ตอนที่ 6 : ปราณกลืนิญญา อริพิฆาตตระกูล
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมลานประลองราวกับป่าช้าร่างของอวิ๋นฉางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อััได้ว่าไอพลังอันมหาศาลที่สั่งสมมานานปีกำลังรั่วไหลออกจากร่างผ่านคมกระบี่สนิมเขรอะดุจน้ำไหลทะลักผ่านเขื่อนที่แตกทะลายิัของอวิ๋นฉางเริ่มซีดเผือด เส้นเืปูดโปนขึ้นดั่งหนอนแมลงที่ดิ้นพล่าน
"เหตุใด... พลังของข้า...ถึงได้ถูกดูดกลืนเช่นนี้! เ้าสารเลว! เ้าใช้วิชาตระกูลอันใดกัน!"อวิ๋นฉางเค้นเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้น มันพยายามบิดข้อมือเพื่อถอนกระบี่ทว่าปลายกระบี่ของอวิ๋นเซียวกลับเกาะติดแน่นราวกับหยั่งรากลึกเข้าไปในจิติญญา
อวิ๋นเซียวหรี่ตาลงปราณหลอมภพที่เดือดพล่านในตันเถียนสั่นไหวรุนแรงราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งได้ลิ้มรสเืความเ็ปจากการที่เส้นชีพจรถูกฉีกขาดและสมานใหม่ซ้ำไปซ้ำมาแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายแต่เขากลับกัดฟันแน่น ปล่อยให้ความหิวกระหายของ "เจดีย์หมื่นวิถี"ภายในห้วงจิตทำงานอย่างเต็มกำลังกระแสปราณของอวิ๋นฉางที่ถูกกลืนกินมิได้เพียงแค่หายไปแต่มันถูกกลั่นกรองผ่านเตาหลอมในห้วงลึกแห่งจิติญญากลายเป็หยดน้ำค้างปราณอันบริสุทธิ์ที่ไหลเข้าซ่อมแซมเส้นชีพจรที่เสียหายของเขา
"วิชาตระกูลหรือ? มิใช่เลย..."อวิ๋นเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นเยือกดุจน้ำค้างแข็งท่ามกลางฤดูเหมันต์ "เป็วิชาที่คนเช่นเ้า...ไม่มีวันเข้าใจ"
เพียงสิ้นเสียงอวิ๋นเซียวพลันสะบัดข้อมือส่งพลังปราณสีเทาหม่นกระแทกเข้าใส่หน้าอกของอวิ๋นฉางร่างของศิษย์สายหลักผู้สูงส่งกระเด็นถอยหลังไปกว่าสิบก้าว ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นเืสีคล้ำทะลักออกจากมุมปากของมันดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยรัศมีอำนาจกลับเลื่อนลอยและหม่นแสงลงราวกับคนสิ้นไร้ิญญา
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วลานพิธีศิษย์ตระกูลอวิ๋นทั้งหลายต่างเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงอวิ๋นฉางที่ถือเป็ยอดฝีมือขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ห้ากลับพ่ายแพ้แก่ขยะที่พวกตนเคยเหยียดหยามด้วยกระบวนท่าเดียว!
"อวิ๋นเซียว!เ้าบังอาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"เสียงตวาดกร้าวของผู้าุโลำดับสามดังก้องมาจากแท่นประธานพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลของพลังขั้นเปิดชีพจรที่พุ่งตรงเข้ามากดทับอวิ๋นเซียวดุจขุนเขาถล่มลงมา"เ้ากล้าลงมือหนักหน่วงต่อศิษย์สายหลักถึงขั้นทำลายฐานพลังนี่ถือเป็อาชญากรรมร้ายแรง ต้องถูกสำเร็จโทษตามกฎตระกูล!"
อวิ๋นเซียวรู้สึกราวกับร่างจะแตกสลายภายใต้แรงกดดันนั้นกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด เืสดๆ ไหลออกจากจมูกและหูทว่าท่ามกลางความกดดันที่เกือบจะทำให้เขาสิ้นสติแววตาของเขากลับปรากฏประกายอำมหิตที่มิอาจปิดกั้นได้
"กฎตระกูลหรือ?" อวิ๋นเซียวหัวเราะหยันในลำคอ"ยามที่ข้าถูกพวกมันรุมทำร้ายจนเกือบสิ้นใจ เหตุใดจึงไม่มีใครเอ่ยถึงกฎตระกูล?ในเมื่อท่านผู้าุโลำเอียงถึงเพียงนี้วันนี้ต่อให้ต้องลากทุกคนลงนรกไปกับข้า ข้าก็มิเกรงกลัว!"
หลิงทงที่ซ่อนตัวอยู่แอบกระซิบเสียงร้อนรน"เ้าเด็กโง่! พลังของเ้าตอนนี้ยังไม่อาจต้านทานผู้ฝึกตนขั้นเปิดชีพจรได้รีบถอยหนีไปทางทิศตะวันออก ที่นั่นมีค่ายกลสื่อสารที่ข้าเตรียมไว้ หากช้ากว่านี้แม้แต่เทพเซียนก็มิอาจช่วยเ้าได้!"
ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือพลังปราณของผู้าุโกำลังจะฟาดลงมาถึงตัวอวิ๋นเซียวพลันดีดกายถอยหลังเข้าสู่เงามืดของวิหารบรรพชน พริบตานั้นเองท้องฟ้าเหนือเมืองเมฆาคล้อยที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลันเสียงฟ้าร้องครางต่ำประหนึ่งอสูรกายกำลังตื่นจากนิทรากาล แรงดึงดูดมหาศาลจากเบื้องบนเริ่มฉีกกระชากมิติอากาศอวิ๋นเซียวเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความตระหนก—ปริศนาการกลืนกินแห่งฟ้าดินกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว!