ลัคกี้ที่เคยปากจัดกลายเป็นเงียบกริบไป พลันแสดงอาการท่าทางเหนียงอายแทน ส่วนกันต์กับลิซาร์ดแมนกำลังจ้องตากันราวกับจะฟาดฟันกันได้ทุกเวลา พลางคำพูดของมิ้นแล่นเข้ามาในหัวว่าไอ้ตัวที่พวกเธอเจอมันสวมชุดเกราะ ทำให้เขาคิดขึ้นได้และลองพูดคุยกับลิซาร์ดแมนดู
"อสูรกายอย่างแกเป็นพวกนักรบสินะ"
"ใช่ มนุษย์อย่างแกต้องการอะไร"
"เตรียมตัวให้พร้อมซะแล้วมาเจอกับฉันนอกถ้ำ ดวลกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งถ้าแกแพ้ต้องส่งตัวเธอคืนมา แต่ถ้าฉันแพ้จะยอมตายจะรับคำท้าหรือไม่!?"
"ตกลง"
"พาเธอออกไปเป็นสักขีพยานด้วยแล้วกัน" สิ้นเสียงของกันต์เขาก็เดินกลับออกไปนอกถ้ำทันที ส่วนลิซาร์ดแมนก็เริ่มสวมใส่ชุดเกราะเต็มชุด และแบกร่างของลัคกี้ที่ผูกติดกับก้อนหินออกไปด้วย
เมื่อกันต์ออกมาด้านหน้าปากถ้ำ ถึงกับเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เพราะพี่โชคกับกลุ่มผู้ชายที่เหลืออยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส แต่มิ้นกับใบหม่อนไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่ถูกมัดติดกับต้นไม้เท่านั้น เมื่อเขาก้าวออกมาด้านนอกอาวุธนับสิบชิ้นจ่อมาทางกันต์ทันที ทว่าเขากลับตวัดดาบสีดำสวนกลับอย่างรวดเร็ว
ทำเอาลิซาร์ดแมนหลายตัวกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง แล้ววิ่งเข้าไปหาพี่โชคอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางลิซาร์ดแมนหลายสิบตัวที่ยังคงห้อมล้อมอยู่ห่างๆ เขารีบเอาน้ำยาสีแดงเทใส่ปากของพี่โชคทันที
"เกิดอะไรขึ้นครับพี่โชค!?"
"พะ..พอนายเข้าไปพวกเราก็ถูกโจมตีทันที พวกมันแข็งแกร่งมากพวกเราสู้ไม่ได้ ขะ..ขอโทษนะกันต์" น้ำเสียงเอ่ยอย่างติดๆ ขัดๆ พลางรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น
ทำให้กันต์ถึงกับกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความเดือดดาล แต่พอเห็นเต็มๆ ตากับเปลี่ยนเป็นกลืนน้ำลายอึกใหญ่แทน เพราะไอ้พวกที่ล้อมเขาถืออาวุธประเภทหอกแค่ไม่กี่สิบตัว ซึ่งไม่ค่อยน่ากลัวสักเท่าไหร่ เพราะเขายังพอที่จะจัดการกับพวกมันได้ แต่ทว่ายังมีไอ้ตัวที่อยู่ด้านบนโขดหิด หรือหลบตามต้นไม้อีกนับไม่ถ้วน
ที่สำคัญพวกมันกำลังเล็งธนูมาทางพวกเขาอีกด้วย ทำเอาเขาถึงกับใจเต้นรัวๆ อย่าว่าแต่จะช่วยพี่โชคหรือคนอื่นๆ เลย แม้แต่เขาเองยังไม่รู้ว่าจะรอดออกได้หรือเปล่า เหมือนมาอยู่กลางดงของพวกมันเลยก็ว่าได้ ขณะนั้นเองจู่ๆ พวกมันก็ลดธนูลงแล้วมายืนรวมกลุ่มกัน พอหันไปดูก็เห็นลิซาร์ดแมนที่อยู่ในถ้ำกำลังเดินออกมา
ลิซาร์ดแมนนับร้อยต่างคุกเข่าลงกันเป็นแถบๆ ทำให้เขามั่นใจได้เลยว่า ไอ้ตัวที่เขาเพิ่งท้าสู้ไปเมื่อกี้ มันต้องเป็นหัวหน้าเผ่าลิซาร์ดแมนแน่นอน ยิ่งเมื่อเห็นลัคกี้ที่ถูกมัดติดกับก้อนหินขนาดใหญ่ ที่ลิซาร์ดแมนสวมเกราะใช้มือขวายกออกมาราวกับยกขนนกก็ไม่ปาน ทำเอากันต์ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
แม้ค่าสถานะของเขาจะเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก แต่ก็ยังไม่เคยประเมินผลการต่อสู้จริงสักครั้ง การมาเห็นตัวอะไรที่ทรงพลังแบบนี้ แถมยังมีลูกน้องนับร้อยๆ ตัว จะทำให้เขาสงบสติอารมณ์ได้ยังไงกัน ยังดีที่ใบหน้าของเขามันนิ่งซะจนคาดเดาได้ยาก [ล่ะมั้ง] ก่อนที่เจ้าลิซาร์ดแมนที่สวมเกราะจะวางหินที่ผูกติดกับร่างของลัคกี้ลง
"ว่าไงเจ้ามนุษย์ พร้อมรึยังล่ะ!!"
