เริ่มต้น
"มีคำกล่าวของหญิงสาวสมัยก่อนที่ว่าเมื่อหญิงสาวแต่งงานเข้าบ้านสามี หนึ่งเคารพคำของพ่อแม่สามี สองเชื่อฟังสามี สามมีชีวิตอยู่เพื่อครอบครัวสามีเมื่อตายก็เป็ผีตระกูลสามี"แม่กล่าวขึ้นเพราะคำกล่าวนี้เป็สิ่งที่หญิงสาวทุกคนในยุคสมัยนี้ต้องพบเจอยามเมื่อแต่งเข้าไปยังบ้านสามีไม่มีสิทธิไม่มีเสียงทำได้เพียงรับคำของครอครัวสามีทำได้เพียงอดทนก้มหน้าเลี้ยงลูกตนถ้าได้ครอบครัวสามีที่ดีก็ดีไปแต่ถ้าได้ไม่ดีอย่างสะภ้ใหญ่ทำได้เพียงดูสีหน้าของแม่สามีหรือเข้าข้างกับอีกฝ่ายแทน
"จะว่าไปพ่อกับแม่ดีใจไหมคะ ที่ได้กลับมาเป็หนุ่มสาววัย 20 แต่หนูเนี่ยกลายเป็เด็กน้อย 4 ขวบ"ฟ่านหลิ่งซางพูดขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยายกาศพร้อมอมยิ้มแต่โดนพ่อฟ่านเจียนโจวจับแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวบีบเล่นเบาๆ
"แล้วลูกสาวของพ่อไม่ดีใจเหรอ ที่ได้กลับมาเป็เด็กน้อยหือ"
"ก็ดีใจอยู่ค่ะ แต่ว่าร่างนี้มันช่วยพ่อแม่ทำงานไม่ค่อยสะดวกเท่าไร"ก่อนที่เ้าตัวจะก้มมองร่างน้อยๆของตนเองจะช่วยจะจับอะไรก็คงไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก
"โธ่ ลูกสาวตัวน้อยของแม่ ไม่เห็นเป็ไรเลยลูกช่วยเท่าที่ลูกทำได้เพราะลูกสาวแม่เก่งที่สุดอยู่แล้ว"แม่กู่เย่อเล่อลูบหัวน้อยๆของลูกสาว
"งั้นพ่อกับแม่ก็มีน้องให้หนูสิคะ จะได้มีคนช่วยหนูเพิ่ม"เด็กน้อยยิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อก่อนแม่นั้นมีภาวะการมีบุตรยากหลังจากมีเธอแล้วแม่กับพ่อก็ไม่มีน้องตัวน้อยๆให้เธอเลยทำให้เธอเป็ลูกคนเดียว เธอนั้นอยากมีน้องชายหรือน้องสาวมาเรียกเธอ พี่จ๋า แม่ที่ได้ยินลูกสาวพูดแบบนี้ก็หน้าแดงใหญ่แต่ผิดกับพ่อที่ยิ้มจนปากจะฉีดถึงปากหูอยู่แล้ว
"เ้าเล่ห์นักนะเรา"แม่รู้ได้ทันทีว่านี้เป็แผนที่ลูกสาววางไว้
"แล้วพ่ออยากให้หนูมีน้องไหมคะ"เด็กเล่ห์ไม่หยุดหันไปถามพ่อตน
"อยากสิ แต่ต้องถามแม่ของลูกก่อน"พ่อส่งสายตาไปทางแม่ก่อนที่จะโดนตีที่หัวไหล่เบาๆ
"มีแน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้"ตัวเธอนั้นก็อยากมีลูกอีกแต่ตอนนี้ก็ต้องทำให้ทุกอย่างมีพร้อมในการที่จะมีลูกหรือการเลี้ยงดูเด็กสักคนก่อนที่ทั้งสามจะแยกย้ายกันไปพ่อฟ่านอยู่แถวหน้าบ้านจัดเก็บของให้เข้าที่ส่วนสองแม่ลูกก็ไปจัดการด้านในบ้าน
"เ้ารอง เ้ารอง"เสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าบ้านทำให้พ่อฟ่านที่อยู่หน้าบ้านหันไปหาคนที่เรียกตน นั้นก็คือปู่ฟ่านที่เดินเข้ามาอยู่หน้าบ้านพร้อมของที่ถือมาจำนวนหนึ่ง
