ไป๋หย่งชุนไม่คิดว่าสวรรค์มีน้ำใจกับตนเองอย่างเห็นได้ชัด เพราะชาตินี้เขาไม่เคยน่าสมเพชเช่นนี้มาก่อนต่อให้ถูกภรรยาจับได้คาหนังคาเขาว่าคร่อมอยู่บนตัวสาวใช้ประจำตัวก็ไม่ได้น่าเกลียดเช่นนี้เขาต้องถูกบ่าวในจวนหามกลับมา อีกทั้งเปื้อนอุจจาระปัสสาวะเต็มกางเกง ถูกหามกลับเรือนจินเซียงในสภาพส่งกลิ่นเหม็นฉุน
อานลู่โหวฮูหยินจางซื่อเห็นเขาก็ขมวดคิ้วเม้มปากแทบอยากใช้ผ้าเช็ดหน้าอุดรูจมูก
ไป๋หย่งชุนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีแม้เขาขยับแขนขาได้อย่างอิสระแล้ว ยามนี้กลับหวังให้ตนเองป่วยหนักจริงๆ ปิดหน้าไม่เจอผู้คนได้จะดีที่สุด
หญิงชั่วผู้นั้น!
ช้าเร็วสักวันหนึ่งเขาจะให้นางขอความเมตตาใต้ร่างเขา!
“ท่านโหว เตรียมน้ำหอมสำหรับอาบพร้อมแล้ว”ห้องด้านในมีสาวใช้รายงาน สาวใช้น้อยอีกคนเข้าประตู กลั้นหายใจหยิบเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นเปียกฝนและเปื้อนโคลนที่ไป๋หย่งชุนเพิ่งถอดออกเมื่อครู่ออกไปเมื่อออกนอกห้องก็ปิดปากอย่างทนไม่ไหว
ไป๋หย่งชุนขัดล้างสามครั้งสามคราถึงรู้สึกว่าในที่สุดตนเองก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เขาคลึงลำคอสาวน้อยนางนั้นเหมือนใช้เข็มทิ่มลำคอของเขาด้วย ไม่รู้จะเป็นอะไรร้ายแรงหรือไม่
“สาวใช้ เชิญหมอเข้ามา!”
“เจ้าค่ะ”
ข้างนอกมีบ่าวขานรับทันที
จากนั้นก็แว่วเสียงมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นของจางซื่อ“เชิญหมอทำอะไรข้าว่าควรเชิญยอดหญิงงามจากสถานเริงรมย์มาปลอบขวัญท่านถึงจะถูก”
“จางซื่อ เจ้าอย่าได้กัดไม่ปล่อย”ไป๋หย่งชุนก้าวออกจากถังอาบน้ำ รับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่สาวใช้ส่งให้เช็ดตัวลวกๆ สวมเสื้อคลุมยาวเสร็จก็เดินมาถึงห้องด้านนอกเขาชี้ปลายจมูกจางซื่อพูดว่า “ข้าเกิดเรื่องโชคร้ายเช่นนี้ เจ้าไม่พูดจาปลอบโยนห่วงใยกลับจะนำหน้าชมเรื่องสนุก ข้าว่าเจ้าจงใจชัดๆ!”
จางซื่อกลับหยิบไม้จิ้มฟันจิ้มผลไม้“ท่านคิดทำเรื่องสกปรก ไม่สำเร็จก็กลับมาพาลโกรธข้า? ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชายก็หย่ากับข้าเถอะ!ได้กลิ่นเหม็นฉุนทั่วตัวท่านแล้วข้าจะอาเจียนอาหารข้ามคืนออกมาแล้ว!”
ไป๋หย่งชุนอับอายจนหน้าแดงหูแดงเถียงข้างๆ คูๆ “ข้าเจอโจรปล้นระหว่างทางกลับจากคฤหาสน์ชนบท!”
