“พี่เจฮะ...อื้อ...”
เสียงประท้วงนั้นเงียบลงเมื่อถูกปิดปากด้วยรสััแสนละมุนละไมจากร่างสูง
ริมฝีปากอุ่นที่ทาบทับมาช่างนุ่มนวลอ่อนหวานชวนให้ใจเต้นมือขาวเนียนทั้งสองข้างวางลงบนแผ่นอกหนาหมายจะผลักอีกฝ่ายออกเต็มแรงหากแต่ความวาบหวามที่ได้รับนั้นช่างอ่อนหวานเย้ายวนชวนให้รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
จากมือที่พร้อมจะผลักไสอีกฝ่ายออกกลับอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง กลายเป็วางทาบทับแผ่นอกหนาของชายหนุ่มอยู่เช่นนั้นอย่างออดอ้อนน่ารัก
“อื้อ...อื้ม...”
ดรีมไม่อาจสกัดกั้นเสียงครวญครางแสนหวานในลำคอได้เลยรสจูบที่ได้รับมันช่างรัญจวนหอมหวาน ลิ้นของพี่เจสอดเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากของเด็กหนุ่มอย่างชำนิชำนาญมอบรสััอ่อนโยนสุขสมแบบค่อยเป็ค่อยไปอย่างใจเย็น ไม่ตะกละตะกลามแต่ปลุกเร้าความรู้สึกรุ่มร้อนบางอย่างในใจเด็กหนุ่มไร้เดียงสา
ดรีมที่มองตนเองเป็ผู้ชายทั้งแท่งชอบผู้หญิงแท้ๆ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่เจที่เป็เพศชายด้วยกันแถมยังเป็คนแปลกหน้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำไมกันนะกลับไม่มีความรู้สึกรังเกียจแต่อย่างใดแถมยังรู้สึกดีกับััลึกซึ้งเช่นนี้จากอีกฝ่ายอีกด้วย
คนตัวน้อยทั้งสับสนทั้งไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเอาเสียเลยหากแต่ยังคงตอบรับรสจูบหวานฉ่ำจากอีกฝ่ายเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย
เมื่อรับรู้ว่าไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากเด็กหนุ่มมหาลัยแล้วมือใหญ่ที่วางบนต้นขาเรียวค่อยๆ ขยับเลื่อนไปยังแผ่นหลังบางจนไล่ลงมาประคองโอบเอวกะทัดรัดนั้นไว้ดรีมไม่เคยนึกเลยว่าััลูบไล้ผ่าน่สะโพกเพียงแ่เบากลับกระตุ้นความรู้สึกเบื้องลึกของตนมหาศาลถึงปานนี้
ทั้งสองแแ่ใกล้ชิดกันมากขึ้นทุกขณะต้องขอบคุณฉากกั้นญี่ปุ่นที่ช่วยบดบังการกระทำของทั้งสองจากลูกค้าคนอื่นเอาไว้จึงไม่มีใครสังเกตเห็น
อุณหภูมิความร้อนในร่างกายของทั้งคู่เริ่มทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆต่างแลกลิ้นกันอยู่เช่นนั้นเนิ่นนานเป็เวลาหลายนาทีจนดรีมสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกายก่อนพี่เจจะถอดถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง
มือหนาโอบกอดคนตรงหน้าไว้หลวมๆ ใบหน้างามซุกกับไหล่กว้างระหว่างหอบหายใจรับอากาศเข้าปอด
“อ๊ะ...พี่เจฮะ...ผม...”
คนหน้าหวานพูดไม่เป็ภาษา ความรู้สึกเสียวซ่านจากรสััแปลกใหม่เมื่อครู่ยังคงอยู่ไม่จางหาย
“นั่งสะโพกส่ายแล้วนะครับ น้องดรีม”
เสียงทุ้มแหบพร่าเล็กน้อยกระซิบข้างหูทำเอาไรขนอ่อนบริเวณต้นคอของเด็กหนุ่มลุกซู่ชูชัน จากนั้นดรีมจึงเริ่มสังเกตว่าแก่นกายของตนเองมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา
“หวา! ตรงนี้มัน...ไม่ใช่แบบนั้นนะฮะ!” มือเรียวกุมปิดเป้ากางเกงไว้อย่างน่าละอาย
“แค่จูบกับผู้ชายด้วยกันก็มีอารมณ์ได้ง่ายๆ แบบนี้เรายังจะบอกชอบผู้หญิงอยู่รึเปล่า?”
