สายลมยามเช้าพัดผ่านยอดกำแพงหินสูงของ นครเทียนหลิง อย่างแ่เบา ที่นครแห่งนี้ถูกปกครองด้วย “สภาเทียนหลิง” ไม่ใช่กษัตริย์ แต่ปกครองโดย “สภา” โครงสร้างสภาประกอบด้วย: 5 สำนักใหญ่ (แกนหลัก) แต่ละสำนักมี 1 ที่นั่ง ตัวแทนผู้พิพากษา์ (1 ที่นั่ง) ตระกูลจ้าวซึ่งเป็ตระกูลพ่อค้าใหญ่ (1 ที่นั่ง) รวม: 7 ที่นั่ง การตัดสินใช้เสียงข้างมากแต่ “ผู้พิพากษา์” มีสิทธิ์ยับยั้งได้เสมอ
แสงอาทิตย์แรกของวันค่อย ๆ ไล้ลงบนหลังคากระเบื้องสีครามเรียงรายนับไม่ถ้วน เงาของหอคอยสูงทอดยาวไปตามถนนหินที่เต็มไปด้วยผู้คน—พ่อค้า นักฝึกยุทธ และศิษย์จากสำนักต่าง ๆ
ที่นี่…คือเมืองที่ผู้คนใฝ่ฝันจะได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
และในขณะเดียวกัน…ก็เป็เมืองที่พร้อมจะเหยียบคนที่อ่อนแอให้จมลงไป
เสียงเหล็กกระทบกันดัง “แกร๊ง! แกร๊ง!” สะท้อนอยู่ในลานฝึกด้านในของสำนักกระบี่ฟ้าคราม
“เร็วขึ้น! ช้าแบบนี้จะไปสู้ใครได้!”
เสียงะโของอาจารย์เหอดังขึ้น ขณะที่ศิษย์หลายสิบคนกำลังฝึกกระบี่อย่างตั้งใจ
ในกลุ่มนั้น มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นที่สุด…แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดา
เขาชื่อ—เสี่ยวชวน เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี
ร่างของเขาเคลื่อนไหวไปตามท่ากระบี่พื้นฐานอย่างแม่นยำ
ไม่เร็วที่สุด ไม่แรงที่สุด
แต่ “นิ่ง” และ “คม” กว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
“เสี่ยวชวน วันนี้ก็ยังไม่หลุดท่าเลยนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ
เด็กหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
หลัวเจิน—เพื่อนเพียงไม่กี่คนที่ยังคุยกับเขาเป็ปกติ
เสี่ยวชวนหยุดดาบเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมอง
“ก็แค่ท่าพื้นฐาน จะพลาดได้ยังไง”
“โห ฟังดูมั่นใจนะ”
“ไม่ใช่มั่นใจ…แค่ไม่อยากโดนตีเพิ่ม”
หลัวเจินหัวเราะเบา ๆ
“ข้าอยู่ขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายแล้วนะ อีกนิดก็จะสร้างแกนพลังได้แล้ว”
“พอถึงขั้นนั้น…ต่อให้สิบคนขั้นก่อกำเนิดอย่างเรา ก็สู้ไม่ได้”
“อืม ฟังดูไม่เลว ข้านี่สิยังไม่ถึงไหนเลย” เสี่ยวชวนกล่าว
“เอาน่า อย่างน้อยเ้าก็มีแววมากกว่าข้าเยอะ”
เสี่ยวชวนไม่ได้ตอบ เขาแค่หันกลับไปฝึกต่อ
ปลายดาบเคลื่อนไหวอีกครั้ง—นิ่ง เงียบ และแม่นยำ
สายตาของอาจารย์เหอเหลือบมองมาทางเขาแวบหนึ่ง
…เด็กคนนี้
ไม่โดดเด่นในด้านพลัง
แต่ “การควบคุม” กลับเหนือกว่าคนอื่น
ถ้าได้ฝึกต่อ…อาจไปได้ไกล
แต่ในโลกนี้
แค่ “ไปได้ไกล” ยังไม่พอ
ต้อง “แข็งแกร่งพอ” ด้วย
เสียงระฆังดังขึ้น
การฝึก่เช้าสิ้นสุดลง
เหล่าศิษย์ค่อย ๆ แยกย้ายกันไป บ้างคุยกัน บ้างหัวเราะ บ้างเปรียบเทียบพลังกันอย่างคึกคัก
“วันนี้ข้ารู้สึกว่าพลังข้าขึ้นนะ”
“จริงดิ? ข้ายังติดอยู่ขั้นเดิมเลย”
“ก็เ้ามัวแต่คุย ไม่ฝึกจริงจังไงล่ะ!”