"ถ้าชนะแกได้แล้วพวกลูกน้องแกจะปล่อยพวกเราไปไหมล่ะ" กันต์พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ
"คิดจะเอาชนะข้าเชียวรึ!? ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเป็นว่าถ้าชนะได้จริงข้าจะยอมปล่อยแกกับพวกมนุษย์ที่มากับแกทั้งหมดไป แต่ถ้าแกแพ้มนุษย์เพศชายทุกคนต้องตาย ส่วนสาวๆ ต้องตกเป็นของพวกข้า" ลิซาร์ดแมนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังราวกับผู้นำ
"ตกลง" กันต์ตอบรับโดยไม่ลังเลทันที เพราะยังไงซะตอนนี้เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว โดยมีสายตามองมาทางเขาหลายคู่อย่างเป็นห่วง แต่คนที่รับรู้ถึงอารมณ์ของเขาดีที่สุดคือพี่โชคที่เขาประคองอยู่ เพราะอาการจากความหวาดกลัวแม้จะไม่ออกทางสีหน้า แต่กับร่างกายของเขามันไม่สามารถห้ามได้
ส่วนคนอื่นๆ ทำได้เพียงแค่ส่งสายตาอย่างเป็นห่วงและรู้สึกผิดมาให้เท่านั้น ยิ่งใบหม่อนถึงกับเริ่มน้ำตาคลอเบ้า ที่เธอกลายมาเป็นภาระของพี่เขยอีกครั้ง พอกันต์เตรียมตัวพร้อมทุกคนถูกนำตัวไปรวมไว้กับลัคกี้ ส่วนลิซาร์ดแมนทั้งหมดต่างถอนห่างกันออกไปไกลพอสมควร เพื่อให้หัวหน้าของพวกมันกับมนุษย์ที่ท้าดวลมีพื้นที่ในการต่อสู้
กันต์กับลิซาร์ดแมนทั้งสองต่างเดินวนและจ้องมองหน้ากันอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ลิซาร์ดแมนที่สวมเกราะจะเริ่มเปิดฉากโจมตีเข้ามาก่อน ดาบสีเงินวาวตวัดลงอย่างรวดเร็ว คราวนี้ภาพที่กันต์เห็นแม้จะยังสโลโมชั่นอยู่ แต่ก็เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ทว่ามันกลับทำให้เขาประเมินสถานการณ์ได้ในทันที
เขาใช้ดาบสีดำตวัดขึ้นโดยใช้พลังเพียงห้าส่วน เพื่อป้องกันการโจมตีของอีกฝ่าย ด้วยแรงอัดมหาศาลของทั้งสองทำให้กระเด็นถอยหลังไปทั้งคู่ จิตใจของกันต์ที่เคยเต้นรัวตอนนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความหวาดกลัวอีกแล้ว หากแต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้ต่อสู้ซะมากกว่า
คราวนี้เป็นกันต์ที่เริ่มเปิดฉากโจมตีก่อนบ้าง การตวัดดาบของเขาแต่ละครั้งล้วนแต่หนักแน่น การเป็นโซโล่มาสามปีโดยที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ แน่นอนว่ารูปแบบการต่อสู้ของเขาย่อมต้องไม่ธรรมดา เพียงแต่ในเวลานี้เขาพยายามทำความคุ้นชินกับร่างกายให้ได้มากที่สุด โดยที่เขายังไม่ใช้พลังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้การต่อสู้จบเร็วนัก
แม้การรุกของกันต์จะรุนแรงและหนักหน่วง แต่ลิซาร์ดแมนที่สวมเกราะก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน นอกจากจะตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น ยังโจมตีสวนกลับในบางครั้งอีกด้วย กันต์นั้นชินชากับการต่อสู้จนเสมือนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้หลบเลี่ยงได้โดยไม่เสียจังหวะเลยแม้แต่น้อย ทักษะการต่อสู้ด้วยดาบของทั้งสองรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้เหล่าลิซาร์ดแมนจำต้องเขยิบถอยห่างออกไปอีก เพราะแค่รัศมีดาบของทั้งสองก็ทำเอาพื้นที่รอบๆ แตกกระจาย การรุกไล่ของกันต์ยังคงต่อเนื่องและไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้รุกคืน ทางด้านลิซาร์ดแมนเองก็เริ่มตึงมือมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพูดกันตามตรงในด้านของพลัง ความเร็ว ปฏิกริยาตอบสนองของกันต์นั้นเหนือกว่ามาก
เพียงแค่เขาต้องการบาลานซ์ร่างกายให้สมดุลมากที่สุด เพราะร่างกายมนุษย์ด้วยกันนั้นอ่อนแอเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถทดลองต่อสู้กับมนุษย์ได้ ผิดกับลิซาร์ดแมนตรงหน้าที่เขาใช้พลังถึงครึ่งนึง แล้วมันยังสามารถต้านทานเขาได้จนถึงตอนนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมในการฝึกควบคุมร่างกายไปในตัวด้วย
กันต์อาศัยการรุกไล่เพื่อเปิดโอกาส และตั้งใจหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายไปพร้อมๆ กัน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับคนที่เขาสนิท หากต้องเผชิญหน้ากับลิซาร์ดแมนพวกนี้อีกครั้ง ความคุ้นชินร่างกายของเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาจึงเลือกที่จะเผด็จศึกในทันที
"เคร้ง!! เคร้ง!!"