พี่เจหยุดการกระทำทั้งหมด ถามตรงไปตรงมาในขณะที่ยังโอบเอวบางไว้หลวมๆ
“ผมเอ่อ...”
“น้องดรีมเคยคบกับผู้ชายด้วยกันมั้ยครับ?”
“ม...ไม่เคยฮะ” เด็กหนุ่มตอบ
“พี่ว่าเราน่าจะชอบผู้ชายนะแค่อาจจะไม่เคยเปิดใจลองคบดูเท่านั้นเอง”เสียงทุ้มกล่าว “พี่มีเพื่อนที่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันอยู่หลายคนส่วนใหญ่ก็รู้ตัวั้แ่เด็ก แต่บางคนเพิ่งมารู้ตัวก็ปาไปอายุ 20-30 ปีก็มีเหมือนกันถึงจะน้อยก็เถอะพี่ว่าเราอาจจะเป็ประเภทหลังก็ได้นะ”
คำพูดนั้นทำเอาดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตะลึงพรึงเพริด
พี่เจผละมือที่โอบเอวบางออก เรียกเด็กเสิร์ฟเติมชาเขียวเย็นในแก้วที่พร่องไปของดรีม
เด็กสาวในชุดนักศึกษามาถึงพร้อมกระติกน้ำในมือ เธอมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพี่เจย้ายมานั่งเคียงข้างเด็กหนุ่มหน้าหวาน
สายตาของเธอมองพี่เจเป็ระยะด้วยท่าทีสนอกสนใจระหว่างรินน้ำชา นั่นสินะใครๆได้อยู่ใกล้คนหน้าตาหล่อเหลามีเสน่ห์แบบนี้เป็ต้องตกหลุมรักทั้งนั้นแหละหนุ่มลูกครึ่งกล่าวขอบคุณทำเอาเธอยิ้มกว้างเลยทีเดียว
“พี่เจหล่อแถมยังใจดีขนาดนี้ ไม่รู้สึกชอบผู้หญิงบ้างเหรอฮะ?” เด็กหนุ่มถาม “เอ่อถ้าผมถามละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวเกินไปก็ขอโทษด้วยนะฮะทั้งที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกแท้ๆ”
“ฮะฮะ คุยได้ครับ พี่ว่าวันนี้เรามากินข้าวพูดคุยกันสบายๆในฐานะพี่น้องกันเถอะพี่เองก็ไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรกับคนอายุห่างกันแบบนี้นานแล้วด้วย”หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีหัวเราะ รอยยิ้มของเขาช่างดูดีเปล่งประกายทำเอาโลกสดใสขึ้นมา
“ของกรณีพี่เคยมีอะไรผู้หญิงแล้วมันฝืนๆ น่ะครับพอลองคบเพศเดียวกันกลับราบรื่น เหมือนมีทั้งแฟนทั้งเพื่อนในคนเดียวกันน่ะคุยกันแล้วสบายใจดีนะ” หนุ่มวัยสามสิบตอบ
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราชอบผู้ชายเหมือนกันเหรอฮะ?? เอ่อ... คือผมแค่สงสัยน่ะฮะ...”
เสียงหวานถามอย่างสงสัยใคร่รู้ บทสนทนาระหว่างทั้งสองเริ่มลึกซึ้งขึ้นทุกขณะ
“น้องดรีมเคยมีอะไรกับผู้หญิงมั้ยล่ะครับ? แล้วเราชอบหนังโป๊ประเภทไหน?”