เสียงเ่าั้ดังอยู่รอบตัว
แต่เสี่ยวชวนไม่ได้สนใจ
เขาเก็บดาบ…แล้วเดินออกจากลานฝึกอย่างเงียบ ๆ
ถนนสายเล็กด้านหลังสำนักเงียบกว่าด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ที่ปลายทาง…มีบ้านไม้เล็ก ๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่
เสี่ยวชวนผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ
“ข้ากลับมาแล้ว”
“พี่ชวน!”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นทันที
เด็กสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากด้านใน ใบหน้าของนางสว่างขึ้นทันทีที่เห็นเขา
หลินเยว่
นางไม่ใช่ศิษย์สำนัก
ไม่ใช่นักฝึกยุทธ
เป็เพียงเด็กสาวธรรมดาอายุสิบห้าปี
แต่สำหรับเสี่ยวชวน…
นางคือ “บ้าน”
“วันนี้ช้ากว่าปกตินะ” นางพูดพร้อมยื่นถ้วยน้ำให้
เสี่ยวชวนรับมาแล้วดื่มทันที
“ฝึกนานไปหน่อย”
“โกหก” หลินเยว่หรี่ตาเล็กน้อย “พี่โดนเพิ่มโทษอีกใช่ไหม”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
“…นิดหน่อย”
“นิดหน่อยของพี่คือโดนตีเพิ่มอีกยี่สิบทีใช่ไหมล่ะ”
เสี่ยวชวนเงียบ
หลินเยว่ถอนหายใจเบา ๆ
“พี่ชวน…พี่ไม่ต้องพยายามเก่งขนาดนั้นก็ได้นะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าไม่พยายาม…ข้าจะปกป้องเ้าได้ยังไง”
คำพูดนั้นทำให้นางงียบไป
สายตาของหลินเยว่สั่นเล็กน้อย…แต่นางก็ยิ้มออกมา
“ข้าปกป้องตัวเองได้อยู่แล้ว”
“อืม…เก่งที่สุดแล้ว”
เสี่ยวชวนยกมือขึ้นลูบหัวนางเบา ๆ
่เวลาสั้น ๆ นั้น
ไม่มีสำนัก ไม่มีพลัง ไม่มีการแข่งขัน
มีแค่…พี่ชายกับน้องสาว
่บ่ายของนครเทียนหลิงคึกคักกว่า่เช้า
ตลาดกลางเมืองเต็มไปด้วยเสียงผู้คน
ร้านขายโอสถ
ร้านตีอาวุธ
และของหายากมากมาย
“พี่ชวน ดูนี่สิ!”
หลินเยว่ชี้ไปที่ร้านขายของเล็ก ๆ
“ขนมหวานอีกแล้วเหรอ”
“แค่วันนี้วันเดียว!”
“เ้าพูดแบบนี้ทุกวัน”
“งั้นก็แปลว่ามันใช้ได้ผล”
เสี่ยวชวนส่ายหัว แต่ก็ยอมเดินเข้าไป
ชีวิตของพวกเขาเรียบง่าย
ไม่หรูหรา
แต่ก็ไม่ลำบาก
จนกระทั่ง—
“เสี่ยวชวน”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
เขาหันไป
เด็กหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ตรงนั้น
สายตาเ็า
จางหลง ศิษย์ในสำนักเดียวกัน
ขอบเขตขั้นที่ 2 : “สร้างแกนพลัง” ขั้นต้น
่พลัง: นักสู้จริงจัง – ระดับหัวกะทิ
ขอบเขตสร้าง “แกนพลัง” ในร่าง
ใช้วิชาได้เสถียร
เริ่มมี “พลังเฉพาะตัว”
อายุไข: ~150–200 ปี
จุดเด่น: เริ่มเหนืุ์
จุดอ่อน: ต้องฝึกสะสมนาน
“ได้ยินว่าเ้าฝึกดีขึ้นนี่”
เสี่ยวชวนมองเขาเฉย ๆ
“แล้ว?”
จางหลงยิ้มมุมปาก
“ก็แค่แปลกใจ…คนอย่างเ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเล็กน้อย
หลินเยว่ขยับเข้ามาใกล้เสี่ยวชวนโดยไม่รู้ตัว
“หากไม่มีพลังฝีมือระวังจะปกป้องน้องสาวผู้งดงามของเ้าเอาไว้ไม่ได้ก็แล้วกันนะ หึๆ” จางหลงกล่าวพร้อมเหลือบมองไปทางหลินเยว่แล้วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ถ้าไม่มีอะไร ข้าจะไปแล้ว”
เสี่ยวชวนพูดเรียบ ๆ แล้วเดินผ่านไป
จางหลงไม่ได้ขวาง
แต่สายตาของเขายังคงจ้องตาม
…ไม่ชอบมันเลย
ไอ้คนนี้
เย็นวันนั้น
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้ม
ลมเย็นพัดผ่านเมือง
เสี่ยวชวนยืนอยู่คนเดียวบนเนินเล็ก ๆ มองลงไปยังนครเทียนหลิง
แสงไฟเริ่มสว่างขึ้นทีละจุด
เมืองนี้…สวยงาม
แต่ก็ห่างไกลจากคำว่า “อ่อนโยน”
“พี่ชวน!”
