ใบหน้าหล่อเหลาของตู้เหิงแดงก่ำ รีบเอ่ยวิงวอน “พี่เซี่ยอย่าทิ้งข้าไว้แบบนี้สิ! ภรรยาข้าทำไม่...เอาน่า...ท่านช่วยทายาให้ข้าก่อนไปนะ…”
เซี่ยอี้จือเหมือนจะจับสังเกตอะไรได้จ้องมองตู้เหิง ก่อนหันไปมองหลิงจือ ยกยิ้มมุมปากเอ่ย “ทำไมน้องสะใภ้ทายาให้ไม่ได้เล่า? พวกเ้าเป็สามีภรรยากันมิใช่หรือ? ทำไมห่างเหินนัก?”
หลิงจือคิดในใจขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังความลับแตกแน่ จึงเดินมาข้างหน้ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “สามี ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงกลัวว่ากลิ่นยาแรงๆ นี่จะติดตัวข้าไปด้วย แต่ข้าไม่ได้บอบบางอย่างที่ท่านคิดหรอกนะ? เอาเถอะเื่ทายาเดี๋ยวข้าจัดการเอง ตอนนี้มืดค่ำแล้ว ถ้าพี่เซี่ยยังไม่รีบกลับบ้าน แม่เขาคงจะร้อนใจแย่”
“ไม่ใช่นะ...อย่า…”
ตู้เหิงยังพยายามจะรั้งเซี่ยอี้จือไว้แต่เมื่อเห็นหลิงจือส่งสายตาดุใส่ ก็ยอมปิดปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ฮ่าฮ่า...น้องชาย เ้าเป็ผู้ที่ใส่ใจภรรยาที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลย...ฮ่าฮ่า...เอาเถอะปล่อยให้น้องสะใภ้ทายาให้เ้าละกัน! ข้าจะกลับแล้ว” เซี่ยอี้จือเดินไปยิ้มไป
หลังจากเซี่ยอี้จือกลับไปหลิงจือกำขวดยาในมือ ทำใจกล้าเดินเข้าไปข้างเตียง
ส่วนตู้เหิงเมื่อเห็นเธอเดินมาก็ร้องเสียงหลงรีบดึงกางเกงขึ้น เขยิบหนีไปทางมุมกำแพง เขาห่อตัวชิดมุมกำแพงไม่ทันระวังจนไปโดนาแเข้า เจ็บจนหน้าตาบูดเบี้ยวแต่ยังคงยกมือขึ้นห้ามหลิงจือเข้าใกล้
“ภรรยา เ้าห้ามเข้ามานะ...ห้ามเข้ามา…” ตู้เหิงหน้าแดง จ้องมองหลิงจือราวกับเป็ตัวอันตราย
หลิงจือนั่งลงข้างเตียงเอียงหน้ามองตู้เหิง กัดฟันเอ่ย “ท่านหมอ ท่านจะหลบไปทำไม? กลัวข้าจะจับท่านกินหรือไงกัน?”
“ก็...ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด...ยังก็ให้ดูไม่ได้...ดูไม่ได้...โอ๊ย…” ตู้เหิงร้อนรนจนขยับไปถูกแผลอีกรอบเจ็บจนกัดฟันกรอด
หลิงจือวางขวดยาลงบนเตียงเต็มแรงเอ่ยกับตู้เหิง “ตอนท่านทายาให้ข้าได้มองไหม? ทำไมตอนนั้นไม่คิดถึงเื่ ‘ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด’ บ้างล่ะ? พอถึงทีข้าทายาให้ท่านบ้างกลับร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างกับสาวน้อยไปได้?”
“ก็...ตอนนั้นเ้าาเ็หนักมาก ในสถานการณ์ฉุกเฉินข้าไม่มีเวลามานั่งใส่ใจหรอก…”
“งั้นตอนนี้ท่านเจ็บไม่หนักงั้นหรือ? ท่านจะไม่ทายาก็ได้นะ ปล่อยให้ก้นเน่าไปก็แล้วกัน!”หลิงจือถลึงตาพูด
ตู้เหิงสีหน้าโอดครวญเอ่ย “ข้าถึงจะให้พี่เซี่ยช่วยทาให้ไง...เ้าดันปล่อยเขากลับไปซะได้…”
“ท่านกลัวเขาจะไม่รู้หรือไงว่าพวกเราเป็สามีภรรยาปลอมๆ กันหะ?” หลิงจือเอ่ยเสียงดัง “แค่เมื่อกี้เขาก็เริ่มจะสงสัยแล้ว!”