“โจรปล้น?” จางซื่อหยิบผ้าโปร่งสีชมพูอ่อนออกมาโบกไปมาเอ่ยสายตาโหดเหี้ยม “โจรปล้นที่ไม่แย่งทรัพย์สินเงินทองของท่านไม่จับตัวท่านไปข่มขู่ไปเรียกค่าไถ่ ซ้ำยังมอบผ้าเช็ดหน้าเป็นของที่ระลึกให้ท่าน?ข้าว่าท่านไปแอบนัดพบกับฉีซื่อหญิงสารเลวผู้นั้นต่างหาก แต่ไม่รู้เหตุใดถึงตกใจจนเป็นเช่นนี้! ไม่ใช่ว่านางเป็นปีศาจจิ้งจอกพันปี?”
“เจ้า!” ไป๋หย่งชุนถูกขัดคอจนหน้าแดงหูแดง คิดจะโต้เถียงเพื่อตนเองแต่กลัวเผลอพูดออกไปว่าตนเองวางแผนจัดการลูกสะใภ้ไม่สำเร็จกลับถูกอีกฝ่ายจัดการจนเป็นเช่นนี้เช่นนั้นคงจะถูกหัวเราะเยาะจนตาย จึงได้แต่ปิดปากเงียบราวกับคนใบ้
เขาไหนเลยจะนึกว่าฉีเมี่ยวสาวน้อยนางนั้นจะวางยาชาเขาซ้ำยังใช้เข็มทิ่มจุดฝังเข็มของเขา ทิ่มครั้งเดียวทำเอาเขาขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อยได้แต่ปล่อยให้คนฆ่าแกงตามใจ!
ถ้าคนเช่นนี้นอนอยู่ข้างหมอนดีไม่ดีไม่ถูกนางฆ่า?!
แต่...
นึกถึงใบหน้างดงามบอบบางของฉีเมี่ยวใต้กองไฟกับท่าทางดุดันกล้าหาญนั้นเขาคิดทันทีว่าสตรีต้องเป็นเช่นนี้ถึงจะน่าสนุก!
น่าสนุกจริงๆ!
เมื่อเห็นไป๋หย่งชุนจ้องเครื่องเรือนตาลอยท่าทางหิวกระหายเช่นเคย จางซื่อก็หัวเราะเยาะ นางเตือนด้วยเสียงเย็นชา “ท่านช่างต่ำต้อยอ่อนแอ หรือครั้งนี้ก็ปล่อยไปเช่นนี้? เจอโจรภูเขาดักปล้น ท่านกลับไม่ไปแจ้งทางการ? หรือบอกว่าลูกน้องท่านเลี้ยงคนที่กอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเองเอาไว้ท่านก็ไม่ลงโทษ? เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องมีประโยชน์อะไร”
แม้คำพูดของจางซื่อไม่น่าฟังแต่ไป๋หย่งชุนยังไม่ได้โต้แย้งเพราะนางพูดถูก เรื่องนี้ถ้าจัดการปัญหาภายหลังไม่ดียังทิ้งปัญหาไว้ได้ง่าย
เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเตรียมจะออกไป
ไม่คิดว่าข้างนอกจะมีคนรีบร้อนมารายงาน“ท่านโหว ท่านโหว!องค์ชายรองเสด็จ ยามนี้ถึงประตูอี๋เหมินแล้ว!”
“องค์ องค์ชายรอง?!”
องค์ชายใหญ่สิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรไม่ว่าจะแต่งตั้งจากลูกชายคนโตหรือลูกชายภรรยาเอก ตัวเลือกองค์รัชทายาทอันดับแรกล้วนเป็นองค์ชายรองยิ่งกว่านั้นองค์ชายรองยังมีบ้านของตายายที่มีอำนาจเช่นเสนาบดีกรมกลาโหมว่านฉงหยวนทั้งยังมีมารดาผู้ให้กำเนิดเช่นว่านกุ้ยเฟยที่ได้รับความโปรดปรานสูงสุดในหกตำหนัก เขามีฐานะสูงศักดิ์ไม่ใช่คนธรรมดาอยากเจอก็ได้เจอด้วยซ้ำ ขุนนางเช่นเขานี้ บังเอิญเจอหน้าในราชสำนักก็ทำได้เพียงทำความเคารพ
เขามาเยือนถึงบ้านได้หรือว่าจะมาเยี่ยมเขา?