กระทั่งในจังหวะการลงดาบครั้งสุดท้ายของกันต์ ทำให้ลิซาร์ดแมนสวมเกราะที่ยกดาบขึ้นไปป้องกัน ถึงกับจมลงไปในพื้นดินจากความรุนแรงของการปะทะ ทำให้มันเสียจังหวะไปเล็กน้อยจนเผลอเปิดโอกาสให้กันต์ตวัดดาบสวนขึ้น ทำให้ดาบในมือของลิซาร์ดแมนหลุดออกจากมือไป พร้อมกับปล่อยหมัดซ้ายของเขาตรงเข้าไปที่ใบหน้า
"ปัง!!"
"ฉึก!!"
แต่เพราะน้ำหนักตัวที่มหาศาลของลิซาร์ดแมนสวมเกราะ จึงส่งร่างของมันลอยกระเด็นไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขารีบอาศัยความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งตัวตามไป แล้วใช้ดาบสีดำปักลงพื้นดินเฉือนคอของลิซาร์ดแมนไปนิดนึง พร้อมกับเลือดซิบๆ ที่ไหลออกมา ตามมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"คงรู้ผลกันแล้วสินะ!!" สิ้นเสียงของกันต์เขาค่อยๆ ถอนดาบออกมา แล้วถอยห่างออกไปเล็กน้อย ส่วนลิซาร์ดแมนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น พลางเก็บอาวุธพาดหลังพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป และเริ่มที่จะยอมรับในตัวของมนุษย์ตรงหน้ามัน
"เก่งมากเจ้ามนุษย์ ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอจะสามารถเอาชนะข้าได้ หวังว่าคราวหน้าที่เจอกันพวกเราจะเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรูกัน" พอลิซาร์ดแมนสวมเกราะพูดจบ ก็หันไปพูดภาษาอะไรกับลูกน้องของมันก็ไม่รู้ แล้วพวกมันก็ปล่อยตัวทุกคนกลับมา
"ข้าเสียใจจริงๆ ที่ไม่อาจเอาชนะใจของท่านได้ และข้าก็ยอมรับว่ามนุษย์ผู้นี้นั้นคู่ควรกับท่านมากที่สุด แต่หากวันใดที่มนุษย์ผู้นี้ไม่ต้องการท่าน ขอให้รู้ว่าข้านั้นพร้อมที่จะดูแลท่านตลอดไป" ลิซาร์ดแมนสวมเกราะหันไปมองทางลัคกี้ และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
คำพูดของลิซาร์ดแมนสวมเกราะ ทำเอาทุกคนหันไปมองกันต์กับลัคกี้เป็นตาเดียวกัน ประมาณว่าสรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะจากที่ฟังๆ ดูมันเหมือนกับลิซาร์ดแมนกำลังอกหัก และอวยพรให้กับทั้งสองซะอย่างนั้น หากมันไม่ใช่อสูรกายแล้วล่ะก็ พวกเขาคงคิดว่านี่คล้ายๆ กับรักสามเศร้าเลยก็ว่าได้
ก่อนที่ลิซาร์ดแมนจะหันไปพูดกับกันต์
"เจ้ามนุษย์ เจ้ามีชื่ออะไร!?"
"กันต์"
"ข้าจะจดจำชื่อของเจ้าไว้ ส่วนข้าชื่อบลู๊ค ฝากดูแลเธอด้วยแล้วกัน" สิ้นเสียงของบลู๊คมันก็เดินคอตกกลับไป โดยมีลูกน้องลิซาร์ดแมนตามกันไปเป็นพรวน กันต์ได้แต่กระพริบตาปริบๆ พลางได้แต่บ่นในใจ
"ถ้ามันรู้ว่าตรูไม่ใช่คนรักของยัยนี่จะโกรธป่าววะ!!"