เสียงของหลินเยว่ดังขึ้นจากด้านหลัง
นางวิ่งมาหยุดข้าง ๆ เขา หายใจเล็กน้อย
“ข้าหาแทบแย่”
“ข้าอยู่ที่นี่ทุกวัน”
“แต่วันนี้พี่ดูเงียบแปลก ๆ”
เสี่ยวชวนไม่ตอบทันที
สายตาของเขายังคงมองไปข้างหน้า
“…เยว่”
“หืม?”
“ถ้าวันหนึ่ง…ข้าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”
นางชะงัก
“พี่พูดอะไรน่ะ”
“ข้าหมายถึง…ถ้า”
“ไม่มีถ้า” นางตอบทันที
“…ข้าจะอยู่ตรงนี้”
น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าที่คิด
เสี่ยวชวนหันมามอง
ในดวงตาคู่นั้น…ไม่มีความลังเล
“…อืม”
เขายิ้มบาง ๆ
ทันใดนั้น—
“เสี่ยวชวน”
เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง
ชายในชุดศิษย์ชั้นสูงยืนอยู่ตรงนั้น
“อาจารย์เหอเรียกเ้า”
บรรยากาศเงียบลงทันที
“มีอะไรเหรอ”
“ไม่รู้ แต่ดูจริงจัง”
เสี่ยวชวนพยักหน้า
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เขาหันไปมองหลินเยว่
“รอข้าที่บ้าน”
“…อืม”
นางพยักหน้าเล็กน้อย แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หอทดสอบพลังตั้งอยู่ใจกลางสำนัก
อาคารสูงตระหง่าน เงียบ และกดดัน
เสี่ยวชวนเดินเข้าไป
ภายใน…มีเพียงไม่กี่คน
อาจารย์เหอ
ชายอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้า
และบางอย่างที่เขาไม่สามารถอธิบายได้
สายตาของชายคนนั้น…ลึกเกินไป
“มาแล้วหรือ”
อาจารย์เหอพูด
“ขอรับ”
“วันนี้จะมีการทดสอบพลังเพิ่มเติม”
เสี่ยวชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เพิ่มเติม?”
ชายแปลกหน้าก้าวออกมา
“ข้าคือ เย่หาน จากสำนักจิติญญา”
ชื่อสำนักนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
สำนักที่ “ตรวจจับความผิดปกติของพลัง” เป็หนึ่งในแกนหลักของสภาเทียนหลิง
สายตาของเย่หานจับจ้องมาที่เสี่ยวชวน
“…เข้ามา”
มือของเสี่ยวชวนแตะลงบนแท่นทดสอบ
ชั่วขณะนั้น—
ลมในห้อง…หยุดนิ่ง
แสงจากแท่นควรจะเป็ “สีฟ้าอ่อน”
แต่—
มันกลับ “มืดลง”
เหมือนถูกบางอย่างกลืนกิน
“...?”
อาจารย์เหอขมวดคิ้ว
เย่หานก้าวเข้ามาทันที สายตาคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าขยับ”
เสียงของเขา…ไม่ใช่คำสั่งธรรมดา
แต่มันคือ “คำเตือน”
แสงบนแท่นเริ่มสั่น
จากสีฟ้า—
กลายเป็ “สีดำเจือแดง”
อากาศเย็นลงอย่างผิดปกติ
ศิษย์บางคนถึงกับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“นี่มัน…”
ใครบางคนพึมพำ
ทันใดนั้น—
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเสี่ยวชวน
“ในที่สุด…ก็หาเจอ…. สังหารสิแล้วเ้าจะแข็งแกร่งขึ้น!!”
หัวใจของเขากระตุกแรง
“ใคร!?”
ไม่มีคำตอบ
แต่—
แท่นทดสอบ “แตกร้าว”
เสียง เปรี๊ยะ—!
รอยร้าววิ่งไปทั่วพื้นผิว
เย่หานยกมือขึ้นทันที
“หยุด! เดี๋ยวนี้!”
ตูม—!
แรงกระแทกบางอย่างปะทุออกมา
แสงดับวูบ
ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด
เมื่อแสงกลับมา—
ทุกสายตาจับจ้องไปที่เสี่ยวชวน
…เหมือนกำลังมอง “สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่”
เย่หานจ้องเขาแน่น
แล้วพูดช้า ๆ
“เด็กคนนี้…ต้องถูกเฝ้าระวัง”
และในวินาทีนั้น—
เสี่ยวชวนก็รู้ว่า
เขา…ไม่มีทางกลับไปเป็คนเดิมได้อีก