ไป๋หย่งชุนหน้าซีดทันทีองค์ชายรองเป็นสหายสนิทของไป๋ซีอวิ๋น ไป๋ซีอวิ๋นไม่เพียงแต่เป็นสหายร่วมเรียนขององค์ชายรองยังเป็นบุตรบุญธรรมของว่านกุ้ยเฟย เพิ่งเกิดเรื่องนั้นไปองค์ชายรองก็มาเยี่ยมถึงบ้านด้วยตนเองไม่ใช่ว่ามาลงโทษเป็นเรื่องเป็นราว?
จางซื่อเห็นไป๋หย่งชุนมีสีหน้าเปลี่ยนไปก็รู้ว่าเรื่องราวไม่ดีพูดจาเสียดสีห่างเหินไม่ออกแล้ว นางได้แต่เอ่ยอย่างกังวล “ท่านโหว เมื่อครู่ข้างนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดอยู่ดีๆองค์ชายรองถึงเสด็จมา”
“เรื่องข้างนอกของบุรุษ สตรีไม่ต้องยุ่ง!”ไป๋หย่งชุนแข็งนอกอ่อนใน
เป็นสามีภรรยากันมาหลายปีมีหรือที่จางซื่อจะไม่รู้จักเขา ปกติเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ ล้วนตอบด้วยประโยคแสดงฐานะเช่นนี้เมื่อเป็นเช่นนี้ จางซื่อก็ยิ่งไม่วางใจ กลับจะยิ่งกังวล ดึงแขนเสื้อของไป๋หย่งชุน“ท่านพูดมาเถอะ เป็นเรื่องอะไรกันแน่ ข้า ข้าจะไปเข้าเฝ้าองค์ชายรอง!”
“บอกแล้ว สตรีไม่ต้องยุ่งเรื่องข้างนอกของบุรุษ!เจ้าเป็นสตรีจะเข้าเฝ้าองค์ชายรองทำอะไร!”
“องค์ชายรองเสด็จมาที่จวน ข้าเป็นนายหญิงของจวนนี้ เหตุใดจะเข้าเฝ้าไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นจะต้องเสด็จมาเพื่อทรงลงโทษเรื่องของท่านแน่ข้าไปเข้าเฝ้าก็อาจขอร้องแทนท่านได้”
“ข้ายังต้องให้เจ้าขอร้อง?!”ไป๋หย่งชุนแทบรักษาศักดิ์ศรีไว้ไม่ได้แล้ว สะบัดแขนเสื้อผลักจางซื่อ สาวเท้าออกไปข้างนอก
จางซื่อสาวเท้าไล่ตามสองก้าวมองเงาด้านหลังของไป๋หย่งชุนห่างไกลออกไป จากนั้นมองทางหน้าประตูที่องค์ชายรองเดินมาไกลๆแม้ขวางกั้นด้วยกำแพงสิบกว่าชั้น แต่ราวกับได้เห็นคนเข้ามา เห็นไป๋หย่งชุนคุกเข่าทำความเคารพองค์ชายรองแล้ว
จางซื่อน้ำตาไหลรินตั้งนานแล้ว
ทางไป๋หย่งชุนนี้มั่นใจว่าองค์ชายรองไม่ได้มาหาเขาดังนั้นคิดจะฉวยโอกาสที่องค์ชายรองไปเยี่ยมไป๋ซีอวิ๋นก่อนปรึกษาหารือแผนรับมือกับผู้ช่วย
ผู้ใดจะรู้ว่าเพิ่งเดินออกจากประตูสองก็เผชิญหน้ากับกลุ่มองค์ชายรอง
องค์ชายรองอายุเท่ากันกับไป๋ซีอวิ๋นอยู่ในวัยยี่สิบปี เขาเกิดมารูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา อุปนิสัยสุขุม มีท่าทางของสกุลสูงศักดิ์โด่งดังหลายส่วนถึงอย่างนั้นแม้สูงส่งมีเกียรติแต่ไร้ซึ่งท่าทางยโสโอหัง
เมื่อเห็นองค์ชายรองไป๋หย่งชุนยืนนิ่งเคลิบเคลิ้ม มองเขาไกลๆ ชั่วครู่
องค์ชายรองขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นยิ้มพูดว่า “อานลู่โหว วันนี้บุ่มบ่ามมารบกวน อานลู่โหวคงไม่ตำหนิกระมัง?”
