(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 74 การทดสอบของทันย่า คนที่ 1

            เทพสงครามหลี่จิ้ง ผู้ทรงพลังและสงบนิ่งมาตลอดหลายสิบปี ถึงกับต้องมาควบคุมดูแลการทลายพันธะแห่งราชันสงครามด้วยตนเอง

    สายตาของเขาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง


            “เจ้าจะเอาแบบนั้นจริงๆ—?!!”


            ในขณะที่ย้อนกลับไปยังการสนทนาก่อนหน้านี้ ทันย่ารู้ดีว่าการที่เขาเข้าร่วมในฐานะราชันสงครามหน้าใหม่ เขาจำเป็นต้องพิสูจน์ความสามารถด้วยการต่อสู้กับผู้ที่เหนือกว่าตน


            การทลายพันธะแห่งราชันสงครามครั้งนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด


            ในฐานะราชันสงครามลำดับที่ 130 ซึ่งเป็นลำดับที่อยู่ต่ำสุดในบรรดาราชันสงคราม


            ทันย่าต้องต่อสู้กับผู้ที่มีอันดับสูงกว่าอีกห้าคน และชายหนุ่มได้ตัดสินใจเลือกคู่ต่อสู้อย่างเฉียบขาด เลือกตามข้อมูลที่ดาวาลได้แนะนำมา


            ราชันสงครามลำดับที่ 120 กานจิ และ ราชันสงครามลำดับที่ 110 ตงหยาง ทั้งสองเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ซึ่งพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมทันย่าถึงเลือกพวกเขา แต่เมื่อเขาประกาศว่าจะสู้กับลำดับที่ 75 เบลาลิน และ ลำดับที่ 60 อัสนีผู้ยิ่งใหญ่


            ซึ่งเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 4 และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคนสุดท้ายที่ท้าทาย ราชันสงครามลำดับที่ 30 อัลเบี้ยน ผู้เป็นถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 5 ทุกคนที่อยู่ในที่อยู่ในตอนนั้นก็ต่างตะลึงไปตามๆกัน


            แม้กระทั่งหลี่จิ้งเองก็ไม่สามารถปกปิดความตกใจได้ ชายชราได้ครุ่นคิดอยู่ในส่วนลึก


            คิดว่าทันย่าจะเลือกคู่ต่อสู้ในลำดับที่เป็นไปตามลำดับความแข็งแกร่งที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เช่น ลำดับที่ 120, ลำดับที่ 110 หรือลำดับที่ 100 แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ทันย่ากลับข้ามขั้นไปสู่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าที่คาดหมายเอาไว้อย่างมหาศาล


            “นี่เป็นความมั่นใจหรือความบ้าบิ่นกันแน่”


            หลี่จิ้งอดคิดไม่ได้ ความกล้าหาญนี้บ่งบอกถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวของทันย่าที่แม้แต่ผู้มากประสบการณ์เช่นเขาก็ยังต้องใคร่ครวญ


            ชายชราร่างสูงโปร่งยังคงจ้องมองไปที่ทันย่า ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งราชันสงคราม หากแต่การตัดสินใจของเขากลับดึงดูดความสนใจจากทุกคนในที่นี้


            “หากเขาไม่มั่นใจในพลังของตนเอง หรือไม่มีอะไรแฝงเร้นอยู่ การกระทำเช่นนี้คงเรียกได้ว่าบ้าบิ่น แต่ข้าไม่เห็นความกลัวในสายตาของเขาแม้แต่น้อย”


            ในขณะที่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาหลายขั้น ทันย่าไม่ได้แสดงความลังเลออกมา


            เขายังไม่ใช่นักสู้พันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบ แต่สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ทันย่ารู้ดีว่าการท้าทายเช่นนี้ย่อมเสี่ยงอย่างมาก แต่การพัฒนาอย่างรวดเร็วไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากเขาไม่ยอมเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า


            “ราชันสงครามไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่ง แต่มันคือคือการต่อสู้กับขีดจำกัดของตนเอง”


            ทันย่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าถ้าต้องการจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ราชันสงคราม เขาจำเป็นต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าตนคือผู้ที่จะไม่ถอยกลับ ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม


            “การทลายพันธะแห่งราชันสงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น”


            เหล่าราชันสงครามทั้งห้าคนที่ทันย่าเลือก ล้วนแต่มองมาที่เขาด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งความสงสัย ความดูแคลน และความท้าทาย แม้แต่ในหมู่ราชันสงครามเอง การเลือกคู่ต่อสู้ที่มีพลังเหนือกว่าถึงขั้นเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่พวกเขาก็พร้อมจะพิสูจน์ว่าทันย่าทำพลาดครั้งใหญ่


            “ข้ามาดูด้วยตนเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


            หลี่จิ้งเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ด้วยสายตาแห่งความคาดหวังและความท้าทาย เขาไม่ใช่เพียงแค่มาเพื่อดู แต่เพื่อให้แน่ใจว่าชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ได้มองข้ามสิ่งใด สิ่งที่หลี่จิ้งต้องการเห็นคือ การที่ทันย่าสามารถเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่และก้าวข้ามขีดจำกัดที่เขาได้ตั้งไว้