เมื่อเจอคำถามนั้นเข้าไปใบหน้างามแดงซ่านทำได้เพียงส่ายหน้าปฏิเสธเป็พัลวันว่าไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงรวมถึงไม่ชอบดูหนังโป๊ด้วย
“เด็กหนุ่มวัย 19 ฮอร์โมนพลุ่งพล่านเต็มเปี่ยมด้วยพลังงานล้นเหลือเป็วัยที่พร้อมจะกระโจนมีเซ็กซ์ตลอดเวลา แต่กลับไม่รู้สึกอยากมีเซ็กซ์ ไม่อยากดูหนังโป๊ที่มีผู้หญิงแสดงเลยฟังดูแปลกนิดหน่อยนะในสายตาพี่” เสียงทุ้มกล่าวชักชวนให้คนอายุน้อยกว่าคิดตามด้วยเหตุและผล
“จะว่าไปมันก็จริงนะฮะ...เดี๋ยวนะ! งั้นแปลว่าผมเป็เกย์จริงๆ งั้นเหรอเนี่ย!”
เด็กหนุ่มหน้าซีด สองมือกุมศีรษะตัวเองลนลานเลิ่กลั่ก
“เป็เกย์ก็ไม่ใช่เื่แย่อะไรนี่ครับแค่เป็รสนิยมทางเพศแบบหนึ่งเหมือนชายชอบหญิง หญิงชอบชายก็เท่านั้นโลกไม่ได้จะแตกสักหน่อย” พี่เจตอบ “เรามีเพื่อนที่เป็เพศทางเลือกแล้วรังเกียจคนพวกนั้นมั้ยล่ะ?”
“ไม่เลยฮะ! ผมมีเพื่อนที่เป็ทอมคนที่ชอบผู้หญิงด้วยกันหรือคู่เกย์ที่เขาเป็แฟนอยู่หอด้วยกันก็มีตั้งเยอะแยะแต่ผมไม่เคยรู้สึกไม่ดีกับเพื่อนๆ เลยนะฮะพี่เจ!”
“ใช่มั้ยล่ะ คำตอบมันก็แค่นั้น ง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่ดรีมคิดหรอกนะ”มือใหญ่ลูบกลุ่มผมน้ำตาลประกายแดงแ่เบา
“ไม่ต้องรีบร้อนหาคำตอบไปหรอกคนดี ค่อยเป็ค่อยไปก็ได้ทุกอย่างมีกาลเวลาของมันครับแค่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ก็พอชีวิตมันสั้นนะอย่าฝืนทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองก็พอ”
ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มสุภาพอบอุ่นอีกครั้ง
การได้พูดคุยกับพี่เจที่อายุมากกว่าช่างปลอบประโลมและชวนให้สบายใจเหลือเกินทำให้เด็กหนุ่มอ่อนต่อโลกผู้สับสนกระวนกระวายกับรสนิยมทางเพศของตนผ่อนคลายสงบลงอย่างง่ายดาย
หากเป็ปกติดรีมผู้มีนิสัยคิดมากคงจะกระวนกระวายใจมากเป็แน่แต่เมื่ออยู่กับพี่เจที่มีนิสัยสุขุมเป็ผู้ใหญ่ เป็พี่ชายผู้แสนดีคอยให้คำแนะนำแล้วกลับรู้สึกว่าไม่ได้เป็ปัญหาแต่อย่างใดบางทีการอยู่กับคนที่ใช่อาจจะทำให้เราเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ได้ง่ายดายแบบนี้รึเปล่านะ...
