ตอนที่ 21 ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! (2)
“ซิ่วเหลียน ไม่ต้องกังวลใจไป ผมจะคืนเงินให้คุณเอง”
หลินชิงอี้คาดการณ์ไว้ว่า เลวร้ายที่สุดก็คือควักเงินจากกระเป๋าตัวเองคืนให้อีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม หากวันข้างหน้าเขาไม่มีเงินเหลือติดมือจริงๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะใจจืดใจดำไม่ให้เงินเขาใช้ในยามฉุกเฉิน
อู๋ซิ่วเหลียนได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งอกเบาใจไปเปาะหนึ่ง เธอพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยถามขึ้นว่า
“พี่ชิงอี้คะ พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยกับจิงซูน้อยจะแยกครอบครัวจริงๆเหรอ? นี่เป็เื่จริงใช่ไหมคะ?”
สิ่งที่เธอเป็กังวลใจที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเื่นี้
หลินชิงอี้พยักหน้ายอมรับไปตามตรง
“แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ ทั้งผมกับแม่ต่างก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับเื่นี้”
อู๋ซิ่วเหลียนยกแขนสองข้างขึ้นโอบกอดตัวเอง แสร้งทำตัวสั่นเทา บีบน้ำตาใสๆออกมาจนเอ่อล้นเป็ชั้นบางๆ ใครเห็นเข้าล้วนต้องชวนให้รู้สึกสงสารเห็นใจ
“ฉันกลัวเหลือเกินค่ะ กลัวว่าครั้งนี้พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยจะไม่ยอมปล่อยฉันจริงๆ!”
“ผู้หญิงคนนั้นมีอำนาจตัดสินใจภายในบ้านของเราั้แ่เมื่อไหร่กัน? ตราบใดที่ผมไม่เห็นด้วย ใครหน้าไหนจะกล้า?”
“แล้วถ้าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยฟ้องพ่อตาคุณขึ้นมาล่ะคะ แล้วถ้าเื่นี้แดงไปถึงที่โรงงานของคุณ คุณยังจะแยกครอบครัวมั้ยคะ?”
ทันทีที่คำถามประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของอู๋ซิ่วเหลียน หลินชิงอี้ถึงกับนิ่งเงียบไป
ใช่แล้ว ถ้าเื่นี้แดงไปถึงโรงงานจริงๆล่ะ? เขาลืมคิดถึงเื่นี้ไปได้ยังไง?
เพราะท้ายที่สุดนี้ ในสายตาของคนนอก ตอนที่เขาแต่งงานกับติงเสวี่ยเหม่ยนั้น เขาได้เคยให้สัญญากับพ่อตาไว้ต่อหน้าทุกคนว่า หลังแต่งงานจะแยกครอบครัวทันทีและออกไปใช้ชีวิตร่วมกันตามลำพัง ครั้งนั้นเขาเองก็ให้คำมั่นสัญญาเสียดิบดี ตอนนี้ ต่อให้จะสรรหาเหตุผลที่ดีมากแค่ไหนมาอธิบาย ทุกคนก็คงหมดความเชื่อถือในตัวเขาเช่นกัน
อู๋ซิ่วเหลียนรีบร้องบอกทันที
“พี่ชิงอี้คะ ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีแล้ว”
“วิธีอะไร?”
“ในเมื่อพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยอยากจะแยกครอบครัวนัก ก็ปล่อยให้เธอทำเถอะค่ะ”
“ไม่ได้! แล้วหลังจากนั้นคุณกับหลินเสวี่ยจะอยู่ยังไงล่ะ?”
เห็นว่าหลินชิงอี้แสดงความเป็ห่วงเป็ใยกับตนสองแม่ลูกเช่นนี้ รอยยิ้มเหนียมอายเล็กน้อยได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียน เธอยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ฟังฉันนะคะ แน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยให้เธอแยกออกไปได้ง่ายๆแน่…”
หลังจากที่อู๋ซิ่วเหลียนอธิบายแผนการให้ฟังเสร็จสรรพ หลินชิงอี้ก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอดที่จะชมเชยจากใจไม่ได้
“ซิ่วเหลียน เธอยังฉลาดหัวไวเหมือนเดิมเลยนะ งั้นก็ทำตามที่แผนการของเธอก็แล้วกัน”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ที่บ้านตระกูลหลิน
หลินชิงอี้เดินมาบอกกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า
“สรุปว่ายังอยากจะแยกครอบครัวอยู่จริงๆใช่ไหม? ได้! ผมอนุญาต แต่คุณกับจิงซูต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำกันสองคนนะ ส่วนผมยังต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแลแม่ที่แก่เฒ่าของผม ไหนจะซิ่วเหลียนกับเสวี่ยเสวี่ยที่ไม่มีใครดูแลอีก ถ้าตกลงตามนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ ก็อยู่เป็ครอบครัวเดียวกันแบบนี้เหมือนเดิม”
หลินชิงอี้มั่นใจอย่างยิ่งว่า ติงเสวี่ยเหม่ยจะต้องไม่กล้าเลือกเดินหนทางนี้อย่างแน่นอน เพราะบ้านริมแม่น้ำหลังนั้นถูกทิ้งร้างมานานหลายปีแล้ว สภาพความเป็อยู่และความสะดวกสบายจึงแตกต่างจากที่นี่โดยสิ้นเชิง
เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูจะไม่สามารถทำใจยอมรับ และทนอยู่ในสถานที่แบบนั้นได้อย่างแน่นอน
ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยเองก็แอบใเช่นกัน เพราะไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า หลินชิงอี้จะกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาได้
เหตุผลที่เธอ้าแยกครอบครัวมากเพียงนี้ ก็เพราะ้าจะแยกอู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ยออกจากครอบครัวของตน และที่บอกอีกฝ่ายไปตอนแรกว่าไม่้าเขานั้น เธอล้วนพูดไปด้วยอารมณ์ทั้งสิ้น แต่ในความเป็จริง เธอก็ยัง้าให้เขาอยู่ด้วยกันเป็ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก
แต่ใครจะไปคาดคิดกันว่า หลินชิงอี้กลับเลือกที่จะขับไล่ภรรยา และลูกสาวแท้ๆของตนออกจากบ้านหลังนี้!
ติงเสวี่ยเหม่ยในตอนนี้รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลายไปทั้งดวง หากไม่ใช่เพราะลูกสาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากนี้ไป เธออาจจะคิดสั้นออกไปะโน้ำตายที่ไหนสักแห่งก็เป็ได้
อย่างไรก็ตาม เธอยังมีลูกสาว…ลูกสาวที่้าให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป!
อู๋ซิ่วเหลียนแอบลอบมองสถานการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน ทันทีที่ปฏิกิริยาของติงเสวี่ยเหม่ยที่ค่อยๆเซื่องซึมลง เธอก็เผยแสดงสีหน้าที่ภูมิอกภูมิใจยิ่งออกมา!
เธอรู้ถึงจุดประสงค์ของติงเสวี่ยเหม่ยั้แ่แรกแล้วว่า เหตุใดจึง้าจะแยกครอบครัวนักหนา ทั้งหมดก็เพื่อขับไล่ตัวเธอออกจากตำแหน่งเมียน้อยของหลินชิงอี้นั่นเอง!
ติงเสวี่ยเหม่ยกลับมาได้สติอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นเผชิญกับหลินชิงอี้อย่างไม่เกรงกลัว ตัดสลับกับมองหาอู๋ซิ่วเหลียนที่แอบดูอยู่อีกด้าน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ได้! เราแยกกันอยู่! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”