            “งั้นมาเริ่มกันเลย คนแรกคือราชันสงครามลำดับที่ 120 กานจิ”


            บริเวณกึ่งกลางของห้องโถง ทั้งสองได้ก้าวเดินออกมา ทันย่ามองตรงไปยังชายที่อยู่เบื้องหน้า


            ราชันสงครามลำดับที่ 120 กานจิ ผู้ซึ่งมีอำนาจพลังกฎต้นกำเนิดแห่งไฟอยู่ในร่างกายอย่างเข้มแข็ง


            “ครืนนนนนนนน!”


            เพียงแค่ทั้งสองก้าวเดินออกมา ผืนห้องเบื้องล่างก็คล้ายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จากแรงอำนาจที่ทั้งสองแผ่ออกมาในเวลานั้น


            พร้อมกับที่อยู่ดีๆก็มีลมแรงพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งห้องโถง ประหนึ่งเสียงคำรามจากธรรมชาติและความกดดันที่ลอยอยู่ในอากาศ


            พวกมันสร้างบรรยากาศที่หนักหน่วงและรุนแรง ร่างของราชันสงครามสูงใหญ่ เต็มไปด้วยพลังจากกฎแห่งไฟที่เขาชำนาญ


            ร่างกายของเขาล้อมรอบด้วยเปลวไฟสีแดงสดที่คล้ายจะเป็นชีวิตของตนเอง แผ่กระจายความร้อนรุนแรงออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน


            [เอาเว้ยศิษย์รัก ได้เวลาสำแดงพลังของคริสตัลจิตดาวฤกษ์แล้ว]


            ทันย่ายืนสงบนิ่ง พร้อมกับหยิบกล่องเหล็กด้านหลังวางลง จากนั้นเขาก็ได้ยกมือของตนขึ้น


            กล่องเหล็กถูกปลดปล่อย และควบคุมมีดบินจำนวนหลายสิบเล่มที่หมุนวนอยู่รอบตัว พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็ว จนดูเหมือนเป็นเพียงแสงจางๆที่กรีดผ่านอากาศ


            ทำให้ทุกคนที่เห็นต้องเริ่มผิวปาก จ้องมองไปยังมีดบินพลังจิตทั้งหมดอย่างสนใจ


            “เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้?”


            ราชันสงครามกานจิเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบลึก น้ำเสียงของเขาสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม


            “เราจะได้เห็นกัน”


            ทันย่าหันไปมองด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เขาพูดเบาๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง


            “ฟู่ววววววววววว!”


            กานจิไม่รอช้า เขายกมือขึ้นและเรียกพลังแห่งไฟจากจุดศูนย์กลางในร่างของตน เปลวไฟขนาดมหึมาลุกโชนขึ้นจากพื้นดิน ก่อกำเนิดเป็นดาบไฟที่ใหญ่โต มันคมกริบและร้อนจนทำให้บรรยากาศรอบๆตัวสั่นสะเทือน ราชันสงครามกานจิยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเหวี่ยงดาบไฟเข้าสู่ทันย่า


            “หึ? แค่เนี่ย!”


            ทันใดนั้นทันย่าก็หลบการโจมตีของดาบไฟอย่างง่ายดาย ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับลมหมุน


            “เฟี้ยว!เฟี้ยว!เฟี้ยว!”


            มีดบินรอบตัวเริ่มเคลื่อนที่ตามคำสั่งของพลังจิตที่แข็งแกร่ง พวกมันพุ่งไปข้างหน้าเร็วราวกับแสง กรีดผ่านอากาศด้วยความแม่นยำ มีดบินแต่ละเล่มพุ่งเข้าหาราชันสงครามกานจิในมุมที่แตกต่างกัน เป้าหมายคือจุดอ่อนที่เขายังไม่ทันตั้งตัว


            “ย๊ากกกกกกกกก!”


            ราชันสงครามยกดาบไฟขึ้นปัดป้อง แต่เสียงกระทบของมีดบินที่เฉียดเข้ามาสร้างรอยแผลเล็กๆบนผิวหนังของเขา เปลวไฟที่ห่อหุ้มร่างกายช่วยปกป้องเขาได้บางส่วน


            แต่แรงอำนาจพลังจิตของทันย่าก็แทรกผ่านกฎต้นกำเนิดแห่งไฟนั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก


            “ฉันยังไม่ได้จริงจังเสียด้วยซ้ำ!”


            ทันย่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่มีดบินของเขาเริ่มเร่งความเร็วและเข้าถึงระดับที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า พร้อมกับที่ร่างกายของเขาได้เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีของราชันสงครามกานจิด้วยความเชี่ยวชาญ


            “นี่มันอะไรกัน! ร่างกายของไอ้เด็กคนนี้!”


            ราชันสงครามกานจิเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


            “เจ้าสบประมาทข้าเกินไปทันย่า!”


