอยู่จึงตอบตกลง “แต่ได้แค่ไม่นานนะประมาณ 2-3 ชั่วโมงเค้ามีนัดทำงานกลุ่มต่อ”
“ได้แหละๆ เดี๋ยวเค้าดูนี่เสร็จแล้วไปกัน รักเอารถมาหรือเปล่าถ้าไม่ได้เอามานั่งรถเค้าไปไหม เดี๋ยวขากลับได้ไปส่งด้วยเลย”
“ไปด้วยๆ เราี้เีขับรถมาน่ะ”
แพรวาพยักหน้ารับรู้และก้มลงหยิบแม่พิมพ์คุกกี้รูปหมีขึ้นมาใส่รถเข็นก่อนจะเข็นออกไปยังเคาท์เตอร์จ่ายเงิน โดยที่ระหว่างทางเธอกับรักแรกก็ยิ้มแย้มพูดคุยสัพเพเหระทั้งเื่ที่เคยทำด้วยกันทั้งเื่ที่เกิดขึ้นตอนที่ไม่ได้เจอกันไปเรื่อยอย่างสนุกสนาน
“วางไว้ตรงเคาท์เตอร์ครัวแหละเดี๋ยวเค้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ถ้าจะช่วยก็มีผ้ากันเปื้อนอยู่ในครัวหาๆเอานะเอาออกมาเผื่อเค้าด้วย ไปเปลี่ยนชุดแปป” แพรวาพูดอย่างรวบรัดก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเป็ชุดเดิมก่อนที่เธอจะออกจากห้องอย่างรวดเร็วเธอลบเครื่องสำอางออกจนหมดโยนชุดที่ใส่ไปห้างลงตะกร้าผ้า และเดินออกไปที่ครัวอย่างเร่งรีบ
“เราเอาวัตถุดิบกับอุปกรณ์คร่าวๆมาวางไว้ให้แล้วนะสาวจะทำบราวนี่ใช่ปะ”
“ใช่ๆ กะจะทำบราวนี่ธรรมดากับบราวนี่ชาเขียวอะเดี๋ยวเดินไปหยิบมัทฉะแปป ฝากรักหยิบไวท์ช็อกในตู้ฟรีซมาให้หน่อยแล้วเดี๋ยวมาทำกัน”
แพรวาเดินไปเปิดตู้เก็บวัตถุดิบและหยิบผงชาเขียวมัทฉะออกมาวางบนเคาท์เตอร์ครัวเธอหยิบสูตรที่จะใช้ขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อให้รักแรกเห็นได้ง่าย และเริ่มลงมือทำกันอย่างเพลิดเพลินโดยที่แพรวาทำบราวนี่มัทฉะและรักแรกทำบราวนี่ช็อกโกแลต
สองสาวเดินไปเดินมากันวุ่นวายในครัวต่างฝ่ายต่างตั้งใจทำขนมที่อยู่ในมือให้ดีที่สุดมีหันมาคุยสอบถามเื่ของรสชาติกันบ้างอย่างสนุกสนาน
“แล้วสรุปแกมีอะไรจะคุยเหรอแพร”รักแรกพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนนำบราวนี่เข้าเตาอบไปเรียบร้อยแล้ว
“ก็นิดหน่อย อ่า...”
แพรวาอึกอักเล็กน้อยก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนทิ้งไว้บนเคาท์เตอร์ครัวและเดินไปนั่งตรงข้ามกับรักแรกที่โต๊ะกินข้าว
“คือ...เมื่อคืนฉันเมาแล้ว อ่าแกรู้ใช่ไหมว่าปกติถ้าไม่ใช่พวกแกหรือเพื่อนในคณะ คนที่จะดูแลฉันตอนเมาคือนทีอะ”
“อือฮึ แล้วไงต่อ?”
“คือ... เมื่อคืนฉันกับนทีเผลอไปมีอะไรกันน่ะ”
“แก เชี่ย-- น้องแพร แกว่ายังไงนะ!?” รักแรกเบิกตาโต ะโอย่างใ ด้วยความที่เธอและนทีเป็เพื่อนกันมานานมากกว่าแพรวาทำให้เธอรู้ได้ว่า เพื่อนชายของเธอคนนี้มีความอดทนสูงมากแค่ไหนรวมทั้งเป็คนที่มีความหื่— ลามกซ่อนอยู่ในตัวมากแค่ไหน
“Sh*t! H--he didn’t force you right? Whathappened!? Spit it out! (เชี่ย ข—เขาไม่ได้บังคับเธอใช่ไหม?เกิดอะไรขึ้น!? บอกมา!)”และพอรักแรกเริ่มลนลานภาษาที่สองก็หลุดออกมา จนเธอเกือบจะตอบกลับด้วยภาษาเดียวกันแล้ว ดีที่แพรวาเธอมีสติไม่ไหลไปกับความลนลานของเพื่อนสาว
แพรวาเล่าเื่ระหว่างเธอและนทีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้รักแรกฟังอย่างคร่าวๆเพราะด้วยความที่ว่าสติไม่เต็มร้อย เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นสุดท้ายแล้วเธอจึงทำได้แค่บอกให้รักแรกไปถามรายละเอียดจากนทีเอาเท่านั้น
“โอ้ยยย Jesus! แพร แกเป็เหมือนลูกสาว น้องสาวของพวกเราเลยนะ ไม้เรียวอยู่ไหนทำไมลูกสาวกูทำตัวแบบนี้ โอยยยย ไม่ได้ละ เดี๋ยวกูจะไปจับนทีมาคุยให้รู้เื่” รักแรกพูดขึ้นอย่างหมายมั่น
“แหะ เอาน่า ไม่เป็ไรๆอีกไม่นานบราวนี่ก็จะเสร็จแล้ว เรามาเตรียมของกันดีกว่าเนอะ” แพรวาหัวเราะแหะๆ และเดินไปเปิดตู้“จานอยู่ไหนหนอ เอาอันไหนดีน๊าาาา”