มือหนาของหนุ่มนักธุรกิจยังคงลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายแดงของเด็กหนุ่มต่อไปอย่างอ่อนโยนจนดรีมชักจะรู้สึกหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสััแสนสบายนี้เสียแล้วสิจึงเป็ฝ่ายถูศีรษะของตัวเองเข้ากับมือของอีกฝ่ายกลับบ้างประหนึ่งลูกแมวตัวน้อยคลอเคลียมือเ้าของเรียกเสียงหัวเราะพึงพอใจจากอีกฝ่าย
“ฮะฮะ ขี้อ้อนจัง น่ารักแบบนี้พี่ตกหลุมรักจะทำยังไงครับ” พี่เจยังคงลูบกลุ่มผมนุ่มต่อไป
“ไว้ถ้าผมชอบผู้ชายจริงๆ จะเริ่มเดตกับพี่เจเป็คนแรกนะฮะผมไม่เคยอยู่กับใครแล้วสบายใจแบบนี้มาก่อนเลย”
“พี่ความจำดีนะ พูดแบบนี้พี่ไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ หรอก”
หนุ่มลูกครึ่งกล่าวพลางรับจานซูชิรวมที่มาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารพอดี
เด็กหนุ่มตัวน้อยทาบมือบนหน้าอกตัวเองเพื่อเช็กว่าหัวใจยังทำงานปกติดีหรือไม่หลังจากเต้นแรงระรัวราวกับจะหลุดออกจากอกเมื่อได้ยินคำพูดของพี่เจเมื่อครู่
จากนั้นบทสนทนาระหว่างเรากลายเป็การพูดคุยสัพเพเหระหลายต่อหลายเื่ั้แ่ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ยันสัตว์เลี้ยงที่ชอบ
พี่เจเป็ทาสแมวเลี้ยวแมวพันธุ์สก๊อตทิชโฟลด์สีส้มหนึ่งตัวตามรูปในแอ๊พพลิเคชั่นในขณะที่เด็กหนุ่มร่างบางชื่นชอบกระต่ายโดยเฉพาะกระต่ายสีขาวขนปุกปุยจะชอบมากเป็พิเศษดรีมอยู่หอจึงไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ หลายครั้งคนหน้ามนจะชอบแวะไปกรงกระต่ายหลังคณะสัตวแพทย์เพื่อให้อาหารกระต่ายหลังเลิกเรียน
พี่เจเป็ลูกชายคนเดียวไม่มีพี่น้องปัจจุบันเป็เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก มีโฮมออฟฟิศเป็ของตนเองย่านสุขุมวิทไม่สูบบุหรี่ มีดื่มบ้างเพื่อเข้าสังคม งานอดิเรกคือศึกษาหาความรู้เื่การลงทุนว่างๆ ก็ตระเวนหาร้านกาแฟรสชาติดีรอบกรุงเทพ
พี่เจใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่หวือหวากว่าที่คิด ยิ่งได้ฟังเื่ส่วนตัวของชายหนุ่มดรีมก็ยิ่งอยากรู้เื่ราวชีวิตของอีกฝ่ายยิ่งๆ ขึ้นไป
ตลอดเวลาที่เราพูดคุยกันมันช่างสบายใจ คนตัวเล็กขำมุขที่อีกฝ่ายเล่าและพี่เจเองก็ขำไปกับกับเื่บ้าบอของไอ้เต้ที่ดันโหลดแอ๊พหาคู่นัดเจอให้ดรีมเสร็จสรรพโดยไม่ได้ล่วงรู้รสนิยมความชอบของเพื่อนเลยแต่ที่ไหนได้คดีพลิก กลับกลายเป็เด็กหนุ่มตัวน้อยเสียอีกที่อาจจะไม่รู้รสนิยมตัวเองดีพอ
คู่เดตะเิหัวเราะออกมาพร้อมกัน เื่คิดมากเมื่อครู่กลับกลายเป็หัวข้อสนทนาขบขันไปเสียอย่างนั้น
ทั้งสองต่างแชร์เื่ราวชีวิตของกันและกันต่อไป หนุ่มน้อยขำตัวโยนกับคลิปน้องแมวที่หนุ่มนักธุรกิจเลี้ยงมันทั้งซุกซนขี้เล่นขัดกันกับหน้าตาเหวี่ยงวีนพร้อมบวกอยู่ตลอดเวลา