            เขาพูดด้วยความหงุดหงิด พร้อมกับเริ่มเพิ่มกฎต้นกำเนิดแห่งไฟลงในดาบมากขึ้น จนเปลวไฟลุกท่วมไปทั่ว ร่างกายของเขาดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น ดาบไฟฟาดลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับพลังทำลายล้างที่หนักหน่วงกว่าเดิม


            “เปรี๊ยง!”


            ห้องโถงสั่นสะเทือน แต่ทันย่าได้เบี่ยงตัวหลบไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว พลังกระแทกของดาบไฟพุ่งผ่านอากาศและสร้างหลุมลึกลงไปบนพื้นดิน เปลวไฟลุกโชนขึ้นจากจุดที่มันกระทบพื้น ก่อให้เกิดคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่ว


            แต่ทันย่ากลับยังคงสงบนิ่ง เขารู้ดีว่าในรอบแรกนี้ เขายังออมมือให้กับราชันสงครามกานจิอยู่


            ความสามารถในการควบคุมมีดบินพลังจิตของเขา มันยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มที่เลยด้วยซ้ำ


            “พรึ่บ!พรึ่บ!พรึ่บ!”


            ทันใดนั้น มีดบินทั้งหมดรอบตัวเขาก็เปลี่ยนทิศทางทันที พวกมันหายวับไปในอากาศก่อนที่จะปรากฏขึ้นอีกครั้งในตำแหน่งที่เหนือการคาดเดา ทุกเล่มพุ่งตรงเข้าหาจุดตายของราชันสงคราม ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ลำคอ หรือจุดอ่อนต่างๆ


            ราชันสงครามกานจิไม่ทันตอบสนองทันที เขาถูกโจมตีจากทุกทิศทางพร้อมกัน


            “อ๊ากกกกกกกกก!”


            เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เปลวไฟบนร่างกายเริ่มอ่อนลง เสมือนกำลังมอดดับโดยสายน้ำ ราชันสงครามกานจิพยายามระดมใช้กฎต้นกำเนิดแห่งไฟที่เหลืออยู่เพื่อป้องกันตนเอง


            แต่ทันย่าก็รู้ทัน เขาเข้าควบคุมมีดบินให้โจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง มีดบางเล่มพุ่งผ่านเปลวไฟเข้าไปจนถึงผิวหนังและสร้างบาดแผลลึกบนร่างกายของราชันสงคราม


            “ฉันเตือนคุณแล้วว่าอย่าประมาท!”


            ทันย่ากล่าวขึ้นเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ยากจะหยั่งถึง


            “เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้จะหยุดข้าได้หรือ?”


            ราชันสงครามกานจิพยายามยืนหยัด แววตาของเขาแข็งกร้าว เหมือนไม่ยอมพ่ายแพ้ง่ายๆ


            แม้ว่าร่างกายจะถูกโจมตีจนแหลกเหลว เขายังมีกฎต้นกำเนิดแห่งไฟที่เหลืออยู่ในมือ และดาบไฟของเขายังไม่ดับลง เขาถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แม้แต่ในขณะที่พลังของเขากำลังจะหมดลง


            ทันย่ามองเขาอย่างนิ่งเงียบ ก่อนที่เขาจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา


            “แพ้ไปได้แล้วคุณกานจิ!”


            ในตอนนั้นทันย่าได้ปล่อยพลังจิตของเขาออกมาอีกครั้ง คราวนี้มีดบินทุกเล่มเรืองแสงขึ้นด้วยพลังจิตที่เข้มข้น พวกมันกลายเป็นแสงสว่างเจิดจ้า ราวกับดวงดาวที่ลุกโชน มีดบินทั้งหมดพุ่งตรงเข้าหาตัวราชันสงครามพร้อมกันอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของมันคือการทำให้เขาต่อสู้ไม่ได้


            “มะ..แม่งเอ้ย!”


            กานจิกรีดร้องและพยายามป้องกันด้วยพลังไฟที่เหลืออยู่ แต่เขาไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป


            “ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!”


            พลังจิตของทันย่าแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ มีดบินแต่ละเล่มทะลุผ่านร่างของเขาอย่างรวดเร็ว เลือดพุ่งกระจายออกมาเป็นสาย ร่างของราชันสงครามทรุดลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เปลวไฟที่เคยลุกโชนบนร่างกายเขาเริ่มดับลงทีละน้อย


            เสียงกรีดร้องแห่งความพ่ายแพ้ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายของกานจิจะนิ่งสนิท


            ทันย่ามองลงไปยังศัตรูที่นอนพังทลายลงกับพื้น เขาหายใจเข้าลึกๆและปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่สายตาก็จ้องมองไปทางเบื้องล่าง ปรากฏให้เห็นแสงสว่างวาบที่สะท้อนออกมา


            “รอบนี้ฉันออมมือให้คุณอย่างมากแล้ว”



            ..

            ก่อนนอนไปอีก 1 ตอน 55+