“ที่ใดกัน องค์ชายรองตรัสเกินไปแล้ว เชิญประทับพ่ะย่ะค่ะ” ไป๋หย่งชุนเข้าไปต้อนรับตามมารยาทด้วยความกังวล พาคนเข้าไปในห้องโถงใหญ่ จากนั้นสั่งคนเตรียมชาชั้นดีในใจเริ่มคาดเดาแล้วว่าองค์ชายรองจะพูดอะไรบ้าง ตนเองจะต้องตอบอย่างไร
อย่างไรเสียองค์ชายรองเดิมทีก็มีฐานะสูงศักดิ์ บัดนี้มีคนหนุนหลังเช่นนั้น เขาผู้มีเพียงตำแหน่งบรรดาศักดิ์โหวเล็กๆกินบุญเก่าจะคิดต่อต้านได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นอนาคตแผ่นดินแคว้นโจวนี้ก็อาจจะเป็นขององค์ชายรองมิใช่หรือ
บ่าวยกชาไป๋หย่งชุนรินชาให้องค์ชายรอง จากนั้นอยู่ในที่นั่งชั้นต่ำสุด เพียงกล้าแนบครึ่งตัวนั่งลง
องค์ชายรองดื่มชาอย่างเอื่อยเฉื่อยยิ้มพูดว่า “วันนี้อานลู่โหวออกไปข้างนอก กลับไปเจอโจรปล้นเข้าจริงหรือไม่”
โจรปล้นอะไร! เขาเจอปีศาจต่างหาก! ฉีเมี่ยวก็คนหนึ่ง บัดนี้องค์ชายรองก็คนหนึ่ง! หนึ่งคนสองคนทยอยมาจัดการเขา!
ไป๋หย่งชุนกล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด
องค์ชายรองยิ้มอย่างเข้าใจพลางเอ่ยว่า“งั้นคงเป็นเรื่องจริง ไม่นึกว่าบัดนี้ใกล้เมืองหลวงก็ยังเกิดความวุ่นวายเช่นนี้ได้เห็นได้ชัดว่าหวังเว่ยชงผู้นั้นเลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่ตั้งใจเป็นขุนนางแล้ว”
หวังเว่ยชงคือผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์เมือง
ประโยคเดียวนี้กลับเดือดร้อนถึงใต้เท้าหวัง!
ไป๋หย่งชุนเหงื่อเย็นท่วมตัว“ไม่ๆ ข้าไม่ระวังเองพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งกว่านั้นโจรปล้นเกลื่อนเมืองจริงๆใต้เท้าหวังก็พยายามเต็มที่แล้ว ต้องโทษพวกต่ำช้าที่มีตาหามีแววไม่ฝูงนั้น”
องค์ชายรองยิ้มพูด“แล้วร่างกายเจ้าเป็นอะไรหรือไม่ ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“ดีขึ้นมากแล้ว ดีขึ้นมากแล้ว” ไป๋หย่งชุนยิ้มแย้มพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ดี อานลู่โหวเป็นขุนนางเก่าแก่ในราชสำนัก คงรู้กฎเกณฑ์ของเสด็จพ่อดีและคงจะยิ่งรู้กฎเกณฑ์แคว้นโจวของพวกเรา ถ้าท่านเจอเรื่องยุ่งยากอะไรก็ยื่นฎีกาขอคำแนะนำจากฝ่าบาทได้ไม่ต้องรีบร้อนออกไปตรวจพื้นที่อีก มิเช่นนั้นหากวันหน้าเจอโจรอีกจะดีได้อย่างไร”
“องค์ชายรองทรงสั่งสอนได้ถูกต้อง กระหม่อมจะปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งครัด”
ไป๋หย่งชุนอกสั่นขวัญหายเช่นนี้ก็ได้แต่ขอความเมตตา ต่อให้องค์ชายรองอยากลงโทษก็คงไม่ลงโทษคนที่สำนึกผิดแล้วกระมัง?