อาหารบนโต๊ะพร่องลงไปเรื่อยๆ พร้อมกันกับบทสนทนาที่ไหลลื่นไม่มีสะดุดเราต่างพูดคุยกับประหนึ่งรู้จักกันมานาน คนอ่อนต่อโลกเพิ่งจะเข้าใจคำว่า“คนที่เคมีตรงกัน” มีอยู่จริงก็วันนี้นี่เอง พี่เจคือคนๆนั้นที่ทำให้ดรีมสามารถเป็ตัวเองได้อย่างอิสระเต็มที่โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจใดๆผ่อนคลายเป็สุขเวลาได้อยู่ใกล้อีกฝ่าย
แม้ร่างสูงใหญ่จะชอบผู้ชายก็จริงแต่ก็สุภาพให้เกียรติเขาอยู่เสมอ จนทำให้เด็กหนุ่มวัยว้าวุ่นมีมุมมองทัศนคติต่อเพศที่สามในเชิงบวกมากยิ่งขึ้น
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลินจนเวลาล่วงเลยเกือบสี่ทุ่ม หนุ่มลูกครึ่งเป็ฝ่ายเตือนดรีมให้กลับหอเพราะพรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า
มือใหญ่นำบิลบนโต๊ะไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์เพียงลำพัง คนจิ้มลิ้มรีบวิ่งตามไปขอหารจ่ายด้วย
“ผมขอออกครึ่งนึงด้วยได้มั้ยฮะ ผมเองก็กินไปเยอะเหมือนกัน” เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าเงินออกมาทว่าถูกมือหนาแตะไหล่ปฏิเสธอย่างสุภาพ
“พี่เลี้ยงเองครับดรีมไม่ต้องออกหรอก เราจ่ายส่วนของเราให้พี่เรียบร้อยแล้วนี่นา”เสียงทุ้มกล่าว
เ้าของดวงตากลมโตกะพริบตาปริบๆ ด้วยไม่เข้าใจความหมาย
ดรีมอายหน้าแดงแปร๊ด เมื่อนิ้วหนาของพี่เจแตะลงบนริมฝีปากบางเป็คำตอบ
“จ่ายเป็จูบแล้ว อร่อยมากครับ”
“พ...พี่เจ!!” ใบหน้าหวานโวยวายเรียกเสียงหัวเราะอารมณ์ดีจากอีกฝ่าย
“น้องดรีมอยากน่ารักเองนี่ครับ ฮะฮะฮะ” หนุ่มลูกครึ่งหัวเราะสนุกที่ได้แหย่เด็กหนุ่มนักศึกษา
“ไอ้เจมึงทำอะไรน้องเขาในร้านกูวะ!”เพื่อนเ้าของร้านแซวพี่เจระหว่างคิดเงิน หันมาหาดรีม “น้องๆถ้ามันล่วงเกินอะไรบอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่จัดการมันให้เอง”
“จะให้กูทำอะไรล่ะ ร้านมึงลูกค้าออกเยอะแยะขนาดนี้ไม่มีมุมลับตาให้จู๋จี๋กันเลย” หนุ่มลูกครึ่งวัยสามสิบยิ้มแซว
“อยากได้ก็บอก กูให้ยืมห้องนอนข้างบน ราคากันเองชั่วโมงละห้าร้อยมีห้องน้ำในตัว”
“เอ๊า ไม่บอกแต่แรก กูจะได้พาน้องไปกินซูชิข้างบนโน่น”
พี่เจพูดทีเล่นทีจริง ทำเอาดรีมแอบเสียวสันหลังวาบอยู่หน่อยๆ เริ่มแยกแยะไม่ออกแล้วอันไหนพูดเล่นอันไหนพูดจริงกันแน่
หลังจากสองหนุ่มเพื่อนซี้พูดคุยกันสักพักคราวนี้พี่เชษฐ์เ้าของร้านหันมาพูดกับเด็กหนุ่มบ้าง
“น้องครับ ในบรรดาเพื่อนสนิทที่พี่รู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนนะไอ้เจมันถือเป็คนที่จิตใจดีมากที่สุดเท่าที่พี่เคยรู้จักมาคนนึงเลยให้เกียรติเทคแคร์แฟน รักใครรักจริงไม่มีเื่เ้าชู้ มันเป็คนแบบนี้จริงๆ นะถ้ายังไงช่วยลองรับมันไว้พิจารณาสักคนดูนะครับ” พี่เชษฐ์กล่าวอย่างขึงขังระหว่างเชียร์ขายเพื่อนสนิทเสร็จสรรพ