“ตะ...แต่ว่า...ั้แ่เกิดมายังไม่มีผู้หญิงคนไหนได้เห็น...ก้นของข้ามาก่อน…” ตู้เหิงเบ้ปาก สีหน้าลำบากใจ
“เพ้ย!” หลิงจือแหวใส่เขา “คิดว่าข้าอยากดูก้นท่านนักหรือไง? ตอนนี้ข้าเป็หมอหมอจะทายาให้คนไข้ ยังจะมาแบ่งแยกชายหญิงอะไรอีก? ท่านเองก็เป็หมอแท้ๆ! จะคิดมากเื่พวกนี้ไปทำไม!”
ตู้เหิงเห็นใบหน้าโกรธขึ้งของหลิงจือก็เม้มปาก นอนคว่ำหน้าลงอย่างว่าง่าย เขาสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ปิดตาแน่นท่าทางราวกับวีรบุรุษพร้อมสละชีพเพื่อชาติ
หลิงจือรู้สึกทั้งอารมณ์ดีและขบขันมาก
“ท่านอย่าหยุกหยิกนักสิ เืซึมเลอะกางเกงไปหมดแล้วเนี่ย…” หลิงจือพูดพลางค่อยๆ ดึงกางเกงของตู้เหิงลง
“เอ่อ พอแล้วๆ…” เมื่อดึงลงมาได้ครึ่งหนึ่ง ตู้เหิงก็โวยขึ้นมา “ถึงตรงนี้ก็พอ…”
“พรืด…” หลิงจืออดขำไม่ได้ “ท่านอย่าทำท่าเหมือนว่าข้าจะล่วงเกินท่านได้ไหม? นี่ข้ายังกลัวเสียสายตาอยู่เลยเนี่ย!”
หลิงจือแม้ปากจะเอ่ยเสียงแข็งแต่แก้มสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่อเธอเองก็เพิ่งเคยใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้เป็ครั้งแรกเหมือนกันนั่นแหละ
“เฮ้อ เจ็บตรงไหนไม่เจ็บ ดันมาเจ็บก้น...น่าอายชะมัด…”
ตู้เหิงรู้สึกถึงมือของหลิงจือที่ััถูกาแของเขาแ่เบาความเย็นสบายเข้ามาสลายความเ็ปแสบร้อนให้หายไปในทันทีที่กำลังรู้สึกอับอายก็พลันมีความหวามหวานเข้ามาแทนที่ เขาแอบนึกในใจว่าสามีภรรยาก็ควรต้องเป็แบบนี้สินะ?
หลังจากทายาเสร็จ ตู้เหิงก็พยายามยกตัวขึ้น
หลิงจือดันร่างเขาไว้เอ่ย “ท่านอย่าเพิ่งขยับตัวสิ้าอะไรบอกมาเดี๋ยวข้าหยิบให้”
ตู้เหิงส่ายหน้า “ไม่ได้้าอะไรหรอกข้าแค่จะลงไปนอนด้านล่าง”
หลิงจือเหลือบมองม้วนฟางที่กองอยู่ตรงมุมกำแพงเอ่ยหน้านิ่วคิ้วขมวด “ท่านาเ็อยู่ อย่าไปนอนพื้นจะดีกว่า สองสามวันนี้ท่านนอนเตียงเถอะเดี๋ยวข้านอนพื้นเอง”
“อย่างนั้นได้ที่ไหนกัน?” ตู้เหิงโวย “เ้ากับข้าไม่เหมือนกัน ข้าเป็ผู้ชาย ร่างกายทนหนาวได้แต่ผู้หญิงต้องระวังไม่ให้โดนความหนาวเย็น ไม่ว่าจะยังไงข้าจะไม่ให้ภรรยานอนพื้นเด็ดขาด”
หลิงจือเชิดหน้าพูด “ข้าก็เหมือนกัน!ไม่ว่ายังไง ข้าจะไม่ยอมให้คนเจ็บนอนพื้นแน่นอน!”
ตู้เหิงกะพริบตาปริบๆใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีเื เขาเอ่ยด้วยสีหน้าอึกอัก “หรือว่า...พวกเรา...พวกเรานอนเตียงด้วยกันไหม? ยังไงเตียงนี้...ก็กว้างพอ…”
เอ่ยจบ เขาก็รีบก้มหน้างุดใบหน้าแดงแจ๊ดราวกับมะเขือเทศสุก แดงลามไปจนถึงต้นคอ
หลิงจือได้ยินก็รู้สึกว่าหน้าร้อนราวกับถูกไฟเผา เอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “งะ...ไหงเป็งั้นล่ะ?”
ตู้เหิงขยับตัวชิดด้านในเหลือที่ว่างไว้เกินกว่าครึ่งเตียง หลบหน้าเอ่ย “ยังไง...พวกเรา...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแต่งงานกัน...ต้องนอนร่วมเตียงกันอยู่แล้ว...อีกอย่างข้าเคยเห็นเ้า...เ้าก็เคยเห็นข้า...นอนด้วยกันคงไม่เป็ไรหรอก...”
หลิงจือใบหน้าแดงก่ำจนแทบกลั่นเป็หยดเืเธอยื่นมือออกไปเคาะศีรษะตู้เหิง เอ่ย “ท่านพูดจาไร้สาระอะไรเนี่ย?”
ตู้เหิงหันหน้ากลับมาพูดน้ำเสียงจริงใจ “ภรรยา เ้าโปรดวางใจ สภาพข้าเป็แบบนี้ ไม่มีทางทำอะไรเ้าแน่นอนข้าแค่เป็ห่วงเ้า ไม่อยากให้นอนบนพื้นเย็นๆ”
หลิงจือเห็นเขาท่าทีจริงใจก็คิดว่าตัวเองเป็ผู้หญิงสมัยใหม่เชียวนะ จะมาหวงตัวเท่ากับหญิงยุคโบราณได้ยังไง? ก็แค่นอนเองไม่ใช่หรือ? ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกกลัวไปทำไมกัน?
เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงจือก็เป่าปากดับตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะ ค่อยๆ ถอดรองเท้าก่อนทิ้งตัวลงนอนแ่เบาข้างตู้เหิง
“หึ ข้าเป็คนนอนดิ้นนะ ไม่ระวังจะเตะถูกแผลท่านได้…” หลิงจือเอ่ยเสียงเบาท่ามกลางความมืด
ข้างๆ กันมีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของตู้เหิงลอดออกมา “ภรรยาเ้านอนให้สบายใจเถิด เดี๋ยวข้าจะคอยหลบเอง”
หลิงจือสูดกลิ่นหอมของยาสมุนไพรที่แฝงมากับตัวตู้เหิงพลันในใจก็รู้สึกสงบ เธอรู้ดีว่านี่เป็กลิ่นเฉพาะตัวของตู้เหิง กลิ่นนี้ทำให้เธอรู้สึกสงบสบายใจเป็พิเศษ
“ภรรยา...” ตู้เหิงเอ่ยเรียกเสียงเบา
“หืม?”
“เ้ารีบจำให้ได้เร็วๆ เถิด…” น้ำเสียงตู้เหิงแฝงไปด้วยความคาดหวัง “ข้าอยากจะหาพ่อแม่เ้าเจอวันพรุ่งนี้เลยแล้วจะได้ขอเ้ากับพวกท่าน แต่งเ้าเข้าบ้านอย่างถูกต้อง…”
หลิงจือพลันรู้สึกหัวใจตัวเองเต้นเร็วดั่งรัวกลองความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนสายหนึ่งก่อตัวขึ้นภายในก้นบึ้งของจิตใจ เธอยกยิ้มมุมปากแววตาที่จ้องมองตู้เหิงอ่อนโยนราวกับสายธาร เสียดายเพียงแต่แสงน้อยไปนิด ตู้เหิงจึงมองไม่เห็น...
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า