ยามนี้เขาเพียงไม่รู้แน่ชัดว่าองค์ชายรองรู้เรื่องที่เขาอยากได้ฉีซื่อหรือไม่กันแน่
องค์ชายรองยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างสบายๆอีกครั้ง เขาเคลื่อนไหวสง่างาม ยามที่ดื่มชายังเจริญตาเจริญใจเช่นนี้ เพียงแต่ท่าทางเอื่อยเฉื่อยของเขาในสายตาของไป๋หย่งชุนนั้นช่างเป็นความทรมานโดยแท้เพราะเขาอกสั่นขวัญแขวน ไม่รู้ขั้นต่อไปคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจะทำอย่างไร เขาใกล้จะใจสลายแล้ว
ครู่ใหญ่องค์ชายรองดื่มชาพอแล้วถึงยิ้มพูดว่า “วันหน้าอานลู่โหวออกไปข้างนอกต้องระวังตัวด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยองค์ชายรองที่ทรงห่วงใย”
“อืม เช่นนั้นข้าจะไปเยี่ยมจื่อจินแล้ว” จื่อจินนามรองของไป๋ซีอวิ๋นถูกเอ่ยออกมา
ไป๋หย่งชุนโล่งใจ
องค์ชายรองพูดต่อ“บัดนี้จื่อจินแต่งภรรยา ข้านำของขวัญพบหน้ามาด้วยพอดี จะได้ไปทำความรู้จักซื่อจื่อฮูหยินสักหน่อย”
ไป๋หย่งชุนอกสั่นขวัญหายอีกครั้งนางปีศาจจิ้งจอกน้อยฉีเมี่ยวผู้นั้นคงไม่เปิดโปงเรื่องเมื่อครู่ออกมากระมัง?
หลังส่งองค์ชายรองออกไปไป๋หย่งชุนยังคงร้อนรนกระวนกระวาย เรียกผู้ช่วยไปรวมตัวกันที่ห้องหนังสือทันทีเพื่อปรึกษาหารือว่าก้าวต่อไปควรทำอย่างไร
ทางเรือนชิ่นหยวนองค์ชายรองมาถึงห้องโถงใหญ่แล้วก็นั่งลง ไม่นานก็เห็นไป๋ซีอวิ๋นสวมเสื้อชั้นกลางคลุมด้วยเสื้อคลุมเต๋าสีฟ้าทำจากผ้าแพรปักลายเดินเข้ามาช้าๆเทียบกับครั้งก่อนที่เจอกัน เขาผอมลงมาก เพียงแต่สีหน้ากลับดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่ใบหน้าเทาคล้ำใกล้ตายแต่เป็นขาวซีด
“จื่อจิน”
“องค์ชายรอง” ไป๋ซีอวิ๋นทำความเคารพตามสบาย ก่อนนั่งลงตรงข้ามกับองค์ชายรองแม้เหนื่อยล้าก็ยังคงนั่งตัวตรงเรียบร้อย “ไม่นึกว่าท่านจะรีบมาโดยเร็วถึงเพียงนี้ขอบคุณท่านมากจริงๆ”
องค์ชายรองยิ้มพูดว่า“ที่ไหนกัน ข้าได้ข่าวก็มาทันที เรื่องใหญ่ปานนี้ถ้าข้าไม่มาวางอำนาจสักหน่อยยังไม่รู้ขั้นต่อไปจะเป็นอย่างไร เมื่อครู่ข้าบอกว่าจะมาทางเจ้านี้ แค่บอกว่าจะทำความรู้จักฉีซื่อซักหน่อยอานลู่โหวก็ตกใจจนหน้าซีด”
พูดถึงตรงนี้องค์ชายรองอดขบขันไม่ได้ “ในครอบครัวเดียวกัน เหตุใดถึงมีพ่อลูกที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงเช่นพวกเจ้าสองคนคนหนึ่งเป็นสวรรค์ อีกคนเป็นนรกโดยแท้”