"พ่อเอายาห่อลดไข้มาให้หลาน มีพวกข้าวสาร 3 กำใหญ่และเมล็ดธัญพืช"ปู่ฟ่านยืนให้ลูกชายคนรอง ข้าวสารในยุคนี้แต่ละบ้านจะได้รับแค่10กำเท่านั้นเนื่องจากภัยแล้งครั้งก่อนทำให้ผลผลิตไม่ได้ตามที่้าส่วนแบ่งผลผลิตต่างให้ชาวบ้านก็น้อยลง
"ลูกซางหายดีแล้วครับพ่อ ขอบคุณพ่อมากนะครับ แล้วแม่เป็ไงบ้าง"พ่อฟ่านเจียนโจวขอบคุณคนตรงหน้าอย่างใจจริงส่วนหลังนั้นถามแค่เป็มารยาทเท่านั้น
"พ่อจัดการแม่แกแล้วน่าจะไม่มายุ่งกับพวกแกแล้ว"ปู่ฟ่านบอกลูกชายคนรองเพื่อความสบายใจของอีกฝ่าย
"คุณพ่อคะ เอาหัวมันไปกินด้วยสิคะ"แม่กู่เย่อเล่อเมื่อรู้ว่าใครมาก็รีบนำเอาหัวมันที่เ้าบ้านเก็บเอาไว้มาแบ่งพ่อสามีผสมกับหัวมันจากในกำไลไม้ ให้ปู่ฟ่านกลับไปกิน
"ไม่ได้ลูกสะใภ้เก็บไว้กินกันเถอะที่บ้านพ่อมีอาหารอยู่ถ้าไม่พอค่อยขึ้นไปหาบนเขา อีกอย่างฟ่านหลิ่งซางกำลังโต"ปู่ฟ่านยิ้มอ่อนโยนให้กับทั้งสองคนก่อนจะมีเด็กน้อยวิ่งมาตรงหน้าคนเป็ปู่
"หนูโตแล้ว คุณปู่ต่างหากที่จะต้องกินเพื่อจะได้มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อ อยู่ยืนยงเหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่คอยเป็ที่พึ่งพิงของลูกหลานอีกอย่างการให้ของแก่ผู้ใหญ่ก็ถือเป็การแสดงความกตัญญูอีกอย่าง"ฟ่านหลิ่งซางหยิบยกเื่ความกตัญญูต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายายขึ้นมาเพื่อไม่ให้คุณปู่ปฏิเสธของเหล่านี้
"ก็ได้ ปู่จะรับไว้แต่ว่าหนูไปเรียนคำพูดคำจาเื่พวกนี้มาจากไหนหือ หลานสาวตัวน้อยของปู่"เพราะสิ่งที่หลานสาวพูดเหมือนเป็คนมีการศึกษาเลย
"แกไปจำมาจากพวกยุวปัญญาชนหญิงที่พูดเื่กตัญญูนะคะ ใช่ไหมจะลูก"แม่กู่รีบอ้างถึงยุวปัญญาชนเพราะสมัยนี้คนที่มีการศึกษาจะมาจากในตัวเมืองหรือเมืองหลวง
"ใช่ๆค่ะ"ฟ่านหลิ่งซางตอบตามมาไป
"หลานปู่เนี่ยเก่งจริงๆ"ปู่ฟ่านกล่าวชมหลานสาวตัวน้อยก่อนจะบอกลาทั้งสามคนกลับบ้านตน คนทั้งสามมองปู่ฟ่านเดินไปจนลับตา
"พ่อแม่ค่ะ เราไปหาของป่ากันไหมคะเพื่อเราจะเจอของดี"ฟ่านหลิ่งซางอยากลองไปหาของป่าเผื่อจะเจอพวกสมุนไพรจำพวก โสม เห็ดหลินจือแดง อย่างในนิยายที่พวกตัวเอกชอบเจอ
"ที่ลูกบอกพ่อว่าน่าสนใจนะแม่"พ่อฟ่านเห็นด้วยกับลูกสาวเพื่อจะได้ของป่ามาแล้วเอาของในมิติมาแซมๆไปขายในตลาดมืด
"ได้สิ แต่แม่เอาของไปเก็บก่อน คุณกับลูกก็เตรียมของแล้วกัน"ก่อนที่แม่กู่จำถอดกำไลไม้ส่งไปให้พ่อเผื่อจะเอาอะไรออกมาใช้ก็จะเอาของที่ได้จากพ่อสามีไปเก็บในครัว
พ่อไสรถเข็นที่จอดอยู่ข้างบ้านมายังหน้าบ้านส่วนฟ่านหลิ่งซางไปหยิบตะกร้าสานสะพายหลังมาใส่รถเข็นพอเตรียมของเสร็จแล้วพ่อฟ่านให้ฟ่านหลิ่งซางและแม่กู่นั่งในรถเข็นส่วนตัวเองจะเป็คนเข็นไปแต่แม่กู่จะเดินเพื่อเป็การออกกำลังกายจึงให้ลูกนั่งตามมาทั้งสามก็มุ่งหน้าไปยังป่าเขาที่อยู่ด้านหลังบ้าน