“ซาบซึ้งว่ะ พูดได้ดีเดี๋ยวกูทิปเพิ่มห้าร้อย” พี่เจหย่อนแบงค์สีม่วงลงกล่องTips จริงๆ
“เออ กูก็พูดไปงั้นแหละหวังผลประโยชน์จากมึง ฮ่าฮ่าฮ่า”พี่เชษฐ์หัวเราะร่า
ดรีมละชอบเวลาที่พี่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันจังเป็เพื่อนที่ดีต่อกันมายาวนาน จนเด็กหนุ่มพลันนึกอยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไอ้เต้เป็แบบนี้บ้างในอีก10-20 ปีให้หลัง แต่ก็นึกไม่ออกแฮะว่าพวกเราจะยังสนิทสนมกันได้แบบทุกวันนี้รึเปล่า
พอพูดถึงไอ้เต้ ก็นึกขึ้นได้ว่าตกดึกขนาดนี้มันคงแข่งบาสฯ เสร็จกลับหอไปแล้วละมั้ง
ดรีมหายโกรธมันแล้ว โกรธไปก็เหนื่อยซะเปล่าๆพลันนึกอยากขอคำปรึกษามันเื่รสนิยมทางเพศตัวเองด้วย ว่าแล้วก็แวะหอมันก่อนกลับดีกว่า
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีเสนอตัวขับรถพาคู่เดตในค่ำคืนนี้ไปส่งเด็กหนุ่มบอกว่าจะแวะหอเพื่อนก่อน จากนี้ไปใกล้ๆ เดินไปสะดวกกว่า
“งั้นพี่ขอไลน์ดรีมได้มั้ยครับ พี่ว่าอยู่กับเราแล้วมีความสุขอยากชวนไปหาอะไรกินกันอีกน่ะ”
“ได้สิฮะ อันนี้ไอดีไลน์ผมนะฮะ”
ทั้งสองแอดช่องทางติดต่อกันหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น พี่เจส่งสติกเกอร์รูปแมวเหมียวมาทักทาย
“ฝันดีนะครับ จะให้ดีก็ฝันถึงพี่นะ เพราะพี่คงจะฝันถึงดรีมเหมือนกัน” ชายหนุ่มผู้หล่อเหลากล่าวพร้อมรอยยิ้มแสนจะไนซ์
“ฮะ... ฝันดีนะฮะ”ใบหน้าเคอะเขินของเด็กหนุ่มทำเอาคนมีอายุมากกว่าหัวเราะอีกครั้ง
“วันนี้พี่มีความสุขนะครับที่ได้เจอเรา”
“วันนี้ผมเองก็สนุกมากเลยฮะไว้...เอ่อ....เรานัดเจอกันอีกได้มั้ยฮะพี่เจ”
“ครับ แล้วเจอกันนะน้องดรีม”
พี่เจเดินมาส่งดรีมที่ปากซอยก่อนจะแยกย้ายกันไปในที่สุด เด็กหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่พี่เขาไม่แตะต้องหรือขอกอดอะไรอีกเลยนับจากนั้น
...แต่เอ๊ะ?เราคิดแบบนี้จะเหมือนคาดหวังอะไรอยู่รึเปล่านะ? เราอยากให้เขากอดแบบในร้านอาหารอีกงั้นเหรอ?...
...ั้แ่เจอพี่เจเข้าไป เราก็ชักไม่เป็ตัวของตัวเองแล้วสิ...
ดรีมคิดในใจ
นิ้วเรียวไลน์หาเพื่อนหนุ่มนักกีฬาจอมกวน ว่าเพิ่งกินข้าวเสร็จมีเื่อยากจะปรึกษา
ไอ้เต้ตอบไลน์อย่างรวดเร็วว่าอยู่หอแวะมาได้เลย
เด็กหนุ่มหน้าหวานเดินบนฟุตบาทริมถนนยามค่ำคืนเพียงลำพังเพิ่งสังเกตว่าอากาศคืนนี้เย็นสบายมีลมโกรกบางเบา
ใบหน้านวลเหม่อมองท้องฟ้ายามกลางคืนที่มีพระจันทร์เสี้ยวส่องสว่าง พลางนึกถึงรอยยิ้มของพี่เจที่สว่างอบอุ่นแบบนี้เช่นกัน
อยู่ด้วยแล้วช่างสงบร่มเย็นเป็สุขเหลือเกิน