“แพร ฉันขอถามจริงๆนะแล้วความรู้สึกที่แกมีต่อนทีล่ะ เกิดเื่แบบนี้ขึ้น แกจะไม่ยิ่งแย่เกินไปใหญ่เหรอ”รักแรกลดความล้อเล่นในน้ำเสียงลงและพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียด
นี่เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกที่จะเล่าให้รักแรกฟังนอกจากรักแรกจะเป็ผู้รับฟังที่ดีแล้ว เธอยังเป็ผู้ให้คำปรึกษาโดยที่ไม่ชี้นำใครแต่เป็การถามด้วยความห่วงใย แนะนำเส้นทาง และเคารพในสิ่งที่เธอเลือกอยู่เสมอ
แพรวาชะงักหัวใจรู้สึกวูบโหวงเล็กน้อย เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีใจอยู่หน่อยๆที่คนแรกของเธอคือนที เพื่อนชายที่คอยดูแลและช่วยเหลือเธอมาตลอดเป็เพื่อนผู้ชายที่เธอสามารถพูดคุยได้ทุกเื่จริงๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไร เขาดีมากเสียจนเธอคิดว่าคนคนนี้แหละคือคนที่เธออยากจะให้ใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดชีวิต
แต่ลึกๆแล้วเธอก็ยังหวาดกลัวกลัวว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น หรือถ้าเกิดความรู้สึกนี้มันไม่ใช่ความรัก จนเราไม่สามารถที่จะอดทนต่อกันและกันได้อีกต่อไปล่ะเธอและเขาคงมองหน้ากันไม่ติดเป็แน่ และสุดท้าย... พวกเราคงต้องเดินแยกกันไปคนละทาง
ความสัมพันธ์ของคนเรามันเปราะบาง...แค่มีอะไรมากระทบเล็กๆน้อยๆ ไม่นานรอยขาดจะขยายใหญ่ จนด้ายความสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงระหว่างกันจะขาดลง
เธอ...ไม่อยากที่จะสูญเสีย
“มันอาจจะไม่ใช่ความรักแต่เป็ความประทับใจก็ได้ไม่ใช่เหรอรัก” ให้ความรู้สึกของเธอมันดูขุ่นมัวไม่ชัดเจนแบบนี้แหละ
“รักก็น่าจะรู้นะว่าทีคือคนที่เราคิดว่ารักแบบคนรักแต่มันก็อาจจะเพราะเขาเป็เพื่อนผู้ชายคนแรกที่เราสนิทมากๆก็ได้นี่นา”
“...”
“อ๊ะ! ตอนนี้บวกเพิ่มไปว่าเป็คนที่เรามีอะไรด้วยครั้งแรกแต่เราจำไม่ได้นี่นา ไม่นับก็ได้นี่เนอะ อีกไม่นานเราก็จะได้ไฟล์ทไปญี่ปุ่นแล้วไปลองของที่นู่นแล้วกลับมาพิสูจน์ก็ได้นี่นา”
“เฮ้ออออเอาเถอะ เราตามใจแพรแล้วกัน” รักแรกถอนหายใจ ยอมรับในสิ่งที่เพื่อนสาว อย่างไรเสียเธอก็ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปวุ่นวายอะไรในความสัมพันธ์นี้ได้อยู่แล้วหน้าที่ของเธอแค่เป็ที่ปรึกษาและคอยอยู่เคียงข้างเท่านั้นเพื่อนสาวจะทำตามที่เธอแนะนำหรือไม่นั้น เธอก็ไปบังคับไม่ได้ แต่...“เื่ที่จะไปคุยกับนทีนี่ เราไม่ยอมหรอกนะแพร”
“เอ๊ะ”
“มันไม่ใช่แค่เมาแล้วเผลอไปล่วงเกินนะถ้าคนที่นทีเผลอไปล่วงเกินไม่ใช่แพร แต่เป็คนอื่นล่ะ อย่างเช่นคนที่มีแฟนแล้วถ้าเป็แบบนั้นมันคงจบไม่สวยแน่ๆ และคนที่จะรู้สึกผิดที่สุดไม่ใช่ใคร แต่เป็ทีนะ”รักแรกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“จริงด้วยสิ”แพรวาอดเห็นด้วยไม่ได้ ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่เธอนทีคงจะรู้สึกผิดมากกว่านี้ “งั้นเค้าฝากรักไปอบรมทีด้วยนะตอนนี้เรามาเตรียมจัดจานกันดีกว่า อีกไม่ถึงห้านาที บราวนี่ก็จะเสร็จแล้วนะ”
“คุยกันเพลินจนลืมเลยเดี๋ยวเค้าไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่กับไอซิ่งมานะ”
เธอจะคงความสัมพันธ์ของพวกเราเอาไว้แบบนี้
เพื่อที่ด้ายความสัมพันธ์ของเราจะไม่ขาดลง
เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างกันต่อไป
เพื่อให้มีเส้นด้ายที่เรียกว่าเพื่อนเกี่ยวโยงเราสองคนเอาไว้
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...